thaicabincrewdotcom®proudly presents
*viwing this webpage with high speed internet is highly recommended




11 ครั้งยังไม่ยอมถอย “ น้องนุ้ย ” ว่าที่แอร์การ์ตาจอมอึด ถึก และไม่ธรรมดา

 

14 กันยายน 21.35 น.

Myold : เฮ้ยๆ วันศุกร์ที่ 16 ไปสัมภาษณ์น้องนุ้ยหน่อยดิ (พร้อมกับสะกิดไหล่ผมอย่างแรง...)
ผม : สะกิดแบบนี้ เอาไม้หน้าสามฟาดเลยดีกว่า แล้วนุ้ยไหนอ่ะพี่ ???

Myold: เออๆ น้องในเว็บเรานี่แหละ เค้าเพิ่งได้กาต้าร์ อะ...นี่เบอร์น้องเค้า นัดให้เรียบร้อยแล้ว แต่เอ็งโทรไปคอนเฟิร์มน้องเค้าอีกทีละกัน ไปนอนละ ง่วง.. อย่าลืมนะ
ผม : อ้าว...เดี๋ยวดิ มานี่ก่อน ยังไม่รู้เรื่องเลย...ย.ย.ย... !!! แล้วถ้าวันนั้นฝนตกล่ะ...

Myold : ฝนตกก็กางร่มดิ
ผม : !!!!!!!!! (เป็นงัยล่ะป่ะป๋าผม...) โธ่...โทรเองก็ได้...



หลังจากโทรนัดน้องนุ้ย สอบถามเรื่องการเดินทางเรียบร้อยแล้ว ก็ร้องอ๋อ...แหม...ร้านของน้องนุ้ยอยู่ตรงขัามกับร้านหมูกระทะที่ผมไปกินประจำนั่นเอง

16 กันยายน 14.00 น. (ตรงเวลาเป๊ะๆ) ผมไปถึงหน้าร้านของน้องนุ้ย เห็นสาวน้อยคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ในร้าน ต้องเป็นน้องนุ้ยแน่ๆ ลองเข้าไปทักดีกว่า พอกำลังจะก้าวเข้าไปในร้าน ยังไม่ทันพูดอะไร น้องนุ้ยยกมือไหว้ผม (อ้าว...รู้ได้งัยเนี่ย) ทักทายกันซักพัก พอให้ผมได้หายใจสัก 3 เฮือก ...


เริ่มรู้จักและสนใจอาชีพนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ

ตอนแรกไม่มีความรู้อะไรเลยค่ะ ไม่มีกระทั่งไอเดียอะไรซักอย่างเกี่ยวกับอาชีพนี้ แต่ตอนที่เรียนได้ยินเพื่อนๆ ที่อยากเป็นแอร์คุยกันบ่อยๆ ว่าชั้นอยากเป็นแอร์สายการบินนั้น สายการบินนี้ มันก็เลยซึมซับมาเรื่อยๆ ค่ะ และพอเรียนจบก็ได้แรงยุจากเพื่อนๆ ด้วย เพื่อนบอกให้ลองสมัคร ก็เลยลองไปสมัครด้วยกัน ไปแบบไม่รู้เรื่องเลยค่ะ ไม่ได้เตรียมตัวอะไรทั้งสิ้น ก่อนหน้านั้นยังไม่รู้จัก thaicabincrew.com เลยค่ะ มีรุ่นน้องแนะนำให้รู้จัก TCC ก่อนหน้าที่จะไปสมัครเพียงแค่ 2-3 วัน ก็เลยเข้าไปดู ก็เรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้นุ้ยได้รู้จักและสนใจอาชีพนี้มากยิ่งขึ้น ได้อ่านประสบการณ์ต่างๆ ความประทับใจที่พี่ๆ เพื่อนๆ เขียนเล่าให้ฟัง มันก็เลยเป็นแรงบันดาลใจหนึ่งที่ทำให้เราอยากลองสมัครดูค่ะ

ได้ยินมาว่าน้องแห้วมาแล้ว 11 สายการบินเหรอครับ เคยสมัครสายการบินไหนมาบ้าง ลองเล่าให้ฟังหน่อย

