การสมัคร
มกราคม 2548 เป็นครั้งแรกที่ JALways เปิดรับสมัครพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน
โดยให้ผู้สมัครกรอกใบสมัครผ่านทางเว็บไซต์ เริ่มให้กรอกใบรับสมัครได้ตั้งแต่วันที่
12-18 มกราคม ค่ะ ถือว่าเป็นความโชคดีที่ก่อนหน้านี้เราได้ไปสอบ Toeic
มาแล้ว ก็เลยไม่ต้องลุกลี้ลุกลนไปสอบ เมือวันที่ 12 มกราคมมาถึง เราก็เริ่มทำการกรอกข้อมูลไปเลยค่ะ
ในใบสมัครที่ให้กรอกผ่านทางเว็บของแจลเวย์ สิ่งที่ให้กรอกส่วนใหญ่เป็นข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับตัวเราค่ะ
ต้องกรอกผลคะแนนโทอิคไปด้วยเลย ดังนั้น เพื่อน ๆ คนไหนที่ยังไม่ได้สอบ
Toeic ก็ต้องรีบไปสอบกันก่อนจึงจะกรอกใบสมัครได้ค่ะ ในขั้นตอนนี้ยังไม่ต้องส่งหลักฐานการสมัครอะไรไปเลยนะคะ
แค่เข้าไปกรอกข้อมูลเกี่ยวกับตัวเราเท่านั้นค่ะ ใช้เวลาในการกรอกใบสมัครไม่นานค่ะ
แล้วเราก็จะได้หมายเลขที่สมัครของเรามาและต้องจำไว้ด้วยว่าเราได้หมายเลขที่เท่าไหร่
เพื่อที่จะนำไปเช็ควัน เวลาในการสอบสัมภาษณ์ของเราอีกครั้งค่ะ ตอนนั้นเรา
print ออกมาเลย กลัวลืมค่ะ จากนั้น ก็รออย่างเดียวเลยค่ะ ช่วงที่รอนั้น
เราก็เตรียมตัวไปถ่ายรูปที่จำเป็นต้องใช้ในการยื่นเอกสารในวันสัมภาษณ์รอบแรกค่ะ
มีรูปถ่าย 2 นิ้ว และรูปถ่ายเต็มตัว ขนาดโปสการ์ด อย่างละ 1 รูป, สำเนาทะเบียนบ้าน,
สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาหลักฐานการศึกษา, และผลโทอิคตัวจริง หรือฉบับ reprint
เท่านั้น ห้ามใช้สำเนาถ่ายเอกสารค่ะ
วันยื่นเอกสารและสัมภาษณ์รอบแรก
และแล้ววันที่ 24 มกราคมก็มาถึง เป็นวันที่ทางบริษัทประกาศว่าเราได้สอบสัมภาษณ์รอบแรกวันและเวลาอะไร
เราต้องเข้าไปเช็ควัน เวลาที่เราจะได้สัมภาษณ์ในเว็บไซต์ แต่ต้องเข้าไปเช็คตามเวลาที่ทางบริษัทได้กำหนดมาให้นะคะ
คือจะเป็นช่วงเวลาไปค่ะ อย่างของเราสมัครหมายเลขแรก ๆ ก็จะได้เช็คตอนช่วง
9 โมงเช้าเป็นต้นไปค่ะ สำหรับคนที่สมัครหมายเลขหลัง ๆ ก็ต้องรอเวลาเช็คตามนั้นค่ะ
ที่ถูกกำหนดเวลาในการเข้าไปเช็คเช่นนี้ ก็เพราะว่าบริษัทต้องการที่จะป้องกันการเข้าไปดูเว็บไซต์ในช่วงเวลานั้น
ๆ มากเกินไปซึ่งอาจทำให้เว็บล่มได้ค่ะ หลังจากที่รู้ว่าตัวเองได้วันเวลาสัมภาษณ์
แล้วก็เตรียมตัวได้เลยค่ะ ช่วงนี้ เราก็ต้องจัดเตรียมเอกสารทุกอย่างเพื่อนำไปยื่นในวันสัมภาษณ์วันแรกให้พร้อมนะคะ
และต้องเตรียมเอกสารตัวจริงไปด้วยนะคะ โดยเฉพาะทะเบียนบ้านและบัตรประชาชน
