Episode 1 สาวดอย จะไปสอยดาว

คืนหนึ่งที่อากาศร้อนผะผ่าว เพื่อนรักที่กำลังแชทผ่าน MSN Messenger ถามดิฉันขึ้นว่า "ไม่ไปสมัครแจซเหรอ เดี๋ยวไอช่วยเป็นที่ปรึกษาให้ แต่ยูต้องไปเอาขี้แมงวันบนหน้าออกก่อนนะ เค้าไม่เอาคนมีแผลเป็นบนหน้า…. "

หลังจากถูกปฏิเสธการเข้าทำงานในองค์การระหว่างชาติแห่งหนึ่ง ผู้ปกครองของดิฉันก็แนะนำให้ไปสมัครเป็น Cabin Attendant ที่ Jalways เนื่องด้วยทางบ้านต้องการให้ดิฉันเลี้ยงตัวเองได้โดยเร็ว และคิดว่าดิฉันจะสามารถทำงานนี้ได้ดี …คิดอยู่นาน เมื่อเพื่อนบอกเช่นนั้นดิฉันเลยเดินไปบอกพ่อว่า "หนูจะลองดู" เพื่อนสนิทผู้นั้นแนะนำ www.thaicabincrew.com เพื่อหาข้อมูลต่างๆ แล้วดิฉันก็ได้ทราบว่าการสมัครเข้า Jalways ครั้งต่อไปจะมีใน 4 อาทิตย์ข้างหน้า ดิฉันต้องรีบเตรียมตัวให้พร้อมแล้วล่ะ

ข้อมูล คำบอกเล่า และ การเตรียมตัว

แรกสุด ตามที่เพื่อนแนะนำ ดิฉันไปพบแพทย์เพื่อจี้เอาขี้แมลงวันบนใบหน้าออก เจ็บตัวนิดนึงค่ะ แต่ไม่เป็นไร ส่วนตัวก็อยากเอาออกอยู่แล้ว มาทราบทีหลังว่าบริษัทไม่ได้ซีเรียสขนาดนั้น ถ้ามันไม่เยอะหรือใหญ่จนน่าเกลียด ใครไม่เอาออกไม่เป็นไรค่ะ

ดิฉันมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดเชียงใหม่ ข่าวสารการสมัครที่เชื่อถือได้จึงสำคัญกับการเตรียมตัววางแผนพอสมควรค่ะ ในเว็บ thaicabincrew นั้นมีคนใจดีมาโพสรายละเอียดการสมัครให้ทราบอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ได้บอกแน่ชัดว่าจะมีการรับสมัครที่เชียงใหม่เหมือนครั้งก่อนหรือไม่ ดิฉันจึงต้องรอพอสมควรจึงมีการลงประกาศรับสมัครในหน้าหนังสือพิมพ์อย่างเป็นทางการ

คะแนน Toeic 500 คะแนนขึ้นไป ดิฉันรีบไปสมัครสอบทันที ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เตรียมตัวเลย เนื่องจากกลัวคนจะเยอะ ด้วยมีกระแสจากผู้มีประสบการณ์ว่า ถ้าไปช่วงคนเยอะจะได้ข้อสอบชุดที่ยากกว่าปกติ อันนี้เท็จจริงเป็นเช่นไรไม่อาจทราบ แต่ถ้าไม่ผ่าน ดิฉันก็ยังมีเวลาไปสอบใหม่ได้อีก 2-3 รอบ เอาเป็นว่าดิฉันก็ผ่านเส้น 500 มาได้ในที่สุด ก่อนไปรับผลสอบดิฉันลุ้นคะแนนจนจะเป็นประสาทตาย น่าจะเตรียมตัวซักหน่อยอย่างโน้นอย่างนั้น พอผ่านมาได้ก็โล่งอก พาลนึกกังวลไปว่าถ้าเป็นการรอประกาศผลสัมภาษณ์มิต้องเข้าบำบัดจิตกันหรือเรา

ในเว็บบอร์ด กระแสเพื่อน ๆ ที่สมัครช่างคึกคัก คุยกันใหญ่ว่าจะแต่งตัว แต่งหน้า ถ่ายรูปกันอย่างไร ตัวดิฉันเองก็ศึกษาจากเพื่อนๆ ค่ะ มีมากมายหลายคนที่ผ่านการสมัครมาบ้างแล้ว ข้อมูลจากเพื่อนๆ ที่นี่เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับคนไม่เค้ยไม่เคยอย่างนี้ ดิฉันไปวัดตัวตัดสูทแขนยาวสีสวยมาสองตัวเพื่องานนี้ สั่งตัดด่วนแบบสั่งวันนี้ "จะมาเอาอีก 2 วันนะพี่จ๋า " เราทุกคนจะต้องเนี้ยบหัวจรดเท้าตั้งแต่วันยื่นใบสมัครค่ะ เมื่อแผลบนใบหน้าหายอย่างเฉียดฉิว ดิฉันจึงได้มีโอกาสแต่งหน้าแต่งตัวไปถ่ายรูปเต็มตัวขนาดโปสการ์ดและ 2x2 นิ้ว ที่ร้านถ่ายภาพซึ่งส่วนมากจะมีคอร์สถ่ายภาพสำหรับสมัครแอร์โฮสเตสให้อยู่แล้ว ถ่ายปุ๊บพรุ่งนี้มารับปั๊บ ช่างสะดวกสบายเสียจริงแถมมีบริการแต่งหน้าให้ด้วย แต่งหน้าแล้วยังแต่งรูปให้อีกต่างหาก "เอ้า น้อง ไม่สวยให้มันรู้ไปสิ(โว้ย)" การเลือกร้านถ่ายภาพก็สำคัญ เข้ามั่ว ๆ ระวังจะเสียใจจ้ะ

