thaicabincrewdotcom®proudly presents
*viwing this webpage with high speed internet is highly recommended


บทสัมภาษณ์พิเศษ แอร์สาวหมวกแดงแห่งตะวันออกกลาง  


“... ไม่รู้ทำไม เวลาเธอไป ร่างกายไม่มีเรี่ยวแรง ... ” เสียงริงโทนพี่ปั๊บโปเตโต้ดังขึ้น ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยความงัวเงียและหงุดหงิด ใครฟะ...!!! โทรมาแต่เช้า ( 10 โมงอ่ะเช้าของผม) เดี๋ยวเจอตัวเมื่อไหร่ พ่อจะเหนี่ยวให้กลิ้งเลย...

แต่แล้วชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์ของผมมิใช่ใครที่ไหน myoldeditor ป๊ะป๋าผมนั่นเอง  

ยังมิทันเอื้อนเอ่ยวาจาใดๆ เสียงปลายสายก็สวนขึ้นมาทันควัน...  

myold: เฮ้ย...เสด็จจากแท่นบรรทมรึยัง
ผม : เด็จแล้วๆ ...
myold: วันนี้มีนัดสัมภาษณ์น้องนุกเอมิเรตส์ตอนเที่ยงครึ่งนะ
ผม : จ้า....ไปแล้วเนี่ยๆ ...  

ไปถึงที่นัดหมาย เดินหาร้านกาแฟบรรยากาศดีๆ อยู่นานสองนาน myoldeditor กับผมก็เจอร้านกาแฟสวยๆ แห่งหนึ่ง นั่งจิบกาแฟสักพักใหญ่ๆ น้องนุกก็เดินเข้ามาจากไหนไม่รู้   พวกเรานั่งคุยเฮฮาปาร์ตี้กันพอหอมปากหอมคอ ผมได้โอกาสตัดบทยิงคำถามทันที...  

เริ่มต้นชีวิตการเป็นแอร์เอมิเรตส์ได้อย่างไร

เริ่มต้นจาก...(ทำท่าคิด...) ตอนนั้นเพิ่งสอบ Final เสร็จ พอดีเป็นจังหวะที่เอมิเรตส์เข้ามาคัดเลือกลูกเรือที่เมืองไทยพอดี จริงๆ แล้วก็ส่งใบสมัคร Online เหมือนชาวบ้านเค้านั่นแหละค่ะ แต่เหมือนเป็นจังหวะพอดีและทางสายการบินก็ติดต่อให้ไปสัมภาษณ์ เรื่องสัมภาษณ์ก็อย่างที่เพื่อนๆ ทราบ คือขั้นตอนไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ จนกระทั่งผ่านการพิจารณาและก็ได้มีโอกาสร่วมงานกับสายการบินเอมิเรตส์ ส่วนเรื่องที่ว่าจะต้องเป็นเอมิเรตส์อย่างเดียวหรือเปล่าที่เราสนใจ อืม..ม..ม ก็ไม่เชิงนะคะ เรียกว่าเป็นจังหวะที่พอดีกันมากกว่าค่ะ  



ข้อดีของเอมิเรตส์

อืม...จะพูดงัยดี คงเป็นเรื่องความหลากหลายของเส้นทางบินมั้งคะ เพราะที่นี่ไม่มีการแบ่งว่าใครมาก่อน มาหลัง ใครมาก่อนได้บินไกล ใครที่เพิ่งมาต้องบินใกล้ๆ อันนี้ไม่มีค่ะ คือเราสามารถบินได้ทุกเส้นทางที่สายการบินของเรามี Flight ไปลง สายการบินของเรามีเครือข่ายค่อนข้างใหญ่และครอบคลุมเกือบทั่วโลก เรียกได้ว่าเราไปบินแทบจะทุกรูในโลกเลยก็ว่าได้ (มีแอบขำเล็กๆ)  

ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

เอมิเรตส์ให้ความสำคัญที่ความสามารถค่ะ ใครเก่ง ใครเจ๋ง ก็ก้าวหน้าได้โดยที่ไม่คำนึงถึงว่าคุณจะเป็นใคร มาจากไหน ผิวสีอะไร เพียงแค่คุณมีประวัติการทำงานที่ดี มีความสามารถ รู้จักหน้าที่ความรับผิดชอบของตัวเอง คุณก็มีโอกาสที่จะก้าวหน้าได้ไม่ยาก  

