วันสมัครลูกเรือ JALways ใกล้เข้ามา ท่านที่จะไปสมัครคงเตรียมตัวกันดีแล้วนะครับ ต้องเข้านอนให้เป็นเวลา ดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีและพักผ่อนให้เพียงพอ งดกิจกรรมที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เล่นเนตได้ตามสมควร (เว็บ thaicabincrew เข้าได้เพราะดีต่อสุขภาพ) ทบทวนการใช้ภาษาอังกฤษ ลองหัดถามตอบกันเองกับเพื่อน หัดแต่งหน้าทำผม ลองชุดที่คิดว่าแจ๋วที่สุด โชว์ให้คนอื่น comment ด้วยเพื่อสร้างความมั่นใจ ท่านที่ยังไม่ชินกับการใส่รองเท้าส้นสูง หัดใส่เสียตั้งแต่วันนี้ หากไม่ทราบว่าสถานที่สมัครอยู่ที่ไหนควรขับรถหรือจ้าง taxi ไปวนดูซักรอบเพื่อความมั่นใจ เอกสารต่างๆ รูปถ่าย ในการสมัครตระเตรียมไว้ให้พร้อมตั้งแต่วันนี้ วันไปสมัครจะได้หยิบออกจากบ้านเลยไม่เลิ่กลั่กให้เสียอารมณ์

ข้อมูลทั้งหลายด้านล่างเป็น Guideline สำหรับท่านที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการสมัครหรือสัมภาษณ์เข้าทำงาน ท่านที่มีประสบการณ์มาบ้างและเตรียมตัวพร้อมแล้วอาจดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่ยืนยันว่าข้อมูลทั้งหมดเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้และ exclusive สำหรับแควนๆ thaicabincrew โดยเฉพาะ แต่เพราะมารยาทและการรักษาแหล่งข่าว เราจึงมิอาจเปิดเผยชื่อและแหล่งข้อมูลได้ครับ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกรรมการในการสัมภาษณ์มีหลายท่าน แต่ล่ะท่านอาจมีแนวคิดในการคัดเลือกบุคคลเข้าทำงานแตกต่างกัน เพราะฉะนั้น คำว่า "ความสวย", "บุคลิกดี", "ความเรียบร้อย" หรือคำว่า "พอสมควร" ในความคิดของแต่ละคนจึงมีไม่เท่ากันและไม่มีวันเหมือนกัน คุณสมบัติเหล่านี้ไม่อาจจำแนกแจกแจงออกมาได้เป็นเกณฑ์แน่นอนตายตัว เรื่องนี้ต้องวัดดวงกันเองครับ

ข้อแนะนำในวันสมัครและวันสัมภาษณ์
โปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน

*คุณสมบัติอื่นๆ ในการสมัคร เช่น อายุ น้ำหนัก ส่วนสูงหรือเอกสารที่ใช้ในการสมัครดูได้จากประกาศรับสมัครงานของ JALways

