สวัสดีค่ะ วันนี้เรามาว่ากันเรื่องการเตรียมตัวก่อนการสัมภาษณ์ ซึ่งเพื่อนๆ สามารถนำไปใช้ในการเตรียมตัวสัมภาษณ์งานสายการบินอื่นค่ะ และ nandy เชื่อว่าข้อมูลทั้งหมดนี้ ไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่การสัมภาษณ์งานประเภทนี้เท่านั้น ยังรวมถึงงานทุกประเภทที่มีบุคลิกเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ไม่ว่าจะงานด้านการบริการ งานขาย งานสื่อสารมวลชน ประชาสัมพันธ์ ฯลฯ ซึ่งล้วนแล้วแต่ถูกคัดเลือกจากบุคลิกภายนอกก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนเรื่องความสามารถรองมาค่ะ จำไว้ว่า Personality ที่ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะด่านแรกที่เรากับกรรมการจะต้องเจอกันก่อนเริ่มสัมภาษณ์คือ บุคลิกภายนอกค่ะ

และต้องขอบอกก่อนนะคะว่าจริง ๆ แล้ว nandy ก็อยากจะพบปะกับเพื่อนๆ ตัวต่อตัว แต่ว่า nandy มีเวลาค่อนข้างจำกัดค่ะ เนื่องจากต้องทำงานตั้งแต่วันจันทร์ถึงเสาร์แล้วยังต้องเรียนวันอาทิตย์อีกด้วย จึงเห็นว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุด เพียงแต่ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ทุกคนที่อ่านต้องพยายามนำเอาข้อมูลเหล่านี้ไปฝึกฝนกันเอง จะได้มากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับตัวเองใส่ใจมากน้อยแค่ไหนค่ะ

ลองดูนะคะ เรามาเริ่มการเตรียมตัวอย่างง่าย ๆ กัน

1. บุคลิกภาพส่วนบุคคลชาย หญิง
1.1 การเดิน
เราต้องสำรวจตัวเองก่อนว่าท่าทางเดินของเราเป็นยังไง เดินทอดน่องหรือเปล่า (ลองนึกภาพตามนะคะ เดินเหมือนมีอะไรขัดอยู่ตรงหว่างขาอ่ะค่ะ) ขั้นตอนแรกที่ต้องทำคือ ลองเดินหน้ากระจก ดูว่าเราเดินยังไง ไหล่ห่อไหม หลังตรงหรือเปล่า อันนี้สำคัญนะคะ โดยเฉพาะผู้ชาย เรื่องการเดินสำคัญมาก เคยเห็นนายแบบเดินไหมคะ ทุกคนจะเดินแบบยงโย่ยงย่ก (ไม่แน่ใจว่าเขียนถูกไหม) เวลาเดินให้ยืดหลังและยืดตัวให้ตรง อกผาย ไหล่ผึ่ง หรือลองเดินบนเส้นตรงดู ตอนแรกอาจเริ่มจากการเดินมองเส้น เมื่อชินแล้วให้มองไปข้างหน้าไม่ต้องมองเส้น หน้าตั้งไว้เลยค่ะ (ถ้านึกไม่ออก ให้นึกภาพคนเดินหน้าเชิดค่ะ) แต่ไม่ต้องมากนะคะ ให้ดูแต่พอดี

คุณผู้หญิงต้องหัดใส่รองเท้าส้นสูงแบบคัทชูด้วยนะคะ เพราะคุณอาจจะไม่ได้ใส่รองเท้าแบบนี้เท่าไรนัก ความไม่เคยชินจะทำให้เราเดินลำบากค่ะ การใส่บ่อยๆ จะทำให้รองเท้านิ่ม และทรงของรองเท้าจะเป็นไปตามรูปเท้าเราค่ะ บางคนอาจลองใส่ถุงน่องด้วยก็ได้เพราะอาจมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เช่น เวลาใส่รองเท้าแบบไม่ใส่ถุงน่องมันก็พอดิบพอดี แต่เมื่อเราใส่ถุงน่องแล้วมันจะลื่นค่ะ วันสมัครสาวน้อยบางคนกำลังเดินๆ อยู่รองเท้าไม่ยอมไปกับเท้าก็มี ทำให้เสียคะแนนไปโขเหมือนกัน ลองฝึกบ่อยๆ แล้วจะรู้ค่ะว่าการเดินให้สวยนั้นไม่ยากเอาซะเลย

