The Ministry of Utmost Happiness (2017) | Arundhati Roy

review by Kukee

The Ministry of Utmost Happiness (2017) | Arundhati Roy

There seems to be no hope. But pretending to be hopeful is the only grace we have.

ห่างหายจากวรรณกรรมไปยี่สิบปี อรุณธตี รอย เจ้าของบุ๊คเกอร์ไพร์ซปี 1997 จาก The God of Small Things กลับมาสร้างความครึกครื้นให้กระทรวงนักวิจารณ์หนังสือ บ้างว่ายุ่งเหยิง รุงรัง ตัวละครราบมิติและเยอะตัว (ถึงขนาดนับ) บ้าการเมืองสิทธิมนุษยชน ยำทุกอย่างในสิ่งที่เธออยากพล่าม น่าจะเป็นโครงงานการเมืองมากกว่านวนิยาย

อีกด้านหนึ่งชื่นชมหนังสือเล่มนี้คือมหากาพย์ นักวิจารณ์อาจรอนาน ความคาดหวังเลยกระชับมิตรทัศนคติฝนตกในหัว การอ่านเป็นเรื่องส่วนตัว ชอบไม่ชอบคงอยู่ที่ว่าเราหวังอะไรเติมเต็มจากการอ่าน

ก่อนรอยจะกลับมาเขียนวรรณกรรม เธอมีผลงานสารคดีแปดเล่มและเขียนบทความลงหนังสือพิมพ์ เธอเคลื่อนไหวทำกิจกรรมการเมืองจริงจัง โจมตีทุนนิยมบริษัทต่างชาติ วิพากษ์นักการเมือง ถล่มรัฐบาลจนกลายเป็นพวกไม่รักชาติ

น้ำเสียงเธอซื่อตรงหนักหน่วง ถ้ารอยเอ่ยเมื่อไรใคร ๆ ก็อยากฟัง The Ministry of Utmost Happiness เป็นวรรณกรรมเต็มปาก หนังสือหลากอารมณ์ ทั้งรัก เศร้า โกรธเคือง มีหวัง สะเทือนใจ (มาก) บนฉากหลังทางการเมือง สังคม วัฒนธรรมของอินเดีย แคชเมียร์และปากีสถาน เหมือนกระจกแผ่นใหญ่ที่แตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย รอยต่อชิ้นส่วนต่อกลับจนเต็มผืนให้เห็นร่องรอยของชีวิตภายใต้นั้น

ติโลถามว่าเราจะเล่าเรื่องหักพังได้อย่างไร เป็นทุกคนอย่างช้า ๆ ไม่สิ ค่อย ๆ กลายเป็นทุกสรรพสิ่ง หนังสือเล่มนี้คือเทพเจ้าแห่งสิ่งเล็ก ๆ แท้จริง ชีวิตล้มเหลวมาผูกพันใช้ชีวิตร่วมกันในสุสาน และภาพนั้นคืออินเดียจำลอง อันจุม ถูกตีตราให้เกิดเป็นชายแต่ใจเป็นหญิง มีสถานะพิเศษในสังคมฮินดูเรียกว่ากลุ่มฮิจรา อันจุมต่างจากฮิจราตรงที่เธอเกิดมามีสองเพศ (Hermaphrodite) เมื่อครอบครัวให้เป็นชายและพบภายหลังว่าเกิดมามีเพศหญิงด้วย พ่อกับแม่จึงพาไปหาหมอเพื่อหายารักษากำจัดความเป็นหญิง แต่ธรรมชาติไม่สามารถปกปิดส่วนลึกของหัวใจ

