สวัสดีค่ะลุง myoldeditor
นึกถึงลุงอยู่เสมอค่ะ แต่ออนไลน์ msn ทีไรดูลุงจะยุ่งๆ ไม่ค่อยคุยกับหนูเท่าไหร่ ไม่เป็นไร เข้าใจว่าลุงบีซี่บีซี่ตลอด ( ไม่รู้ว่าบีซี่กับงานเว็บหรือบีซี่กับสาวๆ กันแน่ ) ก็น้องๆ ในเว็บลุงมีแต่สาวๆ ทั้งนั้นนี่เนอะ อิอิ ส่งภาพบ้านที่อาบูดาบีมาให้ดูค่ะ ถ้าจะเอาไปให้เพื่อนๆ ในเว็บดูก็ตามใจนะคะ ไม่รู้ว่าดูแล้วจะทำให้ตื่นเต้นอยากมาทำงานที่ Etihad กับหนูหรือไม่อยากมากันแน่ ?

ภาพนี้ห้องชุดของหนูค่ะ มีสองห้องนอน แต่หนูไม่ค่อยอยู่ที่นี่เท่าไหร่ มักจะไปสิงสถิตกับเพื่อน ไม่เหงาดีมีเพื่อนคุยค่ะ

ภาพนี้เป็นบ้านเพื่อนที่หนูมาอยู่กะเค้าอย่างประจำสม่ำเสมอค่ะ เป็นตึกใหม่สร้างเสร็จหมาดๆ ลูกเรือ Etihad รุ่นใหม่ๆ จะถูกจัดให้มาอยู่ที่นี่
ภาพอื่นๆ ก็ ประกอบฉากไปเรื่อยเปื่อยค่ะ อยู่ที่นี่ไม่น่าเชื่อว่าเหงาเหมือนกัน บางทีอยากออกไปบินทุกวัน เพราะอยู่บ้านเฉยๆ มันเบื่อค่ะ แต่ไปบินแล้วก็เหนื่อย กลับมาก็บ่นอีก วันก่อนหนูไปบินทั้งวัน ไม่ได้กินไรเลยค่ะ เสริฟผู้โดยสารเสร็จยังไม่พอ ดันถูก assign ให้ไปขายของ Duty Free อีก ไหนจะต้องมานั่งนับของ นั่งคิดตังค์อีก โห เกือบตาย
เหนื่อยก็เหนื่อย หิวก็หิว คิดดูดิลุง วันนั้นหนูออกจากบ้านแปดโมงครึ่ง กลับถึงบ้านอีกทีสามทุ่ม สิบสองชั่วโมงนะลุง ! หนูไม่ได้กินอะไรเลยนอกจากน้ำผลไม้และแครกเกอร์สามชิ้น โอ้ ... นี่ล่ะน้าชีวิตแอร์ นานๆ ขอบ่นทีนะลุง แหะแหะ...

