The Moth Presents All These Wonders (2017) | edited by Catherine Burns

review by Kukee

The Moth Presents All These Wonders (2017) | edited by Catherine Burns

เล่าเรื่องของคุณอย่างซื่อสัตย์ สำคัญยิ่งคือละทิ้งสิ่งไม่จำเป็น

The Moth ก่อตั้งในปี 1997 โดยจอร์จ ดอร์ส กรีน นักเขียนชาวอเมริกันที่ได้แรงบันดาลใจมาจากบรรยากาศในบ้านเกิดเมื่อเพื่อนบ้านต่างมานั่งเล่าเรื่องที่ริมระเบียงในยามค่ำคืน ขณะแมงเม่าบินวนเหนือหัวเล่นแสงไฟ การเล่าเรื่องจริงต่อหน้าคนฟังแบบด้นสด ไม่มีโน้ต ไม่มีการท่อง วิธีนัดหมายมีเพียงอีเมล์ส่งก่อนงานสองสามวัน โปรดิวเซอร์กำหนดหัวเรื่องและสุ่มเลือกคนขึ้นเวที (หรือคนที่ได้รับเชิญ) เป็นกิจกรรมดิบ ๆ ที่สร้างความตื่นเต้นในการฟัง จนได้รับความนิยมแพร่หลาย

มีการจัดงานในผับในบาร์ ร้านอาหาร ที่จอดรถ พิพิธภัณฑ์ ปัจจุบันมีสถานีวิทยุและการจัดงานในหลายประเทศทั่วโลก หนังสือเล่มนี้รวบรวมเรื่องจริง 45 เรื่อง หยิบมาอ่านแบบไม่คาดหวัง แต่พออ่านไปเรื่อย ๆ เฮ้ยนี่มันยังกับ Shawshank Redemption

ซูกิ คิมเล่าตอนเธอปลอมตัวเป็นครูสอนหนังสือที่เกาหลีเหนือ ซึ่งใกล้ช่วงเวลาครบ 100 ปีปฎิทินนับจากปีเกิดผู้นำที่ยิ่งใหญ่ นักเรียนประชาชนถูกเกณฑ์ไปสร้างอนุสาวรีย์ โรงเรียนปิดหมดยกเว้นโรงเรียนผู้นำชายล้วนที่คิมไปสอน แต่โรงเรียนนี้เปรียบเสมือนคุกเพราะนักเรียนไม่ได้ออกไปข้างนอก

คิมกล่าวว่าในเกาหลีเหนือ หนังสือ ภาพยนตร์ เพลง มีเนื้อหาอยู่เรื่องเดียวคือผู้นำที่ยิ่งใหญ่ เด็กเรียนสายคอมพิวเตอร์ ไม่รู้จักอินเตอร์เน็ท ไม่รู้ว่าโลกมียานอวกาศเดินทางถึงดวงจันทร์ เด็ก ๆ ไม่รู้อะไรเลย และคิมห้ามพูดเรื่องโลกภายนอก

โทมี่เล่าตอนอายุ 9 ขวบ อยู่ค่ายกักกันแบร์เกิน-เบลเซินในเยอรมันตอนเหนือ ที่นี้มีแต่ผู้หญิง เด็กและทหารนาซี เช้าวันหนึ่งทหารสั่งให้ทุกคนแก้ผ้า หยิบผ้าเช็ดตัว ตั้งแถวไปอาบน้ำ โทมี่ดีใจมากเพราะเขาหนาวสุดทน ทหารแจกสบู่ก้อนเล็ก เด็ก ๆ ต่างชอบใจแต่บรรดาผู้ใหญ่ร้องไห้และกอดเด็กไว้แน่น โทมี่เดินไปโรงอาบน้ำ ในนั้นคนอัดแน่น มืดมิดและเงียบสนิทไร้ลมหายใจ สายตาทุกคนจับจ้องบนเพดาน

โคล แคสดินเพิ่งเลิกกับอดัมแฟนหนุ่ม หลังจากนั้นเธอประสบอุบัติเหตุ ความทรงจำหายแม้จะจำสถานที่หรือบางสิ่งได้ อดัมกลับมาดูแล เอารูปมาให้ดูว่าเราเคยไปเที่ยว เป็นแฟนกันมาก่อน เพื่อน ๆ คอยเตือนว่าเธอไม่กินเนื้อ เธอเล่นโยคะหรือเป็นคนอย่างไรบ้าง โคลเขียนโพสต์อิทแปะทั่วบ้าน ครั้งหนึ่งนั่งรถอยู่บนเกาะแมนฮัตตัน เธอจำตึกแฝดได้ แต่ไม่รู้มันหายไปไหน เธอเขียนลงกระดาษว่า Twin Towers gone

