จากวันนั้น ...วันนี้เราก็ได้เป็นแอร์ Qatar

หลังจากที่อกหักจากแจล บางกอกแอร์เวย์และอีเกิ้ลแอร์ ทำให้เราชำนาญมากขึ้นสำหรับการเตรียมตัวไปสมัครแอร์ ไม่ว่าจะเป็นแต่งหน้า ทำผม ตอบคำถาม ทุกอย่างมีอยู่ในหัวหมดแล้ว แต่เมื่อไหร่เราจะได้สักทีล่ะเนี่ย แต่ไม่เป็นไร บอร์ด thaicabincrew ก็ยังคึกคักอยู่เสมอๆ

แล้ววันหนึ่งเราก็เห็นว่า Qatar กำลังเปิดรับสมัครลูกเรือ ครั้งนี้ไม่ต้องสมัครออนไลน์ด้วย แค่ส่ง resume พร้อมรูปถ่ายสวยๆไปทางไปรษณีย์ได้เลย ง่ายๆ แค่นี้มีหรือที่เราจะพลาด ไม่รอช้าละนะเราส่งไปตั้งแต่วันแรกเลย เดี๋ยวคงต้องเข้าไปหาข้อมูลในบอร์ดสักหน่อย ว่าพี่ๆ ที่เป็นแอร์กันรุ่นก่อนๆ เขาเตรียมตัวกันยังงัยบ้าง ตื่นเต้นๆ...

ส่งจดหมายไปเกือบ 3 อาทิตย์ เงียบไปเลยอ่ะ ...ย่างเข้าอาทิตย์ที่ 4 เย้ๆๆ เพื่อนๆ ในบอร์ดเข้ามาบอกว่าได้รับเมล์เชิญไปสัมภาษณ์แล้ว เดี๋ยวเราต้องรีบเช็คเมล์บ้างละ อ้าว !... ทำไมของเราไม่มีล่ะ เพื่อนๆ ทยอยได้กันเยอะแล้วนะ ทำงัยดีเนี่ย ใจไม่ดีเลย เรานั่งนึกอยู่นานว่าทำไมเราไม่ได้ ก็ไม่น่าจะพลาดนี่นา ก็เลยหยิบ resume ขึ้นมาดู ตายยย..แล้ว ! เราลืมใส่ Email address โธ่... แล้วเขาจะติดต่อเรายังงัยล่ะเนี่ย นั่งคิดไปคิดมา ลองเขียนไปถามเขาดีกว่า ได้ไม่ได้จะได้รู้กันไปเลย เราก็เลยเขียนเมล์ไปบอกเขาว่า เราชื่อ... ไม่ได้ให้ Email address ไว้ใน resume อยากให้ช่วยเช็คให้หน่อยว่าเราผ่านการคัดเลือกไปสัมภาษณ์หรือเปล่า พักใหญ่ๆ หลังจากที่ส่งเมล์ไป เราก็ได้รับเมล์ตอบกลับให้ไปสัมภาษณ์วันที่ 4 กันยายน 2548 เวลา บ่ายสองโมง ณ โรงแรมอมารี เอเทรี่ยม โอ๊ย... ดีใจสุดๆ วันนั้นไม่มีสมาธิจะทำงานต่อเลย …