ภาพที่ถ่ายมาก็แถวๆ นี้แหละค่ะ ไปไหนไม่รอดหรอก วันๆ ไม่มีอะไรทำก็ออกไปเดินช้อปปิ้ง เนี่ย ก็บ่นกันว่า ไปบินก็เหนื่อย แต่ไม่ไปบินก็เสียตังค์ (ก็ไม่มีไรทำไงคะ เลยไปช้อปปิ้งเสียตังค์ซะสมใจ) ไม่รู้ดิ เฮ้อ...... ก็ไม่มีอะไรจะทำอะไรอะลุง เข้าใจหน่อย
อ้อ ไปเที่ยวตลาดด้วยค่ะ แต่ภาพไม่ค่อยชัดเลยไม่ได้ส่งมาให้ค่ะ แล้วก็อีกที่นึง พอดีคนที่นี่เค้าพานั่งรถเล่น ประมาณว่า นั่งไปโน่นนี่ ไปริมทะเล (แต่ไม่ใช่หาดนะคะ เป็นเหมือนอารมณ์ว่าแหลมฉบัง แบบเหมือนเป็นท่าเรืออะไรเงี้ยค่ะ ) ก็สวยดีเหมือนกัน ตอนกลางคืนจะรู้สึกว่าอยู่ฮ่องกงมากๆ อยู่ริมทะเล มีตึกเยอะๆ ไฟเยอะๆ อิอิ
กว่าจะถึงบรรทัดนี้ ลุงคงอ่านไปมึนๆ อิอิ เพราะไม่ค่อยเรียบเรียงอะไรให้เท่าไหร่ แต่หนูก็มีความสุขดีค่ะลุง ส่วนเรื่องเหงาและเบื่อมันก็เป็นธรรมดา ต้องมาดูกันว่า ใครจะทนได้นานแค่ไหนเนอะ ....
ส่วนภาพชุดนี้จากเจนีวา (ไปครั้งแรกในชีวิต เลยไปลุยกันสองคนกับณีค่ะ) บอกตรงๆ ว่าเมืองนี้ไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่ ก็มีแต่หนูกับณีนี่แหละค่ะน่าสนใจที่สุด อิอิ
ไปถึงก็สองทุ่มแล้ว หิวค่ะ ขนาดหนูทานกันมาจากบนเครื่องแล้วนะ เลยต้องออกมาหาไรกินกันในเมือง ตอนนั้นก็ประมาณสามสี่ทุ่ม แต่ดูเหมือนห้าหกโมงเย็นบ้านเราอยู่เลย จริงๆ นะ เค้าว่ากันว่า สวิสเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่สุดแสนจะโรแมนติก แต่อารมณ์หนูอยากไปเที่ยว เลยรู้สึกไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่
เมืองเจนีวาเหมาะสำหรับผู้รักความสงบ เพราะดูนิ่งๆ ไม่มีชีวิตชีวา ถ้าหนูแก่กว่านี้หรือมีแฟน อืม ตอนนั้นก็คงอยากมาอยู่ที่นี่ อิอิ แบบมาหาที่สงบๆ บรรยากาศดีๆ ทำนองบั้นปลายชีวิตค่ะลุง มิน่า เศรษฐีเมืองไทยถึงชอบมีบ้านที่สวิส เพราะแก่แล้วอยากใช้ชีวิตเงียบๆ นี่เอง พักผ่อนไรเงี้ยหนูว่านะ

