เมืองที่มองไม่เห็น (พ.ศ. 2560) | สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์

review by Kukee

เมืองที่มองไม่เห็น (พ.ศ. 2560) | สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์

ถ้าอยากเห็นดาวในเมือง เราคงต้องรอให้ไฟดับทั้งเมืองจนแผ่นดินมืดมิด ฟ้าก็จะค่อย ๆ ส่องประกายเรืองรองจนมองเห็นดาวเต็มฟ้าแบบแย่งกันมาแยงลูกตา แต่ในความเป็นจริง ยากมากที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว เมืองถูกพัฒนาออกแบบมาให้แสงฟุ้งกระจายจนเกิดมลพิษแสงและคนเมืองก็คุ้นชินกับชีวิตโลดแล่นเช่นนั้น หากไม่มีไฟฟ้า คงนอนไม่หลับทีเดียวเพราะหมายถึงเน็ตดับ ไม่มีทีวี น้ำไม่ไหล พัดลมตาย แอร์ไม่ทำงาน แถมเซเว่นส์ปิด ทุกข์ที่หนักนาสาหัสอยู่แล้วของชีวิตเมืองคงเข้าขั้นวิกฤต

โชคดีที่เป็นคนหลากบ้าน ไม่มีสันทนาการที่ชอบไฟฟ้ามาก เลยมีโอกาสอยู่ในที่ ๆ ได้ยินเสียงนกเสียงกาตามธรรมชาติ ยามเช้าหลังบ้านมีคลองที่คณะนากแปดตัวมาอวดโฉมเล่นเป็นประจำ นากตัวหนึ่งส่งเสียงโวยวายเหมือนเด็ก คาบปลาอ้วนไปมาไม่ยอมกินเสียที ว่ายผลุบโผล่เริงระบำใต้น้ำ เห็นครั้งแรกตกใจในความใหญ่ขนเรียบเหมือนแมวน้ำ นอกจากนี้ยังมีฝูงนก สโมสรตัวทอง ตุ๊กแก หอยทากและสารพัดสัตว์ ความสะดวกก็มิได้ลดน้อยถอยลง แต่มีความสงบสบายใจกว่าเป็นไหน ๆ

“เมืองที่มองไม่เห็น” รวบรวมบทความที่ผู้เขียนตั้งคำถามเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมสังคมเมือง เราอยากใช้ชีวิตในเมืองแบบไหนกัน ทำไมไม่เรียนรู้จะอยู่กับธรรมชาติ ธรรมชาติกลับถูกผลักไสและเราพร้อมจะทำลายระบบนิเวศน์ที่หมายถึงความอุดมสมบูรณ์แห่งชีวิตเพื่อความสะดวกสบาย เนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของชาวโลก จักรยาน ถนน พืชต้นไม้ ป่า ขนมปัง เมืองเรืองแสงในแห่งหนโลกที่รู้จักฟื้นตัว และมลภาวะต่างๆที่เรารับสภาพไปเฉยๆทำเป็นปกติซะงั้น ผู้เขียน ๆ ได้ลึกซึ้งแบบคนช่างสังเกต ภาษาดีอ่านเพลินได้ในบ่ายเดียว

นกพิราบสองตัวบนตึกสูง ส่งสัญญานด้วยการเดินระขอบระเบียงเงียบๆช้า แม้ฟ้าจะอยู่ใกล้แค่เอื้อม ถ้า ”อาบป่า” ใต้ขอบฟ้าในเมืองได้คงดี แต่เรื่องแบบนี้เราคงต้องช่วยกัน