อืม...(ทำท่าเขิน...) คือนุ้ยเองมีประสบการณ์แห้วมาแล้วทั้งหมด 11 ครั้ง แล้วทั้ง 11 ครั้งก็ไม่ซ้ำสายการบินเลยค่ะ และก็ครั้งนี้แหละค่ะเป็นครั้งที่ 12 (ทีมงานขอปรบมือให้ 3 แปะสำหรับความอึดของน้องครับ...) เดี๋ยวจะไล่ให้ฟังเลยนะคะ เริ่มต้นจาก Gulf Air/EVA/Etihad/Qatar (ครั้งนี้ตกรอบแรกเลยค่ะ) /Sky Eye/Orient/TG/Air Asia/EK/JAL/Eagle และท้ายที่สุดก็มาได้ที่ Qatar นี่แหละค่ะ (น้องเอ๋ย...ทำไมถึงได้อึดขนาดนี้เนี่ย...นับถือๆๆ...)

ประสบการณ์ต่างๆ ที่สมัครมาหลายๆ สายการบินสอนอะไรเราบ้าง

ก็ยอมรับนะคะว่าบางครั้งหรือหลายครั้งด้วยซ้ำไปที่รู้สึกเหนื่อย รู้สึกท้อว่าทำไมเราถึงไม่ได้ เคยคิดว่าเราไม่เหมาะกับอาชีพนี้รึป่าว เคยนอนร้องไห้กับความผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า นุ้ยเชื่อว่าเพื่อนๆ หลายๆ คนต้องเคยร้องไห้ให้กับความรู้สึกนี้เหมือนกัน นุ้ยเคยร้องไห้หนักๆ อยู่ 2 ครั้งนะคะ คือตอนตกรอบ EVA กับ JAL อาจเป็นเพราะว่าตอนที่นุ้ยสัมภาษณ์ นุ้ยรู้สึกว่าเราทำได้ดี เลยคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา แต่พอประกาศผลว่าเราไม่ได้ มันก็เลยทำให้เรารู้สึกเสียใจอ่ะค่ะ ร้องไห้เลย... แต่ก็ต้องยอมรับอย่างนึงว่าความผิดหวัง อุปสรรคต่างๆ มันก็สอนให้เราได้เรียนรู้ ได้พัฒนาตัวเอง ทำให้เราเข้มแข็งและก็แข็งแรงขึ้นค่ะ

เตรียมตัวอย่างไรก่อนไปสมัครครั้งนี้

อยากบอกว่านุ้ยไม่ได้เตรียมตัวอะไรไปเลย เตรียมใจมากกว่า ไปสัมภาษณ์แบบไม่ซีเรียส สบายๆ คือเป็นตัวของตัวเองนั่นแหละค่ะดีที่สุด ไม่ต้องเกร็ง มีคำพูดประโยคนึงที่นุ้ยใช้อยู่ในบอร์ดเป็นคำพูดแทนตัวอ่ะค่ะว่า “Be yourself Do your best” นุ้ยก็บอกตัวเองค่ะว่าทำให้ดีที่สุดแล้วกัน ไม่ว่าผลจะออกมายังงัย เราก็ภูมิใจที่เราได้ทำหน้าที่ของเราอย่างสมบูรณ์แล้ว กรรมการยังบอกเลยนะคะว่า ไม่ต้องเตรียมตัว ไม่ต้องท่องอะไรมาทั้งนั้น เราแค่มาพูดคุยกันเฉยๆ มาทำความรู้จักกัน

ตอนสัมภาษณ์กาต้าร์เป็นยังงัยบ้าง

มีสอบภาษาอังกฤษ ไม่ถึงกับยากมากค่ะ เชื่อว่าเพื่อนๆ ก็สามารถทำได้เหมือนกัน แล้วก็ชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูง ตอนนี้กรรมการจะเริ่มถามเรา เป็นคำถามทั่วๆ ไปไม่ซีเรียสค่ะ ของนุ้ยกรรมการถามเกี่ยวกับเรื่องเสื้อผ้า วันนั้นนุ้ยใส่สูทแขนสั้นสีชมพูๆ เค้าก็ถามทำไมถึงใส่สีนี้ล่ะ ชอบสีชมพูเหรอ นุ้ยก็เลยบอกว่านุ้ยเกิดวันอังคาร สีชมพูเป็น Lucky Color ของนุ้ย และนุ้ยก็ชอบสีนี้ด้วย กรรมการเค้าก็ยิ้มค่ะ ตอนชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูงกรรมการถามไม่เยอะแค่คุยเฉยๆ