เมืองนี้ไม่มีไรมาก จุดสนใจก็แค่แม่น้ำ Rhone แล้วก็น้ำพุ Jet d'eau (ไม่แน่ใจว่าเรียกถูกป่าว) ซึ่งจะเปิดเฉพาะ summer เท่านั้น น้ำพุแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นน้ำพุที่สูงที่สุดในโลก ก็หลอกลวงนักท่องเที่ยวไปวันๆ ค่ะ
หน้าร้อนที่นี่ร้อนมาก (ร้อนเหมือนบ้านเรา ไม่น่าเชื่อ) ตากแดดจนตัวดำเลยค่ะลุง แบบว่าเหลือส่วนที่ขาวเป็นรอยเสื้อเลยทั้งๆ ที่ไม่ได้ไปทะเล อิอิ และที่สำคัญเค้าไม่ค่อยเปิดแอร์ค่ะลุง ไม่ว่าจะในห้าง หรือแม้แต่ในโรงแรม คงอารมณ์ประมาณว่า นานๆ บ้านชั้นจะมีความร้อนให้พานพบ ขอร้อนให้เต็มที่หน่อยเหอะมั๊งคะ
จะบอกว่าห้างสรรพสินค้าที่อาบูดาบีเปิดแอร์แรงมาก ถึงขนาดหนูต้องสวมเสื้อคลุม (เว่อร์ไปป่าวเนี่ย พอดีหนูเป็นคนขี้หนาวน่ะค่ะ) แต่ที่สวิสมันร้อนมากเกินทนจริงๆ นะลุง แบบ เอ่อ เปิดนิดนึงก็ดีนะคะแอร์น่ะ อิอิ.....
และแล้วหนูกับณีก็เสียตังค์นั่งเรือจนได้ ถ่ายภาพมาให้ดูด้วยค่ะ เป็นสถานที่สำคัญๆ ของเค้ามั๊ง ประมาณว่า สถาปัตยกรรมเก่าหรือเป็นสถานที่ซึ่งบุคคลสำคัญของโลกเคยมาอยู่ไรเงี้ย
เมืองเจนีวาเป็นเมืองที่มีพรมแดนติดกับประเทศฝรั่งเศส ดังนั้น ผู้คนส่วนใหญ่จะพูดภาษาฝรั่งเศสกัน ไอ้เราก็พูดไม่ได้ ภาษาอังกฤษเค้าก็เหมือนเราอ่ะค่ะ พูดไม่ค่อยได้
แม่น้ำใสมากค่ะ แบบมองลงไปเห็นก้นแม่น้ำเลยจริงๆ ไม่น่าเชื่อ ใสสุดๆ เค้าก็มาว่ายน้ำเล่นกันนะคะ จะเห็น จากภาพที่หนูไปล่องเรือ จะมีคนเล่นน้ำเป็นระยะๆ จุดสนใจก็เป็นบ้านริมน้ำแล้วก็มีรูปปั้นนางเงือกด้วย (เหมือนระยองบ้านเราเลย) แต่ภาพที่ส่งมาลุงคงไม่ได้เห็นนางเงือกค่ะ เนื่องจากมีเหล่านายแบบ (ที่ไม่ได้รับเชิญ) ยืนบังเต็มนางเงือกเลย
ส่วนบรรยากาศรอบๆ เมือง ดูเค้ารักษาสิ่งแวดล้อมกันสุดๆ ดูอย่างง่ายๆ รถส่วนใหญ่บนท้องถนนจะเป็นรถขนาดเล็ก ที่เห็นเยอะก็เบนซ์ รุ่น Smart นี่ล่ะค่ะ ประมาณว่าเป็นรถไร้มลพิษ (หรือใช้ไฟฟ้าไม่ใช้น้ำมันเนี่ยแหละ ไม่แน่ใจ) แล้วก็ส่วนใหญ่เค้าก็ใช้จักรยานเป็นพาหนะกัน
หมดแล้วค่ะเมืองนี้ ทุกอย่างแพงมหาโหด หนูว่าลอนดอนแพงแล้วนา ที่นี่แพงกว่าอีก สองวันสองคืนหมดตังค์ไปเกือบสองร้อยฟรังค์โดยไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย นอกจากกินและก็เดินเที่ยว แหะ แหะ กลับมาอาบูดาบีก็พูดกันกะเพื่อนว่า ถ้าเป็นไปได้จะไม่มาอีกแล้ว ไม่มีอะไรเที่ยวเลยค่ะ
ภาพชุดต่อไปจากแฟรงค์เฟิร์ตค่ะ ก็เหมือนเคย มีแต่วิวกะวิว ไม่มีไรน่าสนใจ แต่จะบอกว่าไส้กรอกอร่อยมากค่ะไม่น่าเชื่อ อร่อยจริงๆ นะคะลุง เค้าจะทำเป็นฮอทดอกขายชิ้นละ 1.5-2 ยูโร
ไฟลท์นี้มีสาวไทยไปสามคน ส่วนผู้ชายอีกคนที่หนูลากไปเป็นนักบิน เค้าก็ฮาๆ ดี เป็นนักบินชาวมาเลย์ เป็นมุสลิมด้วยนะคะ ซึ่งสาวไทยนิสัยดีอย่างเราก็พาเดินทัวร์ซุ้มไส้กรอกหมูเลย อิอิ นิสัยไม่ดี ตอนแรกก็กลัวว่า เออ มันจะกินไรหว่า เพราะเราน่ะอยากกินไส้กรอก โชคดีที่เค้าไม่ Prefer Halal food ก็เลยกินไส้กรอกเนื้อร้านเดียวกะไส้กรอกหมูได้ เฮ่อ รอดไป