ออเบิร์น แซนสตรอมพูดถึงชีวิตคุณหนูที่มาจากครอบครัวคนมั่งมี ชีวิตพรั่งพร้อมจนจบปริญญา เธอค้นพบความจริงในสังคมอีกด้าน ความจน ความยากลำบากที่คนอื่นประสบ เธอรู้สึกแย่ที่ชนชั้นของเธอเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างปัญหา ออเบิร์นติดยาจนเสพติดอย่างรุนแรงเกิดอาการประสาทผวา แม้ครอบครัวจะพยายามช่วยเหลือก็ไม่ประสบผล เธอเลิกพูดกับพ่อแม่มาหลายปี มีแต่แม่ที่คอยส่งจดหมาย ในจดหมายมีเบอร์โทรศัพท์ที่แม่เขียนบอกว่าหากอยากคุยกับใครสักคน ให้โทรหาคน ๆ นี้ คืนหนึ่งออเบิร์นกดโทรศัพท์ไปหาตอนตีสอง เธอร้องไห้เล่าทุกสิ่งในชีวิตให้ฟัง เล่าจนถึงเช้า เขาเป็นผู้ฟังที่ดีและคอยปลอบประโลม เธอค่อย ๆ ดีขึ้น จนสุดท้ายถามว่าเขาเป็นใคร มีความเชื่อหรือมีหนังสือแนะนำให้อ่านไหม เธอยินดีจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง เขาอำอึ้งไม่อยากตอบ แต่คำตอบของเขาทำให้ชีวิตผู้หญิงคนนี้เปลี่ยนตลอดกาล เป็นเรื่องที่น่ารักมาก

เรื่องชวนน้ำตาพรากเป็นของดอรี่ ชาวอัฟกานิสถานในยุครัสเซียครองเมือง ดอรี่บอกว่าพ่อไม่ค่อยอยู่บ้าน ไม่รู้ไปไหนทั้งที่ระเบิดถล่มทุกวัน จนเกิดการเปลี่ยนแปลง พ่อเป็นทหารในคณะเก่าต้องหนีออกนอกประเทศด้วยเอกสารปลอมแปลง พวกเขาไปอเมริกาขอลี้ภัยทางการเมือง แต่ก็เป็นการอยู่ชั่วคราวจนกว่าทางการจะหยิบมาพิจารณา ห้าปีผ่านไป ดอรี่ได้รับจดหมายจากสำนักตรวจคนเข้าเมืองให้ไปรายงานตัว รออยู่หลายชั่วโมง ดอรี่ถามพนักงานว่าอีกนานไหม เพราะเธอกับพ่อต้องกลับไปทำงาน พนักงานตอบว่าได้กลับไปทำงานแน่แต่ที่ประเทศของเธอ

เมื่อขึ้นศาล ผู้พิพากษากล่าวว่าอเมริกาไม่ต้อนรับคนทำผิดกฎหมาย พวกคุณเดินทางมาด้วยเอกสารปลอมใช่หรือไม่ พ่อทรุดเข่านั่งนิ่งเอามือกุมหัวเหมือนคนเสียสติ แล้วจู่ ๆ เขาก็ถอดเสื้อ ถอดกางเกง ให้ดูรอยแผลบาดลึกพร้อมกับตะโกนว่า นี่คือสิ่งที่คอมมิวนิสต์ทำกับผม คุณแค่นั่งอยู่บนแท่นใส่เสื้อคลุมแล้วตัดสิน แต่ถ้าคุณเป็นแบบผม คุณจะรู้ว่าผมไม่มีทางเลือกนอกจากทำเพื่อลูก ถ้าคุณส่งผมกลับไป ผมยินดี แต่ได้โปรดให้เด็ก ๆ มีบ้านใหม่เถิด สิ้นเสียงพ่อร้องไห้ระงม ผู้พิพากษาสั่งพักเบรคและเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

มีอีกหลายเรื่องน่าประทับใจ วิศวกรทำงานที่โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ในฟุกุชิม่าตอนเกิดสึนามิ กลับมาตามหาคุณยายร้านขายไก่ที่เขาไปฝากท้องทุกวัน

นักวิทยาศาสตร์นาซ่าโปรเจคพลูโตทำงานมาสิบสองปี ส่งยานเดินทางเก้าปีกว่าจะถึงพลูโต ทุกคำสั่งจากโลกใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง และกว่าคอมพิวเตอร์ตอบกลับใช้เวลาอีก 4 ชั่วโมง การแก้ปัญหาครั้งสุดท้ายพลูโตซึ่งเป็นเพียงจุดมองไม่เห็นในกล้องโทรทรรศน์ปรากฎให้เราชาวโลกเห็น ไม่งั้นต้องเริ่มใหม่หมดซึ่งเป็นที่มาชื่อหนังสือ

ใครอยากอ่านตอนจบเรื่องแนะนำ ชวนอ่านหนังสือเล่มนี้ ให้เรื่องราวดี ๆ ของพวกเขาเล่าผ่านความจริงด้วยตัวเอง เรื่องราวที่ไม่ต้องการโลกสวยหรือความปรุงแต่ง

ชวนไปฟังมอธพอดแคสต์