และแล้ววันที่ 4 กันยายนก็มาถึง เราเริ่มแต่งตัวตั้งแต่ 11 โมง แต่งหน้า ทำผมเองทุกขั้นตอน หยิบสูทแขนสั้นที่ซื้อมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะมาใส่อย่างมั่นใจ อ้อ... ขอเน้นนิดนึงว่าแต่งหน้าให้เข้มหน่อย เอาปากแดงๆ นะ ให้ดูสดใสจะได้ฉายแววให้กรรมการเห็นน่ะ เรามาถึงโรงแรมบ่ายโมงสิบห้า ท้องร้องดังเชียว ก็เลยหาที่ทานข้าวในโรงแรมก่อน เพราะอ่านจากในบอร์ดแล้วคาดว่าจะต้องใช้เวลานานพอสมควร ดูเวลาแล้วเหลืออีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ต้องรีบสั่งรีบกินละ ระหว่างที่รออาหารเราก็เหลือบไปเห็นสองสาวต่างชาตินั่งกินข้าวถัดจากโต๊ะเราไป เรามีลางสังหรณ์ว่าต้องเป็นกรรมการแหงๆ เลย อุ๊ย ! มีคนหนึ่งหันมามองเราด้วย แต่คงไม่ใช่มั้งเห็นจ่ายค่าอาหารเสร็จก็เดินเลยไปขึ้นลิฟท์ คงไม่ได้ขึ้นไปชั้นสองหรอก เพราะขึ้นบันไดข้างๆ นี้ก็ถึงหน้าห้องสัมภาษณ์แล้ว เราตั้งหน้าตั้งตากินข้าวต่ออย่างรีบเร่ง กะว่าจะขึ้นไปก่อนสัก 5 นาที พอกินเสร็จเราก็รีบวิ่งขึ้นไปอย่างเร็ว หือ... คนยืนต่อแถวยาวเชียว แล้วเราก็ต้องเป็นคนปิดท้ายล่ะสิเนี่ย อุ๊ยยย...กรรมการหน้าคุ้นจังเลย อ้าว..ผู้หญิงสองคนเมื่อกี้นี่นา ตายแล้วเขาต้องจำเราได้แน่ๆ เลย จะโดนดุมั้ยเนี่ยที่ยังอุตส่าห์ไปกินข้าวทั้งๆ ที่เวลาเหลือไม่ถึงครึ่งชั่วโมง กรรมการรอบนี้มี 2 คนเท่านั้น ดูท่าทางใจดีด้วย คนแรกชื่อริชก้า (ดูออกแขกๆ นิดนึง) กับ โซเฟีย (คนนี้ดูเป็นฝรั่ง)

ถามไถ่คนที่ยืนข้างหน้าว่าเขาทำอะไรกันน่ะ ก็เลยรู้ว่าต้องไปเช็คชื่อก่อนแล้วรับป้ายชื่อ เลขที่ มาแปะไว้ที่หน้าอกด้านซ้าย เสร็จแล้วก็เดินเข้าไปในห้อง เลือกที่นั่งตามใจชอบ แต่เราแนะนำให้เลือกนั่งแถวหน้าๆ หน่อยนะ เพราะเรานั่งแถวหลังสุด ไม่ค่อยได้ยินเสียงวีดีโอและก็เสียงกรรมการเท่าไหร่ หลังจากดูวีดีโอแนะนำประเทศ Qatar เสร็จ โซเฟียจะบรรยายต่ออีกนิดหน่อยแล้วก็มีคำถามให้ช่วยกันตอบด้วย แต่เราไม่ได้ยกมือเลย แย่งตอบไม่ทันจริงๆ นะ ใจก็คิดว่าจะไหวมั้ยเนี่ย เก่งๆ ทั้งน้านนน

หลังจากพูดจบก็ทำข้อสอบภาษาอังกฤษ ระหว่างนั้นก็เรียกไปชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงด้วย ระหว่างที่เราวัดส่วนสูง ริชก้าทักเราขึ้นมาว่า นี่ you ใส่ชุดฟอร์มเหมือนลูกเรือ Emirate เลย เรางี้แก้ตัวไม่ถูกเลย ก็มันเหมือนจริงๆ ชุดสูทสีครีมกับเสื้อข้างในสีแดง แจ่มซะไม่มีเลย... เราเลยบอกริชก้าว่าขอโทษด้วย ไม่ได้ตั้งใจให้เหมือน แค่คิดว่ามันดูสดใสเท่านั้นเอง แล้วริชก้าก็ชมเล็บสีแดงสดของเราว่าสดใสมั่กๆ เรากลับไปทำข้อสอบต่อจนเสร็จ ไม่ยากเท่าไหร่นะ แต่ก็ค่อยๆ ทำเผื่อผิดพลาดน่ะ เสร็จแล้วก็ออกมาเบรคแป็บนึง

