thaicabincrewdotcom®proudly presents
*viwing this webpage with high speed internet is highly recommended

 



“เครื่องบิน โรงเรียน นักเขียน” จงหาผลลัพธ์ของ 3 สิ่งนี้ และแสดงให้เป็นที่ประจักษ์และทำให้สำเร็จภายใน 7 วัน นี่คือโจทย์ที่ฉันได้รับจากพี่ myoldeditor ความสงสัยเกิดขึ้นทันทีที่ได้รับงาน ...ใครกันหนอคือต้นตอโจทย์อันแสนพิสดารของฉัน ? สิ่งที่ฉันรู้ก็เพียงว่า เขาคนนั้นคือพี่สจ๊วตการบินไทยชื่อ พล โกมลบุตร เจ้าของงานเขียน “attention please, ผู้โดยสารโปรดทราบ ”

2 วันต่อมา ฉันได้คิวนัดสัมภาษณ์ ....

พี่สจ๊วตหน้าใส มาดนักกีฬา หุ่นเฟิร์มกำลังดี (ว้าววววว...) ดูสุขภาพแข็งแรง ยิ้มแย้มเกินร้อย ทักทายฉันอย่างเป็นกันเอง เมื่อหาที่นั่งเหมาะๆ ได้ คำถามแรกก็เริ่มขึ้น

- พี่มีชื่อเล่นมั้ยคะ?
...พอลลี่ครับ (พี่ชื่อนี้ตั้งแต่เกิด)

- บ้านพี่อยู่แถวไหนคะ?
...อยู่แถวถนนนครไชยศรี อยู่ในโรงเรียนสัตย์สงวนวิทยาเลยครับ (โรงเรียนสัตย์สงวนวิทยา เป็นโรงเรียนที่คุณตาคุณยายพี่พอลลี่เป็นผู้ก่อตั้ง)

- ถ้าไม่ไปทำงาน ว่างๆ ชอบไปที่ไหนคะ?
...พี่ชอบไปว่ายน้ำคนเดียวที่ Atrium ครับ เป็น Fitness Center อยู่แถวโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย กิน อยู่ หลับ นอนที่นั่นเสร็จสรรพ จะตามไปแอบดูเหรอครับน้อง...(โห่...พี่รู้ได้ไงอะ)

- พี่จบจากที่ไหนคะ?
...เอาง่ายๆ เลยนะ พี่จบปริญญาตรีจาก ม.ศิลปากร คณะอักษรศาสตร์ สาขาภาษาเยอรมัน ( Mmm!...) จบปริญญาตรีจากราม ทั้งหมดก็.. (นั่งนับนิ้ว ไล่ไปเรื่อยๆ) มีคณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ, เอกภาษาเยอรมัน, เอกสื่อสารมวลชน , เอกภาษาไทย, คณะรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (O!!!!!!.... ราม 5 ใบ ) แล้วก็จบปริญญาโทจากรามเหมือนกันคณะศึกษาศาสตร์ สาขาบริหารการศึกษา ( O!!...O!!....Dubble O!!!!!.. . .) ตอนนี้กำลังเรียนปริญญาเอกที่จุฬา คณะครุศาสตร์ครับ ( O!!..O!!...O!!!...Triple O!!!!!!!!.... สจ๊วตดอกเตอร์)

- แล้วจัดเวลายังไงคะเนี่ย?
...พี่พยายามลงเรียนในวันและเวลาที่ Fix จริงๆ และที่ผ่านมาก็ไม่เคย Call Sick เลยตั้งแต่เรียนจบจากศิลปากร (ยิ่งฟังก็ยิ่งอึ้ง ทำไมขยันได้ขนาดนี้)

- ทำไมคุณพี่เรียนเยอะขนาดนี้?
… พี่จะลงเรียนในสาขาที่พี่สนใจและอยากรู้จริงๆ ถ้าวันหนึ่งตกงานจะได้มีความรู้หลายๆ สาขาไว้รองรับครับ

