3 สาวแอร์โฮสเตส สายการบิน Spring Airlines

Spring Airlines หรือ ชุนชิว หางคง กงสื่อ (Chun Qiu คือฤดูใบไม้ร่วงและฤดูใบไม้ผลิ Hang Kong แปลว่า Airlines ส่วน Gong Si แปลว่า Company)

เธอสามคนคือลูกเรือคนไทยรุ่นแรกของสายการบิน Spring Airlines มาทำความรู้จักพวกเธอกันครับ

“เก่ง ชนิตา ชฏิลาลัยค่ะ จบจากเรยีนาเชลีและมงฟอร์ตวิทยาลัย เชียงใหม่ ปริญญาตรีจากวิทยาลัยศิลปะสื่อ เทคโนโลยีและสารสนเทศ สาขาการจัดการสมัยใหม่”

เก่งไม่เคยทำงานอื่นมาก่อน ตอนแรกจะเรียนต่อ แต่คิดไม่ออกว่าจะเรียนอะไร เลยตัดสินใจเรียนภาษาจีน เพราะน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับธุรกิจของที่บ้าน

“ฝนค่ะ ทิพวิศาข์ ตั้งเกษมสุข จบจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สาขาเทคโนโลยีการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์”

เรียนจบ ก็พบว่าที่เรียนมาไม่ใช่สิ่งที่ชอบ เลยทบทวนว่าสิ่งที่อยากทำคืออาชีพลูกเรือ เพราะเธอชอบงานบริการ ชอบดูแลคนอื่น เลยสมัครงานสายการบินไปเรื่อย ๆ ระหว่างนั้นก็ทำงานเป็น Brand Advisor ของ BVLGARI ในร้านดิวตี้ฟรีที่สนามบินสุวรรณภูมิ ได้ฝึกภาษาไปด้วย

ส่วนเหมียวบอกเราว่าเป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดา ๆ ทำมาหลายตำแหน่ง แล้วก็ไม่ได้ชอบงานนั้นเอาซะเลย

อ้าว… 555

ทำไมมาเป็นลูกเรือ

แอร์โฮสเตสคืออาชีพในฝันค่ะ เพราะเก่งเป็นคนร่าเริง เข้ากับคนง่าย ชอบพูดคุย เพื่อน ๆ มักเรียกว่านางงามมิตรภาพ 55 และเพื่อนสนิทของคุณแม่ก็เป็นลูกเรือ เห็นแล้วบอกกับตัวเองว่างานนี้แหละคืองานแรกที่เก่งจะทำ

แต่พอเข้ามหาวิทยาลัย เก่งเลือกเรียนสายคอมพิวเตอร์ กระทั่งมาเรียนโทอิกที่ ALC (โรงเรียนสอนภาษาและพัฒนาความรู้เกียรติปรีชา จ.เชียงใหม่) เพื่อใช้สมัครงาน แต่ครูน้อยแนะนำให้เรียนคอร์สแอร์ด้วย นี่ล่ะค่ะจุดเริ่มต้น

ฝนเห็นพี่ ๆ แอร์สวย ๆ ใจดี ก็อยากเป็นบ้าง แต่พอเริ่มโต ก็อยากเป็นนู่นนี่นั่น แต่สุดท้ายคำว่าแอร์โฮสเตสก็กลับมาในหัวอีกครั้ง จากนั้นปฏิบัติการณ์ล่าความฝันก็เริ่มขึ้นค่ะ

เริ่มลองสมัครเองก่อน พลาดมาหลายที่จนเริ่มท้อและหยุดไปหลายปี จนเพื่อนได้เป็นแอร์สายการบินเกาหลี เค้าก็ให้กำลังใจ ฝนเลยไปปรึกษาครูพี่มน ครูพี่มนก็จับพรีสกรีน จำลองสถานการณ์การสัมภาษณ์ แล้วก็คอมเมนต์แหลก เลยตัดสินใจเรียน ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง ครูพี่มนดูแลเอาใจใส่มาก คอมเมนต์ทุกจุด ทุกรายละเอียด

เหมียวเห็นคนอื่นใส่ชุดฟอร์มแล้วอยากใส่ อยากเดินลากกระเป๋าสวย ๆ เริ่ด ๆ เชิด ๆ บ้าง