จากนั้นริชก้าก็เรียกกลับเข้าไปในห้องเพื่อแยกออกเป็นกลุ่มๆ ทำ group discussion วันนั้นแบ่งเป็น 3 กลุ่มๆ ละ 12 คน เราอยู่กลุ่มสาม ต้องออกมารอข้างนอกก่อนเพราะในห้องเขาให้กลุ่มหนึ่งอยู่หน้าห้อง และกลุ่มสองอยู่หลังห้อง รอประมาณเกือบครึ่งชั่วโมง โซเฟียก็มาเรียกกลุ่มเราเข้าไป นั่งเป็นวงกลม จากนั้นโซเฟียก็เริ่มอธิบายและก็ให้คำถามข้อแรก (ให้ช่วยกันบอกวัฒนธรรมที่ดีและไม่ดีของคนไทย อย่างละ 5 ข้อ ที่จะนำไปใช้และไม่ใช้เวลาไปอยู่ที่ Qatar ) ให้ช่วยกันตอบ ช่วยกันพูด โดยให้เวลา 8–10 นาที โดยจะมีกระดาษกับปากกาวางอยู่บนพื้นกลางกลุ่มของเรา พวกเราเลยหาคนที่จะเป็นคนเขียนคำตอบ ต่างคนก็ต่างแย่งกันยกมืออาสาเป็นผู้เขียน ทำให้ริชก้าชมว่ามีความเป็น teamwork ดี

พอมีอาสาสมัครเป็นผู้เขียนคำตอบแล้ว พวกเราก็เริ่มแสดงความคิดเห็นกันอย่างเมามัน แต่เราสิดูแย่กว่าเพื่อน พูดก็ไม่ทันคนอื่น ได้แต่ยิ้มและก็เห็นด้วยกับชาวบ้านเขาไปทั่ว เพราะจริงๆ แล้วคำถามข้อนี้เราฟังโซเฟียไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่ก็พอจับใจความกับคำตอบของเพื่อนๆได้ พอเราได้จังหวะตอบออกไป เพื่อนๆ ก็อึ้งกับคำตอบของเราทันที บางคนทำหน้าไม่เข้าใจด้วยซ้ำ เราเงี้ย...เสีย self มากๆ แต่ก็อธิบายเหตุผลที่เราตอบให้ทุกคนฟัง หลังจากนั้นเราเลยเงียบเลย ยิ้มอย่างเดียว พอเริ่มคำถามที่สอง (พฤติกรรมใดที่สามารถทำให้เราได้รับการ promote และพฤติกรรมใดที่ไม่สมควรได้รับการ promote ให้บอกมาอย่างละ 5 ข้อ) เราเข้าใจคำถามดีและก็เตรียมคำตอบไว้ในใจหลายข้อ แต่พอเริ่มเท่านั้นแหละ คำตอบที่อยู่ในใจก็ถูกตอบออกมาโดยคนอื่น (อีกแล้ว) เราเลยคิดใหม่แล้วรอจังหวะอีกที พอได้ตอบเท่านั้นแหละ เพื่อนๆ หัวเราะเราอีกละ เราไม่รู้ว่าทำอะไรผิดนักหนา แต่ก็มีบางคนเขาเข้าใจความหมายนะ เราก็เลยขำตัวเราเองซะเลย แล้วก็บอกให้คนอื่นแสดงความคิดเห็นต่อคำตอบของเราได้ เพราะในใจอยากจะกลับบ้านแล้ว คิดว่าไม่รอดแน่ๆ