เพราะสำคัญมากในการเช็คชื่อเพื่อเข้าสัมภาษณ์ค่ะ
เช็คเอกสารครบ ก็มาพูดถึงเรื่องเสื้อผ้ากันบ้างนะคะ เรื่องการแต่งกายถือเป็นสิ่งสำคัญมาก
เพราะเป็นสิ่งแรกที่แสดงถึงรสนิยม และความใส่ใจในการแต่งกายของเราค่ะ แต่งกายดี
เรียบร้อย สุภาพ มีสไตล์เป็นของตัวเองเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญอย่างหนึ่งค่ะ
ทางบริษัทเค้ากำหนดมาว่า Short sleeve is desirable ค่ะ ซึ่งก็หมายถึง
อยากที่จะให้เราใส่เสื้อแขนสั้นไปในวันสัมภาษณ์นั่นล่ะค่ะ เราก็เริ่มหาเลยว่าจะใส่ชุดสีอะไร
แบบไหนดี ซึ่งก็ต้องดูเรียบร้อย และสวยเหมาะสมกับตัวเรามากที่สุดค่ะ กระโปรงยาวเหนือเข่าเล็กน้อยค่ะ
ถุงน่องสีเนื้อ รองเท้าเรียบ ๆ สีดำสูงประมาณ 2.5 นิ้วค่ะ กระเป๋าถือก็สีดำที่ดูเรียบร้อยหน่อย
เท่านี้ก็ใช้ได้แล้วค่ะ เรื่องแต่งหน้าก็เหมือนกันค่ะ แต่งให้เข้ากับตัวเรา
เอาสวยสดใสน่ารัก สไตล์เราเข้าไว้ ขอเพียงให้สวยเด้งสุด ๆ ไปเลยค่ะ ทรงผมก็ให้รวบให้เรียบร้อย
จะทรงเป๋ข้าง เสยหน้า แสกกลาง ก็ตามแต่ใจปรารถนากันเลยค่ะ เอาให้เหมือนทรงเดียวกะแอร์โฮสเตสนั่นแหล่ะค่ะ
แล้วก็ใส่เน็ตคลุมผมด้วยนะ จะได้ดูงามเนี้ยบ
เตรียมทั้งเอกสาร เสื้อผ้า การแต่งกายทุกอย่างเสร็จสรรพแล้ว ก็เหลือแต่การเตรียมตัวเพื่อเข้าสัมภาษณ์รอบแรกกันแล้วล่ะค่ะ
สัมภาษณ์รอบแรกของแจลเวย์เป็นการสัมภาษณ์แบบกลุ่มค่ะ กลุ่มละ5 คน เข้าไปพร้อม
ๆ กันในห้องสัมภาษณ์ตามเวลาที่ได้ ก่อนจะเข้าไปในห้องสัมภาษณ์ก็ทำความรู้จักกับเพื่อนที่อยู่กลุ่มเดียวกันก่อนก็ดีค่ะ
จะได้ไม่เกร็งหรือเขินอายเวลาเข้าไปทำ Group Discussion ในการเตรียมตัวก่อนเข้าสัมภาษณ์รอบแรก
ก็ควรหาข้อมูลจากเว็บนี่แหล่ะค่ะ เราก็ได้การอ่านตัวอย่างประสบการณ์การสัมภาษณ์
คำถาม คำตอบจาก http://www.thaicabincrew.com แล้วก็ลองซ้อมตอบเอง ประมาณว่า
ถ้าเราเจอคำถามอย่างนี้แล้วจะตอบอย่างไร เอาให้เป็นตัวของเราเองมากที่สุด
อย่าไปลอกคำตอบคนอื่นเค้ามาตอบเลยค่ะ มันจะดูไม่เป็นตัวของตัวเอง เดี๋ยวเค้าจะหาว่ามาพิมพ์เดียวกัน
ตอบเหมือนกันหมดเลย คงดูไม่ค่อยดีค่ะ
สัมภาษณ์วันแรกพร้อมยื่นเอกสารทั้งหมดควรไปตามเวลาที่เค้ากำหนดไว้นะคะ
ไม่ควรไปสายค่ะ เพราะถือเป็นการเสียมารยาท เมื่อไปถึงพี่แอร์สาวสวยๆ หลายคนก็จะคอยแนะนำให้เราตลอดค่ะว่าต้องทำอย่างไรบ้าง
เริ่มจากการชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงกันก่อน ต้องสูงไม่ต่ำกว่า 156 ซม.
