Sanshirō | Natsume Sōseki

review by Kukee

Sanshirō (1908) | Natsume Sōseki

“ใต้ฟ้าเช่นนี้ หัวใจหนักแน่นแต่ความรู้สึกบางเบา” “คุณหมายถึงอะไร” มิเนโกะถาม ซันชิโรไม่ได้หมายถึงอะไรมากนัก แทนที่จะตอบคำถาม เขาเอ่ยขึ้นว่า “ท้องฟ้าชวนฝันอบอุ่นใจ คล้ายเคลื่อนที่ แต่แท้จริงไม่ขยับ” มิเนโกะเหม่อมองก้อนเมฆไกลออกไป

ซันชิโรเป็นเด็กหนุ่มบ้านนอกจากเมืองคุมาโมตะบนเกาะคิวชู เข้ามาเรียนต่อวรรณคดีที่โตเกียวอิมพีเรียล (มหาวิทยาลัยโตเกียว) หนังสือเปิดเรื่องขณะเขากำลังนั่งรถไฟ โดยลงเรือข้ามฝั่งจากเกาะมาแผ่นดินใหญ่แล้วนั่งรถไฟอีก 57 ชั่วโมง (ถ้านั่งรถไฟหัวกระสุนตอนนี้ใช้เวลา 6 ชั่วโมง) ตัองค้างคืนสองแห่งกว่าจะถึงเมืองหลวง

ซันชิโรสัปหงกบ้างหลับบ้าง นั่งมองผู้โดยสารคนอื่น ฟังเขาคุยกัน ให้อารมณ์นั่งรถไฟเหมือนยุคปัจจุบัน เพียงแต่เรื่องนี้เกิดเมื่อร้อยปีก่อน ระหว่างทางเขาเจอผู้หญิงคนหนึ่งและจากความเข้าใจผิดของโรงแรม ทำให้ต้องนอนห้องเดียวกับผู้หญิง ซันชิโรเลยเอาผ้าขนหนูมาคั่นกลางเตียงแบ่งเขต ก่อนจากวันรุ่งขึ้นผู้หญิงส่งยิ้มแล้วแหย่ว่า คุณเป็นคนขี้ขลาดสินะ

ผู้เขียนบรรยายน่าขำว่าซันชิโรรู้สึกเหมือนโดนเหวี่ยงตกบนรางรถไฟ เขาสะเทือนใจอยู่นาน หน้าแดงถึงใบหู เอาแต่นั่งครุ่นคิดตลอดทาง ความตกตะลึงเป็นตัวบทหนึ่งในหนังสือ ซันชิโรเป็นบ่อยจนสับสน พอถึงโตเกียว เขาช็อกมาก รถราง รถไฟ คนเยอะ เสียงดัง วัฒนธรรม อาคารบ้านเรือนต่างจากวิถีชนบทสิ้นเชิง ประหม่าแบบบ้านนอกเข้ากรุงน่าจะเป็นวัฒนธรรมร่วมสมัย เขาเจอคนกระโดดให้รถไฟทับตาย (ข้อนี้ตะลึงตาม เกิดตั้งแต่สมัยนั้นเลยหรือ)

เจอประสบการณ์แปลกใหม่จนเขาแบ่งโลกออกเป็นสามโลก โลกน่ารักสุดคงเป็นโลกคิดถึงบ้าน เวลาอ่านจดหมายจากแม่ที่เล่าเรื่องทางบ้านอบอุ่นดี ผู้เขียนคงไม่ต้องการให้ตัวละครมีข้อขัดแย้งสร้างปัญหา ซันชิโรจึงเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ญี่ปุ่นสมัยใหม่ แต่ไม่ใช่หนังสือไม่มีเนื้อหาย่อยน่าสนใจ (มีปมเรื่องการแต่งตั้งอาจารย์ซึ่งนำมาจากเรื่องจริงของโซเซกิ)

เมื่อซันชิโรเข้าไปเรียน เขารู้จักกับเพื่อนหัวโจก เจออาจารย์ที่รัก และแน่นอนคือผู้หญิงที่รัก ฉากที่ผู้เขียนบรรยายตอนสองคนเจอกันครั้งแรกในสวน งดงามดั่งภาพสโลว์โมชั่นในหนัง สีสันใบไม้ โอบิ ใบหน้า น้ำเสียง นัยน์ตาหลุบต่ำ เธอเดินผ่านไป นางเอก (อิบเซน) อุตส่าห์ทำดอกไม้ตกตรงหน้า พ่อหนุ่มหยิบดอกไม้มาดมแล้วโยนทิ้งน้ำซะงั้น

แต่พอกลับไปเท่านั้นนอนเพ้อ ซันชิโรเป็นคนขี้อายไม่แสดงออก ยอมรับเงียบ ๆ ไร้เดียงสาจนออกจะซื่อบื้อ น่าเขย่าตัวให้ตื่น แต่บางทีอาจเป็นเสน่ห์ในทีของเขาก็ได้

หนังสือเล่มนี้เล่าช่วงวัยแห่งการเติบโตในห้วงเวลาหนึ่ง ความทรงจำเช่นนี้ทุกคนคงมี การอ่านซันชิโรเหมือนรำลึกอดีตแสนหวาน

หมายเหตุ — *หลังจากหนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ในปี 1908 สระอิคูโตกุเอ็น ชินจิอิเคะในมหาวิทยาลัยโตเกียว เปลี่ยนชื่อเป็นสระซันชิโร ใครอยากตามรอยเท้าแวะไปได้แถวฮงโง เนซู ยานากะ บรรยากาศเอโดะที่น่าเดินที่สุดในโตเกียว

*เฮนริก อิบเซน ชาวนอร์เวย์ บิดาแห่งสัจนิยมของบทละครยุคใหม่ (Modern Drama) ชวนอ่านผู้หญิงแบบอิบเซนใน A Doll’s House และ Hedda Grabler