สวัสดิการและค่าตอบแทน

อยากบอกเพื่อนๆ ว่ารายได้ไม่ได้มากมายอะไรเหมือนที่คิดหรอกค่ะ แต่ก็ต้องยอมรับว่าพอสมน้ำสมเนื้อคุ้มค่ากับความเหนื่อย แต่มันก็ขึ้นอยู่กับเราด้วยว่าการใช้จ่ายของเราเป็นยังงัย ไม่ใช่ว่าไปบินก็ช้อปปิ้งกระจาย อันโน้นก็สวย อันนี้ก็เก๋ อยากได้ไปหมด อย่างนี้ก็คงไม่มีเหลือเก็บแน่ๆ แต่ถ้าเป็นคนที่รู้จักใช้เงิน รู้จักบริหารรายได้ของตัวเอง ก็ต้องยอมรับว่าที่นี่ทำให้เราเก็บเงินได้พอสมควรเลยค่ะ  

Life Style In Dubai ว่างๆ ไม่มีบินจะชอบซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม คอยกดรีโมตทีวีบริหารนิ้ว คือขี้เกียจออกไปไหนอ่ะค่ะ อากาศข้างนอกมันก็ร้อนเหมือนบ้านเรา นอนดูหนังฟังเพลงที่ห้องกับเพื่อนๆ ดีกว่าค่ะ (ไม่เสียตังค์ด้วย อันนี้สำคัญที่สุด) สาวไทยก็อย่างงี้แหละค่ะ เป็นโรคกลัวแดด กลัวดำกันทุกคน แต่กิจกรรมที่โปรดปรานที่สุดก็คือ ทำกับข้าว เวลาว่างจะชอบทำกับข้าว ( อร่อยจริงๆ นะ...แต่ระยะหลังทำไมเพื่อนๆ ไม่ค่อยมาที่ห้องเราเลยนะ) ไม่เชื่อถาม myoldeditor ดูซิว่าอร่อยเหาะขนาดไหน ( myold หัวหน้าเผ่าของพวกเราทำหน้าอร่อยสุดชีวิต) พูดง่ายๆ ก็คือจะเน้นเรื่องอาหารการกินมากกว่าค่ะ  

Flight ประทับใจ

มีหลาย Flight ค่ะ อย่าง Flight แรกในชีวิตการเป็นแอร์เป็น Flight ไปเบอร์มิงแฮม มันตื่นเต้นเหมือนกันนะ พอขึ้นเครื่องมาก็คิดว่าชั้นจะเริ่มทำอะไรก่อนดีเนี่ย เหมือนกับว่ามันมีอะไรต่างๆ มากมายให้เราต้องทำ ผู้โดยสารหัวดำ หัวทองเต็มลำไปหมด แต่ก็รู้สึกสนุกและประทับใจค่ะ มันเป็นอีกอารมณ์นึงที่แตกต่าง เพราะเมื่อก่อนที่เราขึ้นเครื่อง เราไปในฐานะผู้โดยสารใช่มั๊ยคะ ไม่ต้องทำอะไร นั่งรอกินอย่างเดียว แต่วันนี้เราไปในฐานะของแอร์โฮสเตส ซึ่งมันเป็นอะไรที่อธิบายยาก เป็นความรู้สึกดีและก็ประทับใจมากค่ะ  