1. แบบของรองเท้าคัทชูควรเหมือนผู้หญิงทำงานทั่วไป เป็นสีพื้น สุภาพ ไม่มีลวดลายหรือสีสันฉูดฉาด จะเป็นรองเท้าหนังหรือกำมะหยี่ก็ได้ ส้นสูงพอสมควร (2-2.5 นิ้ว) เพื่อเพิ่มความสง่าในการยืนและเดิน ควรใส่และหัดเดินมาก่อนจะได้ไม่ดูเสียบุคลิก
2. ควรใส่ถุงน่องสีอ่อน
3. เสื้อผ้าในวันสมัครและสัมภาษณ์ต้องเรียบร้อยสีไม่ฉูดฉาด แบบไหนเหมาะสมกับตัวเองอยู่ที่ตัวเองเลือก แต่ควรดูกระฉับกระเฉงไม่ใช่กระโปรงยาวลากพื้น ในวันสัมภาษณ์ควรมีสูทคลุม จะทำให้ดูมีมาด แต่ไม่จำเป็น
4. กระโปรงสั้นยาวขนาดไหนไม่สำคัญ แต่ต้องเรียบร้อยไว้ก่อน ยาวพอสมควรเท่าที่ตัวเองมั่นใจ จะเป็นชุดติดกันหรือแยกเป็นสองชิ้นก็ได้
5. กระเป๋าสะพายควรเป็นกระเป๋าสีเรียบๆ ดำหรือน้ำตาลไม่มีลายฉูดฉาดไร้รสนิยม brand name ไม่มีผลในการพิจารณา วันสัมภาษณ์มีบริการฝากกระเป๋าหน้าห้อง
6. ใส่ชุดนักศึกษาไปสมัครได้ทั้งในวันสมัครและวันสัมภาษณ์ แต่ถ้าหลีกเลี่ยงได้ควรใส่ชุดปกติ
7. ทรงผมต้องเรียบร้อย สั้นหรือยาวอยู่ที่หน้าของแต่ละคนว่าเหมาะสมกับทรงผมแบบไหน ปล่อยยาวได้ตราบใดที่ไม่กระเซอะกระเซิง (คนผมยาวไม่ต้องรวบแต่ดูเนี๊ยบมีเยอะแยะไป) แต่ถ้าผมไม่สวย แนะนำให้รวบหรือคลุมเนต ไม่ควรดัด และไม่ควรทำสีผม
8. แต่งหน้าอย่างไรก็แล้วแต่ จะเข้มจะอ่อนอยู่ที่หน้าเราเอง เล็บต้องทาไม่ว่าเล็บสั้นเล็บยาว ไม่จำเป็นต้องทาเล็บสีเดียวกับปาก เพียงแต่โทนสีควรไปทางเดียวกัน
9. การวัดส่วนสูงและชั่งน้ำหนัก ไม่มีกดความสูงนอกจากเขย่ง หากน้ำหนักไม่ถึง "อาจ" พออนุโลมได้ แต่ส่วนสูงไม่ถึงอาจต้องกลับบ้านเลย เรื่องอนุโลมหรือไม่อนุโลมตอบยาก แต่ส่วนใหญ่หากความสูงผ่านมักไม่มีปัญหา เพราะน้ำหนักยังเพิ่มได้
10. หลังจากสมัครแล้ว จะเรียกสัมภาษณ์ภายในหนึ่งเดือนเป็นอย่างช้าโดยจะติดประกาศให้ผู้มีสิทธิ์เข้าสัมภาษณ์ทราบ
11. จะสมัครมากี่ครั้ง จะตกมากี่ครั้ง ตกรอบไหนก็ตาม ยังไปสมัครได้ ตราบใดที่คุณสมบัติยังครบ อายุยังไม่เกิน
12. สายตาสั้นหรือยาวแค่ไหน อนุญาตให้ใส่คอนแทคเลนส์ได้
13. จัดฟันสมัครได้ แต่วันสัมภาษณ์ไม่ควรมีเหล็กดัดฟันแล้ว ฟันไม่สวยไม่ใช่ปัจจัยหลักในการพิจารณา
14. คนมีแผลเป็นหรือมีสิว ควรรักษาหรือควรแต่งหน้าปิด แผลเป็นขนาดใหญ่ขึ้นอยู่ว่าเป็นตรงไหน
15. รอยสักถือเป็นแฟชั่นที่ไม่สุภาพ (ฝรั่งต้นตำรับ คนดีๆ ก็ไม่ทำ) ใครมีต้องแอบให้มิดชิด
16. ปิดโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิดในขณะที่อยู่ระหว่างการสมัครหรือสัมภาษณ์
17. วันสมัครไม่จำเป็นต้องนำผลสอบโทอิคไปแสดง แต่ในวันสัมภาษณ์ต้องนำผลฉบับจริง (หรือฉบับ reprint ไปแสดง) หากไม่มี กลับบ้านเช่นกัน
18. คะแนนโทอิคสูงกว่าที่กำหนด (500 คะแนน) ไม่มีผลในการพิจารณา นอกจากไม่เหลือคุณสมบัติข้ออื่นให้เปรียบเทียบ
19. สมัคร JALways ไม่มีเส้น (ถึงมีก็ไม่ทราบ)
20. เก่งจริงจะกลัวทำไมกับเรื่องเส้น อย่ากังวลกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง
21. ไปสมัครวันไหนก็ได้ แต่ผู้สมัครวันแรกมีสิทธิได้รับเรียกเข้าทำงานก่อนหากผ่านการพิจารณา

