thaicabincrewdotcom®proudly presents
*viwing this webpage with high speed internet is highly recommended

 

สัมภาษณ์พิเศษ “น้องแพท” นางฟ้าการบินไทย 2006 กับมุมมองชีวิตของเธอ

หลังจากเราได้ทำความรู้จักกับสจ๊วตหนุ่มการบินไทยกันมาแล้ว คราวนี้ถึงคราวของแอร์สาวรุ่นล่ากันบ้างนะครับ เธอคนนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนอื่นไกล “น้องแพท” เจ้าของ username “angle patt forgot id” ดาว (ซินโดรม) ประจำบอร์ด thaicabincrew ของเรานั่นเอง น้องๆ สมาชิกคงร้องอ๋อ...กันแล้วใช่มั๊ยครับ ผมก็เลยไม่รอช้า คว้าตัวเธอมาสัมภาษณ์เป็นการด่วนก่อนที่เธอจะโบยบินจากผมไปปฏิบัติหน้าที่นางฟ้านั่นเอง

คิดว่าตัวเราเองเป็นคนยังไง

แพทคิดว่าแพทเป็นคนอารมณ์ดีนะคะ ชอบยิ้ม ชอบหัวเราะ ชอบร้องเพลง ชอบทำอะไรก็ตามที่มันทำให้เรามีความสุขได้ แต่ก็ต้องไม่ทำให้คนอื่นเค้าเดือดร้อนนะคะ เพราะถ้าสิ่งที่เราทำมันไปสร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่นที่อยู่รอบข้างเรา มันก็คงไม่ดีแน่... แล้วก็ชอบเห็นคนที่อยู่รอบข้างมีความสุข คือไม่จำเป็นต้องเป็นพ่อ แม่ พี่ น้องหรือคนในครอบครัวของเรานะคะ เป็นใครก็ได้ อาจเป็นคนที่เดินสวนกับเราโดยที่เราก็ไม่รู้จักมักจี่อะไรเค้าสักนิด คือมันอธิบายยากนะคะ แต่แพทคิดว่าพี่คงเข้าใจใช่มั๊ยคะ??? (เอ่อ...พยายามอยู่ครับน้อง) แพทว่าเวลาที่เราเห็นคนรอบข้างมีความสุขเนี่ย มันก็พลอยทำให้เรามีความสุขไปด้วย...แพทว่าอย่างงั้นนะคะ

ตอนนี้ทำงานอะไรอยู่

“งานแปล” ค่ะ แพทเป็นคนชอบอ่านหนังสือ แล้วก็ชอบภาษา ก็เลยเอาสิ่งที่เราชอบมาประยุกต์รวมกันเป็นงาน เหตุผลที่ชอบงานแปลก็เพราะเวลาเราแปลหนังสือหรือบทความเนี่ย เราก็จะได้รับความรู้ไปด้วย อันนี้ไม่ได้ตอบให้ตัวเองดูดีนะคะ คือมันรู้สึกแบบนั้นจริงๆ แล้วไม่รู้เป็นอะไรชอบอ่านหนังสือที่มีสาระค่ะ ประเภทพวกหนังสือสารคดีหรือบทความเกี่ยวกับความคิด แง่มุมต่างๆ ในการดำเนินชีวิตที่อ่านแล้วได้ประโยชน์ เอามาประยุกต์ใช้กับชีวิตเราได้ ซึ่งพี่อาจงงว่า เอ๊ะ... แพทชอบอ่านหนังสือแบบนั้นจริงๆ เหรอ ไม่ใช่พวกการ์ตูนตาหวานตบตีแย่งรุ่นพี่นักกีฬาที่สาวๆ ชอบอ่านกันเหรอ (เฮ้ย...รู้ได้ไงเนี่ยว่าผมคิดไรอยู่!!!) ซึ่งมันอาจดูขัดๆ กับที่เพื่อนๆ ในบอร์ดรู้จัก เพื่อนๆ อาจเห็นเราเป็นคนแบบฮาๆ บ้าๆ หลุดๆ ซึ่งนั่นก็เป็นแพทในอีกเวอร์ชั่นนึงค่ะ