จากนั้นก็เป็นรอบ Group Discussion ค่ะ มี 2 หัวข้อ กรรมการให้เราคุยกันเรื่อง “ วัฒนธรรมไทยที่ดีและไม่ดี 5 อย่างที่เราจะนำไปใช้และไม่นำไปใช้ตอนที่เราไปอยู่โดฮา ” หัวข้อที่ 2 คือ “ สิ่งที่ดีและไม่ดีที่จะทำให้เราได้ promote เลื่อนขั้นเวลาที่ทำงานที่สายการบินของเค้า ” รอบนี้มีเพื่อนๆ ผ่านเข้ารอบ Final 25 คนค่ะ กรรมการแอบบอกมาว่ารอบ Final ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมานะ คุยสบายๆ ไม่ซีเรียส

พอรอบ Final มาถึงก็ทำตัวสบายๆ พอกรรมการเชิญให้นั่ง นุ้ยก็นั่งหลังตรงไม่พิงพนักเหมือนที่เรานั่งสัมภาษณ์กับสายการบินอื่น ๆ อ่ะค่ะ แต่กรรมการบอกว่าให้นุ้ยนั่งสบายๆ หลังพิงพนักไปเลย ไม่ต้องเกร็ง กรรมการใจดีมั่กๆ ค่ะ ของนุ้ยคุยไม่นานค่ะ แป๊บเดียวเอง ตอนแรกคิดว่าไม่ได้แล้วด้วย คุยประมาณไม่ถึง 20 นาทีด้วยซ้ำไป มีอยู่คำถามนึงที่จำได้ กรรมการถามว่า “ เคยทำอะไรดีๆ ให้คนอื่นบ้างมั๊ย ที่ไม่ใช่คนในครอบครัวของเรา ” นุ้ยก็ตอบกรรมการไปว่า เคยมีคนท้องมานั่งทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้าน แล้วเราก็เห็นว่าเค้าลุกรี้ลุกรนอ่ะค่ะ ก็เลยเข้าไปนั่งคุยกับเค้า ทำให้เค้าไว้ใจเรา แล้วเค้าก็บอกว่า เค้าไม่มีเงินจ่ายค่าก๋วยเตี๋ยวหรอกนะ ขอโทษด้วย นุ้ยก็เลยบอกว่าไม่เป็นไร ไม่มีเงินก็ไม่ต้องจ่ายหรอก แต่ที่ให้ทานฟรีไม่ได้หมายความว่าคุณน่าสงสารนะ เพราะคุณไม่ได้ทานคุณก็แค่รู้สึกหิว แต่ตอนนี้คุณไม่ได้มีเพียงแค่ชีวิตเดียว แต่ยังมีอีกหนึ่งชีวิตในท้องของคุณที่ต้องการอาหารไปหล่อเลี้ยงให้เค้าเจริญเติบโตต่อไป ไม่ต้องคิดมากนะคะ เดี๋ยวก๋วยเตี๋ยวไม่อร่อย แล้วนุ้ยก็ยิ้มให้เค้าค่ะ พอนุ้ยพูดจบ กรรมการก็ยิ้ม...ม.ม.ม... แล้วก็ทำท่าแบบว่าโอ้โห ...ประทับใจจังเลย... กรรมการยังลุกขึ้นมาขอจับมือนุ้ยเลย นุ้ยยังเขินเลยค่ะ กรรมการยังแซวด้วยว่าขอให้ใจดีแบบนี้ตลอดไปนะ ไม่ใช่พอขึ้นไปเจอผู้โดยสารกวนๆ แล้วก็ประเคนเข้าให้ด้วยถาดนะจ๊ะ อยากบอกว่ากรรมการใจดีมากๆ เลยค่ะ