- แต่ละวิชามีแรงบันดาลใจยังไงบ้าง?
... อย่างภาษาเยอรมันนี่เป็นอะไรที่พี่ชอบมาก ชอบจริงๆ ส่วนภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาเบสิคของคนทั่วโลกพี่ก็ชอบเหมือนกัน ส่วนภาษาไทย พี่ก็ต้องเอามาใช้ประกอบอาชีพครูกับงานเขียนของพี่ ...สื่อสารมวลชนนี่ก็คิดว่า เออ อาชีพดีเจเป็นงานที่น่าสนใจนะ ให้ความสุขแก่คนฟัง ทำให้คนฟังรู้สึกรีแลกซ์ พี่อยากทำก็เลยลงเรียนไว้ด้วย เผื่อๆ ไว้ไง ...อีกอันก็รัฐศาสตร์ พอดีตอนนั้นอยากเป็นฑูต อยากรู้เรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็เลยลงเรียนซะ ...ส่วนปริญญาโทสาขาบริหารการศึกษานี่เป็นการเดินตามความฝันของพี่ คือตั้งใจอยากกลับมาทำงานที่โรงเรียนของคุณตาคุณยายน่ะครับ ...สุดท้ายก็ปริญญาเอกครุศาสตร์ ก็เป็นก้าวที่พี่ใกล้ฝันเข้ามาทุกทีแล้วครับ

- สมัยเรียน พี่พอลลี่ทำกิจกรรมอะไรบ้างคะ?
...ก็เป็นพี่เชียร์, เป็นเหรัญญิกชั้นปี ทั้งเก็บเงินทั้งหาเงินเข้าชั้นปี แล้วก็มีประกวดร้องเพลงของ Coke Music Award สนุกมากมาก ประกวดเอามันอย่างเดียว พี่ไม่ได้รางวัลอะไรเลยนะ แต่เพื่อนๆ มันตั้งรางวัลกันเองให้พี่ ชื่อรางวัล “ ฐานกร Award” ก็สนุกสนานเฮฮาว่ากันไปตอนนั้น ( “ ฐานกร ” คือวิชาว่าด้วยแหล่งกำเนิดของเสียงต่างๆ เช่นเสียงเหอะ ,เบอะ, เกอะ เป็นต้น)

- พี่เริ่มทำงานตอนไหนคะ?
...ตอนเรียนปี 4 เทอม 2 ที่ศิลปากร พี่ไปสมัครสจ๊วตการบินไทย ครั้งแรกไม่ผ่านครับ ไม่นานหลังจากนั้นก็ไปสมัครอีกเป็นครั้งที่ 2 คราวนี้ผ่านครับ ทีนี้พอดีพี่จบจากรามมาก่อนแล้วปีนึง เลยตัดสินใจดรอปเรียนที่ศิลปากรเอาไว้ แล้วพี่ก็สอนหนังสือที่โรงเรียนสัตย์สงวนวิทยาไปด้วยนะ พร้อมๆ กันกับเริ่มอาชีพสจ๊วตเลย แล้วก็มาตามเก็บหน่วยกิตที่ศิลปากรอีกทีหลังจากเป็นสจ๊วตแล้ว

- แล้วพี่เอาเวลาไหนมาเขียน Pocket Book ที่ผ่านมาตั้ง 3 เล่ม?
งานเขียนพี่ค่อยๆ เขียนสะสมมาเรื่อยๆ เอาประสบการณ์ในชีวิตเรามาเล่ามาเขียน มันทำให้พี่มีความสุขนะ นี่ก็กำลังเขียนเล่มที่ 4 อยู่ แล้ว 3 เล่มที่ผ่านมาซื้ออ่านมั่งหรือยังเราน่ะ

- (แป่ว...) ก็..กำลังเก็บเงินซื้ออยู่ค่ะ (เปลี่ยนเรื่องๆ) แล้วพี่เคยรู้สึกว่าอยากพักผ่อนบ้างมั้ยคะ ทั้งเรียนทั้งงานเยอะแยะแบบนี้?
...การพักผ่อนของพี่ คือการได้เขียนหนังสือ ไปว่ายน้ำ แล้วก็การไปทำงานและทุกวันนี้พี่คิดว่าพี่ได้พักผ่อนอย่างเพียงพอแล้วนะ

