เมื่อวันศุกร์ที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา ผมในฐานะตัวแทนทีมงานร้อยกว่าชีวิตของเว็บไซต์ thaicabincrew.com ได้รับมอบหมายจาก myoldeditor ให้เดินทางไปภูเก็ตกับสายการบินนกแอร์ในงานเปิดเส้นทางบินใหม่สู่จังหวัดภูเก็ต กำหนดเวลาเช็คอินคือแปดนาฬิกาตรง แต่ผมไปถึงอาคารผู้โดยสารภายในประเทศตั้งแต่ยังไม่เจ็ดโมงเช้า ดูเหมือนผมจะเป็นสื่อมวลชนคนแรกที่มาถึงสนามบิน รู้สึกตัวเองเห่อๆ และตื่นเต้นอย่างไรพิกล

เคาน์เตอร์นกแอร์เปิดเวลา 08.15 นาฬิกาตรง วันนี้เปิดทั้งสามเคาน์เตอร์เลย เคาน์เตอร์แรกสำหรับผู้โดยสารที่จะเดินทางไปจังหวัดอุดรธานี ส่วนเคาน์เตอร์ที่สองสำหรับเที่ยวบินไปจังหวัดภูเก็ต ทั้งสองเคาน์เตอร์มีผู้โดยสารต่อคิวกันยาวเหยียด ส่วนเคาน์เตอร์ที่สามออกจะโล่งๆ เพราะเป็นช่องสำหรับสื่อมวลชนที่จะไปภูเก็ตกับเที่ยวบินพิเศษ ผมยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ในแถวสักครู่ก็กลายมาเป็นผู้ชายแถวหน้า ยื่นบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่ซึ่งรับเช็คอินแล้วก็ต้องหน้าแหกจนได้ "ตอนนี้ไม่ต้องใช้ค่ะ ไว้แสดงตอนผ่านช่อง X-Ray นะคะ"

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเดินทางในประเทศโดยสายการบินอื่นที่มิใช่สายการบินไทย จึงอยากรู้อยากเห็นอะไรไปซะทุกอย่าง เพิ่งเห็นวันนี้ว่านกแอร์มี Boarding Pass เป็นของตัวเอง หมายเลขไฟลท์ของผมในวันนี้คือ DD6800 โชคดีได้ที่นั่งริมหน้าต่างซะด้วย อย่าลืมนะครับ เดินทางลงใต้ตอนเช้าหากเลือกได้ให้เลือกที่นั่งด้านซ้าย (แถว ABC) ส่วนขากลับช่วงบ่ายต้องเลือกด้านขวา (HJK) จะได้ชมวิวทิวทัศน์สวยๆ ของอ่าวไทยโดยไม่มีแสงแดดแยงตา

09.20 น. ผมอ่านหนังสือพิมพ์จนจบฉบับ ซักพักก็มีการประกาศเป็นภาษากลางและภาษาใต้เรียกผู้โดยสารขึ้นรถ ผมดีใจที่จะได้เห็นเครื่องบินลำใหม่ของนกแอร์ซักที แต่แล้วรถบัสของเราก็ไปจอดนิ่งๆ อยู่ที่หน้าโรงซ่อมเครื่องบิน อ้าวเครื่องยังไม่มานี่นา แต่ยังไงพวกเราก็ถูกต้อนลงจากรถไปยืนรับแสงแดดยามเช้าจนได้

09.50 เครื่องแลนด์ดิ้งท่ามกลางสภาพอากาศที่ไม่ค่อยเป็นใจ แดดน่ะแรงจนร้อนแต่ท้องฟ้าทึมเทาพิกล สื่อมวลชนที่มีกล้องซูมยาวๆ ดูผิดหวังที่ไม่ได้ภาพขณะที่เครื่องบินลำใหม่กำลังแลนด์ดิ้ง ส่วนผม …ไกลขนาดนี้ได้แต่ชะแง้แลมอง กล้องโซนี่ของผมมันเก่าเกินจะซูมได้ขนาดนั้น

คุณสีหพันธ์ ชุมสาย ณ อยุธยา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด ยืนตอบคำถามสื่อมวลชนอยู่กลางลาน เลยโดนผมขโมยซีนขอถ่ายรูปซะเลย

เบื้องหน้าน้องนกแอร์ที่จะนำเราไปภูเก็ตวันนี้ครับ

อันนี้เบื้องหลังครับ คิกคิก

ในที่สุดเครื่องบินโบอิ้ง 737-400 ลำล่าสุดของนกแอร์ที่โดดเด่นด้วยสีสันเขียวเหลืองดูเผินๆ คล้ายแท๊กซี่มิเตอร์ลำนี้ก็มาจอดอยู่ตรงหน้า

