วันนี้ตื่นเต้น เรียกได้ว่าตื่นขึ้นมาแล้วก็เต้นเลยค่ะ เพราะเป็นวันที่เราต้องไปสัมภาษณ์ Jalways รอบแรก ทั้งล่ก ทั้งรน ทั้งกลัว เพราะเราก็พอจะรู้ตัวเองนะคะ ว่าเตรียมตัวมาไม่แน่นปึ๊กเท่าไหร่ แต่ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด อย่างแรกคือ ต้องแต่งตัวให้ดูดี แบบที่ตัวเองมั่นใจว่าดูดี (...จริงๆ อาจไม่ดีไปสักเท่าไหร่น่ะ คิคิ) เลือกใส่ชุดที่มั่นใจว่าจะทำให้ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมา เดินไปเดินมา ดูแล้วดูอีก ต่อจากนั้นก็พยายามโบ๊ะหน้า คราวนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากสาวงามผู้หนึ่ง สงสัยจะทนเห็นเราแต่งหน้าจืดๆ ไม่ไหว เลยเมตตามาช่วยโบ๊ะหน้าให้เราในในครั้งนี้ พอเตรียมพร้อม เรียกว่า grooming โอเคในระดับที่มั่นใจแล้ว ก็มุ่งหน้าตรงไปยังโรงแรม The Emerald Hotel ในทันใด

ระหว่างที่มุ่งหน้าไปนั้น มันก็ต้องผ่านถนนรัชดาใช่ป่ะล่ะ ก็อย่างที่รู้ๆ กันอ่ะค่ะ ว่าถนนรัชดามีรถผ่านไปมาไม่ใช่น้อยๆ กลัวเหมือนกันว่าจะไปไม่ทัน ขนาดเตรียมตัว กะว่าจะมาถึงก่อนสักชั่วโมง แต่ไปถึงโรงแรมเกือบจะถึงเวลาสัมภาษณ์แล้ว แต่ก็ยังพอมีเวลาเข้าห้องน้ำ สำรวจความเรียบร้อยก่อนบ้าง (ฉะนั้น คราวหน้าคราวหลัง ต้องเผื่อเวลากันไว้พอ สมควรเชียวแหละ) เพราะดูเหมือนว่า Jalways ไม่ได้ละเลยเรื่องเวลาที่ระบุให้มาสัมภาษณ์เลยนะคะ คือถ้าบอกให้เรามาเวลาไหน เราก็จำเป็นต้องมาถึงก่อน เพราะถ้าเรามาช้า เราจะโดนพี่เจ้าหน้าที่รับลงชื่อดุเอา อายคนอื่นเค้าแย่เลย และที่สำคัญคือเราก็จะอดเข้าสัมภาษณ์ เสียโอกาสไปเปล่าๆ ไม่ดีๆ อย่าทำน๊า..!!!

โม้ซะเยอะ..เข้าเรื่องๆๆ พอไปถึงโรงแรมก็ขึ้นไปชั้น 14 ชั้นที่เค้ารับสมัครนั่นแหละ ก็เดินไปลงชื่อก่อนนะคะ ต้องเตรียมบัตรประจำตัวประชาชนไปแสดงด้วย หลังจากนั้นเค้าก็จะให้เอกสารที่ใช้ในการเข้ารับการสัมภาษณ์คนละ 1 ชุด พร้อมใบเล็กๆ ที่บอกว่า ประกาศผลเมื่อไหร่ และสัมภาษณ์รอบต่อไปในวันไหน เราก็รับเอกสารทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้นมา แล้วก็เดินไปนั่งตามที่ที่เค้าจัดไว้ (ตามรายชื่อแบบเดียวกับที่ติดประกาศ) คราวนี้แบ่งกลุ่มเป็นทั้งหมด 6 กลุ่ม มีกลุ่ม A3 , B3 , C3 , D3 , E3 และ F3 เราก็ไปนั่งรอในกลุ่มของเรา ระหว่างนั่งรอ เค้าก็จะให้เราเขียนชื่อนามสกุล เลขประจำตัวและวันที่ ลงในเอกสารสัมภาษณ์ที่เราจะต้องยื่นให้กรรมการตอนที่เราเข้าไปสัมภาษณ์ โดยทั้งหมดจะมี 3 แผ่น ก็ต้องเขียนให้ครบทั้ง 3 แผ่น หลังจากนั้น ก็เขียนป้ายชื่อที่เป็นสติ๊กเกอร์ติดที่หน้าอก ต้องเขียนตัวใหญ่ๆ นะคะ เพราะตอนสัมภาษณ์กรรมการจะนั่งห่างจากเราพอสมควร ถ้าเราเขียนเล็กเกินไปก็จะเสียประโยชน์อ่ะนะ...แต่ไม่ต้องกังวลมาก เพราะถ้ามันเล็กเกินไปจริงๆ เราก็จะโดนสั่งให้เขียนใหม่ เพราะระหว่างที่รอจะเข้าห้องเชือด เอ้ย..ห้องสัมภาษณ์ จะมีแอร์คนงามหน้าห้องสัมภาษณ์มาเช็คชื่อเรา เค้าจะช่วยเช็คดูแล้วให้เราเขียนใหม่ก่อนเข้าสัมภาษณ์อยู่ดีแหละจ้า

