6 ชั่วโมงชมปักกิ่ง

โรงแรมของเรา ณ กรุงปักกิ่งอยู่ห่างจากสนามบินปักกิ่งแคปปิตอลอันโคตรจะใหญ่โตกว้างขวางราว 30 กิโลเมตร

…ไม่ไกลหรอกครับ แต่อาจใช้เวลาในการเดินทางราว 1 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้นด้วยสภาพการจราจรอันคับคั่งยามเช้า เพราะฉะนั้นก่อนเครื่องลง ถ้าเป็นไปได้… ไม่ควรกินหรือดื่มอะไรทั้งนั้น… เพราะบนรถไม่มีส้วม… และไม่มีปั๊มข้างทางให้จอดแวะทำธุระส่วนตัวเหมือนบ้านเรานะ…

ผมเคยนะ สภาพที่ว่า… แบบนั่งขนลุกซู่ เหงื่อกาฬแตกทั่วร่าง ไม่พูดไม่จากับใคร รถบัสถึงโรงแรมปุ๊บยังไม่ทันจะจอดสนิท คว้ากระเป๋าวิ่งนำหน้ากัปตันเข้าส้วมก่อนเลย… เข้าใจลึกซึ้งถึงคำว่าสุขาก็วันนั้น…

โรงแรมที่พักของเราหรูหราตามสมควร และอยู่ในห้างสรรพสินค้าขนาดย่อม เรื่องช้อปปิ้งและอาหารการกินจึงค่อนข้างสะดวก ลูกเรือที่ต้องการนอนพักผ่อนซ่อมเซลล์ไม่ต้องลำบากออกไปไหนก็ยังได้

มื้อเย็น… ลูกเรือมักนัดกันกินเป็ดปักกิ่งในร้านอาหารของโรงแรม แต่ถ้าใครอยากจะกินอะไรง่าย ๆ ร้านอาหารภายในห้างสรรพสินค้าก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก แค่ลงบันไดเลื่อนจากล้อบบี้ของโรงแรมมาสองชั้น จากนั้นเลี้ยวขวาเดินเกือบสุดทาง ร้านอาหารจีนที่ผมอยากแนะนำอยู่ติดกับร้านกาแฟสตาร์บั๊กนั่นแหละ

หน้าตาดี แต่แหม… รสชาติ

เรียกว่าภัตตาคารจะเหมาะสมกว่า เพราะใหญ่โตโอ่อ่าและมีอาหารมากมายให้เลือกสั่งตามเมนูภาษาอังกฤษ มาคราวนี้ผมลุยเดี่ยวแต่ก็สั่งทีเดียวสองจานรวด… ข้าวเนื้อตุ๋นและเกี๊ยวน้ำตามภาพที่เห็น รสชาติพอกินได้ ค่าเสียหาย 90 หยวน จะว่าแพงก็ใช่ ถือซะว่ากินหรูหราราคาห้องแอร์ก็แล้วกัน…

มองจากห้องพักออกไปทางด้านหน้าโรงแรม คือกลุ่มอาคาร Beijing Yintai Center ข้ามถนนใหญ่หน้าโรงแรมแล้วเดินอ้อมไปด้านหลังกลุ่มอาคารที่ว่าจะพบร้านอาหารชั้นดีมากมาย ทั้งฝรั่ง จีน ไทย ญี่ปุ่น ร้านกาแฟ ร้านขายขนมนมเนย ร้านสะดวกซื้อ (มีเบียร์ขายด้วยนะ) และร้านขายของอื่น ๆ สนนราคาไม่แพง ที่สำคัญคือปลอดภัย เพราะเป็นย่านอาคารสำนักงานหรูหราทันสมัย มีหนุ่มสาวคนทำงานเดินช้อปปิ้งกินข้าวกันคึกคัก…

กินมื้อเที่ยงเสร็จ… เรามีเวลาเหลือไม่มากนัก ผมแนะนำให้เราใช้เวลาให้คุ้มค่า นั่งรถไฟใต้ดินเถิดครับไม่ต้องเดิน เพราะจากโรงแรมไปยังจัตุรัสเทียนอันเหมินระยะทาง 4 กิโลเมตรกว่า ๆ คนขยันเดินอย่างผมยังท้อขนาดเจ็บตาปลาเลยทีเดียว…