Flight ที่ชอบและไม่ชอบ

ชอบ Hong Kong มากที่สุดค่ะ อาจฟังดูธรรมดาๆ แต่เหตุผลที่ชอบก็เพราะมันให้ความรู้สึกใกล้บ้านและก็อบอุ่นค่ะ ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส อาหารการกินก็อุดมสมบูรณ์เหมือนบ้านเรา เหมือนกับว่าเราได้มาทานอาหารที่เยาวราช (เห็นมั๊ยว่าเรื่องกินอ่ะเรื่องใหญ่อิอิ...) เรียกว่าบินไปฮ่องกงไม่มีคำว่าเหงาค่ะ อีกเมืองนึงที่ชอบคือ Rome ชอบตึกรามบ้านช่อง ชอบสถาปัตยกรรม บรรยากาศเก่าๆ มีเสน่ห์ดีค่ะ และอีกอย่างก็คือเป็นเมืองที่โรแมนติกมาก..กก.ก.ก...ก...   ส่วน Flight ที่ไม่ชอบคือดักกา บังกลาเทศ ก็ไม่เชิงว่าไม่ชอบหรอกค่ะ แต่บินไปทีไรจะรู้สึกหดหู่กับภาพที่เห็น บอกไม่ถูกเหมือนกันค่ะ เวลาเรานั่งรถจากสนามบินไปโรงแรม ตลอดสองข้างทางจะเห็นสภาพบ้านเมืองที่ค่อนข้างยากจน ภาพเด็กตัวเล็กๆ ภาพแม่ที่อุ้มลูกพิการตากแดดวิ่งมาเคาะกระจกรถขอทาน ที่ไม่ชอบก็เพราะต้องมาเห็นภาพแบบนี้ตลอด ก็เลยรู้สึกไม่ค่อยจะพิสมัย Flight ดักกาเท่าไหร่ แต่ถ้าเรามี Flight ไปดักกาก็เต็มใจไปนะ เพราะมันเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของเรา แต่ผู้โดยสาร Flight ดักกาจะดีหน่อย ไม่ค่อยเรื่องมาก กินง่าย อยู่ง่าย ไม่หือ ไม่อือเลย เลี้ยงง่ายค่ะ Flight นี้  

ลักษณะผู้โดยสารของเอมิเรตส์

มีทุกชาติค่ะ มีทั้ง ไทย จีน ตี๋ หมวย ฝรั่ง แขก ญี่ปุ่น เกาหลี มีทุกรูปแบบค่ะ เรียกว่าหลากหลายมาก บางที Flight เดียวมีครบทุกชาติเลย สู้รบปรบมือกันสนุกสนานเลยค่ะ  



Flight เหนื่อย

อังกฤษกับออสเตรเลียค่ะ Flight นี้ลูกเล็กเด็กแดง เด็กแนว เด็กหนวด ไม่รู้มาจากไหนเต็มไปหมด เด็กๆ ร้องไห้กันกระจองอแง จนบางทีเรายังนึกขำๆ เลยว่า นี่เครื่องบินหรือสถานรับเลี้ยงเด็กกันแน่เนี่ย แล้วผู้โดยสาร Flight นี้ก็ดื่มกันกระจาย ดื่มกันแบบว่าไม่มีอะไรจะให้ดื่มแล้ว พอได้ที่ก็เริ่มควบคุมตัวเองไม่ค่อยอยู่ ก็ต้องเป็นหน้าที่ของพวกเราที่ต้องคอยดูแลความเรียบร้อย ความสะอาดบนเครื่องบิน บิน Flight นี้อยากจะพกคาราบาวแดงของน้าแอ๊ดไปซักโหล เอาไว้ซดชูกำลังแข่งกะผู้โดยสารให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไปข้างนึง แอร์คนไหนอยากลดความอ้วน แนะนำให้มาบิน Flight นี้ค่ะ รับรองผล หุ่นเช้งกระเด๊ะเพียงชั่วข้ามคืนโดยไม่ต้องพึ่งเข็มขัดกระชับสัดส่วนหรือครีมสลายไขมันใดๆ ที่ตาจอร์จกับยัยซาร่าชอบมาโฆษณา (ไม่ได้แอ้มเงินชั้นหรอกย่ะยัยซาร่า)  

ภาพที่มองอาชีพนี้ตอนก่อนที่จะมาเป็นแอร์จนมาถึงวันนี้ที่เป็นแอร์เต็มตัวแล้วมันแตกต่างกันมั๊ย

แตกต่างค่ะ ก่อนจะมาเป็นแอร์ จะมองอาชีพนี้ว่าคงไม่มีอะไรยากมากเท่าไหร่ที่จะต้องรับผิดชอบ คงไม่เหนื่อยอะไรมากมาย แต่พอก้าวเข้ามาเป็นแอร์เต็มตัวถึงได้รู้ว่า อาชีพนี้เป็นอะไรที่ต้องมีความรับผิดชอบสูงมากถึงมากที่สุด มันเกี่ยวกับเรื่องของความปลอดภัยของผู้โดยสาร การบริการที่ไม่มีที่ติ เรื่องรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เราไม่ควรมองข้าม และอีกอย่างก็คือ อาชีพนี้เป็นอาชีพที่เหนื่อยมาก การบริการที่ต้องดำเนินไปอย่างต่อเนื่องตลอดชั่วโมงบิน ผู้โดยสารนับร้อยชีวิตที่อยู่บนเครื่องที่เราต้องดูแลเอาใจใส่ อาชีพนี้เป็นอาชีพที่เหนื่อยนะคะ แต่มันเป็นความเหนื่อยที่อยู่บนความสุขค่ะ เรียกว่ายิ่งทำก็ยิ่งหลงรักอาชีพนี้ ...เพราะเราเป็นแอร์ไทย ใจเกินร้อยค่ะ  

