ตุ๊งตุ่ง เสียงเตือนอีเมล์เข้ามาใน Inbox ของ Hotmail ดังขึ้นอีกครั้งเมื่อฉัน Sign In เพื่อออนไลน์ MSN

อดประหลาดใจไม่ได้ …ใครกันนะส่งอีเมล์มาขณะที่ฉันเริ่มคิดคำทักทายหนุ่มจากแดนไกล คิดเข้าข้างตัวเอง …คงเป็นอีเมล์จากหนุ่มที่ฉันกำลังคุยด้วยอยู่ตอนนี้ เขาชอบส่งรูปน่ารักๆ หรือคำหวานๆ ที่ทำให้ฉันหัวใจเต้นตุ้บตั้บมาให้บ่อยๆ แต่ความอยากรู้อยากเห็นไม่เคยปราณีใคร ไม่ว่าเป็นอีเมล์ของใครก็มีความหมายกับฉันทั้งนั้น (ยกเว้น Junk Mail นับสิบฉบับต่อวันที่เชียร์ให้ฉันเพิ่มขนาด "หน้าอก" อยู่นั่น) จึงฉวยจังหวะที่คู่คุยของฉันเปลี่ยน Status เป็น On The Phone รีบเปิดเข้าไปดู

เย้ เย้ เย้ ฉันไชโยดีใจกับตัวเองสามครั้ง มิ้ม…สาวน้อยจากดูไบนั่นเอง ดีใจทุกครั้งที่เห็นตุ๊กตา MSN สีแดงของเธอกลายเป็นสีเขียว ถึงตอนนั้น …โลกอันกว้างใหญ่ของเราก็กลายเป็นใกล้ แทบจะโอบกอดกันได้ด้วยซ้ำ…

มิ้มเป็นคนแรกๆ ที่ฉันได้รู้จักผ่าน MSN หลังจากเข้ามาวนเวียนดูข้อมูลในเว็บไซต์ thaicabincrew.com ที่ซึ่งฉันได้รู้จักเพื่อนหลายคนที่มีความฝันเดียวกัน ดีที่มีเพื่อน ดีที่มีเว็บนี้ ดีที่มีพี่ๆ คอยเป็นกำลังใจให้ฉันมาโดยตลอด วันนี้แม้ฉันจะเป็นแค่นางบำเรอบนกำปั่นเหาะของสายการบินเล็กๆ แต่ก็หวังว่า …ด้วยประสบการณ์ของเพื่อนๆ ที่โชคดีได้เป็นแอร์สายการบินดีๆ กันไปแล้ว จะส่งผลบุญให้ฉันได้ตามเธอไปบ้างในอนาคต

ฉันรู้ว่าเธอเป็นคนเข้มแข็ง แต่จากอีเมล์ฉบับแรกที่เธอส่งมาถึงฉันในอาทิตย์แรกที่เธอไปถึง ดูเธอจะเหงาๆ ยังไงอยู่ เธอเล่าให้ฉันฟังสั้นๆ ว่าอยู่ระหว่างปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนร่วมห้อง สภาพรอบข้าง และเมืองแขก ฉันได้แต่ปลอบใจว่าคนเก่งๆ อย่างเธอไม่นานก็ปรับตัวได้ ดูเธอจะสบายใจขึ้นเมื่อฉันพูดอย่างนั้น

อีเมล์ของเธอบรรยายเรื่องต่างๆ มากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นบรรยากาศการเทรนที่เอาจริงเอาจัง อ่านแล้วก็พลอยเหนื่อยไปกับเธอด้วย แต่ก็ยังอยากลองไปใช้ชีวิตแถบนั้นดูสักครั้ง...จะมีวาสนาไม๊หนอ...

..............................................................................................................................

Sent ; Friday, August 22, 2003 12:25 PM Subject ; จบแล้วอาทิตย์ที่สอง….


