ข้างหลังโปสการ์ด | หลานเสรีไทย (136)

review by Kukee

ข้างหลังโปสการ์ด | หลานเสรีไทย (136)

“เออนะ เราชอบแปะป้ายผู้คนด้วยชุด ด้วยรสนิยม แต่ที่แท้พอเข้าไปใกล้ ๆ เขาก็คนเหมือนกับเรานั่นเอง”

อย่างไรก็ตาม บางครั้ง ความแตกต่าง และความคล้ายเคียงกันในพื้นฐานของแต่ละคน ถึงแม้มันจะเป็นสิ่งผิวเผิน แต่ก็สามารถทำให้คนจับกลุ่มหรือหมางเมินกันได้ ถึงแม้ว่าเราจะเข้าใจกันอย่างแน่นแฟ้นในส่วนลึก แต่เรื่องงี่เง่าเล็กน้อยที่น่าหงุดหงิด บางทีก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ จนแทบจะทำให้คนแตกหักกันได้ ถ้าเราไม่อดทน ไม่แข็งแกร่งพอ

ที่ท่าเรือมีร้านกาแฟเล็กๆ อยู่ร้านหนึ่ง ข้างหน้าร้านมีโต๊ะยาวที่ทุกคนชอบนั่งดื่มกิน พลางดูละครชีวิตบนท่าเรือ อันประกอบไปด้วยชาวประมง ตัวฤทธิ์ ชาวไร่ ชาวสวน และเด็กซิ่งกรีกอเมริกัน ‘นักเรียนนอก’ วันนั้นข้าพเจ้าหงุดหงิดมาก ไม่ต้องการวุ่นวายกับใคร และไม่อยากให้ใครมาวุ่นวาย แต่แล้วก็เจอจนได้ เมื่อผู้ชายกรีกอเมริกันในเสื้อฮาวายสีแสดสะท้อนแสงไฟพาดลายสีเขียวน้ำกรด ติดกระดุมที่พุงเม็ดเดียว (ให้พอเห็นโซ่ทองสองสามสายบนขนอกอันดกดำ) ถามว่า “ยูมาจากไหน”

ข้าพเจ้าเงยหน้าขึ้นจากหนังสือที่กำลังอ่าน เหลือบตามองดูอยู่อึดใจ “ฉันมาจากโลกพระจันทร์”…

— ผ่านมาสามสิบปี เรื่องราวของคนในโลกยังซ้ำเดิม ที่แปรเปลี่ยนไปคือวิถีแห่งยุคสมัย หนังสือเล่มนี้ถือกำเนิดจากยุคนิตยสารลลนา หลานเสรีไทยกับปิ่นพาไปเที่ยวกรีก ตุรกี เนปาล อินเดีย อังกฤษ ในฐานะฑูตเร่ร่อน เป็นสารคดีท่องเที่ยวในตำนานก็ว่าได้ แค่อ่านจดหมายด่าและชมจากนักอ่านนักเขียนถึงกองบก. ด้วยภาษาเขี้ยวลากดินก็หรรษาที่สุด

เริ่มต้นปีใหม่ด้วยการอ่านหนังสือเก่า อย่างน้อยก็เริ่มชีวิตใหม่ด้วยหนังสือดี อ่านอีกทีก็ยังสนุกมากอ่ะ

“ข้างหลังโปสการ์ด” ของหลานเสรีไทย (136) ตีพิมพ์เป็นบทความลงลลนาตั้งแต่ปี 2530 จาก 7 ตอน กลายเป็น 70 ตอน พิมพ์รวมเล่มครั้งแรกปี 2535 อายุอานามงานพิมพ์เกือบสามสิบปี ถึงว่าหน้าปกขึ้นปลวก

หมายเหตุ: น่าจะมาตีพิมพ์ใหม่ หนังสือดีขนาดนี้ และเชื่อว่าอย่างน้อยในนี้ต้องมีใครรู้จักญาติทางภาษาหลงเหลือจากยุคลลนาบ้าง

สุดท้ายอยากบอกว่า ข้าพเจ้ารักปิ่นหลงเมืองเหลือเกิน 🙂