Pachinko (2017) | Min Jin Lee

review by Kukee

Pachinko (2017) | Min Jin Lee

ชีวิตของผู้หญิงคืองานที่ไม่รู้จักจบสิ้นและความทุกข์ทรมาน

ซุนจาเป็นลูกสาวชาวประมงที่หมู่บ้านชายทะเลในเมืองปูซาน พ่อไม่สมประกอบแต่เป็นคนแข็งแรง ส่วนแม่ขยัน ทำงานโดยไม่เคยปริปากบ่น

ฉากเกิดในปี 1910 ยุคที่ญี่ปุ่นยึดครองเกาหลีเป็นอาณานิคม ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่แร้นแค้นทำให้พวกเขาต้องเปิดบ้านเป็นที่พักรายวันแก่คนที่เข้ามาหางานทำ แม่จึงต้องดูแลบ้าน ทำกับข้าวให้คนเช่า ทำความสะอาดตั้งแต่เช้าจรดเย็น

แต่ความยากลำบากนี้ไม่ได้ทำให้สองคนท้อถอย และยังช่วยกันสอนซุนจา มอบความรักความอบอุ่นเท่าที่พ่อแม่คู่หนึ่งจะทำได้ ซุนจาเลยเป็นคนร่าเริง ฉลาด และรู้จักวางตัว หลังจากพ่อตายเหลือแม่เพียงคนเดียว วันหนึ่งซุนจาพบว่าตนเองตั้งท้อง เธอบอกเรื่องนี้กับชายที่เธอหลงรัก เขาสารภาพว่าเขาแต่งงานแล้วมีลูกสามคนอยู่ที่โอซาก้า เขารักเธอแต่แต่งงานด้วยไม่ได้ เขาจะรับผิดชอบทั้งหมด เพียงขอให้เธอเป็นภรรยาอยู่ที่เกาหลี

โลกของซุนจาพังทะลายลงต่อหน้า น้ำตาไหลเปื้อนขอบแก้มทั้งซ้ายขวา แม้เธอรู้ว่าเขามั่งมีดูแลเธอได้ แต่เธอปฎิเสธ เธอบอกเขาว่าอย่ามาให้เห็นหน้ากันอีกเลย พ่อสอนให้เธอเคารพในตนเองเสมอมา แต่ดูสิเธอหักอกคนที่เลี้ยงเธอเอง แม้รู้ว่าการตัดสินใจเช่นนี้จะทำให้แม่ลำบากใจ แต่เธอยอมมีชีวิตอับอายดีกว่ายอมอยู่กับคนหลอกลวง

ซุนจาเล่าให้แม่ฟังทั้งหมด ยกเว้นไม่บอกว่าเป็นใคร เธอเริ่มเงียบขรึม แม่เองก็กลุ้มใจ แต่ระหว่างนั้นมีบาทหลวง (เป็นคนเกาหลีมาจากเมืองเปียงยางทางตอนเหนือ) มาพักเช่าอยู่ที่บ้านนานเป็นเดือน เนื่องจากเขาเป็นวัณโรคไม่สบายมาก พอเขารู้เรื่อง ต้องการจะตอบแทนแม่ลูกที่ช่วยชีวิตไว้ จึงยื่นข้อเสนอให้แต่งงานกับเขา เขาจะรับเป็นพ่อของลูกเอง เพียงแต่ซุนจาต้องย้ายไปอยู่โอซาก้าด้วยกัน และเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นั่น

ปาจิงโกะเป็นมหากาพย์วงศ์ตระกูลของคนสี่รุ่นที่กินระยะเวลาร้อยปี หนังสือสอดแทรกประวัติศาสตร์ สงครามระหว่างเกาหลีกับญี่ปุ่น และเรื่องผลัดถิ่นของคนเกาหลีที่พำนักในญี่ปุ่นด้วยความยากลำบาก จากการโดนกดขี่ข่มเหง กีดกันทางเชื้อชาติและสังคม แม้แต่เด็กที่เกิดมารุ่นหลังในญี่ปุ่นแล้ว คนพื้นถิ่นก็ไม่ถือว่าเป็นคนประเทศเขา ต้องไปรายงานตัวพิมพ์ลายนิ้วมือ ถือบัตรคนต่างชาติ เมื่อถึงกำหนดก็พร้อมจะถูกเนรเทศตลอดเวลา

ชีวิตใหม่ของซุนจากับลูกอีกคนสองจึงไม่ง่ายอย่างที่คิด ต้องดิ้นร้นต่อสู้ ทำกิมจิและลูกอมไปขายในตลาดเพื่อหาเงินเลี้ยงลูก เพราะอาชีพของคนเกาหลีไม่มีทางเลือกมากนัก ฮาจินลีใช้เวลาเขียนหนังสือเล่มนี้ 30 ปี รื้อ ๆ ทิ้ง ๆ เขียนใหม่ ค้นคว้าประวัติศาสตร์ สัมภาษณ์คนเกาหลีในญี่ปุ่น ซึ่งส่วนใหญ่โดนดูถูก เหยียดหยาม จนหลายชีวิตพยายามปิดบังรากเหง้าเดิมของตนเอง เป็นการค้นหาอัตลักษณทางวัฒนธรรมที่ขมขื่นยิ่งนัก

ปาจิงโกะเป็นเกมส์พินบอลชนิดหนึ่งคล้าย ๆ กับสล็อตแมชชีน แม้การพนันจะผิดกฎหมาย แต่ก็มีช่องทางเลี่ยงกฎหมาย ด้วยการไม่ให้แลกคืนเป็นเงิน แต่ให้เป็นของหรือเป็นการ์ดที่มีทองแปะไว้ และในบริเวณใกล้กันก็จะมีร้านรับซื้อของคืน เอาการ์ดไปแลกเป็นเงินกลับมา เป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่มากในญี่ปุ่น

ในปี 2015 ปาจิงโกะสามารถทำรายได้แสนเก้าล้านยูเอสดอลลาร์ สองเท่าของรายได้เทียบกับอุตสาหกรรมส่งออกรถยนต์ทุกยี่ห้อของญี่ปุ่นรวมกัน แม้ญี่ปุ่นจะเป็นคนเริ่มคิดค้นปาจิงโกะ แต่คนที่ไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจนี้จำนวนมากเป็นคนเกาหลี และด้วยความสุ่มเสี่ยงเรื่องการพนัน ใครที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนี้จึงถูกมองจากทางการด้วยความสงสัยมุ่งร้ายคือพร้อมจะเป็นคนไม่ดี

ผู้เขียนกล่าวว่าเมื่อมีอาชีพต่ำต้อย ไม่มีใครอยากทำ ภาพของปาจิงโกะจึงเหมาะกับการอุปมาถึงชีวิตของคนเกาหลีที่พำนักในญี่ปุ่น ความหนาของหนังสือกว่าห้าร้อยหน้า แต่ไม่เป็นอุปสรรคในการอ่านเลย ด้วยความน่าติดตามแบบดราม่าโอปป้า เป็นหนังสือที่อ่านง่ายสนุกมาก โครงเรื่องชวนเห็นใจ อกหักอยู่หลายตอนและคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

แนะนำหนังสือใหม่ของปีนี้บ้าง เดี๋ยวจะหาว่าชอบอ่านแต่หนังสือเก่า หัวโบราณ