ก่อนหน้านี้ทำงานอะไรมาบ้าง

นุ้ยเคยทำงานตำแหน่ง Customer Relation Management เป็น Freelance ให้กับรถยนต์ยี่ห้อหนึ่ง หลังจากนั้นก็มาทำ Marketing Consulting ให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง ทำได้ไม่นานก็ลาออกค่ะ ที่ลาออกก็เพราะโดยส่วนตัวไม่ค่อยชอบทำงาน Office ก็เลยปรึกษาคุณแม่ว่าอยากเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว อยากรับผิดชอบงานด้วยตัวเอง ก็เลยได้มีโอกาสมาทำร้านก๋วยเตี๋ยวนี่แหละค่ะ นุ้ยไม่เคยอายที่จะบอกคนอื่นว่าที่บ้านนุ้ยขายก๋วยเตี๋ยว นุ้ยกลับภูมิใจด้วยซ้ำได้ช่วยคุณพ่อคุณแม่ทำงาน มันทำให้เราได้เรียนรู้ ได้รับผิดชอบอะไรหลายๆ อย่างด้วยตัวของเราเอง ตอนที่สัมภาษณ์ นุ้ยก็ไม่ได้บอกกรรมการว่านุ้ยเคยทำงานในตำแหน่ง Customer Relation Management กับ Marketing Consulting มาก่อน กรรมการยังถามเลยค่ะว่า ไม่มีประสบการณ์การทำงานเลยเหรอ นุ้ยบอกแต่เพียงว่านุ้ยช่วยที่บ้านขายก๋วยเตี๋ยวค่ะ ก็เล่าให้เค้าฟังว่าเราทำอะไรบ้าง เวลามีปัญหาเราแก้ไขยังงัย นุ้ยว่ามันขึ้นอยู่กับวิธีการพูด การสื่อสารของเรามากกว่าค่ะ เราจะพูดยังงัยให้งานที่หลายคนมองว่าธรรมดา ให้เป็นงานที่น่าสนใจ อันนี้เป็นวิธีการสื่อสารของแต่ละคนอ่ะค่ะ

มาถึงวันนี้รู้สึกยังงัยบ้าง

งงค่ะ...ไม่อยากเชื่อว่าวันนี้เราทำได้แล้ว อาจจะเป็นเพราะเราผิดหวังมาจนชินก็ได้มั้งค่ะ พอมันได้ขึ้นมาก็เลยรู้สึกงงๆ เล็กน้อย แต่ตอนนี้รู้สึกมีความสุขมาก มองย้อนกลับไปที่ 11 สายการบินที่เราเคยสมัคร เคยท้อ เคยร้องไห้ แต่พอวันนี้มาถึง วันที่เราประสบความสำเร็จ มันเหมือนกับว่าเราได้ปลดปล่อย มีความสุขที่สุดในชีวิต เหมือนยกภูเขาออกจากอกเลยค่ะ ตอนนี้วันๆ ไม่ว่าจะทำอะไร จะลวกก๋วยเตี๋ยว จะล้างจาน ก็ยิ้ม...ม...ม...อยู่คนเดียว จนคนรอบข้างถามนุ้ยว่า “ นุ้ยเป็นอะไรมากรึป่าวเนี่ย ???” นุ้ยก็ยิ้มแบบเขินๆ ค่ะ...

ก่อนหน้านี้เคยได้ของ Orient แล้วมันเกิดอะไรขึ้น

ใช่ค่ะ...เทรนแล้ว ได้ยูนิฟอร์มแล้ว ได้กระเป๋าแล้ว แต่มันก็มีเหตุการณ์สุดวิสัยเกิดขึ้น ก็เลยต้องรอต่อไปแบบไม่มีกำหนด ช่วงเวลาที่เทรนอยู่ที่ OX เป็นอะไรที่ประทับใจและมีความสุขมาก ได้กระโดดสไลด์ ได้ฝึกเรื่องการบริการบนเครื่องบินจริงๆ คือตอนนั้นคิดแหละค่ะว่าอีกไม่นานเราจะได้บินแล้ว แต่พอเรามาเจอเหตุการณ์แบบนี้มันก็เลยทำเรารู้สึกเสียใจ

