สวัสดีค่ะเพื่อนสมาชิกชาว thaicabincrew.com วันนี้เรามีอะไรดีดีมาฝากตามสัญญา อาจยาวซักหน่อยแต่รับรองมีประโยชน์แน่ๆ สำหรับผู้สนใจร่วมงานกับสายการบินโอเรียนท์ไทยในตำแน่ง "พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน" หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ น้องๆ รุ่นหลังบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ

ขั้นตอนเริ่มแรก เราเริ่มต้นเก็บเกี่ยวประสบการณ์ (ของคนอื่น) จากเว็บ thaicabincrew.com ว่าการเตรียมตัวตลอดจนขั้นตอนการสมัครแอร์น่ะ เขาทำกันอย่างไร เริ่มกันตรงไหน ดังนั้น สิ่งที่เพื่อนๆ ต้องทำเป็นสิ่งแรกเมื่อเข้ามาในเว็บนี้ก็คือ ให้เข้าไปไล่อ่าน อ่าน แล้วก็อ่าน เรื่องราวต่างๆ ในเว็บให้ครบทุกเรื่อง แล้วจะรู้เองว่า สมัครงานสายการบินใด ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

ขั้นตอนต่อมาคือคอยดูประกาศรับสมัครงานตามหน้าหนังสือพิมพ์ (ถ้าเข้าเว็บนี้บ่อยๆ แทบไม่ต้องอ่านหนังสือพิมพ์เพราะในเว็บจะมีแหล่งข่าวที่ไวกว่าหนังสือพิมพ์อยู่เสมอๆ) และอย่าลืมส่งเอกสาร หลักฐานต่างๆ และรูปถ่ายไปให้ครบถ้วนตามที่เค้ากำหนด ถ้าใครได้ภาษาที่สาม ที่สี่ ที่ห้า ก็ควรใส่ลงไปใน resume ด้วย เพราะที่นี่เขาชอบผู้ที่พูดภาษาที่สามได้ (เพื่อนๆ แอร์รุ่นเดียวกันได้ภาษาที่สามกันหลายคน เช่น ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเกาหลี) แต่ใครพูดภาษาที่สามไม่ได้ก็ไม่ต้องตกใจหรอกนะ เพราะเราและเพื่อนๆ อีกหลายคนก็พูดได้แต่ภาษาไทยกับภาษาอังกฤษนี่ละค่ะ

มาถึงขั้นตอนการสัมภาษณ์ การสัมภาษณ์แบ่งเป็นสองวัน ในแต่ละวันจะแบ่งเป็นรอบเช้าและรอบบ่าย เราจะได้สัมภาษณ์วันไหน รอบไหน เวลาใด ก็ขึ้นอยู่กับทางบริษัทจะนัดวัน เวลาและสถานที่ให้เราเอง ที่สำคัญต้องไปให้ตรงตามเวลานัดนะคะ ห้ามสายเด็ดขาด เพราะเรื่องเวลาถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากๆ สำหรับผู้ที่จะทำอาชีพนี้

ไปถึงโรงแรมจะเจอเพื่อนๆ เยอะแยะไปหมด แบบเดินมาก็รู้เลยว่ามาสัมภาษณ์แอร์ แหมก็แต่ละคนมาเป็น pattern เดียวกันหมดคือใส่สูท (เท่าที่เห็นส่วนใหญ่เป็นสูทแขนยาวนะคะ เพราะที่นี่ไม่ได้กำหนดว่าต้องเป็นแขนสั้นหรือแขนยาว เขาแค่บอกว่าแต่งกายสุภาพ) รวบผมติดเนท (ปาดซ้าย ปาดขวา กล้วยหอม ตั้งกระบังลม ทรงคุณหญิงคุณนายมีหมด) ใส่ถุงน่อง รองเท้าคัชชู แต่งหน้าเด้ง ทาเล็บสวย (ไม่รู้ว่าที่นี่กรรมการเขาชอบคนทาเล็บสีอะไร แต่ตามระเบียบของบริษัท ลูกเรือต้องทาเล็บสีชมพูอ่อน แล้วก็แต่งหน้าทาปากให้เป็นสีโทนเดียวกับเล็บ) แต่ยังไงก็แล้วแต่ เราว่าควรแต่งหน้าแต่งตัวตามสไตล์ที่เราคิดว่าแต่งแล้วดูดีและมั่นใจดีที่สุด ไม่ต้องแต่งตามโทนที่เราบอกไว้หรอก เพราะบางคนอาจแต่งหน้าโทนสีชมพูแล้วไม่เด้ง เดี๋ยวไม่เกิดแล้วจะมาโทษเราไม่ได้นะ