1.2 การนั่ง
นั่งหลังตรงค่ะ อย่านั่งติดกับพนักนะคะ และไม่นั่งไขว่ห้างเด็ดขาด เพราะถือว่าไม่สุภาพอย่างแรง ผู้หญิงให้นั่งหลังตรง เท้าทั้งสองข้างทำมุม 10.00 น. ตามเข็มนาฬิกาค่ะ ถ้านึกไม่ออกจะอธิบายให้นะคะ สมมุติว่าจะนั่งเอียงไปทางขวามือ เท้าซ้ายตรงค่ะ เอาส้นเท้าขวามาชิดอยู่ตรงกลางเท้าซ้าย เขยิบปลายเท้าขวาออกไปทางขวาประมาณ 45 องศา ท่านี้จะทำให้เรานั่งได้เรียบร้อยที่สุดโดยที่กระโปรงไม่เปิดและไฟไม่ไหม้ค่ะ เรื่องการวางเท้า ควรวางตรงๆ ขนานเข่าค่ะ นึกออกไหมคะ เพราะผู้ชายเวลานั่งจะใช้พื้นที่เยอะอยู่แล้ว แต่ไม่ต้องอ้าขากว้างมากเกินไป เวลานั่งอย่าลอยหน้าลอยตาค่ะ ถ้ามีกรรมการนั่งหน้ากระดานสามคน ก็ทำให้เค้ารู้ค่ะว่าเราสนใจเค้า (หมายถึงสนใจในสิ่งที่เค้าพูดนะคะ ไม่ใช่ปิ๊งเค้า อิอิ) เวลามองอย่าลืมยิ้มด้วย ใครจะหาว่าเราบ้าก็ช่าง ยิ้มเข้าไว้ แต่ไม่ใช่ยิ้มจนเกินพอดี เวลานั่งให้ประสานมือบนหน้าตักค่ะ อย่าปัดหน้าปัดตาเกาโน่นเกานี่บ่อยๆ เสียบุคลิกค่ะ ส่วนกระเป๋าถือก็วางข้างตัว ถ้าที่ไหนเค้าให้ฝากกระเป๋าก็ไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ค่ะ

1.3 การพูดและการยิ้ม
เมื่อกรรมการถามหรือให้แนะนำตัว อย่าลืมว่าต้องยิ้มก่อนก่อนพูดค่ะ ในกรณีสัมภาษณ์กลุ่ม หากคนอื่นพูด เราก็ต้องใส่ใจในสิ่งที่เค้ากำลังพูดด้วย เวลาพูดให้พูดชัดถ้อยชัดคำ พวกเด็กนอกที่ชอบเอิ่ม เอิ่ม คือ เอิ่ม พวกนี้ ต้องพยายามหลีกเลี่ยงนะคะ เวลายิ้มก็พอประมาณ ไม่ต้องฉีกยิ้มหรือยิ้มค้างแบบนางงาม ยิ้มบ้าง หุบยิ้มบ้าง อมยิ้มบ้างแล้วแต่สถานการณ์ อันนี้ต้องเจอเองค่ะ เพราะการสัมภาษณ์แต่ละครั้งบรรยากาศอาจไม่เหมือนกัน สิ่งแรกที่ต้องมีคือสติค่ะ สติดี ปัญญาเกิดค่ะ และระหว่างที่เราพูด อย่าลืมเรื่อง eyes contact เพราะการสบตากับกรรมการสำคัญมากค่ะ ถ้ามีกรรมการหลายคน ต้องเผื่อแผ่ให้ครบทุกคน อย่าให้กรรมการท่านอื่นน้อยใจ คล้ายๆ กับการพูดในที่ชุมชน ซึ่งเราควรกวาดตามองผู้ฟังทุกคนค่ะ

1.4 การยืน
เวลายืนอย่าลืม trick ค่ะ หลังตรง อกผาย ไหล่ผึ่ง เท้าทั้งสองข้างเหมือนเวลานั่ง ปลายเท้าแยกจากกันเล็กน้อย คล้ายๆ การยืนแบบนางงาม คุณผู้ชายก็เช่นเดียวกันค่ะ แต่ยืนแบบมาดแมนนะคะ มือแขนแนบลำตัวสบายๆ ไม่ต้องเกร็ง ถ้าตื่นเต้น การสูดลมหายใจลึกๆ จะช่วยได้มากค่ะ

2. ขั้นตอนในการสมัครและสัมภาษณ์
(อ้างอิงจากการสมัครแจลเวย์ครั้งล่าสุดค่ะ แต่คิดว่าไม่ต่างกันมากนัก เพราะที่จะบอกเป็นการเตรียมตัวแบบครอบคลุมทุกสายการบินค่ะ)

