ในวันสัมภาษณ์เค้าจะนัดเวลาเป็นช่วงๆ
ค่ะ เริ่มตั้งแต่ 8 โมงครึ่ง อย่าไปสายนะคะ เมื่อไปถึงเค้าจะให้เราเซ็นชื่อ
และเขียนชื่อเล่นติดไว้ที่หน้าอก เราไปถึงก่อนเวลาสัมภาษณ์หนึ่งชั่วโมงแน่ะค่ะ
ตื่นเต้นมากค่ะ ในที่สุดเวลาที่รอคอยก็มาถึง การสัมภาษณ์รอบแรกของ
jaz จะแบ่งผู้สมัครออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน พอเข้าไปก็ต้องแนะนำตัวทีละคน
ถ้าเพื่อนๆ พูดภาษาที่สามได้ก็พูดแนะนำตัวไปเถอะค่ะไม่ต้องอาย
(เราโชคดีที่มีพื้นฐานภาษาญี่ปุ่นบ้างก็เลยโซโล่ไปเลย รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง
555) จากนั้นกรรมการจะให้หัวข้อมาหนึ่งหัวข้อ เพื่อให้เรานั่งล้อมวงสนทนาภาษาอังกฤษกัน
สนุกดีค่ะ ช่วงที่สนทนาเราต้องทำตัวให้เป็นธรรมชาติที่สุด เวลาที่คนอื่นพูดเราต้องตั้งใจฟัง
จังหวะที่เราต้องแสดงความคิดเห็นก็แสดงไปให้เต็มที่ อย่ามัวแต่หมกมุ่นว่าจะพูดอะไรยังไงดีนะคะ
พอคุยกันเสร็จ กรรมการก็จะถามคำถามเล็กๆ น้อย ๆ โดยใช้วิธีสุ่มถามค่ะ
เราไม่โดนกรรมการท่านใดถามเลย ตอนนั้นเศร้าใจมากคิดว่าคงไม่ได้แน่ๆ
สัมภาษณ์เสร็จเราก็ปลงแล้วค่ะ ไม่คิดว่าจะมาดูผลด้วยซ้ำ
สองสามอาทิตย์หลังจากสัมภาษณ์รอบแรกเราก็มาค่ะ ดีใจจัง ผ่านรอบแรกแล้ว
สัมภาษณ์รอบสอง
การสัมภาษณ์รอบสองเป็นการสัมภาษณ์เดี่ยวในห้องส่วนตัวค่ะ โดยในห้องจะมีกรรมการนั่งรอรอสัมภาษณ์เราอยู่
3 คน คอยถามคำถามซึ่งประมาณว่าทำไมอยากเป็นแอร์ ข้อดีข้อเสียของเรามีอะไรบ้าง
ฯลฯ เมื่อจบคำถาม กรรมการก็จะให้กระดาษที่มีข้อความภาษาอังกฤษแล้วให้เราเลือกอ่านหนึ่งย่อหน้า
เราก็อ่านแบบสั่น ๆ ตื่นเต้นไม่หายค่ะ เสร็จจากการสัมภาษณ์ในห้องนั้น
เจ้าหน้าที่จะพาเราเข้าไปยังห้องในสุดซึ่งเป็นห้องผู้บริหาร ซึ่งเค้าจะถามคำถามเรา
ไม่ใช่สิ เป็นการคุยกันมากกว่าสินะ ประมาณสองนาทีเอง ก็เป็นการเสร็จสิ้นกระบวนการสัมภาษณ์ค่ะ
เราออกจากห้องมาด้วยใจปลอดโปร่ง คราวนี้จะได้รู้ซักทีว่าความฝันแต่วัยเยาว์จะเป็นจริงหรือเปล่า
บอกตรงๆ ว่าไม่ได้หวังเลยค่ะ คิดแต่ว่าทำดีที่สุดแล้ว
วันประกาศผลสัมภาษณ์

วันประกาศผลรอบสองห่างจากวันสัมภาษณ์
2 อาทิตย์ค่ะ พอไปถึงหน้าบริษัท ใจมันเต้นตุ้บๆ ตั้บๆ มีคนร้องไห้เดินออกมาด้วยแล้วเราจะติดมั้ยเนี่ย
เฮ้อ! ถอนหายใจแรง ๆ (ทำใจ) 1 ที แล้วเดินเข้าไปดู เฮ้ มีเลขที่เราด้วย
ชื่อเราด้วย เฮ้ ดีใจๆๆๆ จากนั้นเราก็ขึ้นไปรายงานตัวค่ะ ทางบริษัทจะนัดวันตรวจร่างกาย
โดยให้ไปตรวจที่โรงพยาบาลกรุงเทพ พอตรวจร่างกายเสร็จก็ต้องรออีกหลายอาทิตย์กว่าจะทราบผล
ขอบอกว่าช่วงนี้แหละค่ะ เป็นช่วงที่ทรมานที่สุดในชีวิต สอบก็ผ่านแล้ว
แต่ถ้าร่างกายไม่ผ่านก็หมดสิทธิ์เป็นแอร์ตลอดชีวิต คิดอยู่ได้ทุกวันเลยค่ะ
จนในที่สุดก็มาถึงวันประกาศผลการตรวจร่างกาย เราก็ผ่านค่ะ งานนี้ได้เป็นแอร์เต็มตัวซะที
หลังจากรอมานานแสนนาน
ต่อไปก็จะพูดถึงเรื่องเทรนบ้างนะคะ แต่คงพูดมากไม่ได้นะคะ หลังจากประกาศผลการตรวจร่างกาย
1 เดือน ทางบริษัทจะเรียกเทรนเป็นรุ่นๆ แต่ละรุ่นห่างกัน 1 เดือน
รุ่นหนึ่งประมาณ 30 คนค่ะ เทรนที่เมืองไทยประมาณ 3 เดือน จากนั้นจะไปเทรนเรื่อง
EMERGENCY ที่ญี่ปุ่นประมาณ 2 อาทิตย์ แล้วก็ได้บินค่ะ นี่ก็เป็นประสบการณ์
กว่าจะได้มาเป็นแอร์ของเราค่ะ
สุดท้ายขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ น้องๆ ทุกคนที่มีความฝันอยากเป็นนางฟ้าให้สู้ต่อไปนะคะ
อย่าทิ้งความตั้งใจของตนเอง และสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้เราบรรลุถึงความฝันคือความมั่นใจค่ะ
โชคดีแล้วเจอกันนะคะ

วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2545 Revised 18Jan04
©2002-2004 All Rights Reserved