สวัสดีค่ะ เราเองเป็นคนหนึ่งที่ผ่านประสบการณ์ในการตามล่าความฝัน พลาดมาก็หลายสายการบิน แต่เราเองก็ยังสู้ จนในวันนี้ วันที่ความฝันเป็นจริงกับการได้เป็น "พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน" ของ Orient Thai Airlines ค่ะ

ติดตามข่าวสาร

แต่ละสายการบินจะมีการประกาศข่าวการรับสมัครไม่เหมือนกันนะคะ บางแห่งก็ประกาศรับทางหนังสือพิมพ์ บางแห่งก็ใช้บริการเว็บไชต์ที่จัดทำขึ้นเพื่อการสมัครงานโดยเฉพาะ ซึ่งทาง Orient Thai ก็เหมือนกัน เราเองพบข่าวการประกาศรับสมัครของ ox ใน www.nationejobs.com แล้วเราก็รีบเอามาโพสต์บอกกันใน Thaicabincrew นี่ล่ะ การรับสมัครของ ox ให้ส่งเอกสารสมัครทางไปรษณีย์ค่ะ หลักฐานการสมัครก็มีรูปเต็มตัว 1 ใบ, รูป 2 นิ้ว 1 ใบ, transcript, สำเนาบัตรประชาชน, resume, จดหมายสมัครงาน ก็เอกสารสำคัญทั้งหลายแหล่น่ะค่ะ ส่งไปแล้วจากนั้นก็รอ...ร๊อ...รอ...รอเรียกค่ะ

และแล้ว…….ก็ได้รับเรียก

วันที่ 27 พฤศจิกายน (วันmeetingของชาว TCC นี่ล่ะค่ะ) ก็เริ่มมีการโทรเรียกผู้สมัครที่ผ่านการ pre-screen ใบสมัคร เพื่อให้มาสัมภาษณ์รอบแรกในวันที่ 29 พฤศจิกายน เวลา 7 โมงเช้า ที่โรงแรม Amari Airport

เราตื่นตอนตีสาม (ไม่น่าจะเรียกว่าตื่นแฮะ ไม่ได้นอนเลยต่างหาก กลัวจะไม่ตื่นน่ะค่ะ แบบว่าบ้านอยู่ไกลกลัวรถติดมากๆ...) อาบน้ำแต่งตัว แต่งหน้า ทำผม (ด้วยตัวเอง...งกจริงๆ...อิอิ...) เราก็ไปถึงโรงแรมประมาณ 6.15 น. ค่ะ ผู้คนก็หนาตาพอสมควร
เมื่อถึงเวลา มีการแบ่งผู้สมัครออกเป็น 3 กลุ่มค่ะ คือ กลุ่มที่พูดภาษาอังกฤษ กลุ่มที่พูดภาษาจีน และกลุ่มที่พูดภาษาญี่ปุ่น จากนั้นให้เซ็นชื่อ รับบัตรคิว เพื่อเข้าไปชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง ที่นี่ไม่กดส่วนสูงนะคะแต่ค่อนข้าง strict มากทีเดียว สำหรับผู้หญิง 160 ซม. ก็ต้องเท่านี้เป๊ะค่ะ ต่ำกว่านี้ไม่ได้เลย ส่วนตาชั่งรู้สึกว่าชั่งแล้วเบาขึ้นค่ะ เราเองยังน้ำหนักหายไปตั้ง 1 กิโลแน่ะ จะดีใจดีมั้ยเนี่ย

ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูงเสร็จ เจ้าหน้าที่ก็จะให้ถอดสูท พี่ๆ แอร์-สจ๊วตจะตรวจแขนเราว่ามีรอยสัก หรือแผลเป็นอะไรรึเปล่า มีการสอบถามนิดหน่อย จากนั้นก็ออกมารับป้ายที่มีหมายเลข ให้เขียนชื่อแล้วกลัดติดไว้ที่หน้าอกด้านซ้าย จากนั้นก็รอเรียก (อีกแล้ว)

ทำ Group Discussion

สัมภาษณ์รอบแรก เป็นการทำ group discussion ค่ะ จะมีการแบ่งผู้สมัครออกเป็นกลุ่มๆ ละ 6 คน ให้เข้าไปในห้อง ซึ่งจะมีกรรมการ 2 ท่าน พวกเราจะแบ่งเป็นฝั่งละสามคน นั่งหันหน้าเข้าหากัน มีกรรมการอยู่ตรงกลาง กรรมการจะให้คนใดคนหนึ่งจับสลากเลือกหัวข้อที่จะ discuss กัน กลุ่มเราได้หัวข้อเกี่ยวกับ Orient Thai ค่ะ แล้วกรรมการก็จะบอกให้เราคุยกันไปเลย (ไม่ต้องมองเค้า) โดยให้เวลา discuss กันประมาณ 5 นาทีค่ะ พอทำ group discussion เสร็จ ก็ถูกบังคับให้กลับบ้านเลย ไปรอผลค่ะ ซึ่งจะเรียกกันช่วงเย็น (อ้อ! ถ้าเป็นกลุ่มที่พูดภาษาจีน หรือว่า ภาษาญี่ปุ่น ก็จะมีการทำ group discussion 2 รอบค่ะ รอบภาษานั้นๆ 1 รอบ แล้วก็รอบภาษาอังกฤษอีกหนึ่งรอบค่ะ)