ท้ายสุดคือรวบรวมเอกสารให้ครบ เช็คให้แน่อะไรต้องส่งตัวจริง อันไหนต้องส่งสำเนา ได้ครบแล้วก็นึกเผื่อไปอีกว่าทางบริษัทอาจขออะไรเพิ่มนอกเหนือจากที่ระบุไว้ (เอาไปเกินดีกว่าขาดค่ะ) เช่น ใบยืนยันจบการศึกษา resume ใบประกาศนียบัตรต่างๆ เอาใส่แฟ้มให้เรียบร้อยและไม่ลืมเตรียมอุปกรณ์การเขียนไปด้วย ตบท้ายด้วยยาอมและตั๋วเครื่องบิน เท่านี้ดิฉันหมดห่วง …เข้านอนได้

หลบนิดค่ะ ขบวนสาวสวยจะผ่านทาง

8.30 น. พนักงานต้อนรับของโรงแรม The Emerald เปิดประตูให้ดิฉันพร้อมครอบครัวที่มาส่งอีก 3 ชีวิตได้พบกับไอเย็นของโรงแรม ดิฉันเห็นเพื่อนๆ สวยๆ เดินกันทั่วลอบบี้ อารามกลัวว่าสภาพตัวเองจะเป็นเช่นไรจึงรีบกระโจนเข้าไปส่องกระจกในห้องน้ำ ในนั้นมีเพื่อนๆ ร่วมใช้กระจกอีกหลายคน ดิฉันก็คิดไปว่า "คนเยอะจังนะ นี่ขนาด 8 โมงครึ่งเท่านั้น" หารู้ไม่ว่าหน้าห้องพาโนรามามีขบวนสาวสวยยืนรอคิวอยู่แล้วประมาณ 400 กว่าชีวิต และกำลังมาเรื่อยๆ … สรุปแค่วันแรกมีผู้สมัครมากมายกว่า 2,600 คน

เกือบทุกคนอยู่ในเครื่องแบบเดียวกันคือสูทแขนยาว อาจจะมีสีอื่นๆ แตกต่างกันบ้าง แต่สีดำคือสียอดฮิตตลอดกาล เรือนผมนั้นบ้างถูกจัดเป็นทรงสวย ๆ เช่นทรงกล้วยหอม แต่ส่วนมากถูกเก็บอย่างเรียบร้อยอยู่ในเน็ท คนผมสั้นก็เซ็ทผมมาสวยงาม รองเท้าคัทชูปิดส้นดูเหมือนจะเป็นกฎระเบียบ เสียงคุยเสียงทักทายกันดังกระหึ่มโหมโรงชนิดใครห้ามก็ไม่อยู่ ก็ผู้หญิงเค้าจะเม้าท์กัน ดิฉันมาไกลตัวคนเดียว แถมขี้อายเสียอีก ทำใจกล้าเดินเก๊กเข้าไปไหว้สวัสดีพี่ๆ แอร์ที่มาช่วยและไปเข้าแถว โน่น….อยู่ท้ายแถวไกลลิบติดกำแพงพลางเดาเล่น ๆ ในใจว่า " พ่อจ๋าพ่อ คงได้รอหนูจน 4 โมงเย็นแน่ " ทันใดนั้นปาฏิหารย์ก็บังเกิดให้มีการแปรรูปขบวน ดิฉันจากคนท้ายสุดก็เปลี่ยนมาเป็นคนที่ 80 กระมัง สวรรค์โปรดพ่อที่รออยู่แล้วจ้ะ ลัคกี้จริง ๆ

แถวสั้นลงๆ .. สาว ๆ ที่ยังไม่ได้เซ็นรับรองบนสำเนารีบเซ็นชื่อกันใหญ่ พลางถามคำถามกันไป ทำความรู้จักกันไป ดิฉันเก๊กมากถึงมากที่สุด คนมันขี้อายน่ะค่ะขอแก้ตัวนิดนึงเถอะ แต่ก็ยังมีเพื่อนๆ มาทักทายค่ะ อัธยาศัยใจคอดีทั้งนั้นเลย หนุ่มๆ จะหาแฟนก็ลองมาตะล่อมด้อมมองแถวๆ นี้คงเจอตัวจริงไปหลายคนล่ะค่ะ และแล้วก็ได้ยินเสียงหวาน ๆ" น้องเอากระเป๋าไปวางไว้บนโต๊ะแล้วเข้าไปชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูงได้เลยค่ะ "ดิฉันเข้าไปในห้องกั้น ถอดรองเท้าขึ้นยืนบนเครื่องชั่ง หันหน้าเข้าแท่นวัด แล้วพี่ๆ ก็ขานความสูงและน้ำหนักของดิฉัน พร้อมกระดาษที่เพิ่งจดบันทึกน้ำหนักส่วนสูงให้อย่างรวดเร็ว ใบที่เพิ่งได้มานี้เอาไปส่งพร้อมเอกสารที่เตรียมมาค่ะ