แล้วช่วงนั้นเป็นช่วงที่อาม่าของนุ้ยป่วยนอนอยู่โรงพยาบาล คืออาม่าจะเป็นห่วงนุ้ยมากอ่ะค่ะ เพราะอาม่าเลี้ยงนุ้ยมาตั้งแต่เด็กๆ ก็เลยผูกพันกันมาก แล้วอาม่าก็รู้ว่าหลานสาวคนนี้อยากเป็นแอร์มาก ผิดหวังมาหลายครั้ง อาม่าก็เลยเป็นห่วงมากเป็นพิเศษ วันนั้นนุ้ยเลยตัดสินใจใส่ยูนิฟอร์ม ลากกระเป๋า (ก่อนที่จะเอาไปคืนบริษัทอ่ะค่ะ) แต่งหน้า ทำผมไปที่โรงพยาบาลให้อาม่าเห็นว่าหลานสาวอาม่าได้เป็นแอร์แล้วนะ อาม่าไม่ต้องเป็นห่วง (ทั้งๆ ที่เราก็รู้ว่าเรากำลังจะต้องเอายูนิฟอร์มที่เราใส่ไปคืนบริษัท) มันรู้สึกเจ็บยังงัยบอกไม่ถูกอ่ะค่ะ ตอนนั้นอาม่าพูดไม่ได้ นุ้ยจับมืออาม่า อาม่าก็บีบมือนุ้ยแล้วมองยูนิฟอร์มที่นุ้ยใส่ นุ้ยกระซิบข้างหูอาม่าแล้วบอกกับอาม่าว่า นุ้ยได้เป็นแอร์แล้ว เดี๋ยวนุ้ยจะพาอาม่าไปเที่ยวกวางเจานะ... พอวันที่เราต้องเอายูนิฟอร์มไปคืนบริษัทก็เลยเศร้าๆ ค่ะ แต่พอมาวันนี้ที่เรากำลังจะได้ไปการ์ตา ก็เลยรู้สึกคิดถึงอาม่าค่ะ อยากบอกอาม่าว่านุ้ยกำลังจะได้เป็นแอร์จริงๆ แล้วนะ

วางแผนอนาคตไว้ยังงัยบ้างครับหลังจากนี้

(ทำท่าคิดหนัก...) ทำให้ดีที่สุดค่ะ จะตั้งใจเทรน จะตั้งใจอ่านหนังสือ จะอดทน ไม่ว่างานจะหนัก จะเหนื่อยมากแค่ไหน จะอดทนเพื่อคุณพ่อคุณแม่ เพื่อน้องชาย จะทำให้ทุกๆ คนภูมิใจ เป้าหมายของนุ้ยคือ อยากทำงานเก็บเงินให้ได้เยอะๆ แล้วพาคุณพ่อคุณแม่ไปเที่ยวขณะที่ท่านยังมีเรี่ยวมีแรงอยู่ เพราะตอนนี้คุณพ่อคุณแม่ก็อายุมากแล้ว มันน่าจะถึงเวลาของเราที่จะต้องดูแลท่านบ้าง อยากจะทดแทนบุญคุณ ทำให้คุณพ่อคุณแม่สบายอ่ะค่ะ แล้วก็เป็นการพิสูจน์ตัวเองให้ท่านเห็นว่าลูกสาวคนนี้เข้มแข็งและก็ดูแลตัวเองได้ ให้ท่านหมดห่วงค่ะ...