นอกจากงานแปลแล้วแพทก็เป็นครูสอนร้องเพลงด้วย ตอนแรกกะจะสอนแต่นักเรียนชายเท่านั้น แต่ทางโรงเรียนเค้าไม่โอเค ก็เลยต้องสอนทั้งนักเรียนชายแล้วก็นักเรียนหญิง อิอิ...ล้อเล่นค่ะ งานสอนร้องเพลงก็เป็นอีกสิ่งนึงที่แพทรักค่ะ นักเรียนของแพทมีตั้งแต่หนูๆ เด็กๆ ตัวเล็กๆ หรือผู้ใหญ่ก็ยังมีค่ะ บางทีมารอรับลูก รอไปรอมา กลายเป็นนักเรียนเรียนร้องเพลงกับลูกไปเลยก็มี แล้วเวลาที่เราสอนร้องเพลงเนี่ย แพทรู้สึกมีความสุขม๊าก.กก..กก... อาจจะเป็นเพราะแพทชอบเด็กด้วยมั้งคะ แล้วด้วยความไร้เดียงสาของเค้า มันเลยทำให้เราชอบแอบดูว่าน้องๆ เค้าชอบทำอะไร คุยอะไรกัน มันเป็นความน่ารักของเด็กๆ อะค่ะ (โถๆๆ แม่คุณ นางง๊ามนางงาม...)

คิดยังไงถึงมาเป็นแอร์

เมื่อก่อนไม่ได้คิดจะมาเป็นแอร์หรอกค่ะ ไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าอาชีพนี้เค้าทำอะไรกัน และแล้วก็มีบุคคลที่ทำให้เราได้รู้จักและก็เริ่มสนใจอาชีพนี้ นั่นก็คือ “คุณน้า” คือคุณน้าของแพทเค้าเป็นแอร์การบินไทยนี่แหละค่ะ เวลาที่คุณน้าแพทไปบินกลับมาจะชอบเล่าโน่น เล่านี่ให้ฟัง ก็เลยทำให้เราเริ่มรู้จักและสนใจอาชีพนี้มากขึ้น แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้ถึงขนาดว่าอยากจะเป็นแอร์อะไรมากมายนะคะ แค่เริ่มๆ สนใจอะค่ะ

แล้ววันนึงพอโตเป็นสาวก็ได้มีโอกาสพบรักกับ “thaicabincrew.com” นี่แหละค่ะ เริ่มเข้าไปอ่านข้อมูลสายการบินต่างๆ ประสบการณ์ลูกเรือ เข้าเว็บบอร์ด อ่านบ่อยๆ ก็เกิดอาการติดค่ะ ติดงอมแงมเลยนะคะ ต้องเข้าทุกวัน ถ้าวันไหนไม่ได้เข้า มีอันต้องนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย อาการคล้ายย่างเข้าสู่วัยทองค่ะ ถือได้ว่า TCC เป็นแรงบันดาลใจให้แพทเลยนะคะ แล้วก็วนเวียนอยู่ในเว็บประมาณ 2 ปีได้แล้วมั้งคะ เรียกว่าแพทตกหลุมรักอาชีพนี้ก็เพราะได้รู้จัก TCC นี่แหละค่ะ (แหมน้อง...พี่ลอยจะติดเพดานแล้วเนี่ย เดี๋ยวจะไปบอกป๋า myoldeditor ให้ตบรางวัลให้น้องอย่างงามเลยนะครับ) มันก็เลยกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราตั้งใจว่าจะเป็นแอร์ แล้วก็ต้องเป็นแอร์ที่ดีให้ได้ด้วย...

เคยผ่านสนามสอบมากี่สายการบินแล้ว

แพทเองก็ใช่ย่อยนะคะ กรำศึกมาก็มิใช่น้อย สายการบินแรกที่สมัครคือ JAL แพทเคยสมัครที่ JAL มาสองครั้ง ก็ไม่ผ่านทั้งสองครั้ง ต่อมาก็มาที่แอร์ชุดแดงแรงฤทธิ์ค่ะ สมัคร AIR ASIA สองครั้งเหมือนกันแล้วก็ไม่ผ่าน และแล้วก็มาครั้งที่ห้าที่ Orient ผลที่ออกมาก็เหมือนเดิมคือ ไม่ผ่าน แต่ก็ไม่ได้เสียใจอะไรมากมายนะคะ แพทชอบนิสัยส่วนตัวของตัวเองอย่างนึง นั่นคือ “การมองโลกในแง่ดี” เวลาที่ผิดหวังอะไรมาก็ไม่ค่อยเก็บมันมาคิดให้รกสมอง คิดไปก็เท่านั้น ปวดหัวเปล่าๆ แล้วเราก็กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ด้วย คือมันต้องมีความหวังแล้วมองไปข้างหน้า เอาประสบการณ์ที่เราพลาดมาพัฒนาตัวเอง จนกระทั่งมาประสบความสำเร็จที่การบินไทยนี่แหละค่ะ