เครื่องจอดสนิทดีแล้ว กัปตันและลูกเรือการบินไทยที่เดินทางมาพร้อมกับคุณพาที สารสิน CEO สายการบินนกแอร์ที่นำเครื่องลำนี้จากอู่ตะเภามาถึงกรุงเทพก็หมดภาระ มีการจับไม้จับมือมอบหน้าที่ต่อไปให้แก่กัปตันและลูกเรือนกแอร์ตรงหัวกะไดเครื่องนี่แหละครับ ง่ายๆ ดีตามประสาสายการบินพี่น้อง

กัปตันสัญใจ บุญมา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการบิน (Flight Operations) ซึ่งรับบทเป็น PIC (Pilot-In-Command) ในไฟลท์นี้และนักบินประพัฒน์พงศ์แอ๊คท่าถ่ายภาพกับลูกนกก่อนขึ้นเครื่อง ยูนิฟอร์มของกัปตันนกแอร์หลุดไปจากกรอบเก่าๆ ของพวกบ้ายศบ้าเหล่า มีเพียงขีดสีเหลืองเล็กๆ สี่ขีดติดอยู่ที่ปลายแขนเสื้อเท่านั้นที่แสดงว่าลุงคนนี้คือกัปตัน (ต้องเล็งกันตาแทบเหล่) กัปตันสัญใจในวันนี้จึงดูสดใสสะใจวัยรุ่น ผมกระซิบถามความรู้สึก… กัปตันบอกว่ามีความสุขและรู้สึกผ่อนคลายมากๆ กับชุดแบบนี้ ส่วนยูนิฟอร์มของแอร์ก็สดใสไม่แพ้กัน

อย่างว่าแหละครับ เด็กๆ อายุขนาดนี้ต่อให้ใส่ผ้าไหมสไตล์ป้าก็ยังดูสดใสอยู่ดี

ระหว่างที่รอให้นักบินและลูกนกตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ บนเครื่อง พวกเราสื่อมวลชนก็ยืนตากแดดหัวแดงกันต่อไป บ้างก็หลบตามปีกเครื่องบิน บางส่วนก็หลบอยู่ในเงาร่มของเครื่องบินที่จอดอยู่แถวๆ นั้น ส่วนผมนั้นผิวดำเกรียมอยู่แล้วจึงยืนมันกลางแดดนั่นแหละ

สื่อมวลชนบางส่วนฆ่าเวลาด้วยการมะรุมมะตุ้มสัมภาษณ์คุณพาทีที่มาในชุดเสื้อยืดสีขาวกางเกงขาสั้น ตรงตามคอนเซ็ปท์การเดินทางในวันนี้ที่เน้นบรรยากาศทะเลๆ ผมได้รับบัตรเชิญให้แต่งตัวตามสบาย วันนี้ก็เลยล่อเสื้อยืดกางเกงยีนส์ซะเลย ชอบจริงเชียว หล่อแบบง่ายๆ อย่างนี้

ดูกันชัดๆ หลังจากขัดสีฉวีวรรณ เปลี่ยนสีสันเข้าหน่อยก็แจ๋วเลย เครื่องโบอิ้ง 737-400 นามพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ "สุรินทร์"

10.30 น. เริ่ม Board ผู้โดยสารขึ้นเครื่อง ภายในห้องโดยสารคุ้นเคยมากครับ เพราะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลยจากอดีตที่ผมเคยทำงาน ไม่ว่าจะครัวหรือที่นั่งผู้โดยสาร เรียกว่าเปลี่ยนแต่ภายนอกแต่ภายในเหมือนเดิมเด๊ะๆ นั่งที่กันเรียบร้อย คุณพาทีและคุณสีหพันธ์ก็ประกาศขอโทษขอโพยสื่อมวลชนทุกท่านในความไม่สะดวกต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเช้าวันนี้ เสร็จแล้วนกคนใดคนหนึ่งก็ประกาศต้อนรับผู้โดยสารด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำดีครับ

การสาธิต Life Vest และ Oxygen Mask ของบรรดานกแอร์กระฉับกระเฉงดี การประกาศ (Public Announcement) และการสาธิตใช้ตำราเล่มเดียวกับของการบินไทยทุกประการ และเช่นเดียวกับทุกไฟลท์ คือไม่มีผู้โดยสารคนใดสนใจชมเลย (คงมีแต่ผมที่จ้องเอาๆ ห้าห้าห้า)

นกแต้วแอร์ขวัญใจของผมภาพนี้ดูจะดุไปหน่อย แต่ได้รับคำยืนยันจากน้องว่าปกติใจดีและเป็นกันเองกับผู้โดยสารทุกคน เพียงแต่ในช่วงการสาธิตอุปกรณ์ความปลอดภัยจำเป็นต้องปั้นหน้าซีเรียสนิดหน่อย มัวแต่ส่งยิ้มซ้าย-ขวาอาจทำให้ผู้โดยสารเสียสมาธิและละความสนใจได้ครับ