เมื่อถึงเวลาตามนัดก็ขึ้นไปเข้าแถวเซ็นชื่อ วัดส่วนสูง ชั่งน้ำหนัก (ที่นี่ไม่กดส่วนสูงนะไม่ต้องกลัว) บางคนสูงไม่ถึงเขาก็ไม่ใจร้ายไล่กลับบ้านนะคะ (แต่ก็ไม่ยักกะผ่านแฮะ คือเราไม่เจอเขาตอนเทรน เลยคาดว่าเขาคงไม่ได้) เสร็จจากขั้นตอนนี้ก็มีการสอบข้อเขียน คือให้หัวข้อมาแล้วให้เราเขียนลงไปในกระดาษคำตอบ ให้เวลา 10 นาทีเองค่ะ หัวข้อที่เราได้คือ "หากคุณสามารถเปลี่ยนบุคลิกลักษณะของตัวคุณได้หนึ่งอย่างคุณจะเปลี่ยนอะไร" เราก็ตอบโดยใช้คำตอบง่ายๆ ไม่กี่บรรทัด ไม่มีคำศัพท์เลิศหรูอลังการใดๆ ทั้งสิ้น แต่ก็พอสื่อความหมายได้รู้เรื่องแหละ

จากนั้นก็สอบ attitude test ประมาณ 42 ข้อ เอ๊ะ หรือ 32 ข้อเนี่ยละค่ะ โดยเขาจะอ่านคำถาม แล้วให้เราตอบลงในกระดาษคำตอบที่แจกให้ พี่เขาจะอ่านแบบว่าเร็วมากๆๆๆๆๆๆๆ (เห็นไม้ยมกแล้วรู้หรือยังว่าอ่านเร็วมากแค่ไหน) ไม่มีเวลาให้เราคิดเลย เราคิดว่าที่เขาทำแบบนี้เพราะต้องการคำตอบแวบแรกที่ออกมาจากสามัญสำนึกของแต่ละคน ซึ่งจะวัดได้ว่าเราเป็นคนยังไงอะไรประมาณนี้

สอบข้อเขียนเสร็จก็มานั่งรอสัมภาษณ์ ห้องสัมภาษณ์มี 4 ห้อง ในแต่ละห้องมีกรรมการ 3-4 คน ห้องที่เราเข้าสัมภาษณ์มีกรรมการคนไทย 2 คนและคนต่างชาติ 1 คน ก่อนเข้าห้อง พี่แอร์ที่อยู่หน้าห้องจะบอกว่าต้องทำอย่างไรบ้าง เช่น ก่อนเข้าห้องให้เคาะประตู 2 ครั้ง เข้าห้องไปแล้วให้เดินรอบๆ ห้องให้กรรมการดูด้วย เราก็ทำตามที่พี่เขาบอก เคาะประตู 2 ก๊อก ประตูเปิด กล่าวคำ "สวัสดีค่ะ" พร้อมยกมือไหว้ส่งยิ้มหวาน เดินวนรอบห้อง แล้วมาหยุดหน้ากรรมการ กล่าวคำว่า "สวัสดีค่ะ" พร้อมยกมือไหว้ส่งยิ้มหวานให้กรรมการอีกรอบ จากนั้นกรรมการจะให้เราแนะนำตัวเอง (ก็แนะนำไปตามสคริปที่เตรียมมานั่นแหละ)