ตอนนี้อยากทำอะไรมากที่สุด

(ทำท่าคิด...) ไม่มีนะคะ ตอนนี้ก็มีความสุขดีอยู่แล้ว คือมันอิ่มแล้วอะค่ะ ได้ทำงานแปลที่ตัวเองชอบ ได้สอนน้องๆ ร้องเพลง แล้วก็รอการบินไทยเรียกตัวไปเทรน แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว... มีความสุขที่ได้อยู่กับครอบครัว ได้ดูแลครอบครัวของเรา แพทเป็นคนติดบ้าน เวลาว่างๆ ชอบอยู่บ้าน แค่อยู่บ้านเฉยๆ ก็มีความสุขแล้ว เลี้ยงแมวไปตามเรื่อง ตอนนี้ที่บ้านมีแมวประมาณ 10 ตัว ยั้วเยี้ยไปหมด ชอบเวลามันมาคลอเคลียอะ ดูมันรักเราดี...

เวลาว่างๆ ชอบทำอะไร

ชอบร้องเพลงค่ะ!!! แพทเป็นคนชอบร้องเพลงมากๆ คือเวลาร้องเพลงแล้วมีความสุขค่ะ แล้วก็ชอบวาดภาพสีน้ำมัน คือมันให้ความรู้สึกแบบว่าเพลินๆ เรื่อยๆ แล้วที่ชอบมากอีกอย่างคือชอบทำบุญ ไหว้พระ อันนี้จริงๆ นะคะ ซึ่งมันอาจจะดูขัดๆ กับตัวเราที่เพื่อนๆ ในบอร์ดรู้จัก แล้วก็ชอบไปให้อาหารปลาด้วย ประมาณว่าให้อาหารปลาที่ท่าน้ำวัดตอนเย็นๆ มันเงียบสงบ เพลินๆ ดี อยู่ได้เป็นชั่วโมงๆ เลย อาจจะเป็นเพราะที่บ้านอยู่ใกล้ๆ วัดด้วยมั้งคะ ก็เลยรู้สึกผูกพัน แล้วตอนเด็กๆ ที่บ้านก็ชอบพาไปทำบุญที่วัดบ่อยๆ เลยทำให้ชอบไปวัด พี่อย่าทำหน้าไม่เชื่อดิคะ!!! (เอ่อ...พี่เชื่อครับ)

ถ้ามีเวลาว่างหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ อยากไปเที่ยวที่ไหนมากที่สุด

อืม... พี่คงไม่เชื่อแน่ๆ (อ่ะ...ตกลงอยากไปที่ไหนครับ???) คือแพทอยากไปเที่ยวประมาณว่า “ตามรอยพระพุทธเจ้า” ค่ะ อันนี้จริงๆ นะคะ ด้วยความที่ตัวเองเป็นคนที่ชอบทำบุญ แล้วก็คุ้นเคยผูกพันกับวัดมาตั้งแต่เล็กๆ มันก็เลยทำให้มีความคิดแบบนี้ขึ้นมา แพทเคยดูรายการทีวีรายการนึง เค้าพาไปเที่ยวแบบตามรอยพระพุทธเจ้านี่แหละคะ ไปดูสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพานและก็สถานที่สำคัญต่างๆ ในพุทธประวัติที่น่าสนใจ มีอยู่ตอนนึงที่ดูแล้วขนลุก คือตอนที่เค้าพาไปนั่งสวดมนต์ตรงสถานที่ๆ เชื่อกันว่าเป็นสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า เห็นเวลาตอนที่เค้ากำลังสวดมนต์ ก้มลงกราบแล้วน้ำตาของคนที่ไปเค้าก็ไหลลงมาอะค่ะ คือมันไม่รู้จะอธิบายยังไง ถ้าแพทอยู่ตรงนั้น แพทก็คงน้ำตาไหลเหมือนกัน มันรู้สึกแบบว่าประทับใจ ก็เลยอยากไปเห็นด้วยตาของตัวเอง ถือว่าเป็นบุญที่ครั้งนึงในชีวิตได้มีโอกาสมายังสถานที่ที่เป็นที่สุดแล้วสำหรับชาวพุทธ แพทว่าอย่างงั้นนะคะ (แหม...อย่างงี้น้องแพทต้องขอบินไฟล์ทแขกบ่อยแน่ๆ เลยเนี่ย...หุหุ...)