นะคะ ต่ำกว่าเพียงนิดเดียวก็ถือว่าไม่ผ่านค่ะ ขั้นตอนนี้ก็ไม่มีอะไรมาก
สูดลมหายใจลึกๆ พร้อมกับยืดตัวสุดๆ ค่ะ เมื่อผ่านการชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูงแล้ว
ก็ไปยื่นเอกสารทั้งหมดได้เลยค่ะ พร้อมกับเช็คชื่อ สิ่งสำคัญคือ บัตรประชาชน
และเอกสารทุกอย่างที่เป็นตัวจริงเผื่อไว้ด้วยนะคะในกรณีที่ทางบริษัทขอเช็คเพื่อความมั่นใจค่ะ
เมื่อตรวจเอกสารทุกอย่างว่าเรานำมาครบแล้ว พี่ ๆ ก็จะให้เราไปนั่งรอในกลุ่มที่เราได้
เช่น A B C D E F แล้วก็จะให้กระดาษมาเขียนชื่อเล่นและกลุ่มติดที่หน้าอกไว้ก่อนเข้าห้องสัมภาษณ์ค่ะ
เมื่อนั่งรอจนครบจำนวน 5 คนแล้ว พี่เค้าจะมาเรียกให้เราเข้าไปสัมภาษณ์
สิ่งแรกที่ควรทำเมื่อเข้าไปในห้องสัมภาษณ์แล้วก็คือ ทำความเคารพ และทักทายกรรมการทุกท่านค่ะ
กรรมการก็จะเชิญให้เรานั่ง ก็อย่าลืมขอบคุณกรรมการด้วยนะคะ จากนั้น กรรมการก็จะให้เราแนะนำตัวสั้น
ๆ แค่ประมาณ 30 วินาทีก็พอค่ะ อย่ายาวกว่านี้เพราะว่าจะยืดเยื้อเกินไป
แค่บอกว่าเราชื่อ นามสกุล อายุ สถานที่เรียนที่เรียนจบมา หรือกำลังจะเรียนจบแล้ว
ถ้าใครทำงานอยู่ก็บอกไปด้วยว่าตอนนี้ทำงาน หรือว่าเคยทำงานที่ไหนมาก่อนบ้าง
หลังจากแนะนำตัวครบทุกคนแล้ว กรรมการก็จะให้เราทั้ง 5
คน เริ่มทำ Group Discussion กรรมการก็จะบอกหัวข้อเรามา 1 เรื่อง ตอนที่เราสัมภาษณ์ได้เรื่อง
Movie ค่ะ ก็เริ่มคุยกันได้เลย จะเป็นอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับ Movie อาจถามเพื่อน
ๆ ในกลุ่มว่าชอบหนังแนวไหน ทำไมถึงชอบ ฯลฯ สิ่งที่สำคัญในการทำ Group Discussion
ก็คือการที่เราเปิดโอกาสให้เพื่อน ๆ ทุกคนในกลุ่มได้แสดงความคิดเห็นค่ะ
ไม่ใช่แบบว่า ชั้นจะพูดคนเดียว อันนี้ไม่ได้ค่ะ เพราะจะเป็นการบ่งบอกว่าเราไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นเลย
ประมาณ 5 นาทีได้ค่ะ กรรมการก็จะบอกให้หยุด จากนั้นกรรมการจะถามคำถามสั้น
ๆ เป็นคน ๆ ไปค่ะ คนละประมาณ 2-3 คำถาม ถึงตอนนี้ท่านกรรมการคนญี่ปุ่นก็จะถามค่ะว่าใครสามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้บ้าง
