ยี่สิบนาฬิกาของวันจันทร์ที่ 31 มีนาคม 2547 ชีวิตของชายหนุ่มและหญิงสาวทั้ง
16 คนก็เปลี่ยนไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ การเดินทางมายังประเทศกาต้าร์ ประเทศเล็กๆ
ในตะวันออกกลางได้เริ่มขึ้นเมื่อเครื่องบินของสายการบินกาต้าร์แอร์เวย์ทะยานขึ้นจากสนามบินดอนเมือง
ความคิดมากมายสับสนปั่นป่วนอยู่ในหัว กระซิบถามเพื่อนร่วมเดินทางที่นั่งเคียงข้างก็มีความรู้สึกไม่ต่างกันนัก
บ้างก็โศกเศร้าเพราะต้องจากครอบครัวและคนรักไปยังประเทศที่แทบไม่มีใครรู้จัก
บ้างก็กลัวจะเจอสิ่งต่างๆ อย่างที่เคยได้ยินได้ฟังกันมา บ้างก็ตื่นเต้นที่ได้ขึ้นเครื่องบินเป็นครั้งแรกในชีวิต!
แต่เหนือสิ่งอื่นใด หลังจากฝ่าฟันอุปสรรคนานา ฝันของเราที่จะได้บิน
กำลังจะเป็นจริงแล้ว
เครื่องบินร่อนลงที่สนามบินเมืองโดฮา เมืองหลวงของประเทศกาต้าร์
"ถึงแล้วประเทศกาต้าร์ ชีวิตการเป็นลูกเรือของเรากำลังจะเริ่มต้น"
สำหรับเรื่องที่พัก สาวๆ จะถูกจับคู่ให้อยู่ด้วยกัน ส่วนหนุ่มๆ
นั้นถูกแยกไปอยู่ร่วมกับเพื่อนต่างชาติอีกตึกหนึ่งต่างหาก

เช้าวันที่ 1 พฤษภาคม พวกเราตระเวนช้อปปิ้งตามห้างสรรพสินค้าเพื่อซื้อของเข้าบ้านใหม่
เหมือนเป็นการเริ่มต้นจัดระเบียบชีวิตตัวเองอีกครั้ง พวกเราทุกคนคิดเหมือนกันว่า
"จากนี้ไป พวกเราจะไม่มีสยามให้เดินเล่น ไม่มีเซ็นทรัลให้เดินซื้อของอีกแล้ว
"
พวกเราใน Batch เดียวกันมีทั้งหมด 21 คน มีเพื่อนใหม่ชาวมอร๊อกโค
5 คน แรกๆ พวกเราก็ไม่ค่อยได้สุงสิงกับเพื่อนๆ ต่างชาติเท่าไหร่เพราะดูต่างฝ่ายต่างก็เขินๆ
กันอยู่ ส่วนใหญ่จึงจับกลุ่มคุยเฉพาะในหมู่เพื่อนคนไทยด้วยกัน แต่เวลาผ่านไปกลับกลายเป็นเข้ากันได้ดีค่ะ

ในวันแรกมีการแนะนำประเทศกาต้าร์ การปฏิบัติตัวให้เหมาะสมระหว่างการอาศัยอยู่ที่นี่
มีการนำชมเมืองโดฮา แนะนำสถานที่และถนนหนทางต่างๆ แต่ตอนนั้นจำไม่ได้หรอกค่ะ
แต่เท่าที่เห็นก็พอจะบอกได้ว่าบ้านเมืองของเค้าแตกต่างจากบ้านเมืองของเรามาก
ที่นี่เป็นเมืองที่ค่อนข้างสงบ ไม่มีผู้คนพลุกพล่าน การจราจรก็ไม่ค่อยติดขัดนัก
ยกเว้นในช่วงเวลาเร่งด่วน แต่ที่พวกเราคิดเหมือนกันโดยไม่ได้นัดหมายก็คือ
หากไม่จำเป็น
พวกเราจะไม่ออกไปไหนเด็ดขาด เพราะอากาศที่นี่ร้อนมากค่ะ
ร้อนแห้ง ไม่ร้อนชื้นเหมือนบ้านเรา

การอบรมเริ่มขึ้นในวันถัดมา ช่วงเวลาแห่งความยากลำบากเริ่มขึ้นแล้วค่ะ
เริ่มจากเรียน Safety และตามด้วย First Aid แรกๆ พวกเราบางคนยังไม่คุ้นเคยกับบทเรียนสักเท่าไหร่
แต่เมื่อเวลาผ่านไป พวกเราก็เริ่มคุ้นเคยกับบทเรียนมากขึ้น บวกกับความตั้งใจจริงที่จับกลุ่มทบทวนกันเกือบสว่าง
ปัญหาในการเรียนทั้งหลายจึงผ่านพ้นไปด้วยดี พวกเราคุยกันเล่นๆ ว่า พวกเราอ่านหนังสือหนักกว่าสมัยเรียนมหาลัยเสียอีก

การเรียน Services เป็นอะไรที่สนุกสนานมากค่ะ ยิ่งความน่ารักของอาจารย์ผู้สอนทำให้พวกเราสนุกกับการเรียนมากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการเสริฟ การผสมเครื่องดื่มและการแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ
ที่อาจเกิดขึ้นในขณะที่เราทำงานอยู่บนเครื่อง
1 เดือนครึ่งผ่านไป การเทรนสิ้นสุดลง ขณะนี้ทุกคนเป็นนางฟ้าเต็มตัวพร้อมจะบินแล้ว
แต่มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดหรอกนะคะ พวกเรายังต้องคร่ำเคร่งกับการทบทวนตำรา
เนื่องจากก่อนบินทุกครั้งจะมีการ Recheck ความรู้เกี่ยวกับ Safety, First
Aid และ Services เพราะการมาบินโดยไม่มีความพร้อมอาจสร้างปัญหาให้กับตัวเอง
เพื่อนร่วมงานตลอดถึงผู้โดยสาร พวกเราจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอค่ะ
เรามีเส้นทางบินไปยังหลายประเทศในทุกทวีปทั่วโลก ย่านตะวันออกกลางนั้นไม่ต้องพูดถึง
ในเอเชียก็เช่น กรุงเทพ เซี่ยงไฮ้ โซล สิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์ ไกลไปทางทวีปยุโรปก็เช่น
ซูริค เวียนนา มิวนิค โรม ลอนดอน แมนเชสเตอร์ นอกจากนั้น สายการบินของเรายังมีแผนการขยายเส้นทางใหม่ไปยังเมืองโอซาก้าและเมลเบิร์นในอนาคตอันใกล้อีกด้วย
บรรยากาศในการทำงานบนเครื่องสนุกบ้างเครียดบ้างค่ะ แต่ขอสรุปว่า
"พวกเรา Enjoin On Board กันทุกคน"
การใช้ชีวิตต่างแดนมีเสน่ห์นะคะ หากเราขยันที่จะเรียนรู้
เราจะได้รับประสบการณ์แปลกใหม่มากมายไม่ว่าจะเป็นการรู้จักปรับตัวกับเพื่อนใหม่ต่างชาติต่างภาษาต่างวัฒนธรรม
และที่สำคัญที่สุดคือการรู้จักรับผิดชอบชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ในการทำงาน
ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้เราเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์แบบมากขึ้นค่ะ

โดย แนท ©2004 All Rights Reserved
02sep04