ติ๊งต่องๆๆๆๆๆ
เสียงกริ่งหน้าห้องดังรบกวนโสตประสาทการนอนของฉันตั้งแต่สิบเอ็ดโมงเช้า (สิบเอ็ดโมง แถวบ้านฉันเรียกว่าเช้าอยู่) ฉันงัวเงียลุกจากที่นอนไปเปิดประตูห้อง ในใจคิดว่าคงเป็น Housekeeping มาทำความสะอาดห้อง ...เพราะเธอก็มาเวลานี้เหมือนกันทุกเช้า
เปล่าเลย ที่แท้ก็ใช่ใครอื่น พี่โซฟี นั่นเอง พี่แกทำหน้าตลกๆ ที่เห็นหน้ายับๆ ของฉัน จำหนูไม่ได้เหรอจ๊ะพี่จ๋า นี่ละค่ะแอร์ Jet ตัวจริงเสียงจริง (ฉันไม่ได้พูดกับพี่แกหรอกนะคะ กลัวพี่แกจะเป็นลมไปซะก่อน ก็หนูยังไม่ได้แปรงฟันเลยอะ)
วันนี้พี่ทำก๋วยจั๊บมาฝากน่ะ โอ้โห ลาภปากฉันโดยแท้ ตื่นเช้าขึ้นมาก็มีคนทำอาหารอร่อยๆ มาให้เหวยถึงห้อง
แหมเจ๊ นอกจากจะสวยแล้วยังน้ำใจงามอีกนะ ฉันกระมิดกระเมี้ยนพูดกับพี่เค้าในระยะห่าง 3 วาเศษ
อื่อน่า ไม่ต้องมาตลกแดร๊กกับพี่หรอก ยังไงก็ได้กิน พี่โซฟีโต้ตอบฉันทันควัน เอ๊ะ แอร์นี่ต้องมีปฏิกิริยาโต้กลับรวดเร็วแบบนี้เหมือนกันทุกคนรึเปล่าน้า
อ้าวเหรอ (หุบปากดีกว่า เจ๊แกคงหมายความว่ายังงั้น)
ก็แล้วจะยืนคุยหน้าห้องทำไม ว่าแล้วฉันก็นำพี่เค้าเข้ามาในห้อง ส่วนฉันก็ขอตัวไปทำความสะอาดร่างกายซะก่อน ออกมาอีกที โห พี่โซฟีแกเตรียมสำรับไว้ให้ฉันพร้อมแล้วเสร็จสรรพ ทั้งเครื่องปรุง (เท่าที่จะหามาได้) ทั้งน้ำเปล่าเย็นเจี๊ยบ (ไวน์แดงน่ะไว้ค่ำๆ นะคะพี่โซฟี อิอิ) เนี่ยนะ มีพี่ซีเนียร์น่ารักๆ ใจดีมันก็ดีแบบเนี้ย
ผ่านไปไม่ถึงสิบนาที ที่ฉันปล่อยให้เจ๊แกเม้าท์อยู่ฝ่ายเดียว เนื่องจากระหว่างนั้น ฉันมัวแต่กินแหลก ก็มันหิวนี่คะ ...แล้วสิ่งที่เหลือไว้ก็คือชามเปล่าๆๆๆ โห นี่ฉันขอดจนเกลี้ยงชามเลยเหรอเนี่ย
โหเจ๊ อร่อยมากเลย ขอบคุณอีกครั้งนะคะ ฉันหยอดคำหวานให้พี่เค้าอีกรอบ แบบว่าเอาใจแกหน่อยเผื่อคราวหน้าจะมีลาภปากแบบนี้อีก
เนี่ยว่าแต่เจ๊มาก็ดีและ มีคนเขาทวงหนู ยิก ยิก แล้วก็ยิก เลยว่าเมื่อไหร่จะส่งเรื่องข้ามน้ำข้ามทะเลไปให้อีก เอางี้ละกัน หนูขอสัมภาษณ์เจ๊ลงเว็บ thaicabincrew หน่อยและกัน เอาคนกันเองนี่แหละ โอเคเปล่าพี่
จะดีเหรอ อย่าเลย เขินจัง ว่าแต่เดี๋ยวเจ๊มานะ ขอไปเปลี่ยนชุดแต่งหน้าก่อน ฉันคิดในใจ อ้าว ไหนพี่บอกจะดีเหรอ แต่ขอตัวไปแต่งหน้าเนี่ยนะ?? ท้ายสุดเพิ่งเข้าใจว่าเจ๊กลัวรูปลงเว็บจะไม่สวยน่ะสิ อืม ผู้หญิงหนอผู้หญิง เรื่องนี้มันยอมกันไม่ได้จริงๆ
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป สองชั่วโมงผ่านมา นั่นล่ะกว่าเจ๊แกจะมา ถึงตอนนั้นฉันกำลังจะหลับอีกรอบอยู่แล้ว ทักทายกันพอหอมปากหอมคอ (แถวบ้านเรียกกัดเจ๊แกเล็กน้อยโทษฐานที่ทำให้ฉันต้องรอ) แล้วเราก็เริ่มการสัมภาษณ์กันทันใด