เข้าใกล้ความฝันเข้ามาอีกนิด

หลังจากทำ group discussion เราก็กลับบ้านไปหลับค่ะ สลบเลย พอประมาณบ่ายสามโมง ก็มีโทรศัพท์จาก ox บอกว่า ให้ไปสัมภาษณ์รอบต่อไปในวันรุ่งขึ้น เวลา 8 โมงเช้าที่เดิม เอาล่ะสิ ตื่นเต้น...


สัมภาษณ์เดี่ยว...หัวเดียวกระเทียมลีบ

วันนี้ ทุกคนก็จะได้รับหมายเลขใหม่ เพื่อรอเข้าสัมภาษณ์เดี่ยว เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งจะมีกรรมการทั้งหมด 5 ห้องค่ะ บางห้องก็จะมีกรรมการ 2 ท่าน บางห้องก็ท่านเดียว ข้อมูลต่อไปนี้ขออิงจากประสบการณ์ของเรานะคะ (เราสัมภาษณ์ห้องที่ 3 กรรมการชายไทยค่ะ)

หลังจากรับหมายเลขแล้วก็รอเรียก ซึ่งรอนานมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เรารอจนเลยเที่ยงค่ะ ต้องแวบออกไปหม่ำข้าวก่อน เริ่มสัมภาษณ์อีกทีตอนประมาณ บ่าย 2 ค่ะ เราเป็นคนที่ 2 (ของรอบบ่าย) เข้าไปก็สวัสดีกรรมการงามๆ ยิ้มหวานๆ กรรมการก็ถามว่าเราเป็นยังไงบ้าง เราก็บอกว่า ตื่นเต้น เขาก็บอกว่าไม่ต้องตื่นเต้นแล้ว ผ่านมาได้ขนาดนี้ ถามว่าเมื่อวานทำ group discussion เรื่องอะไร เราก็บอกเค้าไป เค้าก็ให้เราพูดเกี่ยวกับ Orient Thai อีกค่ะ จากนั้นก็ถามว่า

- ทำไมเราต้องจ้างคุณ
- จุดอ่อนของคุณคืออะไร
- ถ้าเราจ้างคุณ คุณจะอยู่กับเรานานแค่ไหน
- ถ้าสายการบินอื่นเปิดรับสมัคร ซึ่งเค้าให้รายได้มากกว่า ประมาณ แสน-สองแสนบาท คุณจะไปมั้ย
- ถ้าให้คุณเป็นแอร์ด้วย เป็นกราวน์ด้วยคุณทำได้ไหม คุณทำงานหนักไหวหรือเปล่า
- เคยใช้บริการของ OX มาก่อนหรือเปล่า ประทับใจอะไรบ้าง

จากนั้นเค้าก็ให้เราถามเค้าบ้าง...ต้องถามนะคะ...ถามไปเถอะค่ะ...อิอิ...สำหรับคำถามนั้น กรรมการแต่ละท่านก็จะถามไม่เหมือนกันค่ะ บางท่านก็จะสร้างสถานการณ์มาให้เราแก้ปัญหาอ่ะค่ะ พอสัมภาษณ์เสร็จเรียบร้อย ก็ร่ำลากรรมการ แล้วก็กลับบ้านได้เลยค่ะ มารอโทรศัพท์เรียก...เราเองไม่ได้รับเรียกในตอนแรกค่ะ แอบอึ้งอยู่ลึกๆ ว่าสงสัยกินแห้วอีกแล้ว

แต่ในที่สุด...

วันที่ 3 ธันวา ตอนทุ่มนึง เราก็ได้รับโทรศัพท์จาก OX ให้ไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลสมิติเวช ไปยังไงก็ได้ให้ทันภายใน 2 ทุ่ม ไม่งั้นถือว่า สละสิทธิ์ โอ้โห! ระทึกมากค่ะ รีบออกจากโรงหนังที่เซ็นทรัลลาดพร้าวอย่างรีบด่วน วิ่งไปลงรถไฟใต้ดิน ขึ้นมาต่อรถไฟฟ้า แล้วก็ต่อมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ไปที่โรงพยาบาล โอย! เกือบไม่ทันค่ะ

ตรวจร่างกาย...กังวล...ปนเสียว...