เมื่อทุกคนแสดงความคิดเห็นเสร็จ ริชก้าก็แทรกคำถามขึ้นมาถามเราทันทีว่าทำไมถึงตอบแบบนั้น เราอึ้งมากเพราะคิดว่าตอบผิดแน่ๆ เราเลยอธิบายให้ริชก้าฟัง เขาก็ยังถามต่ออีกนิดหน่อย เวลานั้นเราคิดอะไรออกเราก็พูดไปเลย ไม่ไหวแล้ว คิดว่าริชก้าต้องว่าเราที่ไม่ค่อยตอบแน่เลย แต่ริชก้าก็ยิ้มๆ พอเสร็จโซเฟียก็บอกให้ออกไปรอข้างนอกห้องพร้อมๆ กับเพื่อนๆ อีกทั้ง 2 สองกลุ่ม รอประมาณ 5 นาทีกรรมการก็เรียกกลับเข้าไปในห้องทั้งหมด นั่งตามที่เดิม แล้วโซเฟียก็หยิบเอกสารไม่กี่ชุดไว้ในมือ จากนั้นก็บอกกับทุกคนว่า “ ขอบคุณสำหรับทุกคนที่มาในวันนี้ คนที่ถูกประกาศชื่อให้นั่งอยู่ก่อน ส่วนคนที่ไม่โดนเรียกก็อย่าเพิ่งท้อ สามารถสมัครใหม่ได้ แต่ต้องรออีก 6 เดือน ” เราก็เริ่มหยิบกระเป๋าไว้บนตักเลย พร้อมลุกกลับบ้านทุกเมื่ออยู่แล้ว

ประกาศคนที่หนึ่งก็แล้ว สอง สาม สี่ .... และแล้วคนที่ห้า โซเฟียเรียกชื่อเรา โอ๊ยยยยย...จะเป็นลมให้ได้ ผ่านมาได้งัยเนี่ย ขอฟังอีกทีละกัน ใช่จริงๆ ด้วย เลขที่ 38 ฟังไม่ผิดแน่นอน เราวางกระเป๋าทันทีเลย ลุกไปนั่งข้างหน้ารวมกับคนอื่นๆ ที่ผ่านเข้ารอบ นั่งฟังโซเฟียกับริชก้าบอกรายละเอียดวันสัมภาษณ์รอบสอง ว่าไม่ต้องเตรียมอะไรมาเลย ให้เป็นตัวของตัวเองที่สุด เพราะถ้าเตรียมตัวมาหรือเกร็งมากไป เขาจะไม่เห็นความเป็นตัวของตัวเรา เสร็จแล้วก็ลงเวลาที่สะดวกมาสัมภาษณ์ รอบเราผ่านมาทั้งหมด 7 คน ถือว่าเป็นรอบที่ผ่านเยอะที่สุด พอกลับมาบ้านเรายังงงๆ อยู่เลย เรารีบเข้ามาดูที่บอร์ด tcc ก่อนเลยว่าต้องทำงัยต่อ

วันสัมภาษณ์รอบสองเราลางานครึ่งวันเพื่อมาเตรียมตัว เรานัดไว้บ่ายสามโมงยี่สิบ เราแต่งตัว แต่งหน้าเองอีกครั้ง แต่คล่องขึ้นมาก ปากแดง เล็บแดง สดใสอีกตามเคย พอไปถึงโรงแรม ก็นั่งรออยู่ข้างล่างไม่กล้าขึ้นไป เพราะริชก้าไม่อยากให้ไปนั่งรอและนั่งคุยกันหน้าห้อง บอกแค่ว่าให้มาก่อน 5 นาทีก็พอ บ่ายสามโมงสิบห้า เราขึ้นมาเตรียมตัวหน้าห้องแต่เจออีกคนหนึ่งยังนั่งรออยู่เลย สรุปว่ามีการ late นิดหน่อย ก็เลยแอบคุยกันเล็กๆ พอโซเฟียออกมาเรียกที่หน้าห้อง เราเหมือนคนเพิ่งเคยมาสมัครงานเลย ตื่นเต้นมากๆ เข้าในห้องก็เจอริชก้า ทักทายกันเรียบร้อย รู้สึกหนาวผิดปกติ โซเฟียบอกให้นั่งสบายๆ พิงไปเลยก็ได้ และริชก้าก็แอบชมเล็บเราอีกแล้ว พอเริ่มทักทายกันอย่างเป็นกันเองแล้ว โซเฟียก็จะขอเอกสารที่ให้เตรียมมาคือให้กรอกใบสมัครตัวจริงและขอ copy passport แล้วก็เริ่มคุยไปเรื่อยๆ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่เราเขียนไว้ใน resume นั่นแหละ โซเฟียให้เราเล่าเกี่ยวกับงานที่เราทำอยู่ เหตุการณ์ที่ต้องแก้ปัญหากับลูกค้า และก็ยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ของเราแต่คิดว่าควรจะทำ เราใช้เวลาประมาณ 20 นาทีก็เสร็จ พอออกจากห้อง เราแทบจะกรี๊ดดดด เพราะรู้สึกว่าตัวเองทำได้ไม่ค่อยดี ควบคุมตัวเองให้นิ่งไม่ได้เลย เรารู้สึกว่าเราคุยอยู่กับเพื่อนร่วมงานที่อาวุโสกว่า ออกท่าออกทางและก็คุยเสียงดังอีกต่างหาก ออกจากห้องมาเราไม่มั่นใจเลย แถมยังต้องรอผลอีก เราถอนหายใจอย่างแรงแล้วก็รีบกลับบ้านเลย

