A Room of One’s Own (1929) | Virginia Woolf

review by Kukee

A Room of One’s Own (1929) | Virginia Woolf

Lock up your libraries if you like; but there is no gate, no lock, no bolt that you can set upon the freedom of my mind.

หากพูดถึงนักเขียนหญิงในวรรณคดีโลก เวอร์จิเนีย วูลฟ์เป็นอีกคนที่ได้รับการยกย่องและถูกกล่าวอ้างอยู่บ่อยครั้ง เธอหัวก้าวหน้า ความคิดชัดเจน ภาษาเธอมหัศจรรย์ ฉีกขนบนักเขียนหญิงยุคเก่าจนสิ้น วูลฟ์เป็นคนเดียวที่เขียนนิยายแบบกระแสสำนึก (stream of consciousness) เคียงข้างงานยูลิสซิสของเจมส์ จอยซ์ (ที่ขึ้นลิฟท์อ่านยังอ่านไม่รู้เรื่อง) วิลเลียม ฟอล์คเนอร์และอีกหลายคนที่เฟื่องฟูในยุคนั้น ความคิดเธอจึงน่าฟังทันสมัย คงความอมตะตราบจนปัจจุบัน

A Room of One’s Own เป็นเลคเชอร์ที่เขียนขึ้นเพื่อพูดที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์บนหัวข้อ “ผู้หญิงกับวรรณกรรม” เธอบอกว่าไม่รู้หมายถึงผู้หญิงเป็นอย่างไร ผู้หญิงกับหนังสือที่เขียนหรือผู้หญิงที่ถูกเขียนถึงในวรรณกรรม แต่สิ่งหนึ่งที่เธอสรุปได้คือการจะบรรลุเรื่องดังกล่าว ผู้หญิงต้องมีเงินและห้องส่วนตัว (ล็อคได้) ซึ่งยากในความเป็นจริง เพราะความจนและพื้นที่ของผู้หญิงถูกสังคมบีบบังคับในหน้าที่ การศึกษาน้อยนิดทำให้ไม่สามารถสร้างสรรค์งานเขียนที่ดีแถมอิสระทางความคิดแทบจะไม่มี ระหว่างวูลฟ์นึกคำอธิบายนี้เธอนั่งบนสนามหญ้าริมน้ำในมหาวิทยาลัย หลังจากนั้นเดินลัดสนามมัวแต่เบิกบานในธรรมชาติ ชายคนหนึ่งโผล่มองอย่างตำหนิจนเธอรู้ตัว เมื่อเดินถึงห้องสมุดที่เก็บต้นฉบับโด่งดังของแธคเคอเรย์ ชายอีกคนโบกมือห้ามไว้ น่าเจ็บใจตรงผู้หญิงจะเข้าได้หากมีคนพาเข้าหรือจดหมายแนะนำเท่านั้น

วูลฟ์จินตนาการถึงจูดิธ น้องสาววิลเลียม เชกสเปียร์ที่มีอัจฉริยภาพคล้ายพี่ชาย จูดิธอยู่บ้าน ไม่ได้ไปโรงเรียน ถ้าหยิบหนังสือมาอ่านก็คงเพียงสองสามหน้า เธอก้มหน้าเย็บผ้า คอยคนหม้อสตู กระดาษหรือหนังสือเป็นแค่ความฝัน และต่อให้เป็นลูกรักของพ่อแม่ เธอก็ถูกบังคับให้แต่งงาน เมื่อไม่อยากแต่งพ่อจึงเฆี่ยนตี น้ำตาผู้เป็นพ่อนองหน้าละอายใจ ทำไมไม่เชื่อฟัง ทำร้ายหัวอกพ่อแม่ได้ขนาดนี้ จูดิธเลยเก็บข้าวของอันน้อยนิด ไต่เชือกหนีออกจากบ้านในยามค่ำคืนกลางฤดูร้อน เธอไปลอนดอนเพื่อสมัครเล่นละคร ถ้อยคำในใจพลังแห่งบทกวีในร่างผู้หญิงถูกกลบด้วยเสียงหัวเราะเยาะเย้ยจากบุรุษเพศ เธอโดนหลอกจนตั้งท้อง หลังจากนั้นเธอฆ่าตัวตายนอนหนาวเหน็บอยู่ข้างถนน

บทความยังศึกษาวรรณกรรมผู้หญิงตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ผู้หญิงไม่มีตัวตนยกเว้นจากปลายปากกาผู้ชาย จนมาถึงเจนออสติน พี่น้องบรองเต้และจอร์จ อีเลียตที่ผู้หญิงหลุดออกจากทุ่งหญ้าริมหน้าต่างบ้าน แม้ทั้งหมดไม่มีโอกาสร่ำเรียนสูง ไม่เคยท่องโลกเดินทางเพื่อมีประสบการณ์เขียนสงครามและสันติภาพ (ฮา) แต่พวกเธอหลุดออกจากกรอบแคบ ๆ ที่หลายคนข้ามไม่พ้น เขียนนิยายโดยปราศจากความเกลียด กลัว ขมขื่น ประท้วงหรือเทศนา เขียนในสิ่งที่ผู้หญิงเขียนไม่ใช่ผู้ชายเขียนได้อย่างสง่างาม

วูลฟ์บอกว่าเสรีภาพและอิสระแห่งความคิดเป็นหัวใจสร้างสรรค์ศิลปะแห่งการประพันธ์ ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ ไม่ต้องเปล่งประกายวับวาว ไม่เลียนแบบใคร แค่เป็นตัวของตัวเองก็พอ คลาสสิกมาก