ใครพูดได้ก็จะถูกถามเป็นภาษาญี่ปุ่นค่ะ แต่ว่าใครไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะคะ
ไม่ซีเรียสค่ะ พอถามครบทุกคนแล้วก็เป็นอันว่าเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ กรรมการก็จะขอบคุณที่เรามาให้สัมภาษณ์ในวันนี้
เสร็จแล้วเราก็ขอบคุณกรรมการ ไหว้งาม ๆ แถมด้วยรอยยิ้มสวย ๆ อีกครั้งก่อนเดินออกจากห้องค่ะ
โล่งอกไปนิดนึงแล้ว ก็กลับบ้านรอผลสัมภาษณ์รอบแรกออกด้วยจิตใจตุ๊ม ๆ ตั่ม
ๆ ค่ะ
วันสัมภาษณ์รอบ 2
และแล้ว เวลาก็ผ่านไป จนกระทั่งวันที่ 10 ก.พ. ก็มาถึง
เป็นวันประกาศผลสัมภาษณ์รอบแรกว่าใครจะผ่านเข้าไปสัมภาษณ์รอบ 2 บ้าง เราก็เปิดดูผลไปด้วยความตื่นเต้น
ทำใจเผื่อไว้ครึ่งนึงด้วยว่าจะไม่ได้ แต่แล้ว ผลออกมาปรากฏว่าเราผ่านรอบแรก
ดีใจสุด ๆ กลุ่มเรามีผ่านมา 2 คน คือเรา และเพื่อนอีกคนนึง แต่ดีใจได้ไม่นานนักก็ต้องมาเตรียมตัวสัมภาษณ์รอบ
2 อีก ในวันที่ 14 ก.พ. รู้สึกเวลา 4 วันหลังจากรู้ผล แล้วต้องเตรียมตัวไปสัมภาษณ์รอบ
2 นั้น เป็นช่วงเวลาที่ผ่านไปเร็วมาก แต่เราก็พยายามเตรียมพร้อมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
โดยการอ่านข้อมูลบริษัทจากหนังสือ Company Profile ที่พี่แอร์สาวแจกให้เรามาหลังจากสอบสัมภาษณ์รอบแรกเสร็จ
ให้พอรู้ว่าบริษัทเป็นยังไงบ้าง เผื่อว่าตอนสัมภาษณ์ กรรมการจะถามเอาได้
แล้วก็ print เอาตัวอย่างคำถามจากเว็บ thaicabincrew ที่มีรุ่นพี่มาโพสต์ตัวอย่างคำถาม
คำตอบไว้ให้ แล้วเอามาเปลี่ยนคำตอบเป็นคำตอบของตัวเราเอง
จนกระทั่ง วันที่ 14 มาถึง เราก็ตื่นแต่เช้า แต่งหน้า ทำผม แต่งตัวออกจากบ้านแต่เช้าตรู่
ให้ไปถึงโรงแรม The Emerald ก่อนเวลาประมาณ 1 ชม. เข้าห้องน้ำ นั่งสงบสติอารมณ์อยู่
เพื่อจะได้ไม่ตื่นเต้นมากนัก และก็ได้เจอเพื่อนๆ ร่วมชะตากรรมเดียวกันหลายคน
เลยคุยกะเพื่อน ๆ ไปซะ ให้หายเครียดเลย พอได้เวลาก็ขึ้นไปรอที่หน้าห้องสัมภาษณ์
พี่แอร์สวย ๆ ก็ให้เตรียมบัตรประชาชนตัวจริง เพื่อตรวจสอบรายชื่อของเราก่อนเข้าห้องสัมภาษณ์
