I’d Die for You and Other Lost Stories (2017) | F. Scott Fitzgerald

review by Kukee

I’d Die for You and Other Lost Stories (2017) | F. Scott Fitzgerald

“As soon as I feel I am writing to a cheap specification my pen freezes and my talent vanishes over the hill.”

เอฟ. สกอตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ชาวอเมริกัน เจ้าของผลงานอมตะ The Great Gatsby เขาเป็นผู้นิยามคำว่าแจ๊สเอจ อเมริกาในยุคสมัยทศวรรษ 1920s เรื่องราวปาร์ตี้ ชีวิตหรูหรา แฟชั่น ความรักวัยหนุ่มสาวชวนเพ้อฝัน สะท้อนออกมาในงานเขียนและด้วยเอกลักษณ์ภาษางดงาม

สิ่งนี้กลายเป็นคตินิยมในตัวฟิตซ์เจอรัลด์ เวลาใครสักคนอยากอ่านงานเขา ย่อมคาดหวังว่าจะเห็นปั้มตราแห่งความสุข ผิดจากนี้คือขายไม่ออก รวมเรื่องสั้น I’d Die for You รวบรวม 18 เรื่องสั้นค้นพบใหม่และไม่เคยตีพิมพ์มาก่อน The I.O.U. เป็นเรื่องเดียวที่เขียนปี 1920 ตอนอายุ 23 ส่วนเรื่องอื่นเขียนหลังปี 30 จนเขาเสียชีวิตในปี 40

ฟิตซ์เจอรัลด์เลี้ยงชีพด้วยการเขียนเรื่องเรื่องสั้นเป็นหลัก (เรื่องสั้นทั้งหมดประมาณ 180 เรื่อง) เขาใช้เงินมากเพราะวิถีชีวิตหรูหราแบบฮอลลีวูด เขียนนิยายนั้นใช้เวลานาน เขาจึงส่งเรื่องสั้นลงหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ในยุคเฟื่องฟูเขาสร้างรายได้ชิ้นละ 2,500 เหรียญ มากกว่าเฉลี่ยรายได้ทั้งปีของคนทั่วไปที่พันเหรียญ เขาพร้อมจะแก้ไขงานถ้าบรรณาธิการต้องการ

เฮมิงเวย์เคยเขียนใน Moveable Feast ว่าเซลด้า ภรรยาสก็อตเป็นบ้า อยากให้สก็อตเขียนแต่เรื่องสั้นเพื่อหาเงิน ยุยงสามีให้ดื่มเหล้าจะได้ไม่มีโอกาสเขียนนิยายขนาดยาวที่สามีชอบ ความสัมพันธ์ของนักเขียนคู่นี้เลยจืดจาง

หลังปี 1930 สก็อตติดเหล้าอย่างหนัก เซลด้าป่วยทางประสาทเข้าโรงพยาบาลยาวนาน ลูกสาวเรียนหนังสือ ฟิตซ์เจอรัลด์เขียนในบันทึก จดหมายถึงบรรณาธิการบ่อย ๆ ว่าเขาถังแตก บางครั้งตัดพ้อถึงความเป็นฟิตซ์เจอรัลด์ การเขียนถึงรักหนุ่มสาวเหมือนการโกหกและลำบากยากขึ้นทุกที เขาคงเป็นเทวดาหากยังเขียนงานได้แบบเดิมเหมือนสามทศวรรษที่ผ่านมา

บทนำก่อนเรื่องสั้นเล่าถึงที่มาของงานแต่ละชิ้น ภาพประกอบ จดหมายปฎิเสธจากสำนักพิมพ์และจดหมายสก็อต ทุกเรื่องผู้เขียนปฎิเสธจะแก้ต้นฉบับ เขาอยากเป็นฟิตซ์เจอรัลด์ที่เติบโต หนังสือเล่มนี้เนื้อหาแตกต่างและทำนองอาจมืดมนจากงานอื่น ปากจัดแต่จริงใจและมีอารมณ์ขันตามสไตล์ เรื่องหย่าร้าง ผิดหวัง ฆ่าตัวตาย สงคราม วัยรุ่นและเซ็กส์ ชีวิตโรงพยาบาล ความยากจนและความน่าเกลียดของสังคมซึ่งเรามักไม่เคยเห็นในงานของเขา

The I.O.U. เล่าถึงวงการสิ่งพิมพ์ในยุคนั้น หมอคนหนึ่งเขียนหนังสือคุยผ่านจิตวิญญาณกับหลานที่ตายในสงคราม หนังสือถูกเตรียมการและทำการตลาดจนขายดีมาก วันหนึ่งบรรณาธิการพบว่าหลานยังไม่ตาย การต่อรองเกิดขึ้น

Nightmare คนไข้สามพี่น้องอยู่โรงพยาบาลบ้า หัวใจของเรื่องนี้คือใครกันแน่ที่บ้า

ส่วน I’d Die for You เป็นเรื่องดีที่สุด บรรณาธิการปฏิเสธเพราะตัวละครอยากฆ่าตัวตายเพราะความรัก สมัยนั้นคงรับไม่ได้ทั้งที่เนื้อหาดีมาก

เก้าสิบปีผ่านไป เห็นภาพแก๊ตสบี้นั่งในบ้านบนเขาที่นอร์ทแคโรไลนา หลังออกจากโรงพยาบาลหลายสิบรอบ เขานั่งเขียนหนังสืออยู่คนเดียว แก็ตสบี้ยังหลงรักแสงไฟสีเขียวโชนฉายจากท่าน้ำฝั่งบ้านเดซี่ การได้อ่านภาษาฟิตซ์เจอรัลด์อีกครั้ง แม้จะเทาหรือดำมืดคือความสุขในชีวิต