เวลาที่รู้สึกเศร้า เหงา หงอยเนี่ย มีวิธีจัดการกับมันยังไง

แพทเป็นคนที่มีความสุขกับการใช้ชีวิตในแบบของตัวเองน่ะค่ะ เป็นคนมองโลกในแง่ดีๆ ตอนที่เรียนอยู่ ม.ปลาย พระอาจารย์เคยสอนว่าเวลาที่รู้สึกเศร้าหรือมีความทุกข์ให้ลองกระพริบตาช้าๆ หายใจเข้าออกช้าๆ ทำไปเรื่อยๆ นั่นจะทำให้สมองของเราปลอดโปร่งขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเลยละค่ะ คือคนเราเกิดมาก็ต้องมีทั้งสุขทั้งทุกข์ ไม่มีใครเกิดมาสมบูรณ์แบบ ทุกคนเกิดมาต้องเคยร้องไห้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเองว่าเราจะเลือกมองไปในสิ่งที่จะทำให้เรามีความสุข หรือจะไปหมกมุ่นอยู่กับสิ่งที่ทำให้เราเศร้า อีกอย่างนึงที่พระอาจารย์สอนแล้วแพทจำได้ขึ้นใจคือพระอาจารย์สอนว่า “วันแรกที่เราเกิดมา ทุกคนร้องไห้ทั้งนั้น เพราะรู้ตัวว่าต้องเกิดมาเผชิญกับความทุกข์ แต่หลังจากวันที่เราเกิดมา ด้วยมุมมองของชีวิตทำให้เราเลือกเองได้ว่าเราจะสุขหรือทุกข์ไปกับมัน...เพราะชีวิตเป็นของเรา” จะสุขหรือทุกข์ขึ้นอยู่ที่เรา ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่คนอื่นเลย แพทคิดว่าอย่างนั้นนะคะ

ชอบช่วงเวลาไหนมากที่สุดในชีวิต เล่าให้ฟังหน่อย

แพทชอบตอนที่ตัวเองกำลังยืนอยู่บนเวทีแล้วร้องเพลงให้คนอื่นฟัง (เกือบลืมบอกไป นอกจากจะเป็นคุณครูสอนร้องเพลงแล้ว น้องแพทยังเป็นนักร้องสาวเสียงดีอีกต่างหาก ร้องเพลงสากลซะด้วยนะครับ ไม่เบาๆ...) เวลาที่ทุกสายตาจ้องมองขณะที่เรายืนร้องเพลงอยู่ ได้เห็นคนดูมีรอยยิ้ม มีความสุข เสียงเพลงของเรามันสามารถสื่อไปถึงใจของเค้าได้ แววตาที่มีความสุขของคนดูทุกคู่มีค่ามากกว่าเสียงปรบมือที่เค้ามอบให้เราอีกนะคะ มันเป็นความรู้สึกแบบว่าเราเองก็มีความสุขด้วยที่ทำให้คนดูเค้ามีความสุข นอกจากนี้ก็ชอบตอนที่สอนเด็กๆ ร้องเพลง ชอบความเป็นเด็กของเค้า คือเค้าคิดยังไงก็พูดอย่างนั้น อย่างเช่นอยู่ดีๆ ก็วิ่งมาหอมแก้มเราแล้วก็หัวเราะอะไรอย่างงี้ หรือเวลาที่เค้าร้องเพลงเค้าก็เต้นๆๆๆ แบบเด็กๆ น่ารักๆ แพทว่าเด็กๆ นี่เป็นอะไรที่มหัศจรรย์นะคะ

แพทตอนเด็กกับแพทตอนนี้มีอะไรแตกต่างกันมั๊ย ???

อยากจะบอกว่าตอนเด็กๆ แพทเรียบร้อยมากที่สุดเลยค่ะ แต่พอโตขึ้นเราก็เปลี่ยนไปบ้างตามอายุที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปจากตอนเด็กมากเท่าไหร่นะคะ จะพูดยังไงดี คือเรียกว่ามันเป็นเพราะทุกปีเราโตขึ้นๆ เห็นโลกมากขึ้น มีประสบการณ์ในการใช้ชีวิตมากขึ้น มันก็เลยทำให้เราโตขึ้น เป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากกว่า ไม่ได้เปลี่ยนอะไรมากมาย แต่บางทีก็มีอารมณ์บ้าๆ บอๆ บ้าง อย่างที่เพื่อนๆ ในบอร์ดเห็น บางทีก็เรียบร้อยบ้างตามสมควร แล้วแต่สถานการณ์จะพาไปทางไหน แต่ยังไงซะแพทก็ยังคงเป็นแพทอยู่วันยังค่ำแหละค่ะ