พอไปถึงศูนย์สุขภาพ สมิติเวช พี่พยาบาลก็จะให้เรากรอกเอกสาร แล้วก็แจกกระปุกมาหนึ่งใบ สำหรับใส่ปัสสาวะ เพื่อตรวจหาสารเสพติด ตรวจการตั้งครรภ์ แล้วก็ตรวจท่อทางเดินปัสสาวะค่ะ ว่าอักเสบรึป่าว (ซึ่งถ้าสาวๆ ที่มีวันนั้นๆ อยู่ ก็ไม่สามารถตรวจปัสสาวะได้ แต่ก็สามารถไปตรวจ repeat อีกทีได้ค่ะ) จากนั้นก็ตรวจตาบอดสี, x-ray ปอด กลับมาเจาะเลือด ตรวจหาเชื้อ HIV, ตรวจไวรัสต่างๆ ทั้ง ไวรัส A ไวรัส B, ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง, ตรวจความดันโลหิต, ตรวจชีพจร, ตรวจสายตา แล้วที่เราประทับใจมาก คือ ตรวจการได้ยินค่ะ จะเป็นตู้ให้เราเข้าไปนั่งสวมหูฟังไว้ แล้วก็จะมีปุ่มให้กด ทันทีที่ได้ยินเสียงก็กดเลยค่ะ แหะๆๆ เราฟังเพลินอ่ะค่ะ จนเจ้าหน้าที่ต้องพูดเตือน ว่าทันทีที่ได้ยินต้องกดเลยนะน้อง ไม่ต้องรอให้ดัง...เข้าใจนะครับ...เหอๆๆ...อายเลยค่ะ...หลังจากตรวจครบทุกอย่างแล้ว ก็รอพบคุณหมอค่ะ ก็จะมีการตรวจตา ตรวจหู ตรวจลำคอ ตรวจช่องท้อง ตรวจกระดูกสันหลัง จากนั้นก็ไปจ่ายสตางค์ค่าตรวจ 1,850 บาท แล้วก็กลับบ้านค่ะ
อืมม์! สายการบินนี้ ตรวจร่างกายละเอียดนะคะ ท่อปัสสาวะอักเสบก็ไม่ได้ สันหลังคดเกินที่เค้ากำหนดก็ไม่ได้ ไวรัสบี ก็ไม่ได้ ส่วนไวรัสเอ ยังไม่แน่ใจค่ะ ยังไม่ทราบข้อสรุปเลย

ในที่สุด...ฝันก็เป็นจริง...

11 โมงเช้า วันเสาร์ที่ 4 ก็มีโทรศัพท์จาก OX บอกว่า ผ่านการตรวจสุขภาพแล้ว ให้นำเงินค่าเทรน 50,000 บาท ไปเซ็นสัญญาตอนบ่าย 2 โมง ที่ Terminal 2 ค่ะ หูย! หัวปั่นเลยค่ะ เพราะว่าวันเสาร์แบงค์ปิด ต้องให้พ่อเขียนเช็ค แล้วรีบเอาไปเบิกที่แบงค์ที่มีสาขาอยู่ในห้างสรรพสินค้าอ่ะค่ะ กลัวไม่ทันจะแย่เพราะถ้า late ล่ะก็ หมายถึง สละสิทธิ์! ได้เงินปุ๊บก็รีบสวมตีนผี ซิ่งไปเลยค่ะ จ่ายเค้าเป็นเงินสดนี่ล่ะ ทำแคชเชียร์เช็คไม่ทันแล้ว

ณ ตอนนี้ก็เซ็นสัญญาเรียบร้อย เตรียมเทรน วันจันทร์ที่ 6 ธันวานี้แล้วค่ะ...เราเองเริ่มต้นสมัครแอร์เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 11กันยายนที่ผ่านมา (ถึงตอนนี้ก็ 3 เดือนพอดีค่ะ) จากคนที่ไม่รู้อะไรเลย ลองผิดลองถูก มี thaicabincrew.com เป็นเสมือนคัมภีร์ เป็นที่ปรึกษา เป็นนักข่าว เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง (ต้องขอขอบคุณ TCC, เพื่อนๆ ทุกคนในบอร์ดมากๆ ค่ะ) แล้วเราเองก็ไล่ตามความฝันมาเรื่อยๆ ไม่ยอมท้อ เชื่อหรือเปล่าว่าเราพลาดมาถึง 5 สายการบิน ภายใน 3 เดือน แต่ทุกๆ ครั้ง เราก็พยายามที่จะหาข้อบกพร่อง แล้วปรับปรุงตัวเอง จนมาคราวนี้ที่ประสบความสำเร็จซักที...เพื่อนๆที่พลาดมา ก็อย่าเพิ่งท้อนะคะ...เราเอาใจช่วยเพื่อนๆ ทุกคน...และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนประสบความสำเร็จเหมือนกับเราบ้างค่ะ

...โชคดีนะคะ

nupy



โดย nupy ©2004 All Rights Reserved
13Jan2005