10.45 น. จอดอยู่หัวสนามแท้ๆ เครื่องจะขึ้นอยู่รอมร่อ ยังมีการแจกอาหารว่างให้ทานอีก อย่างที่เห็นครับ กล่องน่ารักเชียว ฉีกฝากล่องส่งเป็น Postcard ได้ด้วย ได้ยินเสียงแว่วๆ จากผู้โดยสารที่นั่งด้านหลังถามแอร์ว่ามีอาหารเจ เสริฟไม๊ อาหารเจตอนนี้เนี่ยนะผู้โดยสารไทยที่เคารพ…

ขนมก็คือขนมแหละครับ รสชาติก็คือขนมไม่รู้จะอธิบายยังไง มีน้ำส้มแก้วเล็กๆ แถมมาให้ดื่มแก้ติดคอ ให้เดาน่าจะเป็นผลผลิตของครัวการบินไทยหรือไม่ก็จากร้าน Puff and Pie นั่นล่ะ

ได้กล่องอาหารว่างมาไม่ทันไรเครื่องก็พร้อมจะทะยานขึ้น เดือนร้อนแอร์ต้องมาบอกให้ผู้โดยสารเก็บโต๊ะหน้าที่นั่ง คนที่โซ้ยขนมไปแล้วก็หาที่เก็บกล่องกันอลหม่าน ใครเสียบไว้ในกระเป๋าหน้าที่นั่งได้ก็เสียบ แต่ส่วนใหญ่ก็ส่งให้แอร์เก็บ เครื่องก็จะขึ้นอยู่แล้ว ชุลมุนดีแท้น้องนกเอ๋ย

11.00 น. เพิ่งเคยเห็นเนี่ยละครับ มีการแนะนำพนักงานต้อนรับที่ให้บริการบนเที่ยวบินนี้ เริ่มจากนกนา นกซอ นกออ นกแต้ว นกกิฟท์และนกหญิง ถ้าสายการบินไทยที่บินในประเทศต้องออกมาแนะนำรายตัวแบบนี้ผู้โดยสารคงไม่ได้ทานอะไรกัน เพราะกว่าจะเสริฟเครื่องก็ลงพอดี

ขณะอยู่บนเครื่องมีกิจกรรมให้สื่อมวลชนร่วมสนุกเยอะครับ หนุกบ้างกร่อยบ้างตามประสา ผมกิน Snack กล่องนี้แล้วก็หลับเลย ไม่รู้ว่ากรนหรือเปล่า แต่ตื่นขึ้นมาเห็นคนนั่งข้างๆ ทำหน้าตาเบื่อโลกพิกล

มีการถามคำถามชิงรางวัล ผมตอบได้หมดทุกข้อแหละครับ แต่บอกตรงๆ ว่าอยากให้คนอื่นเค้าได้รางวัลกันมั่ง คำถามหนึ่งในนั้นคือ มีอะไรบ้างที่สายการบินนกแอร์ให้บริการเป็นแห่งแรกในโลก คำตอบมีสองข้อครับ ใบ้ให้นิดนึงว่าเกี่ยวกับเรื่องเงินๆ ทองๆ ใครตอบถูกตรงกับเฉลยบนเครื่องรับไปเลยเครื่องบินนกแอร์เป่าลมน่ารักเชียวครับ

ถึงภูเก็ตแล้วเราเดินทางต่อไปยังโรงแรมคราวน์ไนยาง คราวนี้ผมทราบแล้วครับ ว่านอกจากวันนี้สายการบินนกแอร์จะเชิญสื่อมวลชนมาเป็นสักขีพยานในการเปิดเส้นทางใหม่มายังจังหวัดภูเก็ตแล้ว ยังมีการเปิดตัวนวัตกรรมแห่งการบริการภาคพื้นดินรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า "บีช เช็คอิน (Beach Check-In)" อีกด้วยเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายแก่ผู้โดยสารนกแอร์ เรื่องของเรื่องคือผู้โดยสารของสายการบินนกแอร์ที่พักอยู่ตามโรงแรมต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ตไม่ต้องไปนั่งแกร่วรอขึ้นเครื่องอยู่ที่สนามบินเฉยๆ หากสามารถมาเช็คอินรับ Boarding Pass ของสายการบินนกแอร์ได้ที่โรงแรมคราวน์ไนยาง หลังจากเช็คอินแล้ว ผู้โดยสารก็สามารถใช้เวลาว่างที่ชายหาด หรือจะพักผ่อนที่สระว่ายน้ำของโรงแรม และหนึ่งชั่วโมงก่อนเครื่องออก จะมีรถรับส่งผู้โดยสารนกแอร์ไปยังสนามบินขึ้นเครื่องตามปกติต่อไป