การสัมภาษณ์กลุ่ม

1. วันสมัคร ทาง JAL จะแจกเอกสารข้อมูลของบริษัทฯ โปรดอ่านและจำเรื่องสำคัญๆ เพราะอาจเป็นส่วนหนึ่งของคำถาม
2. เวลาในการสัมภาษณ์ประมาณ 15-30 นาที
3. ขั้นตอนในการสัมภาษณ์เริ่มจาก self introduction , group discussion, individual questions การแนะนำตัวสั้นๆ โดยใช้ภาษาอังกฤษ หากใครบอกไว้ในใบสมัครว่าพูดภาษาญี่ปุ่นได้ กรรมการคนญี่ปุ่นมักจะคุยด้วยในเรื่องทั่วๆ ไป เพราะฉะนั้นเรื่องที่ท่องมาอาจไม่มีสิทธิใช้ ถ้าภาษาญี่ปุ่นของตนเองไม่อยู่ในระดับที่สามารถสนทนาได้คล่องแคล่ว แนะนำว่าไม่ต้องเขียนลงในใบสมัคร กรรมการในการสัมภาษณ์มีสามถึงสี่คน จะมีพนักงานของ JAL ซึ่งบางท่านมีตำแหน่งใหญ่ รวมทั้งลูกเรือไทยและญี่ปุ่น อาจมีกรรมการญี่ปุ่นด้วยหนึ่งคน เรียกผู้เข้าสัมภาษณ์เป็นกลุ่มครั้งละสี่ถึงห้าคน
4. ประเภทของคำถามในการทำ group discussion : เมื่อแนะนำตัวเสร็จ กรรมการจะให้หัวข้อมาทำ discussion ในกลุ่ม โดยหัวข้อจะเป็นเรื่องอะไรก็ได้ เช่น music, movie, fashion, boyfriend, travelling, dream, pets ดูการใช้ภาษา และดูว่าแต่ละคนมีความคิดอย่างไร พูดมากน้อยแค่ไหน มีกึ๋นหรือไม่ พวกที่พูดมากหรือพูดคนเดียวโดยไม่ให้โอกาสคนอื่นและพวกที่พูดน้อยประเภทถามคำตอบคำจะมีโอกาสกลับบ้านมือเปล่าสูง ควรพูดให้เป็นธรรมชาติ อย่าเกร็ง ยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่ต้องทำท่ามั่นใจจนเกินงามรวมทั้งไม่ควรทำตัวติ๋มๆ ขอให้มีบุคลิกดี มีมาด ฉลาดพูด
5. หลักการให้คะแนน แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือเรื่อง appearance ตั้งแต่เดินเข้ามา ยิ้ม ไหว้ ไปลามาไหว้รวมทั้งการแต่งตัว กรรมการหลายท่านชอบผู้สมัครที่ดูดี มีบุคลิกและสวย

Appearance : looks, proportion, posture, grooming, dress, make-up, hair style, skin condition, teeth condition, nail condition.
Impression : neatness, smile, facial, expression, healthiness, greeting and so on.
Personality : sincerity, positiveness, friendliness, tactful attentive, earnest, politeness reliability, cooperative and so on.