และอีกแรงบันดาลใจคือคำพูดของคุณพ่อที่ว่า “เป็นแอร์ให้พ่อดูหน่อย” เพราะเคยล้มเลิกความตั้งใจไปแล้วครั้งนึงค่ะ

ทำไมเลือกสายการบินนี้

อยากได้ภาษาจีน เพราะเก่งว่าภาษาจีนกำลังบูม และSpring Airline เปิดรับลูกเรือไทยรุ่นแรก ถือเป็นสิ่งท้าทายมาก ๆ ถ้าผ่านการทำงานตรงนี้ไปได้

ฝนว่าจีนกำลังมาแรง เป็นโอกาสดีที่เราจะได้เรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมของเค้า และ Spring Airline ก็เป็นสายการบินโลว์คอสต์สายเดียวของจีน เราเป็นลูกเรือไทยรุ่นแรก น่าจะมีโอกาสเติบโตก้าวหน้าในสายการบินนี้ได้มากค่ะ

เหมียวมีพื้นฐานภาษาจีน เลยคิดว่าลองสมัครดูไม่เสียหายอะไร สายการบินนี้อาจไม่เป็นที่รู้จักในประเทศไทย เลยลองศึกษาข้อมูล ก็พบว่าสายการบินมีความมั่นคง เติบโตเร็ว และมีชื่อเสียงมาก ๆ ในจีน

ขั้นตอนการคัดเลือก

รอบแรก ส่งเอกสารและหลักฐานการสมัครออนไลน์ค่ะ บริษัทคัดเลือกจากเรซูเม่ที่ส่งไปทางอีเมล์

รอบที่สอง กรรมการจะเรียกเข้าไปเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 7-8 คน จากนั้นให้แนะนำตัว เป็นภาษาจีน ใครพูดไม่ได้ให้พูดภาษาอังกฤษ จากนั้นกรรมการจะถามคำถาม 1-2 คำถาม และให้เรานั่งยอง ๆ ยื่นมือไปด้านหน้า หันหลัง ขั้นตอนสุดท้ายคือเดินวนในห้องสัมภาษณ์

รอบที่สามสัมภาษณ์หลายอย่าง

สัมภาษณ์กลุ่ม : กรรมการเรียกเข้าไป 7-8 คนเหมือนเดิม ถามเรื่องน้ำหนัก ส่วนสูง อายุ และคะแนนโทอิก พอถามเสร็จก็แบ่งเป็นกลุ่ม ๆ ละ 5 คน
สัมภาษณ์ 5 คนตลกมากค่ะ กรรมการให้แสดงความสามารถพิเศษ ทุกคนงงเพราะไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน เก่งเลยร้องเพลงจีน บางคนก็ ฟ้อน เต้น ฯลฯ

ฝนรำไทยค่ะ คิดกับเพื่อน ๆ ว่าเรามาแสดงความสามารถพิเศษพร้อมกันดีกว่า พวกเราเลยรำวงลอยกระทง กรรมการก็ชอบนะ ถ่ายวีดีโอไว้เลย ปรากฏว่าผ่านยกกลุ่ม 555

สัมภาษณ์เดี่ยว:

กรรมการถามคำถามทั่วไปค่ะ ครอบครัว การศึกษา ตอนนี้อยู่กับที่บ้านไม๊? มีแฟนไม๊? พูดภาษาจีนได้หรือเปล่า ไปอยู่เซี่ยงไฮ้ได้หรือเปล่า คำถามเกี่ยวกับสายการบินSpring Airline ฯลฯ

จากนั้นเปลี่ยนเป็นชุดไปรเวท และล้างเครื่องสำอางออกให้หมด!!!! กรรมการให้ยืนเรียงกันเป็นกลุ่มและเข้ามาดูใกล้ ๆ มีการถ่ายรูปกัน จากนั้นรอฟังผลเพื่อตรวจร่างกาย

เรามาตรวจร่างกายที่เซี่ยงไฮ้ โดยสายการบินเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ เป็นช่วงที่สนุกมาก ๆ ตรวจร่างกายเสร็จก็กลับไปรอฟังผลที่เมืองไทย

