The Brain Defense (2017) | Kevin Davis

review by Kukee

The Brain Defense (2017) | Kevin Davis

“ถ้าประกันของผมยังใช้ได้ ช่วยจ่ายเงินที่ผมเซ็นเช็คในสัปดาห์นี้ที ผมอายุ 25 ปี มีอิสระทางการเงินและไม่มีหนี้สินอะไร ส่วนเงินที่เหลือช่วยบริจาคให้สถาบันที่ศึกษาสมอง ผมหวังว่าคงไม่มีโศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นอีก”

จดหมายลาตายจากชาร์ลส์ วิทแมน ก่อนที่เขาจะฆาตกรรมคนในครอบครัวและกราดยิงนักศึกษา ตาย 16 บาดเจ็บ 31 คนที่มหาวิทยาลัยเท็กซัสปี 1966

ฤดูหนาวปี 1991 เวลาบ่ายโมงครึ่งในเมืองนิวยอร์ก ร่างของหญิงคนหนึ่งนอนแผ่บิดเบี้ยวอยู่บนถนน มีผู้แจ้งตำรวจว่าเธอพลัดตกจากตึก เมื่อตำรวจมาถึง เจอเฮอร์เบิร์ต ไวน์สไตน์ ชายวัย 56 ปีถือกระเป๋าทำงานอยู่ที่ห้องโถง เขามีพิรุธ ตำรวจจึงให้เขาพาไปที่ห้องพักบนชั้น 12 ประตูระเบียงถูกเปิดไว้ท่ามกลางลมหนาวเย็นยะเยือก คนที่ตกลงมาคือบาบาร่า ภรรยาคนที่สองของเขา ตำรวจพบรอยขีดข่วนบนใบหน้า พบคราบเลือดที่เหมือนมีการทำความสะอาดบนพื้น ไวน์สไตน์เป็นคนเดียวที่จะเฉลยปริศนานี้ได้ เพราะอีกคนหนึ่งในที่เกิดเหตุเสียชีวิตแล้ว

ในที่สุดไวน์สไตน์จำนนต่อหลักฐาน มีพยานเห็นเหตุการณ์จากตึกตรงกันข้ามให้การว่าเธอไม่ได้ฆ่าตัวตาย แต่เขาโยนเธอลงมาจากชั้น 12 เขารับสารภาพ ตำรวจจึงสรุปว่าเป็นการฆาตกรรมในครัวเรือนที่เกิดจากทะเลาะเบาะแว้งและอารมณ์ชั่ววูบทำให้เขาบันดาลโทสะ แบบที่เราเห็นทั่วไปในข่าว

The Brain Defense กล่าวถึงประวัติศาสตร์วิชาประสาทวิทยาศาสตร์ที่การสแกนสมองถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานในศาลอเมริกา (คดีของไวน์สไตน์เป็นคดีแรก เขามีนามแฝงในการศึกษาว่า “สไปเดอร์ ซีสต์คอฟท์”) เนื่องจากเขาไม่เคยมีประวัติการใช้ความรุนแรง เขาทำงานบริษัทโฆษณา ประสบความสำเร็จและร่ำรวย เป็นคุณพ่อใจเย็นสมบูรณ์แบบที่ลูก ๆ เรียกว่า “มิสเตอร์เซน”

เขาไม่เคยมีปากมีเสียง พูดเก่งและควบคุมอารมณ์ได้ดี ภรรยาคนแรกเสียชีวิตจากการเป็นมะเร็ง ไวน์สไตน์ก็ดูแลจนวินาทีสุดท้าย ส่วนความสัมพันธ์กับบาบาร่าที่แต่งงานมาแปดปี เพื่อนบ้าน เพื่อนสนิทก็ไม่เคยเห็นทั้งสองทะเลาะกัน ออกจะเป็นคู่ชีวิตในอุดมคติที่ใคร ๆ ต่างอิจฉา แล้วอะไรเป็นเหตุจูงใจให้เขาไร้สติทำเกินกว่าเหตุ

ตำรวจ ทนาย อัยการ ต่างประหลาดใจในความสงบนิ่งของเขา เขาตอบคำถามโดยไม่มีความเครียด ความรู้สึกผิด แม้จะไปเข้าคุกก็เหมือนนั่งรถเมล์ไปเที่ยวตากอากาศในวันหยุด ในทางกฎหมาย ตราบใดที่จำเลยแยกแยะถูกกับผิดได้ในเวลาเกิดเหตุ ถือว่ามีสติ ไม่ได้บ้า แต่ในทางวิทยาศาตร์ความผิดปกติในสมองสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมแบบคาดไม่ถึง

มีการศึกษาสมองของอาชญากรจำนวนมาก ซึ่งมักพบความผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่ง คณะแพทย์นำไวน์สไตน์ไปตรวจสมองหลายรอบ พบว่าเขามีถุงน้ำในสมองใหญ่เท่าผลส้มบดบังอยู่ในกลีบสมองด้านหน้า และสมองส่วนนี้ควบคุมการเคลื่อนไหว การตัดสินใจ ความรู้สึกนึกคิด อารมณ์ เมื่อสมองส่วนนี้บกพร่อง เลือดหมุนเวียนในสมองน้อย ระบบกลูโคสเมตาบอลิซึมต่ำก็ทำให้คนเราไม่สามารถควบคุมอารมณ์ใด ๆ ได้

ทนายของไวน์สไตน์เลยขอผู้พิพากษานำหลักฐานเกี่ยวกับสมองชำรุดจากการทำ fMRI , PET scan ไปแสดงในลูกขุนดูในศาล หนังสือเล่มนี้พูดถึงการใช้ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ของสมองแก้ต่าง แต่อ่านพฤติกรรมหลากหลายคดีที่โหดผิดมนุษย์มนา จะเลิกอ่านก็ไม่ได้เพราะความอยากรู้จักสมองมีมากกว่าความสยดสยองในใจ