สัมภาษณ์ Jalways รอบแรก ความกังวลของคนที่พูดญี่ปุ่นได้
"คงมีผู้สมัครหลายคนที่คิดว่าตัวเองพูดญี่ปุ่นได้แล้วจะมีภาษีเหนือคนอื่น
ความจริงแล้วถ้าไม่แน่จริงไม่ต้องมีกันเลยดีกว่าหรือเปล่านะ เพราะอาจจะเป็นการขุดหลุมฝังตัวเองก็ได้"
ดิฉันพูดได้แล้วก็คิดอย่างนี้นะคะ นี่เค้าหวังให้เราพูดได้มากขนาดไหนนะ
ถ้าเค้ารู้ว่าเราพูดได้ เค้าจะถามเป็นภาษาญี่ปุ่นหรือเปล่า ถ้าเราตอบไม่ได้ล่ะ
ถ้าเราฟังไม่เข้าใจล่ะ เราจะถูกมองว่าเป็นคนที่โกหกเรื่องคุณสมบัติของตัวเองหรือเปล่านะ
... อา แล้วไหนจะภาษาอังกฤษอีก ใช่ว่าเรากับกรรมการจะฟังกันเข้าใจแน่นอนสักหน่อย
สัมภาษณ์มาแล้วก็พบกับความโล่งใจ พ่อแก้วแม่กาละมัง มันจบไปแล้ว...
แต่เมื่อนึกย้อนไป... เพื่อน ๆ ที่นั่งรอสัมภาษณ์ด้วยกันแถวนั้นมีอยู่
3 คนที่พูดญี่ปุ่นได้ (เท่าที่ทราบนะคะ จริงๆ คงมีมากกว่านั้น) คนข้างๆ
เอาโพยภาษาญี่ปุ่นที่เขียนประโยคแนะนำตัวขึ้นมาซ้อม ดิฉันเลยขอร่วมซ้อมด้วยทั้งที่เมื่อคืนก็ซ้อมๆ
มาแล้วเหมือนกัน เพื่อนๆ ที่พูดไม่ได้ฮือฮากันใหญ่เมื่อได้ยิน คนที่พูดได้ก็พากันเครียด
เพราะรู้กันดีว่าที่พูดๆ กันเนี่ย ถ้าเทียบเป็นภาษาอังกฤษแล้วเหมือนเด็กป.4
พูดไม่มีผิดเลย พูดไปผิดไปอย่างนี้ไม่อยากพูดเลยวุ้ย .... ไหนจะภาษาอังกฤษอีกล่ะ
ก็ใช่ว่าจะแม่นหรอกนะ
กระดาษโพยที่เก็งไว้ของเพื่อนคนหนึ่งบินว่อนจากมือคนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่งและอีกคนหนึ่ง
ไปเรื่อยๆ คนอื่นๆ ก็เริ่มยกโพยของตัวเองขึ้นมาดู บางกลุ่มเริ่มติวคำถามคำตอบกัน
เพื่อนๆ แต่ละคนตื่นเต้นกันใหญ่ คนหนึ่งมือเย็น คนหนึ่งหัวใจเต้นรัวแล้วคว้ามือคนข้างๆ
ไปกำ ส่วนดิฉันสติแตกไปแล้ว... หัวเราะฮ่า ๆๆๆ เมื่อท่องผิด สาวๆ แถวนั้นจะได้ยินเสียงคนสองคนงึมงำงึมงำแล้วก็ฮ่าๆๆ
เป็นอะไรน่ะ ลงคาถาสาปแช่งใครด้วยความสะใจเหรอ อ๋อ ไม่ใช่ค่ะ แค่คนตื่นเต้นสองคนจะเข้าสัมภาษณ์เท่านั้นเองค่ะ
โอ้ โดนเรียกแล้วค่ะ ฮ่า ๆๆๆ
ความจริงที่พวกเราพบ
1. กรรมการให้เราแนะนำตัวภาษาอังกฤษก่อนทุกคน ที่ซ้อมมาเป็นญี่ปุ่นน่ะเก็บเข้าตุ่มไปเลย
(แต่อย่าเพิ่งโยนตุ่มทิ้งนะ)
2. ที่ discuss ก็ภาษาอังกฤษทั้งสิ้นทั้งมวล
3. กรรมการถามทุกคนว่าพูดญี่ปุ่นได้ไหม คนที่พูดได้ก็ต้องตอบตามจริงและรีบออกตัวว่า
พูดได้นิดหน่อยนะคะ เพื่อไม่ให้กรรมการตั้งความหวังกับเรา ดิฉันโชคดีรู้มุขนี้จากเพื่อนที่โดนถามก่อน
เลยเอาไปใช้ด้วย ... "นิดหน่อยค่ะ "
4. ทันที่ที่เราตอบไปว่ามีความรู้ภาษาญี่ปุ่นเท่าหางอึ่ง เขาก็วัดเราด้วยภาษาญี่ปุ่นทันที
ดีที่เราบอกว่ารู้น้อยกรรมการก็เลยถามง่ายๆ เช่น วันนี้กินข้าวเช้ากับอะไร