- อะไรคือสิ่งที่ต้องพกติดตัวตลอดเวลา ขาดไม่ได้เลยคะ?
...ก็จะมีไดอารี่, กล้องดิจิตอล, ถุงใส่เครื่องเขียน (ข้างในมี กาวเอาไว้แปะไดอารี่, ปากกา, ดินสอ, Liquid Paper, Flash Drive, Ear Plug, ยางลบ, กบเหลาดินสอ, คลิบหนีบกระดาษ, ไม้บรรทัด)

- ขออนุญาตถ่ายรูปไดอารี่นะคะ
...ตามสบายครับ (สังเกตดูว่าในไดอารี่ของพี่พอลลี่จะบันทึกไว้ทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้จริงๆ ทั้งรูปถ่าย, ใบเสร็จ, ตารางบิน, ตั๋วรถเมล์, ตั๋วหนัง, กระดาษกาว, สติกเกอร์, Boarding Pass, Tag กระเป๋า, สำเนาทะเบียนบ้าน-บัตรประชาชน, โฉนดที่ดิน, ซองกฐิน-ผ้าป่า.....อันหลังๆ ฉันเติมเอง) ถ่ายรูปนิดหน่อยพองาม ก็เริ่มถามต่อทันที..

- ตอนเป็นเด็ก เคยคิดว่ามั้ยคะว่าอยากเป็นอะไร?
...ตอนนั้นคิดอยากเป็นดอกเตอร์ อยากกลับมาทำงานที่บ้าน อยากกลับมาสอนหนังสือที่โรงเรียน

- แล้วเวลาว่างๆ ชอบไปเที่ยวที่ไหนคะ?
... 70s' Bar ซอยหลังสวนเป็นคำตอบสุดท้ายครับ

- ทำไมถึงชอบร้านนี้คะ?
...ก็ เค้าเปิดแต่เพลงรุ่นพี่ อย่างเพลงติ๊นา อะไรอย่างนี้.. (ฉันขอคอนเฟิร์มว่า ไป 70 's Bar ทีไร จะได้ยินเพลงติ๊นาทุกครั้งจริงๆ)

- แล้วไปวัดบ้างมั้ยคะ?
...หักมุมไปมั้ยครับน้อง ก็ไปบ้างนะครับเดือนละประมาน 2 ครั้ง ส่วนมากจะเป็นวัดในต่างประเทศ ไปเวลาว่างระหว่างไปบินครับ

-พูดถึงเรื่องงานสจ๊วต พี่พอลลี่มีประสบการณ์สนุกๆ บนเครื่องมาเล่าให้ฟังบ้างมั้ยคะ?
...ก็มีช่วงคริสต์มาสปีนึง พี่ใส่หมวกซานต้าทำงานตลอดเที่ยวบินนั้นเลย บางคนไม่กล้าใส่ แต่พี่ว่าสนุกดีออก มีอีกคนใส่ชุดซานต้าเลย ตลกดี ผู้โดยสารชอบกันมาก ก็ถือเป็นการตอบแทนผู้โดยสารโดยการ Entertain เล็กๆน้อยๆ

- นอกจากงานสจ๊วตแล้ว พี่อยากทำงานอะไรคะ?
...อยากเป็นตำรวจท่องเที่ยวครับ ได้ใช้ภาษาที่เรียนมา ได้สานความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และการที่เรามีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีจะสามารถเป็นตัวแทนสร้างภาพพจน์ที่ดีให้กับประเทศด้วย

- สถานที่พี่ประทับใจที่สุดคือที่ไหนคะ?
...อืมมม อิสตันบูลนะ ที่ตรุกี พี่ชอบที่นั่นมากมากกกกกกกก....ไปกับเพื่อน 4 คน (แววตาของพี่พอลลี่เป็นประกายเมื่อพูดถึงเรื่องเก่าหนหลังอันแสนประทับใจ ) ....ฉันได้แต่นึก ...อิสตันบูล มันเป็นยังไงหนอถึงได้สวยน่าประทับใจขนาดนั้น อยากไปบ้างจัง ตัวเองเคยไปไกลสุดก็แค่เพชรบูรณ์