ก่อนหน้านั้น พี่เค้าจะให้กระดาษเป็นคำถามมากรอก เป็นคำถามสั้น ๆ เกี่ยวกับการสมัครแจลเวย์
พอกรอกเสร็จ พี่เค้าจะให้ไปนั่งเรียงเป็นกลุ่ม A B C หน้าห้องสัมภาษณ์
พร้อมติดชื่อเล่น และกลุ่มไว้ที่เสื้ออีกเช่นเคย จากนั้นจะค่อย ๆ ทยอยเรียกเพื่อเข้าไปสัมภาษณ์ตามหมายเลขสมัครค่ะ
ห้องสัมภาษณ์จะถูกกั้นออกเป็นหลายห้องเช่นเดิมค่ะ แล้วแต่ว่าเราจะได้เข้าไปห้องไหน
ในห้องจะมีกรรมการอยู่ 3 ท่าน เป็นคนญี่ปุ่น 2 ท่าน คนไทยอีกท่านนึงค่ะ
คำถามก็เป็นคำถามทั่วไปค่ะ ประมาณว่าทำไมถึงเลือกที่จะมาสมัครแจลเวย์ ได้สมัครที่อื่นมาก่อนบ้างรึเปล่า
แล้วก็ให้อ่าน passage ภาษาอังกฤษด้วยค่ะ ไม่ยาวมากค่ะ พอเสร็จจากการสัมภาษณ์ห้องแรกแล้ว
เราต้องออกมานั่งรอเพื่อเข้าห้องสัมภาษณ์อีกห้องนึงค่ะ เป็นห้องผู้บริหารของแจลเวย์ค่ะ
เป็นคนญี่ปุ่น 2 ท่านค่ะ ท่านนึงจะถามเราอย่างเดียว ส่วนอีกท่านจะนั่งดูอย่างเดียวค่ะ
คำถามที่สัมภาษณ์มีประมาณ 2-3 คำถามค่ะ เป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวเราเลย เช่น
เรื่องเรียน หรือประสบการณ์ทำงาน ภาษาอังกฤษที่ท่านกรรมการถามเราต้องพยายามตั้งใจฟังดี
ๆ นะคะ เพราะว่าสำเนียงอาจจะฟังยากนิดนึงค่ะ เวลาในการสัมภาษณ์ห้องนี้ประมาณ
2-3 นาทีเท่านั้นค่ะ เร็วมาก ๆ ดังนั้น เราก็ควรจะทำอย่างไรก็ได้ให้เวลาอันน้อยนิดนั้นได้สร้างความประทับใจให้กับท่านกรรมการให้มากที่สุดค่ะ
ทั้งรอยยิ้มและการตอบคำถามค่ะ จากนั้นก็กลับมาลุ้นผลอยู่บ้านได้เลยค่ะ
ข้อแนะนำเพิ่มเติม
ก่อนเข้ารับการสัมภาษณ์นั้น เราควรเตรียมตัวทั้งกายใจให้พร้อมนะคะ
เสื้อผ้า การแต่งหน้า ทำผม บุคลิกภาพโดยรวมทั้งหมด ควรที่จะดูดีเสมอค่ะ
การตอบคำถามก็ควรเตรียมพร้อมด้วยเช่นกัน เพื่อที่เวลาตอบคำถามคณะกรรมการ
เราจะได้ไม่ตื่นเต้นมากจนเกินไป อย่าลืมนะคะว่า เตรียมพร้อมไว้เสมอ รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งค่ะ
ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อน ๆ น้อง ๆ ทุกคนที่จะเข้ามานะคะ พยายามเข้าค่ะ

โดย เปิ้ล ©2005 All Rights Reserved
22jun05