ได้เรียนรู้อะไรบ้างจากอาชีพนี้ การเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินทำให้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับอะไรหลายๆ อย่าง คืออาชีพนี้ก็อย่างที่เพื่อนๆ รู้ค่ะว่าเรามีโอกาสเดินทางไปทั่วโลก ได้เจออะไรแปลกๆ ใหม่ๆ ทำให้เราได้รับประสบการณ์ต่างๆ มากมาย ได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมที่สะท้อนผ่านพฤติกรรมของผู้โดยสารที่เราเจอ มุมมองความคิดต่างๆ บางครั้งแค่ได้พูดกับผู้โดยสารก็ทำให้เราวิเคราะห์ได้ว่าผู้โดยสารท่านนี้มาจากประเทศไหน สังเกตได้จากวิธีการพูด การสื่อสาร และพฤติกรรมของผู้โดยสารนั่นเองค่ะ   อีกอย่างก็คือ อาชีพนี้สอนให้เราเข้าใจคนมากขึ้น ไม่คิดมาก มองโลกในแง่ดี ไม่เก็บเรื่องโน้นเรื่องนี้มาคิดให้ปวดหัว คือจะคิดในเชิงบวกไว้ก่อนค่ะ ปัญหามีไว้ให้เราแก้ไข ไม่ได้มีไว้ให้เราแบก บางทีแค่เพียงเราเปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตของเราก็เปลี่ยนไปแล้ว... การที่เราเป็นคนมองโลกในแง่ดี มันก็ช่วยให้เราดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขนะคะ...  

หัวหน้าและเพื่อนร่วมงานที่เอมิเรตส์

เราคิดว่าเราค่อนข้างโชคดีที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับเอมิเรตส์ เพราะที่นี่เค้าจะสอนให้เราอยู่ร่วมกัน ไม่มีการแบ่งแยกว่าเธอผิวขาว ผิวเหลืองหรือผิวดำ ไม่มีคำว่าประชากรชั้นสอง เค้าสอนว่าทุกคนคือเอมิเรตส์ ทุกคนเท่าเทียมกันหมด แต่ก็ต้องยอมรับว่าเมื่อมีคนอยู่ร่วมกันมากเท่าไหร่ ก็ย่อมต้องมีปัญหาเกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา ก็มีบ้างที่เจอหัวหน้าดุๆ หรือเพื่อนร่วมงานที่ชอบกินแรง เอาเปรียบเราบ้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ขึ้นอยู่ที่เราว่าจะวางตัวอย่างไร แค่เพียงเราทำหน้าที่ของเรา รับผิดชอบหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้สมบูรณ์ ก็คงไม่มีใครดุเราได้ค่ะ แต่โดยรวมแล้วหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานน่ารักค่ะ  

มีผู้โดยสารหรือเพื่อนร่วมงานมาจีบบ้างรึป่าว

แหม...หน้าตาดีขนาดนี้ มันก็ต้องมีหลุดเข้ามาบ้างแหละค่ะ (มีแอบขำเล็ก ๆ ) ส่วนมากเพื่อนแอร์สาวไทยแท้ๆ สวยคมเข้มจะมีฝรั่งมาจีบ แต่สาวสวยหมวยอินเตอร์อย่างเราจะมีบรรดาแขก (หัวงู) มาจีบบ้างขำๆ มากกว่า แบบหมาหยอกไก่ประมาณนี้แหละค่ะ ผู้โดยสารก็มีบ้างที่มาแซวๆ อายุเท่าไหร่ มาจากไหน ส่วนมากเราจะเน้นฮามากกว่าค่ะ  