ตอนเทรนใช้เวลาประมาณ 5 เดือน เดือนแรกเทรนที่บริษัทตั้งแต่เช้ายันเย็น เรียนศิลปะป้องกันตัว ความรู้ทั่ว ๆ ไปเกี่ยวกับบริษัท พื้นฐานการเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ความปลอดภัยบนเครื่อง เรียนบัลเล่ต์เพื่อฝึกบุคลิกภาพ มีการสอนภาษาจีนที่ต้องใช้สื่อสารกับผู้โดยสาร

การเทรนมีทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีน อาจมีปัญหาเรื่องภาษาอยู่บ้าง แต่มีล่ามค่ะ เทรนเดือนแรกมีสอบ 2 ครั้ง ต้องได้คะแนนมากกว่า 80/100 ขึ้นไปถึงจะผ่าน! พวกเรากังวลกันมาก แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยดี

จากนั้นไปฝึกที่เมืองซื่อชวน 1 เดือน เกี่ยวกับการปฐมพยาบาล การอพยพผู้โดยสาร ทดสอบว่ายน้ำ ดับไฟ เปิดประตูฉุกเฉิน การใช้สไลด์และแพยาง ที่ซื่อชวนสนุกมาก ๆ เพราะมีเพื่อนคนจีนจากหลายสายการบินของจีนไปเทรนด้วย การเทรนใช้ภาษาจีนล้วน ๆ ยากมาก แต่มีสจ๊วตจีนคอยแปลให้ ที่ซื่อชวนมีสอบปฏิบัติและข้อเขียนด้วยเหมือนกันค่ะ

พวกเรากลับมาที่บริษัทอีกครั้ง เรียนเกี่ยวกับการบริการบนเครื่อง มารยาทในการทำงาน การพูดคุยกับผู้โดยสาร อุปกรณ์อพยพผู้โดยสาร เรื่อง EMERGENCY RECRUITMENT เรียนการป้องกัน Hijack เรียนรู้หน้าที่และตำแหน่งของตนเองบนเครื่อง เรียนภาษาจีน สอบภาษาจีนในการพูดกับผู้โดยสารและพูดภาษาจีนในการอธิบายให้ผู้โดยสารที่นั่งประจำประตูฉุกเฉิน เรียนการ PA เป็นภาษาอังกฤษและภาษาจีน เรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม และสอบภาษาอังกฤษ

เมื่อจบการเทรนภาคพื้น ก็เริ่มเทรนภาคปฏิบัติบนเครื่อง (OJT) แต่ละคนจะมีครูของตัวเอง พนักงานแต่ละคนจะมี Number ของตัวเอง No.1 Purser No.2 ดูแลกัปตัน อาหารของกัปตันและลูกเรือบนเครื่อง No.3 ดูแลผู้โดยสารที่ประตูฉุกเฉิน ทำความสะอาดห้องน้ำ ขายอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง No.4 นับสินค้าที่ขายและทำอาหารให้ผู้โดยสาร ลูกเรือคนไทยและคนญี่ปุ่นจะเป็น No.5 คอยช่วยเหลือทุก ๆ นัมเบอร์ พวกเราต้องทำได้ทุกหน้าที่ ค่อนข้างยากค่ะในเรื่องของภาษา ครูของแต่ละคนก็พูดภาษาอังกฤษบ้างจีนบ้าง สนุกไปอีกแบบ

เพื่อน ๆ ลูกเรือ

เก่ง : อบอุ่นค่ะ ครูจะค่อย ๆ สอน ดูแลเก่งทุกอย่าง เพื่อนร่วมงานคนจีนน่ารักค่ะ คอยช่วยเหลือ พยายามสื่อสารภาษาอังกฤษบ้างจีนบ้าง การทำงานบนเครื่องเขาไม่ค่อยให้พวกเราทำ เขาจะบอกว่าหนี่อะไม่ได้ต้องทำอยู่ด้านหลัง เดี๋ยวพวกฉันทำเอง 55

ถ้าผู้โดยสารพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ เก่งจะเรียกลูกเรือจีนมาพูดแทน ผู้โดยสารก็จะขำ แปลกใจที่เห็นคนไทย แต่ตอนนี้เริ่มคุ้น เริ่มเซอร์วิสเองได้แล้วค่ะ