จากสถานี Guomao หน้าโรงแรม สาย 1 สีแดงมุ่งหน้าไปยังสถานีเทียนอันเหมิน (Tiananmen Xi) ค่าตั๋ว 3 หยวนหรือราว 15 บาท โผล่ขึ้นมาจากสถานี เดินอีกไม่กี่ก้าวคือจัตุรัสเทียนอันเหมิน (เทียนอันเหมินแปลว่าประตู่สู่สวรรค์อันเงียบสงบ) ตรงข้ามจัตุรัสคือประตูเทียนอันเหมินซึ่งเป็นปากทางเข้าสู่บริเวณพระราชวังต้องห้าม เหนือกึ่งกลางประตูมีภาพประธานเหมาขนาดใหญ่ติดอยู่เห็นเด่นชัด ถ้าเห็นดังที่ผมบรรยายมาแล้วรับรองว่าใช่… ไม่หลงทางแน่ ๆ

ประตูอู่เหมิน

เดินผ่านประตูเทียนอันเหมินเข้าไปก็ถือว่าเข้าสู่เขตพระราชวังต้องห้าม ก่อนจะเข้าเขตพระราชวังชั้นในจะพบประตูสำคัญคือประตูอู่เหมิน (Wumen) ซื้อตั๋วเข้าชมที่บูทด้านข้างประตูราคา 40-60 หยวน จะให้ดีควรเช่าหูฟังภาษาไทยด้วยจะได้เดินชมอย่างไม่รู้สึกว่างเปล่านัก…

ถ้าไม่อยากเข้าไปชมภายในพระราชวัง ให้เลี้ยวขวาออกด้านข้างประตูอู่เหมินเลย จะเป็นทางเดินเลาะคูน้ำขนาดใหญ่ของพระราชวัง บรรยากาศร่มรื่นเดินชิล ๆ วิวต้นหลิวครับ

ณ ที่นี้ผมขี้คร้านจะอธิบายประวัติความเป็นมาของพระราชวังต้องห้าม ด้วยเชื่อว่าทุกคนสามารถ search อ่านกันได้ง่าย ๆ จึงขออธิบายเพียงสั้น ๆ ว่าพระราชวังต้องห้ามแห่งนี้มีอาคารเล็กใหญ่กว่า 70 หลัง มีห้องต่าง ๆ รวมกันกว่า 9,000 ห้อง ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมจากองค์การ Unesco เมื่อปี 1987 และถือเป็นสิ่งก่อสร้างไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอีกด้วย

Note ไว้นิดนึงว่าพระราชวังต้องห้ามสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ 1406-1420 ตั้งแต่ช่วงกลาง ๆ ของราชวงศ์หมิงไปจนสิ้นสุดราชวงศ์ชิง มีจักรพรรดิปกครองประเทศจีนรวม 24 พระองค์ตลอดระยะเวลา 471 ปี… อืมม… ไม่มีอำนาจใดจะอยู่ได้ค้ำฟ้าหรอกนะครับ

เข้าไปชมภายในพระราชวังแล้ว หากสังเกตสักนิด จะเห็นว่าภายในพระราชวังต้องห้ามมีแต่ห้องว่าง ๆ ส่วนสมบัติเล็กใหญ่หายไปหมด… มันไม่ได้หายไปไหนหรอกนะครับ แต่มันถูกขนย้ายหนีภัยสงครามหลายครั้งหลายครา แต่สุดท้ายแล้ว ทรัพย์สมบัติส่วนใหญ่ในพระราชวังต้องห้ามถูกขนข้ามไปยังเกาะไต้หวันโดยพวกจีนคณะชาติ

ดังนั้น… ใครไปไทเปไม่ควรพลาดชมพิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติ (National Palace museum) นะครับ มันควรค่าแก่การชมมากกว่าไปเต๊ะท่าถ่ายรูปกับตึกไทเป 101 มากมายหลายเท่านัก…

จีนแผ่นดินใหญ่ก็ไม่เคยจะทวงคืนทรัพย์สมบัติดังกล่าว ด้วยคิดว่าฝากให้ไต้หวันเก็บรักษาไว้ เพราะไต้หวันในสายตาของจีนแผ่นดินใหญ่ก็คือเมืองเล็ก ๆ ในมณฑลหนึ่งของจีนเท่านั้น…

ป.ล ในทางการเมือง จะโกรธจะเกลียด จะชังน้ำหน้า และชิงดีชิงเด่นกันในเวทีโลกขนาดไหน แต่พิพิธภัณฑ์ของทั้งสองชาติเคยทำสัญญายืมของแลกเปลี่ยนไปจัดแสดงกันด้วยนะ ตลกดี…