วีรกรรมสุดแสบตอนเด็กๆ

มีบ้างค่ะประสาเด็กๆ แต่ไม่รู้เรียกว่าแสบรึป่าวนะคะ อย่างตอนที่เรียนอยู่ ม.1 พอดีวันนั้นท้องไม่ค่อยดี แล้วตอนเรียนๆ อยู่แพทก็ตดออกมา แบบว่าสนั่นลั่นทุ่งเลยค่ะ พอดีแพทนั่งหลังห้อง พัดลมในห้องเรียนก็อยู่หลังแพท แล้วมันแบบส่ายไปส่ายมา มันก็เลยพัดพาลมปราณของแพทไปซะทั่วห้องเลย ตั้งแต่หลังห้องไปจนถึงโต๊ะครูที่อยู่ข้างหน้าห้อง อื้อหือ...แบบว่าสุดจะบรรยาย เพื่อนๆ แพทนี่แตกกระเจิงเลยนะคะ อย่าว่าแต่เพื่อนเลย ขนาดครูยืนสอนอยู่หน้าห้องยังต้องหนีออกไปนอกห้องเลย แต่แพทนี่นั่งฮากลิ้งอยู่ที่โต๊ะน้ำหูน้ำตาเล็ดเลยนะคะ เพื่อนๆ ในห้องโวยวายกันใหญ่ แบบว่าฮามากๆ เลยค่ะ (ภูมิใจมั๊ยครับน้องแพท ??? )

ยังมีอีกเรื่องนะคะ อันนี้ไม่รู้ทำไปได้ยังไง แต่คราวนี้เป็นวีรกรรมที่บ้านนะคะ คือตอนนั้นเรียนอยู่ ม.ปลาย แล้วพอเลิกเรียนก็กลับบ้านใช่มั๊ยคะ ก็ประมาณเย็นๆ โพล้เพล้ ตอนนั้นเห็นบรรยากาศมันน่ากลัวๆ ดี เลยไปแต่งตัวเป็นคนแก่ เอาแป้งโรยหัวให้ขาวๆ แล้วก็ไปยืนแอบๆ ทำตัวสั่นๆ แบบคนแก่ตรงรั้วบ้าน มีใครเดินผ่านมาก็หลอกเค้าหรือไม่ก็ทำเป็นกวักมือเรียกเค้า แบบว่ากวักช้าๆ แบบในหนังผีอ่ะค่ะ พอเค้าเห็นเค้าก็ตกใจใช่ป่ะคะ แพทก็กลั้นหัวเราะตัวเองไม่ให้ขำ ให้เค้าเดินผ่านไปก่อนแพทถึงมานั่งขำ ตลกมากๆ ตอนนั้นก็โตแล้วนะคะ ไม่รู้ทำไปได้ยังไง แต่ก็ฮาดีค่ะ ยังไงกราบขอโทษคนที่แพทเคยแกล้งด้วยนะคะ ตอนนั้นหนูไม่รู้จริงๆ ค่ะ... (ใช่ย่อยนะเนี่ย แม่คนนี้)

เพื่อนๆ มองเราเป็นคนยังไง

เพื่อนๆ บอกว่าแพทบ้าคะ เป็นผู้หญิงหลายบุคลิก หลายอารมณ์ บ้าก็บ้าเลยหรือถ้าเงียบก็เงียบไปเลย แต่เพื่อนบอกว่าเวลาอยู่กะแพทแล้วมีความสุขนะคะ อันนี้เพื่อนบอกจริงๆ ไม่ได้พูดเอง คือเพื่อนบอกว่าแพทอารมณ์ดี ชอบทำให้เพื่อนหัวเราะ เวลาอยู่กับเราแล้วมีความสุข แต่บางเวลาก็เป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูง บางช่วงก็อยากให้เวลากับตัวเองบ้าง อยู่กับตัวเองอะไรประมาณนี้