ฝน : อบอุ่นเป็นกันเองค่ะ เพื่อน ๆ ลูกเรือจีนน่ารักมากกกกก คือต้องออกตัวก่อนว่าฝนยังไม่คล่องภาษาจีน ได้แค่ประโยคสนทนาสั้น ๆ แต่ถ้าเมาท์มอยนี่ไม่ค่อยรู้เรื่อง 55 แต่เพื่อน ๆ คนจีนพยายามคุยกับเรา บางทีก็อาศัยภาษามือ หรือถึงกับวาดรูปกันเลยทีเดียว 55

เค้าจะสอนภาษาจีน ส่วนเราก็สอนภาษาไทยภาษาอังกฤษให้เค้า เหมือนแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกัน ส่วนเรื่องการทำงานจะช่วย ๆ กัน ยิ่งเพื่อนสจ๊วตนี่แทบไม่อยากให้เราทำอะไร เค้าจะชอบทำเอง ดูแลเราเป็นไข่ในหินเลย 5555

ช่วงฝึกปฏิบัติบนเครื่องก็ขลุกขลักบ้าง แต่ครูก็มีความพยายาม และมีความอดทน คือก่อนจะมาสอน ท่านต้องเตรียมตัวหนักมาก ไม่เฉพาะแค่สอน แต่ยังให้คำปรึกษาทุกเรื่อง คอยถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ ทำให้เรารู้สึกอบอุ่นเหมือนท่านเป็นญาติผู้ใหญ่คนนึง

เหมียว : บรรยากาศการทำงานดีนะคะ ไม่กดดัน แต่เราต้องยอมรับและค่อย ๆ ปรับตัว มาแรก ๆ ก็ไม่เข้าใจผู้โดยสารคนจีน แต่พอปรับตัวได้ก็โอเค สำหรับเพื่อนลูกเรือ ถือว่าดีเลยทีเดียว ทำงานสบายใจ happy flight ค่ะ

การใช้ชีวิตที่เซี่ยงไฮ้

บริษัทจัดหาที่พักให้ค่ะ 1 คน 1 ห้อง ภายในห้องมีเฟอร์นิเจอร์ครบครัน โต๊ะ เตียง ตู้เสื้อผ้า เครื่องซักผ้า โทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น ห้องครัวเล็ก ๆ มีซิงค์ล้างจาน เตาแก๊ส เครื่องดูดควัน กล้องวงจรปิด คุณลุงยามดูแล 24 ชั่วโมง ปลอดภัย อยู่กันได้สบาย ๆ ค่ะ

สภาพแวดล้อมแถวที่พักของพวกเราค่อนข้างดีค่ะ มีตลาด มีร้านอาหาร มินิมาร์ท ตอนกลางคืนมีตลาดให้ช้อปปิ้งด้วย ถ้าอยากเข้าเมืองก็มีรถไฟใต้ดิน ไปไหนมาไหนสะดวกมาก ๆ เลยไปอีกหน่อย มีห้างคาร์ฟูมีของกินเยอะแยะมากมาย

ค่าครองชีพที่เซี่ยงไฮ้สูงมาก กินแพง ๆ ทุกมื้อคงไม่ไหว ถ้าอยู่คนเดียวอาจไปซื้ออาหารง่าย ๆ หรือทำกับข้าวกินเอง ถ้าว่าง ๆ พร้อมกันก็มานั่งเมาส์มอย ดูหนังด้วยกัน ส่วนใหญ่จะมาอยู่ห้องพี่ฝน เพราะพี่ฝนเป็นคนทำกับข้าวให้น้อง ๆ เป็นประจำ