อันจุมเฝ้าดูบ้านฮิจราทุกวันจนในที่สุดย้ายไปอยู่ ตัดขาดจากครอบครัว แม้แม่จะส่งอาหารให้เป็นประจำ พ่อเจอกันบนท้องถนนไม่เคยทัก อันจุมรำพึงว่าเป็นสงครามในตัวตั้งแต่เกิด ผู้เขียนเล่าชีวิตอันจุมและผู้คนแวดล้อมเศร้าและสวยงามมาก เธอสนุกกับรายละเอียด ภาษาละเมียดดั่งกวี สอดแทรกสังคมวรรณะ แจ่มชัดคมคิด เธอร่ายมนตร์ประหนึ่งเมดูซาลงลึกทุกหัวข้อ กระโดดจากเรื่องหลักแต่ย้อนมาเชื่อมต่อสนิทในเรื่องเดิม คลี่ประวัติศาสตร์อินเดียซับซ้อนออกเป็นชั้น ๆ โดยผ่านเรื่องราวตัวละคร แถมอารมณ์ขันจิกกัดการเมืองเศรษฐกิจมาเป็นชุด โดนทุกสมัย

ความฝันของท่านคือสังคมไร้คอรัปชั่นในทุ่งแสนสุขที่แม้แต่คนโกงสุดยังเล็มหญ้าตามคนอื่น ๆ สังคมแบบนี้จบด้วยการนองเลือด สู้รบเสมอแต่ผู้ชนะคงทนคือโคคาโคล่า ชีวิตอันจุมเปลี่ยนแปลง เกิดจราจลรุนแรงในเมืองคุชราต ระหว่างฮินดูกับมุสลิม ผู้คนล้มตายจำนวนมาก อันจุมโดนขังทรมานสามเดือน เธอรอดแต่ชอกช้ำหมดอาลัยตายยาก

เธอออกจากบ้านฮิจราไปนอนกลางสุสานรกร้างที่พ่อแม่ญาติถูกฝังหลังโรงพยาบาลรัฐ เธอรักษาใจโดยใช้ชีวิตแบบต้นไม้ อันจุมค่อย ๆ สร้างที่พัก อาณาจักรที่ไม่มีใครกล้าเข้า ยกเว้นคนล้ม คนสูญเสีย คนไม่มีที่ยืนในสังคม เมื่อล้มแล้วคุณต้องพึ่งพิงเกาะแขนคนล้มด้วยกัน

ซัมดัม ฮุสเซนตัวละครน่ารักใส่แว่นเรย์แบนยี่สิบสี่ชั่วโมง ชอบตัดสินเรื่องสำคัญในชีวิตด้วยคลิปวิดีโอจากยูทูป เขาเป็นชาวฮินดูที่ต้องปลอมตัวเป็นมุสลิมเพื่อความอยู่รอด เขายืนยิ้มแล้วเชื้อเชิญหน้าสุสาน ยินดีต้อนรับสู่กระทรวงแห่งความสุขสุดเหวี่ยง

ส่วนที่สองเป็นเรื่องของติโลตมา ผู้หญิงสวยมีเสน่ห์น่าหลงใหลที่เพื่อนชายบรรยายว่า “ทันทีที่ผมเห็นเธอ ส่วนหนึ่งของผมรีบเดินออกจากร่างไปล้อมเธอไว้” ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนสี่คน โรแมนติกตรงชายสามคนแอบรักเธอหมด

เมื่อเรียนจบคนหนึ่งเป็นผู้นำกองกำลังรบเพื่อเสรีภาพมุสลิมในแคชเมียร์ คนหนึ่งรับราชการระดับสูงของรัฐบาลฮินดู อีกคนหัวหน้าข่าวฝ่ายซ้ายชื่อดัง เรื่องราวมีหยดเลือด คราบน้ำตา สะเทือนใจ สารพัดความเลวร้ายในชาติแตกแยก ศัตรูไม่สามารถทำร้ายจิตใจคุณได้มีแต่เพื่อนเท่านั้น และเรื่องนี้เกี่ยวพันกับกระทรวงแห่งความสุขอย่างไร คงมีแต่นักเขียนเวทมนตร์เมดูซาจะเนรมิต เหมือนอินเดียที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร

เป็นหนังสือใหม่ดีที่สุดในรอบปี จากคติชอบล้วน ๆ ด้วยหนังสือดีคือหนังสือที่อยากอ่านซ้ำ