ดีใจจัง เปิดซักทีกับสายการบินในฝัน รอมานานตั้งแต่เรียนจบ
เตรียมตัวอยู่หลายเดือน ไปลองสนามมาหลายที่ มีทั้งผ่านและไม่ผ่าน พอได้ข่าวจากเว็บ
thaicabincrew ว่า JALways เปิดรับสมัครก็ดีใจที่โอกาสมาถึง แต่จนถึงวันรับสมัครวันแรก
ก็ยังไม่ได้ไปสมัคร แต่ใครจะอยู่บ้านล่ะคะ ออกไปแอบดูที่โรงแรมดีกว่า ไปเจอเพื่อนๆ
โอ้โห! แต่ละคน แค่วันสมัครยังหน้าเด้งมาแต่ไกลเลยค่ะ ไม่ได้แล้ว พรุ่งนี้ต้องเด้งมั่งค่ะ
วันสมัครก็เตรียมหลักฐานไปให้พร้อม
มีสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน รูปถ่ายเต็มตัว 1 รูป และ 2 นิ้ว
1 รูป ใบ Transcript และผลสอบ TOEIC ตัวจริง วันสมัครก็แต่งตัวให้สวยเลย
(สวยแบบแอร์นะคะ ไม่ใช่สายเดี่ยว ใส่สูทไปน่ะค่ะเหมือนวันสัมภาษณ์) มันเป็น
first impression ค่ะ พอไปถึงก็มีโต๊ะรับเอกสารให้เค้าตรวจ
พอตรวจเอกสารเสร็จก็ไปชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูง
จากนั้นรับเอกสารไปกรอกในห้อง ไม่ยากค่ะมีตัวอย่างให้ดู จากนั้นเค้าจะแจกใบนัดสัมภาษณ์
พอวันประกาศผลสัมภาษณ์ คนเยอะมากค่ะขอบอก
และแล้ววันสัมภาษณ์วันแรกก็มาถึง ตื่นมาก็ทำผมให้เรียบร้อยนะคะ
ใส่ net เล็บต้องทา หน้าก็แต่งให้มีสีสันแต่ปากต้องแดงนิดนึงนะคะ
คืออย่าให้จืด เข้าไปในห้องสัมภาษณ์แสงไฟจะทำให้หน้าอ่อนลงค่ะ ชุดสีอะไรไม่มีผล
ผ้าพันคอไม่ผูกไปเค้าก็รับค่ะ คือทำยังไงให้เราดูดี แบบสะอาดสะอ้าน
ไปถึงแล้วยิ้มเลยค่ะตั้งแต่ปากทางเข้าโรงแรมจนถึงห้องสัมภาษณ์ ระหว่างนั่งรอก็ทำความรู้จักกับเพื่อนๆ
ทุกคน friendly มาก พอถึงคิวเราตื่นเต้นมากค่ะ เข้าไปกรรมการ
3 คน คนไทย 1 คน คนญี่ปุ่น 2 คน ยิ้มค่ะ อย่าลืมนะคะ คือพอกรรมการเห็นหน้าเราครั้งแรกต้องเจอเรายิ้มเลย
หลังจากนั้นกรรมการจะให้นั่งเรียงกัน แล้วเริ่มแนะนำตัวทีละคนสั้นๆ
เราพูดไปยิ้มไป ปกติเป็นคนพูดไปยิ้มไปอยู่แล้วค่ะ ทำตัวเป็นธรรมชาติ
เสร็จแล้วก็ group discussion ได้หัวข้อ movie
ค่ะ
เราพูดน้อยมาก 2 ประโยคเองแล้วก็นั่งฟังคนอื่นพูด
ระหว่างฟังยิ้มนะคะ ยิ้มเข้าไว้ มองหน้าคนพูดด้วย จบแล้วมาถึงคำถามเดี่ยวคนละคำถาม
(อันนี้มีเคล็ดลับมาบอกนะคะ คือคนที่ไม่โดนถามเนี่ยจะมีอยู่ 2 อย่างคือได้แน่ๆ
ไม่ต้องถามกับไม่ได้ชัวร์ไม่ถามเลย อันนี้พี่ที่เป็นคนที่สัมภาษณ์บอกมาค่ะ)
เวลากรรมการพูดหรือเวลาตอบกรรมการต้องสบตากรรมการทุกคนด้วยนะคะ
มี 2 อย่างที่ห้ามลืมคือ keep smiling and eye contact เป็นสิ่งสำคัญมากๆ
ค่ะ ไม่ใช่ยิ้มอย่างเดียวนะคะต้องมองตาด้วย ของเรา เศร้ามากค่ะ
กรรมการถามทุกคนมีสาระหมด เช่น Why would you like to work for our company?
Which counties do you like most? ส่วนเราถามมาเลยค่ะ How did u get here? วันสัมภาษณ์รอบ 2 เราแต่งตัวแต่งหน้าทำผมเองเช่นเคย ไม่ลงทุนค่ะ เพื่อนๆ หัดเอาไว้นะคะ ไม่ยากค่ะ น้ำหอมไม่ต้องฉีดค่ะ เผื่อกลิ่นจะไม่ถูกใจกรรมการ ไปถึงก็นั่งรอและควรไปก่อนเวลาจริงสัก 1 ชั่วโมง นั่งจนความตื่นเต้นหายแล้วจะเป็นผลดีกับเรา เข้าไปกรรมการญี่ปุ่น 2 คน คนไทย 1 คน คำถามง่ายๆ สบายๆ ฟังออกค่ะ ไม่ยากมาก ใช้เวลาประมาณ 15 นาที คำถามเป็นเรื่องทั่วไปเช่น แอร์ในฝันของคุณเป็นยังไง เราก็บอกไปประมาณว่า concentrate on safety and comfort to the passengers as priority ,give a warm attitude to the passenger อันนี้กรรมการยิ้มเลยค่ะ ที่บ้านทำอะไร กินอาหารญี่ปุ่นบ้างหรือเปล่า ชอบอะไรที่ญี่ปุ่น เราชอบชินจังค่ะ แล้วกรรมการให้ลองพูดภาษาญี่ปุ่นให้ฟัง จริงๆ เราพูดไม่ได้ค่ะ แต่รู้จักแค่ประโยคเดียว กรรมการหัวเราะกันหมดเลยค่ะ เสร็จแล้วออกมานั่งรอ เพื่อจะเข้าไปคุยกับ big boss พอเข้าไปนั่งให้เรียบร้อยนะคะ ยิ้มทำตัวสดใสร่าเริงโดยธรรมชาติ big boss มีนาฬิกาจับเวลาของตัวเองค่ะ จากนั้นออกมาขอบคุณพี่ๆ แอร์แล้วกลับค่ะ
ก่อนรู้ผล 2 วันนอนนอนไม่หลับเลยค่ะลุ้นมาก โดยเฉพาะวันที่ประกาศตื่นตั้งแต่ตี 4 นั่งรอ นอนรอ เมื่อไหร่จะ 10 โมง ตื่นเต้นมาก จนถึงเวลา เพื่อนมารับก็ไม่รอค่ะ ใจมันอยู่ที่บริษัทแล้ว พอไปถึงคนน้อยมาก ก็เข้าไปดู พอเห็นชื่อตัวเองก็คนละความรู้สึกเลย ดีใจ โทรบอกคุณแม่ แล้วก็ขึ้นไปรายงานตัวชั้น 7 แล้วก็นัดไปตรวจร่างกายค่ะ

วันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2545 Revised 18Jan04 ©2002-2004 All Rights Reserved