กรรมการจะให้คะแนนดังนี้

points 4=excellent 3=good 2=poor 1=unacceptable
ส่วนที่สองคือความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษและญี่ปุ่น มีเกณฑ์ให้คะแนนดังนี้
points 3=excellent 2=good 1=poor 0=none

6. การคัดสู่การสัมภาษณ์เดี่ยว หากทำได้ดีเข้าตากรรมการทั้งกลุ่มอาจเลือกทั้งกลุ่ม ในขณะเดียวกัน หากไม่ได้เรื่องทั้งกลุ่ม ก็อาจตกทั้งกลุ่ม
7. เทคนิคในการสัมภาษณ์กลุ่ม (โดยคุณ PAT)

นั่งตัวตรง ไม่ไขว่ห้าง
ให้เกียรติผู้อื่นได้เสนอความคิดเห็นก่อนโดยอาจใช้รูปประโยคเช่น Would you like to say something ? หากไม่มีใครพูด เราสามารถเสนอความคิดเห็นได้ (ตามคำถามที่กรรมการตั้งมา) และเมื่อเราเสนอความคิดเห็นเสร็จ ก็ตั้งคำถามง่ายๆ เพื่อให้ผู้อื่นได้เสนอความคิดเห็นบ้าง
ให้ตอบ " Oh, yes" "Good idea" และเมื่อผู้อื่นพูด ต้องตั้งใจฟังด้วย เป็นการให้เกียรติเพื่อนที่มาร่วมสัมภาษณ์
ถ้าบุคคลนั้นติดขัดในการตอบคำถาม เราสามารถเข้าไปช่วยเสริมได้ แต่อย่าหักหน้าเพื่อนคนนั้นเป็นอันขาด
ในกรณีที่เวลาหมดแล้ว เรายังไม่ได้ตอบคำถาม กรรมการจะถามเราว่า เราจะพูดอะไรบ้างไหม ควรตอบว่า "ก่อนที่เวลาจะหมด ดิฉันมีเรื่องจะเสนอ แต่ไม่เป็นไร เพราะดิฉันก็เห็นด้วยกับเพื่อนที่ได้เสนอความคิดเห็นมาแล้ว"

**และเมื่อกรรมการบอกหมดเวลา เราควรขอบคุณกรรมการและเพื่อนๆ ที่มาร่วมสอบสัมภาษณ์ และอวยพรให้เพื่อนๆ ของเราประสบความสำเร็จในการสอบครั้งนี้
**เมื่อตอบคำถามเสร็จ ต้องพูดว่า "Thank you" ทุกครั้งพื่อเป็นการบอกให้กรรมการทราบว่าเราตอบคำถามจบแล้ว
**ตอบคำถามให้กระชับ ไม่ต้องยาวมาก เราต้องให้เกียรติผู้อื่นได้แสดงความคิดเห็นด้วย อย่าคิดว่าเวทีนี้ข้าพเจ้าครอง

คำถามยอดฮิต


1.Why would you like to be a flight attendant?
2.What do you know about this airline?
3.Why do you want to work for this airline?
4.Why do you want to change your job? ถ้าทำงานอื่นอยู่แล้ว

หมายเหตุ:
ความสามารถในการใช้ภาษาที่สาม (นอกเหนือจากไทยและอังกฤษ) มีประโยชน์และมีผลในการพิจารณาบ้าง ในกรณีที่ คุณสมบัติของผู้สมัครสมัครก้ำกึ่งกัน ผู้ที่ใช้ภาษาที่สามได้จะมีโอกาสมากกว่า
การสัมภาษณ์เดี่ยว

1. กรรมการในการสัมภาษณ์จะเป็นผู้บริหารคนญี่ปุ่น 2-3 ท่าน บางครั้งอาจเป็นกรรมการไทยโดยมีกรรมการญี่ปุ่นหนึ่งคน คำถามส่วนใหญ่จะเป็นเรื่อง interests in this job, previous job, irregular in life style, hobbies, training negative issues and reaction, interest in Japan or in other countries, herself กรรมการอาจให้พูดแนะนำตัวอีกรอบเป็นภาษาอังกฤษ หากรู้ภาษาญี่ปุ่นจะให้พูดกับกรรมการญี่ปุ่นเลย การให้คะแนนจะดู appearance และการพูดจา ใช้เวลาในการสัมภาษณ์เดี่ยวประมาณครึ่งชั่วโมง
2. เมื่อพ้นขั้นตอนนี้ ผู้สมัครจะต้องไปคุยกับคนญี่ปุ่นที่มาจาก head office อีกครั้ง



วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2545 Revised 18Jan04
© 2002-2004 All Rights Reserved