EK training Center

มะรืนเป็นวันสุดท้ายของอาทิตย์ที่สอง ดูเหมือนว่าอาทิตย์นี้จะเร็วกว่าทุกอาทิตย์ที่ผ่านมา หรือเป็นเพราะมิ้มยุ่งจนไม่มีเวลาว่างเลยก็เป็นได้ ช่วงที่ผ่านมา มิ้มต้องเรียนรู้เครื่องบินถึงสองรุ่นคือเครื่องโบอิ้ง 777-200/300 และแบบแอร์บัส A330 เล่นเอามิ้มปวดหัวแทบบ้าไปเลย หลังการสอบก็มีการประเมินผล ทุกคนจะถูกเรียกไปคุยตัวต่อตัวแล้ววิจารณ์กันต่อหน้าเลย เค้าจะมีคนคอยดูพฤติกรรมและบันทึกผลเราตั้งแต่แรกเจอหน้าโดยไม่ให้เรารู้ตัว ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับผลการเรียน ภาวะผู้นำ การปฏิบัติตัวกับเพื่อน การแต่งกาย ความรับผิดชอบ การตรงต่อเวลา แล้วก็เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เรานึกไม่ถึง เรียกว่าเราทำอะไรเค้าเห็นหมดทุกอย่าง ราวกับมีนักสืบตามติดรายคน บางคนโดนเรื่องเสื้อยับ บางคนโดนเรื่องพูดจาไม่สุภาพ บางคนโดนเรื่อง sms ดังในห้องเรียน ฯลฯ ส่วนมิ้มเป็นน้องน้อยของห้องก็ทำตัวติ๋มๆ เนียนๆ ไม่มีปัญหาอะไรมากนัก แต่เค้าเป็นห่วงคอยแนะนำว่าอย่าให้ใครมาเอาเปรียบ เวลาทำงานก็ต้องทำเท่ากัน อย่าให้เพื่อนร่วมงานใช้ความไม่มีปากมีเสียงของเรามาเอาเปรียบได้ (คือเพื่อนในห้องมิ้มซ่าส์ ...... มาก มิ้มเลยดูเรียบร้อยมากในสายตาเค้า แต่หารู้ไม่ฉันก็ซ่าเหมือนกันนะ แต่ซ่าแบบไทยๆ)

อาทิตย์นี้ลูกเรือใหม่คนไทยเริ่มทยอยกันมา อีก Class นึงมีคนไทยครึ่งห้องก็ว่าได้ เรียกได้ว่าฝรั่งจ๋อยไปเลย เห็นจากการที่เหล่าหมู่คนไทยได้ทำการบังคับขู่เข็ญให้ฝรั่งเรียนรู้ภาษาไทย เช่น ฉันชื่อ ....... คุณน่ารัก คุณสวย (แต่มักจะเพี้ยนเป็นคุณซวย) คุณอุบาวศ์ (อันนี้สอนกันทำไมไม่รู้) แล้วอีกต่างๆ นานา แต่ส่วนใหญ่จะเป็นคำหยาบเสียมากกว่า (นับเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมที่แย่มาก)

วันนี้เพื่อนๆ หนุ่มสาวในกลุ่มมิ้มไปอาบแดดที่จูไมร่า (Jumeirah Beach) เราสาวไทยผิวสีน้ำผึ้งอยู่แล้วเลยขอตัวไปจับจ่ายซื้อผักผลไม้ที่ City Center กะว่าวันนี้จะมี Curry Party กันที่ห้องมิ้ม เป็นการซ้อมใหญ่ก่อนจะเชิญเพื่อนต่างชาติมาทาน ไม่งั้นเค้าอาจเกลียดอาหารไทยตั้งแต่แรกก็เป็นได้ งานนี้สาวไทยเลยต้องทำงานกันหนักหน่อย เพราะมีคนเรียกร้องอยากทานอาหารไทยที่เลื่องลือกันว่าอร่อยมาก งานนี้อนาคตของประเทศชาติอยู่ในมือของเราสามคน อิอิ

..............................................................................................................................