แนะนำตัว แนะนำอะไรบ้าง? อันดับแรกคือชื่อและนามสกุล เรียนจบที่ไหน คณะอะไร สาขาอะไร ใครเป็นเด็กเกียรตินิยม เหรียญเงิน เหรียญทองก็บอกเขาไปด้วยก็แล้วกัน เคยทำกิจกรรมอะไรมาบ้างก็บอกเขาไปด้วย ประสบการณ์การทำงานของเรา เคยทำงานอะไรและกำลังทำอะไรอยู่ตอนนี้ งานอดิเรกคืออะไร เอาเป็นว่าถ้าอยากแนะนำอะไรในตัวเราให้กรรมการรู้ แล้วคิดว่าสิ่งนั้นจะเป็นผลดีกับตัวเองก็บอกไปเลย แต่ไม่ควรยาวเกินสองนาที ไม่งั้นมันจะน่าเบื่อ และที่สำคัญ อย่าลืมบอกเขาด้วยถ้าพูดภาษาอื่นได้นอกเหนือจากภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพราะมันจะมีประโยชน์กับตัวคุณเองนั่นแหละ

แนะนำตัวเสร็จกรรมการจะถามคำถามเป็นภาษาอังกฤษ ส่วนใครที่บอกว่าพูดภาษาอื่นได้นอกเหนือจากภาษาไทยกับภาษาอังกฤษก็ต้องเตรียมพร้อม เพราะกรรมการจะถามเป็นภาษานั้นๆ ด้วย หรือบางทีอาจให้เราแนะนำตัวเป็นภาษานั้นเลย เช่น เพื่อนเรากรรมการให้แนะนำตัวเป็นภาษาจีน

คำถามที่กรรมการถาม เช่น

- จบสาขานี้ทำไมถึงอยากเป็นแอร์ ทำไมไม่ไปทำงานที่ตรงกับสายที่เรียนมา
- งานที่คุณทำอยู่ไม่เห็นเกี่ยวกับอาชีพแอร์ตรงไหน คุณจะทำอาชีพนี้ได้เหรอ
- หน้าที่และความรับผิดชอบของแอร์คืออะไร
- ถ้าให้คุณทำแอร์ด้วย ทำกราวน์ด้วย คุณจะทำได้ไหม
- ถ้าคุณได้เป็นแอร์แล้วเห็นเพื่อนแอร์ของคุณขโมยของ คุณจะทำอย่างไร
- คุณเคยสมัครแอร์มาแล้วหรือยัง ที่ไหนบ้าง ผลเป็นอย่างไร
- คุณรู้จักโอเรียนท์ไทยไหม ไหนลองเล่าให้ฟังหน่อยซิ ว่าคุณรู้อะไรเกี่ยวกับโอเรียนท์ไทยบ้าง
- สายการบินของเราบินไปไหนบ้าง
- ถ้าเกิดไฟไหม้ในเครื่องบินคุณจะทำอย่างไร (อันนี้คนที่เคยเป็นแอร์มาแล้วจะโดนถามคะ ส่วนคนที่ไม่เคยเป็นแอร์มาก่อนเขาคงไม่ถามหรอก ไม่ต้องกังวล)
- ที่บ้านคุณทำอาชีพอะไร มีพี่น้องกี่คน คุณเป็นคนที่เท่าไหร่
- คุณชอบทำอาหารเหรอ (อันนี้เราบอกเขาตอนแนะนำตัวเอง) แล้วคุณชอบทำอาหารอะไรละ ทำอร่อยไหม (ดีนะที่เขาไม่ถามวิธีทำน่ะ ไม่งั้นแย่แน่ๆ คือไอ้ทำน่ะทำเป็นอยู่หรอกนะ สนุกสนานกับการทำอาหารมาก แต่ถ้าจะให้อธิบายวิธีทำเป็นภาษาอังกฤษ คงไม่ใช่เรื่องสนุกแน่ๆ)
- เคยใช้บริการของสายการบินเราไหม เป็นอย่างไรบ้าง

