The Accusation (2017) | Bandi

review by Kukee

The Accusation (2017) Bandi

“ชีวิตแท้จริงนั้นเป็นไปได้สำหรับคนมีเสรีภาพเท่านั้น อารมณ์ต้องระงับ พฤติกรรมถูกจับตา กลายเป็นการแสดงทุกแห่งหน น่าเชื่อถือเสียจนตัวเราเองยังหลงกล”

นี่เป็นหนังสือเล่มแรกที่เขียนถึงชีวิตในเกาหลีเหนือโดยนักเขียนยังคงอยู่ในประเทศ

บันดีเป็นนามแฝงของผู้เขียนซึ่งไม่รู้ว่าเป็นใคร (ชื่อหมายถึงหิ่งห้อยในภาษาเกาหลี) บันดีเขียนระหว่างปี 1989 ถึง 1995 เรื่องสุดท้ายหลังการตายหนึ่งปีของคิม อิล ซุง ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ผู้สถาปนาระบอบเผด็จการคอมมิวนิสต์ในเกาหลีเหนือและดำรงต่อมาอีกสามชั่วคน

บันดีเป็นสมาชิกในสมาคมนักเขียนแห่งชาติที่ควบคุมและกำหนดทิศทางวรรณคดีและศิลปะโดยแผนกโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาล เขาเห็นความแร้นแค้นยากลำบากในการดำเนินชีวิต หลายคนโดนกระทำ โดนทำโทษ เนรเทศหรือประสบความตาย ด้วยจิตวิญญาณของความเป็นนักเขียน เขาจึงแอบบันทึกเรื่องวิพากษ์วิจารณ์สังคมและเก็บซ่อนไว้ดิบดีนานกว่ายี่สิบปี

ในปี 2013 เพื่อนสนิทผู้หญิงคนหนึ่งอยากหนีออกนอกประเทศคนเดียวขึ้นไปทางประเทศจีน บันดีจึงขอให้ลักลอบต้นฉบับที่เขาเก็บไว้ เพราะเป็นหนทางเดียวที่ความทรมานนั้นถูกปลดปล่อย แต่ตัวเธอยังไม่รู้เลยว่าจะปลอดภัยจากการข้ามแดนหรือเปล่า เลยบอกว่าถ้าออกไปได้จะหาวิธีกลับมารับต้นฉบับ ขอให้วางใจ ขบวนการลักลอบต้นฉบับจึงเกิดขึ้น หนังสือเล่มนี้เลยมีโอกาสเผยแพร่สู่สายตาชาวโลก

The Accusation เขียนในรูปแบบเรื่องสั้น 7 เรื่องบนสาระของการถูกกล่าวหา

Record of a Defection เล่าเรื่องชายคนหนึ่งทำงานโรงงาน แต่งงานมาหลายปีไม่มีลูก ภรรยาเลยรักหลานเหมือนลูก พอเจอหน้าหลานทีไรก็เลิกทำทุกอย่าง คอยแต่เอาอกเอาใจ หลานซึ่งเรียนเก่งมากแต่ถูกกดขี่จากทางโรงเรียน ภรรยาเลยแอบไปขอประวัติตระกูลสามีจากเพื่อนสนิทที่ทำงานให้รัฐ และเธอก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด

ในนั้นเขียนว่าครอบครัวสามีอยู่ในลำดับชั้นพลเมืองที่ 149 หมายถึงเป็นภัยต่อรัฐ ปู่เป็นชาวสวนในสมัยญี่ปุ่นครองเมือง แต่หลังจากสงครามเลิก ทางพรรคให้นโยบายปลูกเกษตรในโรงเรือน แต่ไม่ทำตามนโยบาย ผลคือล้มเหลว จัดเป็นบุคคลต่อต้านรัฐบาลต่อต้านระบบ เป็นผู้ทรยศต่อชาติ และโทษนี้จะถูกปฎิบัติไปชั่วโคตร

ทั้งหมดเป็นเหตุให้เธอไม่อยากมีลูกเป็นของตัวเอง เธอจึงซ่อนยาคุมไว้ในห้อง จนวันหนึ่งสามีค้นพบ แค่เรื่องแรกใจสลายเสียแล้ว

City of Specters ผีเมืองหลวงเปียงยาง สังคมคนระดับสูงที่บ้านอยู่ติดจัตุรัสคิม อิล ซุง ในช่วงการเฉลิมฉลองวันชาติที่เตรียมงานล่วงหน้าสามเดือน ครอบครัวหนึ่งไม่ติดผ้าม่านที่รัฐนำมาให้ แถมยังเปิดปิดไม่ตามกำหนดเพราะลูกป่วย คนของรัฐมาเตือน จนในที่สุดโดนเนรเทศไปไกลแสนไกล หมดอนาคต เรื่องนี้ทำให้รู้ว่า Communist Manifesto ของคาร์ล มากซ์ เป็นหนังสือประจำบ้านที่ทุกคนต้องอ่าน

ส่วน So Near, Yet So Far ลูกชายที่แม่ป่วยหนักอยากไปเยี่ยมบ้านเกิด แต่ไปไม่ได้เพราะเวลาเดินทางข้ามเมืองต้องมีใบอนุญาต และช่วงเวลานั้นพลเมืองที่หนึ่งกำลังจะเดินทางมา อีกสี่เรื่องที่เหลือคงไม่ตัองเล่า สะเทือนใจเกิน

บันดีเขียนกลอนในคำนำ คนแก่มีเคราแห่งยุโรปอ้างว่าทุนนิยมคือดินแดนอันธการ คอมมิวนิสต์ต่างหากคือแสงสว่าง ผมอยากบอกว่าโลกแห่งแสงสว่างนี้ไซร้ ฉายแสงในชะตามืดมิด ขอประนามต่อโลกทั้งปวง แสงไร้ก้นบึ้งในความมืดมนนี้ ดำสนิทดั่งคืนไร้จันทร์ตลอดปี ชะตากรรมของบันดีเป็นอย่างไรไม่ทราบได้ แต่โลก 1984 ยังมีอยู่จริง