Flatland: A Romance of Many Dimensions (1884) | Edwin A. Abbott

review by Kukee

“ระบบสังคมของเราขึ้นอยู่กับความปกติหรือความเท่ากันของมุม สมมติคุณเจอพ่อค้าบนถนน คุณจำได้ทันทีว่าเป็นพ่อค้าเพียงแค่มองเห็นมุมและปลายด้านมัว คุณมั่นใจเลยเชิญเขามาทานอาหารกลางวันที่บ้าน เพราะทุกคนต่างรู้จักพื้นที่หนึ่งหรือสองนิ้วของสามเหลี่ยมผู้ใหญ่ดี แต่ลองจินตนาการดูว่าด้านหลังที่เขาลากจุดยอดปกติและน่านับถือนั้น เป็นสี่เหลี่ยมด้านขนานมุมทแยงยาวสิบสองหรือสิบสามนิ้ว คุณจะทำอย่างไรกับสัตว์ประหลาดที่พยายามเร่งรีบเข้าประตูบ้าน”

โลกแบนเป็นนิยายคณิตศาสตร์ที่แอ็บบ็อตต์เขียนขึ้นในสมัยวิคตอเรียน โลกสองมิติคือโลกที่ประชากรไม่รู้จักความลึก มีเพียงความยาวกับความกว้างเท่านั้น หากเราชาวปริภูมิ (โลกสามมิติ) นึกไม่ออก ผู้เล่าเรื่องแนะนำให้นึกถึงสี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม หรือรูปเรขาคณิตอื่น ๆ วางอยู่บนโต๊ะ เคลื่อนไหวไปมาโดยไม่ขึ้นสูงหรือลงต่ำ ชาวปริภูมิสามารถลดระดับสายตาไปที่ขอบโต๊ะ แล้วจะเข้าใจว่าโลกระนาบเดียวนั้นทุกสิ่งเป็นเพียงจุดหรือเส้นตรง โลกนี้แสงตอนกลางวันกับกลางคืนส่องเสมอกัน บ้านจึงไม่มีหน้าต่างและอยู่ในรูปห้าเหลี่ยม ปกป้องชาวเหลี่ยมจากหน้าฝน ฝนที่ตกลงมาอยู่ในแนวตั้งคือจากทิศเหนือลงมาใต้ และที่นี่มีหมอกซึ่งทำให้พวกเขาอ่านรูปทรงกันออกจากขอบและด้าน ที่ไหนมีสังคม ที่นั่นย่อมมีกฎธรรมชาติ สถานะและชนชั้น

ผู้ชายมีลักษณะหลายเหลี่ยม ผู้หญิงเป็นเส้นตรง ทหารและแรงงานคือพวกสามเหลี่ยมหน้าจั่ว ซึ่งมีมุมแหลมคมพอ ๆ กับผู้หญิงที่ปลายเป็นจุดเหมือนเข็ม ผู้หญิงอารมณ์ร้าย ไม่ค่อยมีเหตุผลและหนักไปทางใช้อารมณ์ จึงทำร้ายผู้ชายได้มากที่สุด

ชนชั้นกลางหรือพ่อค้าคือชาวสามเหลี่ยมด้านเท่า ส่วนคนมีความรู้ หมอ ทนายความคือสี่เหลี่ยมและห้าเหลี่ยมด้านเท่า สุดท้ายชนชั้นนำ ผู้ปกครอง มีลักษณะหกเหลี่ยมหรือมากกว่านั้น แสดงถึงความฉลาดที่มีด้านมากจนเนียนคล้ายวงกลม

อีกประเภทหนึ่งคือรูปแปลกประหลาด ซึ่งถือว่าเป็นพวกไม่ปกติ อาจเป็นอาชญากร หากพบเจอเมื่อไรต้องทำลายทิ้ง วันหนึ่งมีการค้นพบภาพวาด ความโกลาหลจึงเกิดขึ้นในสังคมสองมิติ เพราะประชากรรูปเดียวกันจะหน้าตาเหมือนกันหมด คนเล่า (สี่เหลี่ยม) อธิบายถึงโลกอื่น ๆ เช่นโลกมิติเดียวที่พระราชาอาศัยอยู่บนเส้น ปกครองประชากรชาวจุดด้วยเสียง เขาเล่าโลกสองมิติให้พระราชาฟัง พระราชารับไม่ได้เลยขับไล่เขาไปโลกจุด และโลกสามมิติที่เขาเจอกับรูปทรงกลมสเฟียร์

หนังสือเล่มนี้นอกจากเสียดสีสังคม วิทยาศาตร์ในแง่มุมต่าง ๆ การผจญภัยก็จินตนาการร้ายเหลือ คนเขียนแค่อยากให้รู้ว่าโลกเรานั้นมีหลากมิตินัก ภาพหนังสือจากสำนักพิมพ์เพนกวินคลาสสิค