ฝากอะไรถึงเพื่อนๆ หน่อยครับ

อยากบอกเพื่อนๆ ว่าอย่ายอมแพ้นะคะ การที่เราร้องไห้ไม่ได้หมายความว่าเราอ่อนแอ ดูอย่างนุ้ยสิ 11 ครั้ง นุ้ยยังไม่ยอมแพ้เลย สักวันนึงมันต้องเป็นวันของเรา ในเมื่อเรายังมีโอกาส ก็อย่าละทิ้งโอกาสนั้น แล้วเวลาที่ไปสัมภาษณ์ก็อยากให้ดูเรื่อง Grooming ดีๆ เรื่องบุคลิกภาพ เป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องเกร็ง สบายๆ เก็บคะแนนให้เยอะที่สุด ทุกอย่างเป็นคะแนนหมดไม่ว่าจะเป็นเล็บ ผม เสื้อผ้า ถุงน่อง รองเท้า คะแนนเล็กๆ น้อยๆ นี่แหละค่ะที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากเราทำคะแนนส่วนอื่นไม่ดี อย่างน้อยก็ยังมีคะแนนในส่วนนี้ไปช่วย ที่สำคัญอย่าดูถูกตัวเอง ถึงแม้ว่าเราอาจจะไม่ได้ Born to be แต่เรา Try to be ได้ค่ะ...



สัมภาษณ์พิเศษเปิดใจคุณแม่น้องนุ้ย

 

พูดถึงลูกสาวคนนี้หน่อยครับ

(คุณแม่มองหน้าน้องนุ้ย พร้อมอมยิ้ม...) น้องนุ้ยเป็นเด็กเลี้ยงง่ายค่ะ ก็มีแอบดื้อบ้างตามประสาวัยรุ่น คุณแม่ก็เป็นห่วงเค้านะคะ เพราะน้องนุ้ยเป็นลูกสาวคนเดียว สิ่งที่อยากจะบอกน้องนุ้ยก็คือ คุณแม่ภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก นี่คุณแม่เพิ่งรู้นะคะว่านุ้ยสมัครแอร์มา 11 ครั้งแล้ว ไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้ และก็ภูมิใจในหลายๆ เรื่อง เรื่องที่นุ้ยตั้งใจเรียนจนจบปริญญาตรี แล้วตอนนี้ก็กำลังจะจบโท เหลือแค่วิทยานิพนธ์อย่างเดียว ภูมิใจที่นุ้ยมีความพยายามจนสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ แล้วก็ได้เป็นแอร์อย่างที่เค้าต้องการ และที่สำคัญที่สุดก็คือ ภูมิใจที่นุ้ยเป็นเด็กดี เป็นลูกที่ดีของคุณแม่ เป็นคนดีของสังคมค่ะ... (คุณแม่น้องนุ้ยนี่เป็นนางงามมาก่อนรึป่าวเนี่ย...)

แล้วการไปใช้ชีวิตต่างแดน

(แม่ลูกมองหน้ากัน...) อยากให้น้องนุ้ยดูแลตัวเองดีๆ การใช้ชีวิตในต่างบ้านต่างเมือง เราต้องอดทน รู้จักปรับตัวให้เข้ากับหลายๆ สิ่งรอบตัวเรา ทั้งเรื่องของสภาพบ้านเมือง ผู้คน หัวหน้าตลอดจนเพื่อนร่วมงานของเราเอง เอาใจเขามาใส่ใจเรา หลังจากนี้จะไม่มีคนมาคอยแซะออกจากที่นอน ไม่มีคนมาคอยหุงหาอาหารให้ ซึ่งตรงนี้เราต้องดูแลตัวเองให้ดี ต้องใจเย็น คุณแม่มั่นใจว่าลูกสาวคนนี้ของแม่ทำได้ค่ะ...

แล้วคราวหน้าถ้าการ์ตาเปิดรับสมัครแอร์อีก คุณแม่จะสมัครมั๊ยครับ (ทะลึ่งแล้วๆๆๆ -myoldeditor ห้าห้า)

น้องนุ้ยกับคุณแม่หัวเราะชอบใจพร้อมส่ายหน้าก่อนที่คุณแม่จะตอบว่า “ คงไม่ล่ะค่ะ อายุมากแล้ว ” (แต่ผมว่าคุณแม่ยังสาวอยู่เลยนะครับ...)