ผ่านไป 6 วัน เมล์จาก Qatar ก็มาเยือนเราอีกครั้ง “Congratulations!.......” ผ่านแล้วววววววว ต้องรีบส่งผลตรวจเลือดภายใน 2 วัน ! เฮ้ย...ทำไมเร็วจัง จะไปตรวจที่ไหนล่ะเนี่ย วันรุ่งขึ้นเราเลยต้องลางานไป รพ. สมิติเวช ตอนบ่าย 4 โมง เพื่อตรวจและรอรับผลเลย พอผลเลือดเสร็จ เจ้าหน้าที่ของ รพ. ก็ใจดีมากๆ ส่ง fax ไปกาต้าร์ให้เราด้วย

วันรุ่งขึ้นช่วงบ่ายๆ Leah ก็ส่งเมล์มาว่าผลการตรวจ ok ให้รอเมล์เรียกไปเซ็นสัญญาที่ office กรุงเทพฯ โอ๊ย....โล่งมากๆ ดีใจด้วย ไม่คิดว่าจะผ่านมาได้ ต้องขอบคุณ tcc มากๆ ค่ะที่เป็นแหล่งข้อมูลที่ดีที่สุด และเราก็คิดว่าการที่เราทำตัวให้เป็นธรรมชาติที่สุด คือไม่ต้องเกร็ง ไม่มั่นใจจนเกินไป และไม่เสแสร้งเวลาตอบคำถาม น่าจะมีส่วนทำให้เราได้รับคัดเลือกนะ เพราะทุกครั้งที่เราไปสัมภาษณ์ เราพยายามทำตัวให้เข้ากับ concept ที่หลายๆ คนบอกต่อกันมา ทำให้เราต้องแสดงไปตามบุคลิกนั้นๆ แต่พอครั้งนี้เราตั้งใจไปเอาประสบการณ์มากกว่าเพราะไม่เคยสมัคร Qatar เลยไม่รู้ว่ารูปแบบการสัมภาษณ์เป็นแบบไหน ก็เลยทำตัวสบายๆ แต่ขอเน้นสวยและสีสันไว้ก่อน จะได้สะดุดตางัย อิอิ...

ถึงวันนี้เราก็เตรียมตัวเดินทางไป Qatar อย่างเป็นทางการละ เพื่อไปเทรนและก็ base อยู่ที่โน่นเลย รู้สึกเริ่มเหงาเหมือนกัน แต่โอกาสแบบนี้มันไม่ได้มาเยือนเราง่ายๆ ยังงัยก็จะไม่ทำให้เสียชื่อการเป็นลูกเรือเชื้อชาติไทยค่ะ

 


โดย ปุ่น 2005 All Rights Reserved
01nov05