ฟังดูเข้าทีครับ วันหลังผมคงต้องใช้บริการของนกแอร์แบบเสียตังค์ดูซักครั้ง ห้าห้าห้า

การแถลงข่าวเป็นไปอย่างสนุกสนานและอิ่มหนำสำราญ มีการแสดงบนเวทีเล็กน้อย ผมจองหน้าเวทีเลยครับงานนี้ น้องๆ ที่มาเต้นน่ารักจริงๆ

ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตขึ้นกล่าวเปิดงาน จากนั้นสามผู้บริหารนกแอร์ คุณพาที สารสิน คุณสีหพันธ์ ชุมสาย ณ อยุธยาและคุณปิยะ ยอดมณี ขึ้นมาพูดคุยและให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนในชุดดำน้ำแบบที่เห็นเนี่ยแหละครับ

ก่อนจะเดินกระย่องกระแย่งลงจากเวที CEO นกแอร์ คุณพาที สารสิน บอกให้ทราบเป็นนัยๆ ว่า "ถึงบ้าแต่มีสาระ แล้วก็ต้องบ้ากันทั้งสามคนด้วยถึงจะทำแบบนี้ได้" จากนั้นก็ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนต่อไปทั้งที่ใส่ตีนกบอยู่อย่างที่เห็นในภาพ

ผมนั่งร่วมโต๊ะกับกัปตันสัญใจ บุญมา คุยกันไปคุยกันมาเลยยืมหมวกกัปตันถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกซะเลย ผมทานข้าวไปก็ดื่มเบียร์สิงห์เย็นๆ ย่อยอาหารไปด้วย กัปตันบ่นให้ผมฟังว่านี่ถ้าไม่ต้องบินกลับกรุงเทพคงจะต้องเล่นซักขวดสองขวด ห้าห้าห้า

ใครใคร่ดื่มเบียร์ก็ดื่มไป ใครใคร่ทานอาหารก็จ้วงกันไปเพราะมีเวลาเหลืออยู่ไม่มากนักก่อนจะกลับไปขึ้นเครื่องเข้ากรุงเทพ แต่เอาเถอะ กัปตันยังนั่งอยู่นี่ (นี่ถ้าไม่ดีเลย์ตอนเช้าเราคงมีเวลาพักผ่อนเพิ่มขึ้นซักหนึ่งชั่วโมง)

การถ่ายรูปและการสัมภาษณ์ผู้บริหารยังไม่มีทีท่าจะจบลงง่ายๆ ผมอาศัยจังหวะที่ผู้ใหญ่เผลอล่อลวงนกๆ ไปที่ริมหาดไนยาง อาศัยที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีอยู่แล้วพวกน้องๆ จึงดูจะเชื่อใจผมอยู่บ้าง

กดไปเป็นสิบรูปครับ สื่อมวลชนคนอื่นเลยกดตามกันใหญ่ อุตส่าห์จะเป็นคนเดียวที่มีรูปชุดนี้นะเนี่ย (ห้าห้า มีงก)

คือความสดใสของวัยรุ่น เฮ้อ ไม่อยากกลับบ้านเลยครับให้ตายเหอะ

15.45 น. เครื่องของสายการบินนกแอร์เที่ยวบินที่ DD6801 ทะยานขึ้นจากสนามบินจังหวัดภูเก็ต ตอนนี้ไม่มีกิจกรรมอะไรบนเครื่องแล้วครับ เพราะไม่ว่าจะผู้บริหารหรือสื่อมวลชนก็ดูจะหงอยๆ สงสัยจะเหนื่อยกับการกิน การพูดและการถ่ายรูปมาทั้งวัน (ห้าห้า)

16.50 น. เครื่องบินร่อนลง ณ สนามบินดอนเมืองกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ สัญญากับตัวเองว่าเดินทางครั้งต่อไปจะต้องลองนกแอร์ จะได้รู้ว่าทุกอย่างที่เห็นในวันนี้เป็นเรื่องจริงหรือเป็นแค่เพียงภาพลวงตา

ขอขอบคุณ
คุณพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินนกแอร์
กัปตันสัญใจ บุญมา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการบิน (Flight Operations)
คุณสีหพันธ์ ชุมสาย ณ อยุธยา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด (Marketing)
คุณตวง เมธาวรินทร์ มณีกูลพันธ์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์สายการบินนกแอร์
และนกแอร์ทุกท่านบนเที่ยวบิน DD6800



โดย กำแหงหาญ 2004 ©All Rights Reserved
20oct04