แนวคำถามเพิ่มเติมสำหรับการสัมภาษณ์ คลิกที่นี่

เวลาในการสัมภาษณ์ประมาณคนละ 10 นาที (ไม่มีโต๊ะให้นั่งนะคะ ต้องยืนต่อหน้ากรรมการหาที่เก็บมือไว้ดีๆ ก็แล้วกัน) เวลาสัมภาษณ์ก็ไม่ต้องตื่นเต้น กรรมการไม่ดุค่ะ ใจดีน่ารักทุกคน เวลาตอบคำถามอย่าลืมส่งยิ้ม ปล่อยมุขตลกบ้างตามสมควร เราก็ปล่อยไปหลายมุขเพราะเสียงหัวเราะจะทำให้เราไม่เกร็ง แล้วดูเป็นธรรมชาติ แต่อย่ามัวหัวเราะจนเกินงามนะคะ

สัมภาษณ์เสร็จอีกสองสามวันก็รู้ผล สำหรับคนที่ผ่านจะมีเจ้าหน้าที่โทรมานัดวันและเวลาให้ไปตรวจสุขภาพ จากนั้นนัดเซ็นสัญญาพร้อมวางเงินค้ำประกัน 30,000 บาท เทรน 10 วัน เทรนเสร็จก็ OJT (on job training) รุ่นเราได้ OJT ไฟท์กรุงเทพ-ฮ่องกง สนุกสนานเป็นอย่างยิ่ง จากนั้นก็เริ่มบินจริงค่ะ

อีกอย่างหนึ่งสำหรับหลายๆ คนที่สงสัยว่าลูกเรือของโอเรียนท์ไทยกับลูกเรือวันทูโกต่างกันตรงไหน ขอตอบว่าไม่ต่างกันนะคะ คือถ้าคุณได้เป็นลูกเรือของโอเรียนท์ไทยก็จะได้บินวันทูโกด้วย คือหมุนเวียนเปลี่ยนกันบินน่ะค่ะ ถ้าบินวันทูโก (Domesstic) ก็ต้องใส่ยูนิฟอร์มเป็นเสื้อโปโลกางเกงแดง แต่ถ้าวันไหนบินต่างประเทศ (Inter) ก็ต้องใส่ชุดสูทสีดำ ข้างในเชิ้ตสีเหลือง ผูกผ้าพันคอสวยงาม

เรื่องทั้งหมดที่อยากบอกเล่าเก้าสิบให้พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ชาว thaicabincrew.com ก็มีแค่นี้แหละค่ะ (อาจจะยาวไปสักหน่อยนะ เราอ่านดูยังตกใจเลยว่าทำไมมันยาวเช่นนี้ นี่ฉันเขียนอะไรนักหนา แต่อิอิ หวังว่าคงมีประโยชน์นะจ้ะ) ท้ายที่สุดนี้ขอขอบคุณเว็บไซต์ thaicabincrew.com มากๆๆๆๆๆๆๆ ที่ทำให้วันนี้ข้าพเจ้าได้มีปีกติดสมใจ ขอบคุณเพื่อนๆ ในเว็บบอร์ดสำหรับข้อแนะนำ ขอบคุณ MyOldEditor และทีมงาน thaicabincrew.com จากใจจริง และที่สำคัญ ขอขอบคุณสายการบินโอเรียนท์ไทยแอร์ไลน์ ที่ให้โอกาสหนูได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวอันอบอุ่นเช่นนี้

see you on board!!




โดย happy ©2004 All Rights Reserved
25sep04