มุมมองจากเขาจิงซาน

เดินทะลุพระราชวังต้องห้ามไปยังประตูด้านเหนือ (ประตูเฉินอู่เหมิน) ฝั่งตรงข้ามคือสวนสาธารณะเขาจิงซาน เดินขึ้นบันไดพอเหนื่อยถึงเก๋งจีนบนยอดก็คุ้มค่าแล้ว เพราะเป็นจุดชมวิวพระราชวังต้องห้ามและทัศนียภาพโดยรอบ เขาจิงซานสร้างจากหินดินทรายที่ได้จากการขุดและก่อสร้างพระราชวังต้องห้ามนี่แหละครับ…

ถ้าเดินสำรวจพระราชวังต้องห้ามอย่างจริงจัง ถึงตอนนี้น่าจะเป็นบ่ายแก่ ๆ ขาทั้งสองข้างของคุณก็คงจะเริ่มเดี้ยง ๆ แล้วล่ะ… แต่ช้าก่อน… ก่อนจะกลับโรงแรม เราควรแวะย่านหวังฝู่จิ่ง (Wangfujing) กันเสียก่อน บริเวณนี้คือย่านถนนคนเดินและย่านช้อปปิ้งอันโด่งดังของกรุงปักกิ่ง ชนิด must see ไม่ควรพลาดกันเลยทีเดียว

ยิ่งค่ำคนยิ่งเยอะ

เอ่อ… หวังฝู่จิ่งมันคืออะไรล่ะ มันก็คือถนนคนเดินขนาดใหญ่ที่มีผู้คนเดินกันขวักไขว่ มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ร้านหนังสือขนาดใหญ่ อะไร ๆ ก็ใหญ่ไปหมด แต่นั่นก็ไม่น่าสนใจเท่าตรอกเล็ก ๆ ที่อยู่ตรงข้ามร้านแมคโดนัลด์… ตรอกเล็ก ๆ ความยาวราว 200 เมตรและมีซอยแยกย่อยซ้ายขวาอีกนับไม่ถ้วนเป็นแหล่งรวมของกิน ของที่ระลึก ศูนย์รวมนักท่องเที่ยว และนักล้วงกระเป๋า เพราะฉะนั้นดูแลทรัพย์สินของตัวเองให้ดีตลอดเวลาที่เดินลั้นลาอยู่บริเวณนี้ครับ…

เครียดสิ มีแต่คนดูไม่มีคนซื้อ

ตรอกเล็ก ๆ ที่ว่ามีของกินหนาแน่นกว่าที่อื่น ๆ ไม่ว่าจะของกินเล่นหรือของกินเอาอิ่ม แต่ที่เป็นไฮไลท์คือผลไม้หลากสีสันเคลือบน้ำตาลเสียบไม้ที่เรียกว่าทังหูลู่ (Tanghulu) และที่เด็ดกว่านั้นคืออาหารแปลก ๆ ประเภทแมลงทอด และสัตว์อื่น ๆ ที่ผมไม่คิดว่าจะเอามากินได้เช่น ปลาดาว แผงขายแมลงป่องตัวเล็ก ๆ เสียบไม้ตัวเป็น ๆ ดิ้นดุ๊กดิ๊กมีคนมุงอยู่เต็ม… ผมเห็นแต่คนถ่ายรูปนะ ไม่เห็นมีใครซื้อไปกินซักคน

ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวในละแวกเดียวกันอีกหลายแห่งที่ควรค่าแก่การแวะไปเยี่ยมชม เช่น อุทยานหอบูชาฟ้าเทียนถาน (Temple Heaven) หรือเดินเล่นบนถนนเฉียนเหมิน (Qianmen) แวะชิมเป็ดปักกิ่งที่ร้านฉวนจูเต๋อ เข่ายาเตี้ยน (Quanjude Kaoyadian) สนามกีฬาโอลิมปิค ฯลฯ ถ้าไม่ขี้เกียจจะนำมาเล่าให้ฟังในโอกาสหน้าครับ…

ถึงตอนนี้กลับโรงแรมกันดีกว่า นั่งรถไฟใต้ดินจากสถานีหวังฝู่จิ่งที่หัวมุมถนนนั่นแหละมาลงที่สถานี Guomao หน้าโรงแรมแป๊บเดียวก็ถึง…

อาบน้ำ… นวดมือนวดตีนแล้วนอนเลยนะ… อย่าลืมตั้งนาฬิกาปลุก 2 เรือนด้วยล่ะ.. เพราะพรุ่งนี้เช้าเราต้องตื่นตี 2.45 นะจ๊ะ…..

ย้ำว่าตี 2.45 นะจ๊ะ ๆๆๆๆ