ก้าวเข้าไปไหว้สวัสดีพี่ ๆ ที่เคาน์เตอร์เช็คเอกสาร ส่งทุกอย่างในแฟ้มให้พี่สาวสวยคัดเอาไปแค่ที่ต้องการ ดิฉันเตรียมมาเกินมาเยอะเลยค่ะ พร้อมกันนั้นพี่สาวก็ยื่นใบสมัครมาให้สองใบพร้อมคำอธิบาย "กรอกเป็นภาษาอังกฤษนะคะน้อง แผ่นนี้ใช้ดินสอ แผ่นนี้ใช้ปากกา.. หยิบดินสอนี้ไปใช้ได้ค่ะ เข้าไปกรอกในห้อง เสร็จแล้วเอามาส่งนะคะ" ว่าแล้วพี่สาวก็คลิบใบสมัครกับเอกสารที่ต้องการเข้าด้วยกันและส่งคืนมาให้ดิฉัน

พากเพียรเขียนอ่าน

"ทางนี้ค่ะ" ดิฉันถูกนำเข้าไปในห้องพาโนรามาซึ่งมีโต๊ะเป็นร้อยๆ ตัว มีสาวเป็นร้อยๆ คนนั่งกรอกใบสมัครกันอย่างคร่ำเคร่ง ดิฉันหาที่นั่งได้ทันใดก็เพ่งพินิจใบสมัครทันนั้น เพ่งแล้วก็ต้องพินิจพิเคราะห์ซ้ำเพราะไม่ทราบว่าจะกรอกยังไง ถ้าตัวเองช่างสังเกตกว่านี้จะพบว่า ณ กลางโต๊ะ ซึ่งก็คือระหว่างดิฉันกับเพื่อนสาวอีกคนที่กำลังวุ่นกับการพลิกเอกสารไปมานั้น มีกระดาษเขียนคำอธิบายการกรอกเอกสารติดอยู่ แต่ต้องจ้องอยู่นานกว่าจะเข้าใจคำอธิบายนั้น โชคดีที่มีพี่ๆ แอร์คอยเดินดูและไขข้อข้องใจให้พวกเรา ดิฉันใช้เวลากรอกนานประมาณครึ่งชั่วโมง พยายามเขียนไม่ให้ผิดเพราะมีรอยลบมันดูไม่ดี (แต่ก็ยังผิด แย่มากค่ะ) อ่านคำถามให้เข้าใจก่อนแล้วจึงตอบ ไม่มั่นใจก็ปุจฉา...ปุจฉาดะเลยค่ะ นอกจากข้อมูลพื้นฐานแล้วจะมีให้เขียนเหตุผลที่เรามาสมัครงานนี้ เขียนชื่อ ที่อยู่ของผู้รับรอง (เจ้านายหรืออาจารย์) และประเทศอื่นๆ ที่เคยไปมาสำหรับคนที่เคยไปต่างประเทศ ส่วนไหนที่เขียนให้ดีๆ น่าสนใจได้ ดิฉันคิดว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยในการสัมภาษณ์รอบสองที่เน้นถามจากใบสมัคร โดยเฉพาะเหตุผลที่คุณมาสมัครเป็นแอร์โฮสเตส ไปคิดมาล่วงหน้านะคะว่าจะเขียนยังไงเพราะมีที่ให้เขียนแค่บรรทัดเดียวเท่านั้น บริเวณนั้นจะมีโต๊ะวางกรรไกรและกาวสำหรับติดรูปขนาด 2x2 บนใบสมัคร ใครมีรูปใหญ่ไปไม่เป็นปัญหาตัดเอาได้เลย ติดรูปเรียบร้อยแล้วก็รวบรวมเอกสารทุกอย่าง ลาเพื่อนข้างๆ ที่ร่วมกรอกใบสมัครด้วยกัน ขอบคุณพี่ ๆ ที่ใจดีช่วยเหลือ แล้วเดินออกจากห้องด้วยความง่วง

หลังจากนำเอกสารที่กรอกเรียบร้อยมายื่นที่โต๊ะหน้าห้องพาโนรามา ดิฉันได้รับข้อมูลของบริษัทและกระดาษแผ่นเล็กที่บอกว่าดิฉันมีหมายเลขที่สมัคร 018x และวันเวลาที่บริษัทจะประกาศวันเวลาของการสัมภาษณ์รอบแรก ดิฉันดีใจมากที่ได้เลขที่ไม่เกิน 200 และทุกอย่างเรียบร้อยก่อนเที่ยงวัน นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีค่ะ

คอยติดตามตอนสองค่ะ

 


โดย Lovemonkey © 2004 All Rights Reserved
13aug04