2.1 ความประทับใจแรกของผู้รับสมัครและกรรมการ
ควรไปถึงสถานที่สัมภาษณ์ก่อนเวลา (nandy ไปก่อนประมาณ 1 ชั่วโมงค่ะ) เริ่มจากเราต้องเตรียมความพร้อมมาจากบ้าน เอกสารต้องครบ เกินได้แต่อย่าขาด เพราะเอกสารบางอย่างหากลืมนำมาในวันที่กำหนดอาจถูกไล่กลับบ้านเสียเวลามากค่ะ เวลายื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ตรวจก็ยิ้มด้วย แนะนำว่าควรไหว้ก่อนยื่นนะคะ เห็นหลายคนยื่นก่อนแล้วค่อยไหว้ ปรากฏว่าพี่เค้าก้มไปดูเอกสารเสียแล้ว ก็ไม่เห็นว่าเราไหว้ เสียคะแนนค่ะ เช่นเดียวกับตอนรับเอกสารคืน ควรไหว้ก่อนรับค่ะ

**แจลเวย์ ชอบคนอ่อนหวาน แต่มีความมั่นใจและมีความเป็นตัวของตัวเอง พูดมากไปก็น้อยลงนิด พูดน้อยต้องเพิ่มหน่อยค่ะ (หัดพูดหน้ากระจกบ่อย ๆ จะได้ไม่เขิน)
**เอมิเรตส์ ชอบคนมั่นใจ แต่อย่ามั่นเกินจนเกินเหตุ ประเภท สวย เริ่ด เชิด ยิ้มหวาน มาได้เลยค่ะ

2.2 ความตึ๊กตั๊กในหทัยพลัน
หัวใจเริ่มตีกลองเมื่อเดินไปวัดส่วนสูง เพราะไม่แน่ใจว่าที่วัดกับที่ชั่งนั้นได้มาตรฐานมากน้อยแค่ไหน เพราะบางที่เราก็สูง บางที่ก็เตี้ยเกินความเป็นจริง อันนี้ต้องลุ้นอย่างเดียวค่ะ ขอแนะนำเวลาขึ้นแท่น กรุณายิ้มงามๆ ให้พี่ที่วัดด้วยค่ะ แม้ว่าใจเราอาจจะตกไปอยู่ตาตุ่ม แต่ต้องยิ้มประมาณหน้าชื่นอกตรมค่ะ nandy สูง 158 แต่ไหงวันสมัครแจล กลับเตี้ยลงก็ไม่อาจทราบได้ (คิดว่าแต่ละที่ ที่วัดไม่ได้เป็นมาตรฐานเดียวกันค่ะ แล้วแต่ว่าทางนั้นจะกำหนดยังไง) แต่พี่ๆ เค้าช่วยค่ะ ที่วัดแทบไม่โดนศีรษะเลย (บางคนถูกกดจนอดเขียนไปสมัคร ไม่ทราบว่าพี่เค้าไม่ถูกชะตาหรือว่าอะไร แต่ nandy คิดว่าที่ nandy ได้เนี่ย เพราะ nandy ยิ้มตลอด ผลปรากฏว่าผ่านค่ะ)

2.3 ความสงบเยือกเย็นมาเยือน
ตอนเขียนใบสมัครเจอใครยิ้มไว้ก่อนค่ะ ขั้นตอนการสมัครของบางแห่งอาจไม่เหมือนกัน แต่ขอแนะว่าเวลากรอกใบสมัครไม่ต้องรีบ ตั้งใจอ่านให้ดีๆ เพราะบางทีเราอาจไม่เข้าใจในความหมายการเขียนของเค้าก็ได้ ต้องระวังเรื่องนี้ให้มากค่ะ เพราะใบสมัครเป็นด่านแรกที่จะตัดสินว่าเค้าจะเรียกเราสัมภาษณ์หรือเปล่า ถ้าเราเขียนได้ไม่ดีล่ะก็ ไม่ต้องคิดต่อเลยค่ะ

กรอกเสร็จแล้วก็เอาไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจอีกครั้งหนึ่ง (ต่างจากตอนตรวจเอกสารครั้งแรกนะคะ)ตอนนี้เค้าจะดูรายละเอียดว่าที่เค้าต้องการมีครบไม๊ เช่น โทอิคได้คะแนนตามกำหนดหรือเปล่า วุฒิการศึกษา อายุ น้ำหนักเกินหรือขาดหรือเปล่า ฯลฯ

ถ้าผ่านก็กลับบ้านรอสัมภาษณ์ ส่วนของแจลเวย์จะให้ใบนัดวันสัมภาษณ์ด้วยค่ะ ว่าสัมภาษณ์วันไหน เวลาเท่าไหร่ (ที่นี่เค้าให้สัมภาษณ์ทุกคนค่ะ)