เคยไปญี่ปุ่นหรือเปล่า ไปที่ไหนมา ชอบอะไรในญี่ปุ่น (ที่จริงแล้วกรรมการแค่ต้องการวัดว่าสื่อสารกันได้ไหม
ไม่ได้ตั้งใจจะดูความถูกต้องหรือระดับอยู่แล้ว)
5. ความไม่คล่องในการใช้ภาษาไม่ได้เป็นปัญหา แต่ความตื่นเต้นจนเกินเหตุต่างหากที่ฆ่าเรา
เพื่อนข้างๆ ที่น่าสงสาร ตื่นเต้นมากจนไม่รู้จะตอบยังไงทั้งๆ ที่เธอเข้าใจคำถาม
แต่ตื่นเต้นเกินกว่าจะเรียงร้อยคำตอบเป็นภาษาที่เป็นภาษีเจ้ากรรมนั้น
6. "ใครพูดญี่ปุ่นได้กรุณายกมือขวาขึ้นค่ะ" พวกเราโดนถามเป็นภาษาญี่ปุ่น
คนที่เข้าใจก็ทำตามนั้น
7. หลังสัมภาษณ์ ถ้าอยากจะคุยกันต้องรอจนออกมาจากห้องพาโนรามาเสียก่อน
เดี๋ยวโดนพี่แอร์ดุเอา
ความผิดพลาดของพวกเรา
แหม ... พอออกมาพวกเรา 5 คนก็คุยกันใหญ่ แต่ท่าทางไม่มีใครพอใจในตัวเองซักคน
1. ความเผลอ - เผลอทำหน้าบึ้ง เผลอแลบลิ้น เผลอตด (ฮ่า
ๆๆ อันสุดท้ายล้อเล่นค่ะ)
2. สั่นเหมือนกับตัวเองเป็นโทรศัพท์มือถือที่มีคนโทรเข้า เสียงที่พูดออกมาเลยสั่นตาม
ริมฝีปากก็เชค ๆ เนสกาแฟเมื่อแสยะยิ้ม หงึก ๆๆๆ
3. ถามคำคอบคำ เพราะกลัวกรรมการจะคิดว่าพูดมาก ทั้งๆ ที่การถามคำตอบคำไม่สุภาพกว่ามาก
ๆ
4. เบลอ ตอบผิดคำถาม เบลอ ตอบคำถามไม่ออก
5.ตอนแนะนำตัวดันลืมที่ตัวเองท่องมา กะจะมั่วแต่ไม่รู้จะมั่วอะไรเลยจบกันแค่นั้น
ลืมขอบคุณตอนจบอีกต่างหาก
6. ตอน discuss แย่งเพื่อนพูด ติดนิสัยช่างเม้าท์ ติดลมไปนิดส์ (ทีอย่างนี้ล่ะเป็นไฟ)
7. ลืมมองเพื่อนตอนเพื่อนพูด มัวแต่ส่งสายตาให้กรรมการหนุ่มหล่อ
8. ทำตัวไม่น่าสนใจ กรรมการเลยถามอะไรก็ไม่รู้ไม่เกี่ยวกับแอร์ ตอบไปก็ไม่น่าสนใจอีก
(เพื่อนคนนี้กังวลเกินเหตุแล้ว)
สาว ๆ แลกเบอร์กัน อวยพรให้กันและหวังว่าจะได้เจอกันรอบหน้า
หนึ่งสัปดาห์ที่รอผลด้วยความกระวนกระวายจนคนในบ้านรำคาญก็ผ่านไป มันเชื่องช้ามาก
ช้ายิ่งกว่าการเคลื่อนที่ของแมวน้ำเป็นอัมพาต ... แล้วดิฉันก็ทราบว่า มีเพียงดิฉันและเพื่อนอีกหนึ่งคนที่มีภาษีติดตัวเหมือนกันเท่านั้นที่ได้รับตั๋วผ่านเข้าสู้ศึกรอบสองในอีก
7 วันข้างหน้าที่กำลังผ่านเข้ามาเร็วยิ่งกว่าความเร็วแสง เพื่อนที่ทำได้ดีจนเราคิดว่าน่าจะได้เธอก็ไม่ได้
เพื่อนที่เราคิดว่ามีภาษีแต่เธอก็พลาด ... เมื่อภาษีไม่ได้ช่วยอะไร มันก็คงเป็นเรื่องของดวง
เย็นวันเดียวกันดิฉันได้รับข้อความจากเพื่อนที่พลาดหวัง "ไม่เป็นไรจ้ะ
คราวนี้โชคไม่ได้อยู่ข้างฉัน แต่คราวหน้าโชคต้องมาแน่นอน แล้วเราเจอกันที่โน่นนะ
"
ตอนแรก: สาวดอยจะไปสอยดาว
ตอนหน้า: สัมภาษณ์เดี่ยว แสนเปลี่ยวอารมณ์

โดย Lovemonkey © 2004 All Rights
Reserved
15sep04