ทำไมหนุ่มไทยถึงไม่ค่อยประสบความสำเร็จกับเอมิเรตส์

ตอบยากเหมือนกันนะคะ อาจจะเป็นเพราะว่าวัฒนธรรมของเค้าที่คิดว่าผู้หญิงเหมาะที่จะทำงานบริการมากกว่าผู้ชาย แล้วโดยส่วนตัวคิดว่าเอมิเรตส์ต้องการผู้หญิงมากกว่าด้วย บาง Flight ที่ไปบินมีสจ๊วตแค่คนเดียวเองค่ะ ตอนนี้เอมิเรตส์มีลูกเรือไทยประมาณ 300 กว่าชีวิต แต่มีสจ๊วตแค่ 4 คน เท่านั้นเอง!!! ( หนุ่มไทยไม่ต้องน้อยใจนะจ๊ะ....)  

แอบเม้าท์ …

เคยมีเพื่อนแอร์ญี่ปุ่นมาเม้าท์ให้ฟังว่าเพิ่งกลับมาจากบิน แล้วใน Flight นั้นได้เจอเจ้าชายวิลเลี่ยมที่ Business Class แบบว่าตืนเต้นมาก รัศมีเจ้าชายบวกกับความหล่อแทบทำให้เคบินระเบิดเลยค่ะ (มันพูดอย่างนี้จริงๆ) มีแอบแกล้งโผล่หน้าเข้าไปดูเป็นระยะๆ แค่นี้ก็อิ่ม (ใจ) แล้ว พอเครื่อง landing เจ้าชายลงจากเครื่อง แม่แอร์สาวเพื่อนเราก็วิ่งไปที่ที่นั่งของเจ้าชาย พร้อมคว้าขวดน้ำของเจ้าชายมากระดกใส่ปาก อึ๊กๆๆๆๆๆๆ ... เสร็จสมอารมณ์หมายแถมเก็บขวดมาเป็นที่ระลึกอีกต่างหาก เจ้าหล่อนมาเล่าให้ฟังด้วยความหน้าชื่นตาบาน (พร้อมทำท่าประกอบอีกต่างหาก) เป็นที่อิจฉาของแอร์ไทยอย่างดิฉันและเพื่อนๆ เป็นที่สุด  

แต่เราเองก็เคยเจอซุปเปอร์สตาร์อย่าง Destiny's Child นะ โอ้โห...รัศมีซุปเปอร์สตาร์เปล่งประกายทั่วเคบิน First Class เลยล่ะ แต่เล่นนอนยาวตลอด Flight เลย ไม่รู้เหนื่อยมาจากไหน แล้วก็เคยเจอน้องตุ้ม นักมวยแสนสวยของพวกเรา ตอนแรกที่เจอก็เอ๊ะ...!!! ใครเนี่ยหน้าคุ้นๆ พอดูๆ ไปสักพักก็ อ๋อ..น้องตุ้มนั่นเอง แต่เธอก็เซอร์ไพร์นะที่เจอเรา เพราะเธอคงไม่คิดเหมือนกันว่าจะมีแอร์คนไทยอยู่ที่สายการบินนี้ด้วย สรุปว่า Flight นั้นก็บริการกันสุดเดชประเทศไทยเลยค่ะ ...  

หลังจากที่เราดื่มกาแฟรวมกันนับสิบแก้ว ก็ได้เวลาที่เราจะต้องกล่าวคำอำลากันซะแล้ว เพราะน้องนุกมีธุระต้องไปทำต่อ (เข้าสปา ทำสวยก่อนกลับดูไบ) ก่อนกลับ น้องนุกยังฝากอะไรเล็กๆ น้อยๆ ถึงเพื่อนๆ ว่า “ อย่าทุ่มเทและคาดหวังกับการสัมภาษณ์จนมากเกินไป เพราะมันจะเป็นเหมือนดาบสองคมที่ทำให้เราตื้นเต้นและขาดความมั่นใจ ทำตัวตามสบาย เป็นตัวของตัวเอง คิดซะว่าเรามาพูดคุยกันสบายๆ ค่ะ แล้วเรามาเป็นหนูน้อยหมวกแดงด้วยกันนะคะ...สาวไทย สู้เว้ยยยย ”



เรื่องโดย Nemesis ภาพโดย หยก for www.thaicabincrew.com
© 2005 All Rights Reserved 30aug05