ใครนั่งเป็นผู้โดยสารบนเครื่องของการบินไทยช่วงนี้อาจได้เจอกับสจ๊วตหน้าใหม่ที่หน้าใสไร้ริ้วรอย
หากใช้ความสังเกตซักหน่อยจะเห็นว่าบ่าของพวกเขายังขาวสะอาดไม่มีขีดไม่มีบั้ง
หากมองไปที่แอร์ คุณจะเห็นว่าพวกเธอเด่นสว่างอยู่กลางเคบินและสดใสยิ่งกว่าใครๆ
แม้ปากและเล็บจะถูกฉาบทาด้วยสีวิทยาศาสตร์สีแดงแจ๋ แต่หากมองให้ลึกลงไปก็ยังพอมองเห็นเค้าหน้าที่แจ่มใสดูไร้จริตจะก้าน
ดั่งมิเคยมีมลภาวะอื่นใดมาแต่งแต้มแผ้วพาล
วันนี้ ... เค้าและเธออาจจะทำงานเชื่องช้าและงุ่มง่ามไปบ้าง
แต่เชื่อว่าคุณๆ คงให้อภัยหากรู้ว่าพวกเค้ายามนี้ก็เปรียบเสมือนเด็กที่เริ่มหัดเดินกระเตาะกระแตะ
อะไรๆ ที่เป็น "ครั้งแรก" มักก่อให้เกิดความตึ๊กตึ๊กในดวงหทัยพลันด้วยกันทั้งนั้น การได้ขึ้นไปทำงานบนเครื่องบินไฟลท์แรกก็น่าตื่นเต้นไม่แพ้กัน
น้องหมีก็เป็นคนหนึ่งที่เพิ่งผ่านประสบการณดังกล่าวมาใหม่ๆ หมาดๆ
"มันงงๆ น่ะพี่ ตอนเรียนผมก็ตั้งใจ
ตอนทำม๊อคอัพ (Mock-Up = การฝึกเสริฟเสมือนจริงในเครื่องบินจำลอง) ก็เครียดครับ
ทำได้ไม่ดีนัก ยิ่งตอนขึ้นไปทำงานบนเครื่องยิ่งเครียดเข้าไปใหญ่ บรรยากาศมันกดดันยังไงไม่รู้
ผู้โดยสารก็เป็นผู้โดยสารจริงๆ ไม่ใช่เพื่อนเราเหมือนตอนทำม๊อคอัพ เครื่องบินก็บินจริงๆ
มีเวลาและอะไรต่อมิอะไรเป็นตัวกำหนด โชคดีที่ไฟลท์แรกของผมได้ทำงานกับพี่ๆ
ที่น่ารัก แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่านี่เรามาโหลดงานคนอื่นเค้าหรือเปล่า"

ถือว่าน้องหมีโชคดีที่เจอรุ่นพี่ดีๆ
เพราะมีรุ่นพี่บางคนเกิดอาการหลงลืมว่าไฟลท์แรกของตัวเองก็ทำอะไรเด๋อๆ
ด๋าๆ และก็ทำงานเฟอะฟะเหมือนกับที่น้องทำนี่แหละ
...น่าแปลกใจที่เวลาผ่านไปไม่นาน ตัวเองดันกลับมาจิกรุ่นน้องซะนี่
"หมุนๆ อยู่ใน Galley บ้างเหมือนกัน
ทั้งๆ ที่รู้ว่าต่อไปต้องทำอะไร แต่นาทีนั้นมันเบลอๆ ยังไงพิกล แต่ก็ถือว่าทำอะไรได้ไม่เลวร้ายนัก
จบไฟลท์แล้วพี่ๆ ก็ยังชมว่าผมทำงานดี ได้กำลังใจขึ้นมาเป็นกอง"
ไม่ต่างจากสมัยที่ผมเข้ามาทำงานใหม่ๆ
จำได้ว่าถูกรุ่นพี่หยอกเอาแรงๆ ว่าไฟลท์หน้าอย่าลืมเอารองเท้าบัลเลต์ติดมาบินด้วย
ตอนแรกก็งงๆ ว่าพี่มาไม้ไหน มารู้ทีหลังว่าเป็นมุขตลกร้ายแบบว่าให้ผมใส่ยืนหมุนหาของในครัว
"แต่ที่ทำให้ผมชื่นใจที่สุดก็คือความพอใจของผู้โดยสาร
มีผู้โดยสารหลายคนชมผมต่อหน้า และมีบางคนยังเขียนคำแนะนำให้ผมอีกด้วย
ตอนจบออกจากกองโรงเรียนยังคิดอยู่ว่าจะทำยังไงให้ผู้โดยสารพอใจที่สุด
และตอนนี้ผมพอจะทราบแล้วครับ งานผมก็ยังช้าอยู่บ้างครับ พี่ๆ ก็ช่วยผมเต็มที่
ถ้าไม่มีพวกพี่คอยแนะนำผมคงแย่เหมือนกัน"
เห็นผู้โดยสารหยิบ Letter To President
ที่เก็บอยู่ในกระเป๋าหน้าที่นั่งขึ้นมาเขียนทีไรมักทำให้ผมเสียววูบมากกว่าจะรู้สึกดีใจ
ถ้าเป็นจดหมายชมก็ดีไปแต่ถ้าเป็นจดหมาย Complaint เมื่อไหร่ก็เหมือนหนังชีวิตที่ต้องติดตามดูกันหลายตอน
แต่ว่าไปก็เหมือนการส่องดูตัวเองในกระจก ความคิดเห็นของผู้โดยสารเป็นสิ่งสำคัญในการปรับปรุงการบริการ
แต่ผู้ที่เขียน Comment ด้วยความมันในอารมณ์ก็มีไม่น้อย