ชอบอะไรในตัวเองมากที่สุด

ชอบวิธีการคิด วิธีการมองโลกของตัวเอง คือมันทำให้เรามีความสุขในการดำเนินชีวิตน่ะค่ะ ทุกๆ อย่างที่ทำก็เพราะว่าเราชอบ เรามีความสุขที่จะทำ ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเลือกทำในสิ่งที่ต้องการ เวลาแพทมีปัญหา แพทก็ไม่ได้เครียดกับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพราะแพทคิดว่าปัญหามันมีไว้ให้ทดสอบ ไม่ได้มีไว้ให้แบก มองโลกด้วยรอยยิ้ม ทุกคนสามารถมีความสุขได้จากการมองโลกของตัวเราเอง แพทคิดว่าอย่างงั้นนะคะ การที่เราจะมีความสุขหรือทุกข์มันขึ้นอยู่กับตัวเรามากกว่า ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนอื่น มันอยู่ที่เราว่าเราจะเลือกคิดแบบไหน จะเลือกให้ตัวเองมีความสุขหรือจะทำให้ตัวเองมีความทุกข์...

บุคคลที่เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต

“คุณแม่” ค่ะ คุณแม่ของแพทเป็นฮีโร่สำหรับเราเลยค่ะ เป็นตัวอย่างในการดำเนินชีวิต คุณแม่เป็นคนเก่งและเข้มแข็ง รู้สึกตัวเองโชคดีที่ได้เกิดมาเป็นลูกของคุณแม่ คุณแม่แพทจะเลี้ยงลูกแบบให้คิดเอง ทำอะไรเอง ปล่อยให้ตัดสินใจเอง ให้เลือกอนาคตของเราเอง โดยที่ท่านจะยืนอยู่ข้างเรา คอยให้กำลังใจเรา เวลามีปัญหาแค่คุณแม่ยิ้มให้ แพทก็รู้สึกว่าปัญหามันเล็กลงไปทันทีเลยค่ะ แพทผูกพันกับคุณแม่มาก คือเราสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อผู้หญิงคนนี้ ...เพราะผู้หญิงคนนี้คือทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิตเราค่ะ

อีก 10 ปีข้างหน้า คิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่

เราคงมองโลกกว้างขึ้น มีประสบการณ์ในการใช้ชีวิตมากขึ้น มีความสุขมากขึ้นทุกๆ วัน ทำอะไรก็ตามที่มันจะทำให้ตัวเราและคนรอบข้างมีความสุข แล้วอีกอย่างนึงก็คือ วันนึงจะต้องเป็น “นักเขียน” ที่ดีให้ได้ เขียนเรื่องที่เราชอบ เรื่องที่เราสนใจ หรืออาจจะเขียนเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต แพทว่าเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของคนแต่ละคนมันมีอะไรมากมายเกิดขึ้น เป็นอะไรที่น่าสนใจนะคะ แต่ตอนนี้ก็ขอทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดก่อนแล้วกัน ให้อนาคตเป็นเรื่องของวันข้างหน้าค่ะ...

พูดตามตรงนะครับ เหตุที่ผมติดต่อน้องแพทมาสัมภาษณ์ในครั้งนี้ก็เพราะติดใจความแก่นกระโหลกของว่าที่แอร์สาวผู้นี้เป็นที่สุด กะว่าสัมภาษณ์คราวนี้จะได้เขียนเรื่องแบบว่าฮาให้น้ำหมากกระจาย แต่พอได้คุยกับแม่สาวคนนี้ทำให้ผมรู้สึกสับสนและงุนงงเล็กน้อยว่านี่ใช้ “น้องแพท” เจ้าของ username “angle patt forgot id” แน่เหรอ??? เพราะเห็นในบอร์ดเธอฮาเฮ อำคนโน้นที คนนี้ที เป็นที่รักของเพื่อน พ้อง น้อง พี่ สมาชิก thaicabincrew ทุกคน แต่หลังจากพูดคุยกับเธอแล้ว ผมก็ได้สัมผัสถึงอีกแง่มุมในการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและมีความสุขในแบบฉบับของเธอเอง

นี่คือชีวิตของว่าที่นางฟ้าการบินไทยที่ใครหลายๆ คนอาจจะไม่เคยรู้จักมาก่อน คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เธอจะมีความสุขจาก “การมองโลกในแง่ดี” ของเธอเอง น้องๆ สมาชิก TCC ทุกคนก็เช่นกันนะครับ ใครเศร้า ใครทุกข์อยู่ ลองหันมามองโลกด้วยรอยยิ้มดูบ้าง แล้วน้องๆ จะพบว่าโลกใบนี้สวยงามกว่าทุกครั้งที่น้องๆ เคยเห็นมา


 


เรื่องและภาพโดย nemesis for www.thaicabincrew.com
© 2006 All Rights Reserved 24mar06