Sent ; Sunday, August 24, 2003 2:24 AM Subject ; วันแรกของ First Aid

วันนี้ต้องปรับตารางชีวิตตัวเองใหม่ จากที่เคยเป็นคนกลางคืน (เรียนช่วงกลางคืน) ก็กลายมาเป็นคนกลางวัน (เรียนช่วงเช้า 8.00-16.00 น.) งานนี้เลยต้องปรับตัวเองหลายอย่าง รวมทั้งต้องซื้อครีมกันแดดอีกขนานใหญ่ เช้านี้มีคนตกรถหลายคน เพราะยังไม่ชินกับเวลาใหม่บวกกับความบ้าของคนขับรถที่แวะจอดตามตึกโดยให้เวลาแค่ 57 วินาที กว่าจะใส่หมวก (หมวกแดงผ้าระย้า) แล้วคว้ากระเป๋าลากไปหน้าตึก รถก็เคลื่อนไปตึกต่อไปแล้ว แต่เป็นโชคดีของมิ้มที่อยู่ตึกที่หรูหราที่สุด รถจึงเข้ามาจอดรับเทียบท่าถึงหน้า Lobby แถมรถยังรอนานเพิ่มเป็น 2 นาทีเพราะว่าเป็นตึกแรกที่แวะรับ

ในที่สุด การเรียนเกี่ยวกับเรื่อง Equipment ในเครื่องโบอิ้ง 777 ก็ผ่านพ้นไป วันนี้ก็มาขึ้นเรื่องใหม่ เปลี่ยน Trainer ใหม่ แล้วก็ห้องเรียนใหม่ด้วย เพราะว่าเป็นการเรียนเกี่ยวกับ FIRST AID หรือการปฐมพยาบาลนั่นแหละ งานนี้เป็นเรื่องใหญ่ของผู้ที่ไม่ใช่เจ้าของภาษา เพราะต้องเรียนรู้ศัพท์ทางการแพทย์ จดจำวิธีใช้เครื่องมือเครื่องไม้และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ออกจะซับซ้อน เรียกได้ว่าเรียนจบ Course นี้ไปเป็นพยาบาลได้เลย

วันนี้เรียนเกี่ยวกับเรื่อง ผู้ป่วยประเภทต่างๆ มีสติหรือว่าไม่มีสติ แล้วก็ขั้นตอนการตรวจ Check และอุปกรณ์ที่ให้ฟื้นคืนชีพ เช่นการให้ Oxygen การทำ CPR (เป่าปาก) แล้วก็ปั๊มหน้าอก แล้วก็เครื่อง Defibrillator (เครื่องช๊อตกระแสไฟฟ้า)

วันนี้เป็นภาคทฤษฎี แต่พรุ่งนี้จะเป็นการปฏิบัติจริง ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเป็นยังไง โดยเฉพาะการทำ CPR กับผู้โดยสารที่เจาะคอ (คือต้องเป่าเข้าไปในคอที่เค้าเจาะอ่ะ คิดภาพแล้วเป็นลมดีกว่า ) แต่อุปกรณ์ที่นี่เค้าก็ยังดีที่ช่วยเรานิดนึงก็คือ ถ้าต้องทำ CPR แบบเป่าปาก ก็จะมีอุปกรณ์ที่เหมือนกับหน้ากากยางครอบปากและจมูกผู้ป่วย แล้วก็ให้เราเป่าลมเข้าไปในช่องเหมือนเป่าห่วงยาง ก็ช่วยไปได้นิดนึงกันผู้โดยสารปากเหม็น เด๊วแอร์จะเป็นลมไปซะก่อน แต่เป่าคอก็จะมีแผ่นพลาสติกที่มีผ้าสำลีกรองระบายอากาศตรงรู แค่นั้นเอง ถึงแม้ว่าจะกันเชื้อโรคได้ แต่คงสยองไม่เบาเลยงานนี้

..............................................................................................................................

แค่อีเมล์สองฉบับแรก เรื่องราวของมิ้มยังมันส์หยดขนาดนี้... เรื่องราวต่อไปจะเป็นอย่างไร สาวน้อยของเราจะพบกับอะไรต่อไปในการเทรนอันเข้มข้นของสายการบินที่มีชื่อเสียงระดับโลก....รอติดตามกันได้ในฉบับต่อไปค่า...



โดย ZaZa © 2004 All Rights Reserved
23jul04