เจ๊ๆ เจ๊เป็นแอร์มากี่ปีแล้ว คำถามแรกของฉัน ไม่รู้เชยเปล่าคำถามแบบนี้
พี่เป็นแอร์ของไชน่า (China Airlines) มาราวๆ 7 ปี ถ้ารวมกับที่เจท (Jet Airways) นี่ก็เข้าปีที่ 8 แล้วค่ะ
โห
นานมากเลยนะพี่ แล้วไม่เบื่อ หรือคิดจะไปทำงานอื่นบ้างเหรอคะ อันนี้ค่อนข้างจะเป็นคำถามที่ออกจะน่าเบื่อนะ ก็ไม่รู้ล่ะ พี่เค้าก็ตอบนี่นา
มีบ้าง บางครั้งก็เบื่อๆ แต่ไม่รู้จะไปทำอะไรดี (เจ๊แกหัวเราะคิกคิก) นี่ไง พี่เลยลองเปลี่ยนสายการบินดู
แหม เจ๊พูดเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ เลยนะ ย้ายจากสายการบินโน้นมาอยู่สายการบินนี้ หึหึ อย่างว่าแหละหน้าตาเจ๊แกก็ดี แถมยังพูดภาษาจีนได้คล่องแคล่วซะขนาดนั้น ข่าวแว่วๆ มาว่า ตอนนี้เจ๊แกกำลังซุ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่ด้วยอีกภาษานึง อันนี้ก็ไม่รู้จะเรียนไปทำไมนักหนา ไว้เจอหน้าค่อยถามเจ๊แกเองแล้วกัน
อะ แล้วฉันก็ถามเจ๊แกต่อ อ้อ
เจ๊เลยลาออกจากไชน่ามาอยู่เจทว่างั้นเหอะ คิดยังไงเนี่ย คือจริงๆ ฉันอยากจะถามว่า คิดดีแล้วเหรอเจ๊
ใช่แล้ว ก็บอกแล้วไงว่าชีวิตคือการเรียนรู้ พี่อยากหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในสายการบินอื่นๆ ดูบ้าง แล้วพอเจทเปิดรับ แล้วยื่นข้อเสนอที่ดีกว่า เสนอตำแหน่งที่ดีกว่า พี่เลย O.K. (ปัจจุบันพี่โซฟีดำรงตำแหน่ง In-flight Executive ที่ Jet Airways)"
ทำงานกับคนจีนมาตั้งนาน แล้วจู่ๆ เปลี่ยนมาทำงานกับคนอินเดีย รู้สึกยังไงบ้างคะ มีอะไรเหมือน หรือแตกต่างกันบ้าง เป็นไง คำถามของฉันฟังดูดีมีสาระขึ้นบ้างไม๊
แตกต่างค่ะ แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง อยู่ที่ไชน่าใช้แต่ภาษาจีน พอมาอยู่ที่เจทก็ใช้แต่ภาษาอังกฤษ อยู่ไชน่าบินเสร็จก็ได้กลับบ้าน กลับบ้านก็เจอหน้าแม่กับแมวที่เลี้ยงไว้ มาอยู่ที่เจท กลับมาก็เข้าห้องพัก ถึงจะหรูหรา (The Grand Hyatt Mumbai) แต่มันก็ไม่ใช่บ้านเรา มันคือ อินเดีย
มุมไบ มุมไบไม่ใช่แบงค์ค้อก
ก (กรี๊ดดดดดดร่วมกันทั้งผู้สัมภาษณ์และผู้ถูกสัมภาษณ์ ห้าห้า) เพื่อนร่วมงานที่เจทค่อนข้างทำงานด้วยลำบาก พี่หมายถึงคนอินเดียนะ แต่ดีหน่อย ที่ที่นี่ไม่มีระบบอาวุโส (Seniority) แต่ยังไงก็ตาม ผู้โดยสารของทั้งสองที่ น่ารัก เหมือนกันค่ะ (อ๊ะ อ๊ะ แอบกัดฟันพูดหรือเปล่าเนี่ย)