การใช้ชีวิตที่นี่ในช่วงแรกเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะเรื่องภาษา บางครั้งใช้ภาษามือบ้าง ชี้รูปสั่งอาหารบ้าง พวกเราจึงต้องจำคำศัพท์ให้ได้มากที่สุด แต่ตอนนี้เริ่มง่ายขึ้น ไปไหนมาไหนได้สบาย ๆ แล้วค่ะ ที่เที่ยวน่าสนใจก็มีหลายที่ อันดับหนึ่งต้องยกให้ซีผู่ลู่ อันดับ 2 คือหนานจิงตงลู่ มันคือแหล่งละลายทรัพย์ได้ดีเลย ส่วนที่สุดท้ายคือ “ตงฟางหมิงจู” หรือหอไข่มุข เร็ว ๆ นี้แพลนจะไป HUAN LE GU ซึ่งเป็นสวนสนุกที่ใหญ่มาก ๆ ของเซี่ยงไฮ้ค่ะ

จะอยู่กันยาวไม๊

เก่ง : ตอนนี้เก่งอายุ 23 มีสัญญากับบริษัท 3 ปี อยากเก็บประสบการณ์จากสายการบินนี้ให้มากที่สุด ตั้งใจจะพูดภาษาจีนให้ได้ แต่ตอนนี้อยู่มาจะครบ 1 ปี เริ่มพูดได้สื่อสารได้ อยู่ที่นี่อบอุ่นมาก เพื่อนลูกเรือไทยทั้ง 6 คนรักกันมาก ๆ เหมือนครอบครัวเดียวกัน ปรึกษาพูดคุยกันได้ เก่งว่าเพื่อนร่วมงานสำคัญ อยู่ที่นี่ไม่เหงาเลยค่ะ

ฝน : งานนี้เป็นงานที่เราชอบที่สุด ยิ่งทำก็ยิ่งชอบ คิดว่าจะทำงานด้านนี้ไปเรื่อย ๆ แต่จะเป็นสายการบินเดิมหรือสายการบินอื่นยังตอบไม่ได้ค่ะ แต่ ณ ตอนนี้แฮปปี้มาก ๆ ยิ่งกับเพื่อน ๆ ลูกเรือไทย เรารักและผูกพันกันมาก ฝนว่ามันสำคัญมากนะ รู้สึกโชคดีมาก ๆ ที่ได้พบกับทุกคนค่ะ

มีอะไรฝากถึงเพื่อน ๆ

เก่ง : ทำงานกับสายการบินจีนไม่ได้แย่อย่างที่คิด ลูกเรือจีนน่ารัก ดูแลพวกเราเป็นอย่างดี อยากให้หลาย ๆ คนเปิดใจ อาจต้องใช้ความอดทนในหลาย ๆ เรื่อง

แต่ถ้าผ่านจุดที่ยากที่สุดแล้ว ชีวิตของเราก็จะง่ายขึ้น คนที่มีความฝันกับอาชีพนี้อย่าเพิ่งท้อนะคะ เก่งเชื่อว่าทุกคนทำได้ถ้าตั้งใจจริง อ่อ… การยิ้มจริงใจเป็นสิ่งที่กรรมการชอบนะคะ

ศึกษาข้อมูลให้ดี และถามตัวเองว่าชอบงานนี้จริงไม๊ ถ้าใช่ เดินหน้าสู้ต่อ สักวันหนึ่งงานนี้ต้องเป็นของเราแน่นอน

ฝน : บางคนอาจมีอคติกับคนจีน คนจีนอาจโผงผาง แต่จริง ๆ เค้าจริงใจ Spring Airlines เป็นสายการบินที่มั่นคง เน้นความสดใส ความอ่อนหวานเรียบร้อย ลูกเรือที่นี่จึงยังมีความเป็นตัวของตัวเอง มีความเป็นธรรมชาติ สดใส ยิ้มแย้มจากใจ มีความเป็นกันเอง ไม่มีใครทำตัวสวยเริ่ดเชิดหยิ่งเลย

ใครสนใจลองศึกษาหาข้อมูลดูนะคะ คุณสมบัติสำคัญของลูกเรือคือความสุภาพอ่อนน้อม ยิ้มแย้มแจ่มใส กระตือรือร้น และมีความรับผิดชอบ รวมถึงสู้งานหนักด้วย ถ้ามาทำที่นี่ จะได้ประสบการณ์กลับไปเพียบทีเดียว

ปัจจุบันเก่งและฝน ลาออกจากสายการบิน Spring Airlines หลังจากหมดสัญญา ส่วนเหมียวทำงานเข้าสู่ปีที่ 4