- พี่พอลลี่เคยมีช่วงเวลาที่เบื่อๆ ทนไม่ได้บ้างมั้ยคะ?
...มีนะ เป็นช่วงที่พี่ไม่มีอะไรทำ พี่จะไม่ชอบมากมาก ต้องหาอะไรทำสักอย่างจนได้

- สิ่งที่ภูมิใจที่สุดคืออะไรคะ?
...อย่างแรกเลยนะ พี่ภูมิใจที่เอ็นท์ติด แล้วก็ปริญญาทั้งหมดที่เรียนมา พี่ได้มาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ไม่ได้ขอเงินที่บ้านเลย ( ยกเว้นตอนเรียนที่ศิลปากร ) อย่างที่สองคือได้เป็นลูกเรือซึ่งเป็นงานที่พี่รัก อย่างที่สามคือพี่กำลังเรียนดอกเตอร์ ซึ่งพี่ตั้งใจว่าขอเวลา 5 ปีเพื่อเรียนให้จบ

- คนที่ใช่ของพี่พอลลี่เป็นแบบไหนคะ?
...ก็.....ขอแค่ให้คุยกันรู้เรื่อง คุยกันเข้าใจก็พอแล้วครับ

ฉันจบท้ายคำถามด้วยการขอเคล็ดลับหน้าใสจากพี่พอลลี่ เผื่อจะเอาไปทำตามให้ตัวเองดูดีขึ้นบ้าง ซึ่งคำตอบที่ได้ก็คือ Basic พื้นฐานทั่วๆ ไปที่ฉันไม่เคยทำได้สักที ออกกำลังกายงี้ พักผ่อนให้เพียงพองี้ ทากันแดดงี้ เลยสรุปเอาเอง ว่าเป็นเพราะพี่เขาผิวดีอยู่แล้ว ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ตัวเองไม่รู้สึกแย่เกินไปนักที่ทำอย่างเค้าไม่ได้...

อะไรต่อมิอะไรที่พี่พอลลี่ทำ ดูเหมือนจะง่ายไปเสียทั้งหมด ทั้งเรื่องเรียน ทั้งงานบนฟ้า งานสอนหนังสือ งานจับปากกา การดูแลรักษาสุขภาพและผิวหน้า (ใครไม่รู้ก็รู้ไว้ซะ...คุณพี่ว่ายน้ำ 1000 เมตรในเวลา 20 นาที.....โอ้พระเจ้าจอร์จนายยอดมาก)

พี่พอลลี่ สจ๊วตหนุ่มว่าที่ดีกรีดอกเตอร์ ผลลัพธ์ของโจทย์นี้ มองการใช้ชีวิตเหมือนการเล่นเกม ค่อยๆ เก็บสิ่งที่สนใจ สิ่งที่อยากทำไปทีละอย่าง และฝากมาถึงน้องๆ ว่าอยากให้ทุกคนมีความฝันและพยายามไปให้ถึงฝันนั้น บางทีเราอาจจะไปไม่ถึงแต่ขอให้ลงมือทำ นั่นก็ถือว่าเราได้เริ่มเดินหน้าไปตามความฝันของเราแล้ว

...อย่ารอให้โอกาสมาหา จงก้าวออกไปหาโอกาสนั้น และไขว่คว้ามันด้วยตัวของตัวเอง นี่คือประโยคสุดท้ายที่พี่พอลลี่ฝากไว้

ขอขอบคุณ
พี่พล โกมลบุตร ที่เลี้ยงน้ำฉันและให้สัมภาษณ์อย่างเป็นกันเองสุดสุด
พี่ myoldeditor ที่ทำให้ฉันได้มีโอกาสเปิดหูเปิดตา เปิดแนวคิดใหม่ๆ
เต้สำหรับภาพประกอบ





โดย Alice In The Big Deep Forest for www.thaicabincrew.com
© 2005 All Rights Reserved 15sep05