เอาให้อินเทรนด์หน่อยนะพี่ เห็นเขาบอกว่า ไชน่าแอร์ไลน์กำลังรับสมัครแอร์ที่กรุงเทพ พี่มีอะไรฝากถึงน้องๆ ไม๊คะ คำถามนี้ฉันก็มึนๆ เหมือนกัน ตอนแรกว่าจะคุยกับเจ๊แกเฉพาะเรื่องเจท แต่ไหงไขว้เขวมาคุยเรื่องไชน่ารับสมัครแอร์ได้ก็ไม่รู้ ไว้มีโอกาสคราวหน้าฉันจะชวนเจ๊แกคุยเรื่องเจทล้วนๆ ดีกว่า เอาน่ะ ผีถึงป่าช้าแล้ว ไชน่าก็ไชน่าต่อไปแล้วกันนะเจ้าคะ
พี่อยากบอกว่าที่ไชน่าแอร์ไลน์ ถึงจะเป็นสายการบินของคนจีน แต่เขาก็ไม่ได้เน้นนะคะว่าต้องขาว ต้องหมวย ต้องพูดภาษาจีนได้ แต่ยังไงก็แล้วแต่ ถ้าเราพูดภาษาจีนได้ ก็จะได้เปรียบคนอื่นๆ พยายามโชว์ความสามารถทางด้านภาษาให้เต็มที่ ทั้งภาษาจีนแล้วก็อังกฤษ ทำให้ดีที่สุดด้วยตัวของตัวเอง เพราะที่นั่นรับรองว่า ไม่มีเส้น แน่นอนค่ะ
ฝากถึงน้องๆ ที่ผ่านการคัดเลือก ได้เป็นนางฟ้าของไชน่าแอร์ไลน์หน่อยสิคะ อันนี้แถวบ้านเรียกว่าคำถามตามน้ำค่ะ แล้วพี่โซฟีก็ตอบตามน้ำด้วยเหมือนกัน อิอิ
ดีใจกับน้องๆ ที่ได้ทำงานกับสายการบินที่มั่นคงมากๆ แม้จะสัญญา 3 ปี แต่รับรองว่าต่อได้เรื่อยๆ ค่ะ ถ้าประวัติการทำงานของเราดี คือเขาไม่เอาคนออกง่ายๆ ส่วนเรื่องการทำงานบนเครื่อง ก็อยากแนะนำให้น้องๆ ที่แรงๆ ปรับตัวนิดนึง อย่าเป็นตัวของตัวเองมากจนเกินไป คือพูดไงดีล่ะ เอาเป็นว่าอย่า self confident จนมากเกินไปก็แล้วกัน เพราะที่นั่นเน้นระบบอาวุโส นอบน้อมกับรุ่นพี่เข้าไว้ แล้วจะทำงานมีความสุขค่ะ"
ฝากถึงน้องๆ ที่อยากเป็นแอร์ ด้วยอีกนิดซิพี่ ว่าไงดี ค่ะ อันนี้แถวบ้านเรียกว่าคำถามบังคับแบบสุดๆ แล้ว ถ้าไม่ถามแล้วจบการสัมภาษณ์ไม่ได้เด็ดขาด เหมือนกินก๋วยเตี๋ยวต้มยำถ้าไม่เป็นบะหมี่ก็ต้องเส้นเล็ก เกี่ยวกันไม๊คะคุณพี่ขา
ก็ถ้าน้องๆ อยากเป็นแอร์ พี่ก็อยากบอกว่า งานนี้ต้องใช้ความอดทนสูง งานแอร์ไม่ได้สบายและเดินกรีดกรายเฉิดฉายบนเครื่องบินเหมือนที่หลายๆ คนคิด ต้องทำงานด้วยใจรักถึงจะอยู่ได้นาน และที่สำคัญต้องรักษาสุขภาพตัวเองให้ดีอยู่ตลอดเวลา
ติ๊งต่องๆๆ
เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นอีกครั้ง คิดว่าคราวนี้คงเป็น Housekeeping แน่นอน (แต่ในใจแอบฝันเล็กๆ ว่าจะเป็นชายไทย รูปร่าง อ้วน ดำ มายืนอยู่หน้าห้อง
เปล่านะ เปล่า หนูไม่ได้หมายถึงลุงกำแหงหาญนะ ห้าห้า) ที่ไหนได้ ที่แท้ก็ พี่อุ๋ย ex-crew จาก JALways นั่นเอง อืม ถ้างั้นเดี๋ยวฉันจับพี่อุ๋ยมาสัมภาษณ์มั่งดีกว่า
คอยติดตามกันให้ได้นะค้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

โดย cute for www.thaicabincrew.com
© 2005 All Rights Reserved 21sep05