แล้วน้องนุ้ยละครับมีอะไรอยากจะพูดกับคุณแม่บ้างมั๊ย

(น้องนุ้ยทำท่าเขิน...มองหน้าคุณแม่พร้อมยกมือไหว้...) อยากจะขอบคุณคุณแม่ค่ะ ขอบคุณในทุกๆ สิ่งทุกๆ อย่างที่คุณแม่มอบให้ตั้งแต่เล็กจนโต ขอบคุณความรัก ความห่วงใยที่มีให้ลูกคนนี้ ตลอดจนกำลังใจที่ทุกครั้งที่นุ้ยผิดหวัง ก็ได้คุณแม่ที่คอยกอด คอยให้กำลังใจ นุ้ยสัญญาว่าเวลาไปอยู่โดฮา นุ้ยจะตั้งใจทำงานและอดทน จะยิ้มสู้เมื่อเจอปัญหา จะอดทนเพื่อคุณแม่ค่ะ และอีกอย่างนึงที่อยากจะบอกก็คือ “ นุ้ยภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกของคุณแม่ค่ะ ” (ผมแอบเห็นสองแม่ลูกน้ำตาซึม รวมถึงคนสัมภาษณ์อย่างผมด้วยแหละ...)

นี่แหละครับตัวอย่างของความไม่ย่อท้อ อย่างนี้ทีมงาน TCC ก็ต้องขอแสดงความยินดีอย่างจริงใจและต้องขอยกตำแหน่ง “ นางงามความพยายามยอดเยี่ยม ” ให้กับน้องนุ้ยแล้วละครับ อยู่ต่างบ้านต่างเมืองก็ดูแลตัวเองให้ดีนะครับ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่างๆ ให้มากที่สุด จะทำอะไรอย่าคิดถึงแต่ตัวเองโดยเอาความสนุกชั่วครั้งชั่วคราวเป็นที่ตั้ง แต่ต้องคิดถึงชื่อเสียงของผู้หญิงไทยด้วย และเมื่อรู้สึกเหนื่อยหรือท้อ ก็อยากให้น้องลองหันกลับไปมอง 11 ครั้งที่ผิดหวังนะครับ แล้วน้องจะพบอะไรบางอย่างที่จะทำให้น้องยิ้มสู้และมีกำลังใจที่จะก้าวต่อไป “Spread your wings and learn how to fly” นะครับ...

ผมขอขอบพระคุณคุณแม่ (ที่แสนจะน่ารักและใจดี) ของน้องนุ้ยและก็น้องนุ้ยด้วยนะครับที่เสียสละเวลามานั่งคุย แบ่งปันประสบการณ์ต่างๆ พร้อมกับก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กต้มยำแสนอร่อยและน้ำดอกอัญชัญที่หอมชื่น..น...น...ใจ เสียดายอยู่อย่างเดียวที่วันนี้ myoldeditor ป่ะป๋าผมขาเดี้ยงตกบันไดมาด้วยกันไม่ได้ (แก่แล้วก็เงี่ยะ..ซุ่มซ่าม อิอิ...) ก็เลยอดของอร่อยเลย

แล้วพบกันใหม่ครับ

อ้าวเกือบลืม ถึงแม้น้องนุ้ยจะจากพวกเรา (ไปทำงาน) ถึงกาต้าร์ แต่ร้านก๋วยเตี๋ยวยังอยู่นะครับ เพื่อนๆ สมาชิก thaicabincrew.com ยังไปอุดหนุนร้านของน้องนุ้ยได้ตลอดเวลา ร้านก็หาไม่ยากครับ อยู่ปากซอยรัชดา-ท่าพระ 14 ตรงข้ามโรงพยาบาลรัชดา-ท่าพระ หรือไม่ถามคนแถวนั้นดู "ร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลานายงอก" ใครๆ ละแวกนั้นรู้จักหมดครับ เพราะหลังจากน้องนุ้ยลงเว็บนี้แล้วรับรองว่าดังแน่ๆ คุณแม่น้องนุ้ยยังฝากมาบอกว่าสมาชิกคนใดกินก๋วยเตี๋ยวถึง 10 ชามจะแถมให้ฟรีๆ อีก 1 ชาม ขาลุย-กินแหลก พลาดไม่ได้แล้วครับ

 



เรื่องและภาพโดย nemesis for www.thaicabincrew.com
© 2005 All Rights Reserved 23sep05