หนูว่าบรรยากาศเมืองในยุโรปมันก็คล้ายๆ กัน ร้านกาแฟเยอะมาก แล้วก็มีร้านอาหาร Open air นั่งกินโน่นนี่ กินบรรยากาศกันนอกร้าน แต่ที่เยอรมันต่างจากที่อื่นตรงที่เค้ากินเบียร์แทนน้ำค่ะ รู้สึกน้ำจะแพงกว่าเบียร์อีกมั๊ง แพงกว่าจริงๆ นะคะ ที่นี่ มีร้าน Gelato เยอะมาก ภาพที่ส่งมาให้ดูประมาณสองยูโรกว่าๆ ก็ร้อยกว่าบาทค่ะ
แวะพักกันที่ Starbucks อันคุ้นเคย (จะบอกว่า Starbucks เมืองไทยที่หนูเคยว่ามันแพง แต่ดูแล้วถูกที่สุดค่ะ พอกลับเมืองไทย สั่งกินโดยไม่รู้สึกว่าแพงเลยแม้แต่น้อยค่ะเดี๋ยวนี้ นิสัยไม่ดี แหะ..แหะ)
ไม่มีไรจะเล่าให้ฟังค่ะ แต่ว่าทริปนี้สนุก สงสัยเพื่อนเยอะ ก็เดินไปกรี๊ดกร๊าดกันไปเรื่อยตามประสา ถ่ายภาพเป็นประเด็นหลัก อิอิ ซึ่ง ไม่ได้สาระใดๆ จากการถ่ายภาพเท่าไหร่ แต่หนูชอบยุโรปอยู่อย่างนะลุง เมืองมันดูสะอาดดี ไม่ค่อยวุ่นวายเหมือนบ้านเรา (อันตรายหรือป่าวไม่รู้ แต่ไม่รู้สึกถึงอันตรายเท่าไหร่) ที่สำคัญดอกไม้ที่ปลูกประดับประดาทั่วไปในเมืองสีสวยได้ใจ ดูแล้วพลอยมีความสุขสดชื่นไปด้วย

ลืมแนะนำสองสาว คนเสื้อฟ้าชื่อนก ส่วนอีกคนชื่อแพมค่ะ
สังเกตได้ว่าหนูดูจนมากลุง ไปไหนๆ ก็ใส่เสื้อตัวเดิม เนื่องจากที่หนูบอกลุงว่าย้ายมาอยู่กับเพื่อนที่ตึกใหม่จนไม่ได้กลับบ้านตัวเอง ดังนั้นก็ต้องใส่เสื้อผ้าเท่าที่มี (พกมาแค่ สองตัว แหะแหะ...) ทั้งๆ ที่เรียกแท็กซี่กลับบ้าน ก็แค่สามสิบบาท (ห้านาทีเองค่ะ แต่ไม่ไป)
สามเมืองรวด อาบูดาบี , แฟรงค์เฟิร์ต , เจนีวา หวังว่าลุงคงไม่เบื่อนะคะ ออนไลน์ msn คราวหน้า อย่าลืมทักทายหนูบ้าง ไม่ได้อะไรหรอกค่ะ พวกเราชาว tcc ก็เหมือนพี่น้อง แต่ทักทายกันบ้างก็ดีนะลุง เห็นใจคนอยู่ไกลบ้างดิ เหงาๆ น่ะ เข้าใจไม๊ ไปล่ะค่ะ อิอิ
นึกถึงลุงเสมอค่ะ
Junno

โดย Junno for www.thaicabincrew.com
© 2005 All Rights Reserved 05sep05