2.4 วันสัมภาษณ์ที่รอคอย
วันนี้ไม่ควรมาสายอย่างยิ่ง เพราะการทำงานในตำแหน่งนี้เวลาเป็นเรื่องสำคัญมาก ตอนทำ group discussion ถ้าเป็นไปได้ควรทำความรู้จักกับเพื่อนๆ ในกลุ่มให้เรียบร้อยก่อน เวลาเข้าไปสัมภาษณ์จะได้ไม่เกร็งมากจนเกินไป ตอนแรกเค้าจะให้เราจัดเก้าอี้เป็นวงกลมหรือครึ่งวงกลมแล้วแต่กรรมการ ต่อมาแน่นอนเป็นการแนะนำตัวประมาณ 30 วินาที กรรมการจะมีนาฬิกาจับเวลาด้วย ไม่ควรพูดเกินเวลานะคะ แล้วแนะนำแบบสั้นได้ใจความประมาณว่า ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น (ถ้าเห็นสมควร) อายุ วุฒิการศึกษา พ่อแม่ทำอะไร พี่น้องกี่คน กิจกรรมยามว่าง ฯลฯ เอาคร่าวๆ ค่ะ เพื่อนที่เคยสมัครด้วยกันโม้ซะเยอะเลย กรรมการก็ไม่ว่าอะไร แต่แอบเห็นว่ากรรมการคนหนึ่งเค้าทำหน้าไม่ค่อยดี (ประมาณว่าพูดเยอะเกินเวลา และความจำเป็น) ต่อมาเค้าก็จะให้เราคุยกันค่ะ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เพื่อนๆ ในกลุ่มมักจะเกี่ยงกันเริ่ม เมื่อเพื่อนๆ ไม่เริ่ม nandy ก็เลยเป็นคนเริ่มเสียเองค่ะ ตอนนี้ไม่สามารถแนะนำอะไรได้มาก เพราะมันเป็นสถานการณ์สด แต่ละคนไม่รู้ว่าใครจะพูดอะไรออกมา ก็ต้องมีสมาธิอย่างสูงค่ะ จะได้ไม่พลาด เมื่อสัมภาษณ์เสร็จแล้วก็รอผลค่ะ ว่าจะหมู่หรือจ่า

2.5 สัมภาษณ์รอบสอง
วันนี้จะเป็นการสัมภาษณ์เดี่ยว เค้าก็จะเริ่มถามเรา (อันนี้แล้วแต่กรรมการเลยค่ะว่าจะถามอะไร) ส่วนใหญ่จะถามเรื่องทั่วไปพอเป็นพิธี ถามเรื่องการทำงาน (ถ้ามี) ฯลฯ บางคนอาจถูกถามเรื่องง่าย ๆ แต่อย่าประมาทนะคะ เพราะคำถามพวกนี้จะเป็นคำถามจิตวิทยา เค้าจะดู EQ กับอารมณ์เราค่ะว่าเราสามารถทำงานกับเค้าได้มากน้อยแค่ไหน มีความอดทนมากหรือเปล่า บางคนอาจเจอคำถามกวนประสาท หรือกวนโมโห กรรมการบางคนก็กดดันเรา แสดงว่าเค้ากำลังวัดอารมณ์เรา บางคนทนไม่ไหวร้องไห้เลยก็มี ต้องควบคุมสติและอารมณ์ให้มากๆ ค่ะ

***วันประกาศผลแต่งตัวให้เรียบร้อยนะคะ เผื่อได้จะได้เข้าไปรายงานตัวเลย อย่าใส่เลยค่ะเสื้อยืด กางเกงยีนส์

2.6 ตรวจร่างกาย
เมื่อผ่านสัมภาษณ์มาจนถึงรอบนี้แล้วดีใจจัง เย้ อย่าได้ดีใจไปค่ะ จะดีใจได้ต่อเมื่อผ่านการตรวจร่างกายแล้วเท่านั้น วันนี้เค้าจะให้ไปโรงพยาบาลที่กำหนดค่ะ เป็นการตรวจร่างกายทั่วไป บางคนสอบมาได้จนถึงรอบนี้แต่ตกตรวจร่างกาย น่าเสียดายแทนจริงๆ ค่ะ

2.7 รายงานตัวเตรียมติดปีกค่ะ
อันนี้ยังไม่เคยทราบค่ะว่าเป็นยังไง เพราะบางทีสอบติดแต่ติดบางอย่างเลยอดไปโดยปริยายค่ะ (เสียใจมากๆ ค่ะ ว่าแล้วไม่อยากพูดถึงอีกค่ะ เศร้า) อันนี้ต้องถามผู้รู้ค่ะ

สุดท้ายขอให้เพื่อนๆ เตรียมตัวกันให้พร้อมนะคะ ไม่ว่าสายการบินไหนเราก็สามารถรับมือได้อย่างไม่หวั่นค่ะ ที่เขียนมาทั้งหมดนี่เป็นประสบการณ์ส่วนตัว ถ้าใครเคยสัมภาษณ์หรือเข้ารอบลึกๆ มาแล้วไม่เหมือนกับที่เขียนมาก็ต้องขออภัยด้วยค่ะ



by nandy 2004 ©All Rights Reserved
02jun04