อีกนิดนึง ช่วงที่นั่งรอจะเข้าสัมภาษณ์ หลังจากเขียนชื่อในเอกสารที่ได้ เขียนป้ายชื่อเสร็จแล้ว อย่าคุยกันมากเกินไป นะคะ เพราะถ้าคุยกันมากๆ เจ้าหน้าที่อาจจะดุเอาได้ เพราะเราก็ได้ยินเค้าดุเพื่อนกลุ่มข้างหน้า เอาเป็นว่า ระหว่างรอก็คุยทำความคุ้นเคยกับเพื่อนข้างๆ พองาม แต่ไม่ต้องเม้าส์เมามันมากมายนัก สำรวมและพยายามตั้งสติเอาไว้ อย่าล่ก หรือรน หรือเอาแต่เช็คเครื่องสำอางบนใบหน้า เพราะใครจะรู้ระหว่างเรานั่งรออย่างวิตกจริตอยู่นั้น อาจจะมีกรรมการเดินผ่านแล้วเห็น เกิดถูกชะตา หรือว่าเห็นพฤติกรรมไม่งามเราไปก็ได้ ฉะนั้นรักษา grooming ไว้อย่าให้หลุดนะจ๊ะ

เชื่อไม๊คะ ระหว่างที่นั่งรอสัมภาษณ์ ความรู้สึกเหมือนตัวเองไร้ตัวตนยังไงไม่รู้ แต่ละคนสวยงามมากๆ ไม่รู้หลุดกันมาจากไหน บางคนก็แต่งตัวสีสันสวยงาม แบบมีทั้งใส่ชุดสีเดียวกับยูนิฟอร์มของลูกเรือเลย แต่โดยรวมก็ยังเป็นสูทสีเข้ม ดำ น้ำตาล เทา กรมท่า อะไรทำนองเนี้ย แต่ได้ยินแว่วๆ ว่าที่นี่นิยมสีสดใส หุหุ แต่เราเล่นล่อสูทดำ เสื้อเชิ้ตขาวไปเลย สดใสมั้ยเนี่ย คิคิ

และแล้ววินาทีแห่งความระทึกก็มาถึง แอร์คนสวยก็เรียกกลุ่มเราไปยืนตั้งแถวรอหน้าห้องสัมภาษณ์ เค้าจะให้วางสัมภาระไว้หน้าห้อง แล้วก็เข้าแถวเช็คชื่อ แล้วก็ยืนรอกันไป

คิคิคิ...อยากจะบอกว่าตื่นเต้นมากเชียวแหละ รอไปยิ้มไป ยิ้มแล้วยิ้มอีก จนในที่สุดนางฟ้าในชุดเขียวก็มาเรียกให้กลุ่ม D3 เข้าไปได้แล้วค่ะ ไอ้เรากะเพื่อนๆ ในกลุ่มทั้งหมด 5 คนก็เดินอย่างสวยงาม (เท่าที่พอจะทำได้) เข้าไปในห้องสัมภาษณ์ ไปถึงเราก็วางเอกสารของเราให้กรรมการคนละ 1 แผ่น ระวังนิดนึงนะคะ ควรจะวางด้านที่เค้าสามารถอ่านได้เลย อย่าวางกลับหัวกลับหางนะคะ ช่วงที่วางเอกสารก็ทักทายเค้าได้ตามวิสัย เราน่ะ เป็นคนแรก ก็ไม่มีตัวอย่างให้ดู เราก็วางเลยไง วางดุ่มๆ ให้ครบ 3 คน มีก้มหัวบ้างเล็กน้อย แต่ไม่ได้ทักทายอะไร พยายามยิ้มๆๆๆๆๆ แต่เพื่อนๆ หลังเรา มีทั้ง Hello สวัสดีค่ะ ยกมือไหว้ก็มี ทักเป็นภาษาญี่ปุ่นก็มี เอาเป็นว่าตรงนี้ก็ตามสะดวกละกัน เอาให้ดูดี และมีมารยาทที่สุดละกันเนอะ แล้วอย่างเรากลายเป็นไร้มารยาทไปเลยล่ะสิเนี่ย..ว๊า..แย่จัง

พอยื่นเอกสารให้กรรมการทั้ง 3 ท่าน เค้าก็จะเชิญให้เรานั่ง แล้วก็ขอบคุณที่เรามาสัมภาษณ์ในวันนี้ ต่อจากนั้น เค้าจะให้เราแนะนำตัวทีละคน โดยมีเวลาให้คนละ 30 วินาที แนะนำชื่อ นามสกุล อายุ จบจากที่ไหน ตามสไตล์แต่ละคน แต่ในกลุ่มเรามีคนนึง แนะนำตัวน่ารักดี เค้าจะเริ่มต้นด้วยการสวัสดี ยกมือไหว้อย่างสวยงาม แล้วก้อพูดทักทายเป็นภาษาญี่ปุ่น (ก็เค้าพูดได้ไง ใครพูดได้ก็พูดเลยก็ดีนะ เห็นกรรมการเค้าทำหน้าสนใจดีน่ะ) หลังจากนั้นเพื่อนคนนี้ก็ทักทายเป็นภาษาอังกฤษอีกที เค้าก็พูดๆ แนะนำตัวไป...ดูเหมือนเค้าจะทักทายซ้ำซ้อนนะ แต่เราว่าน่ารักดี ที่สำคัญเค้าพูดไม่เกินจากเวลาที่กำหนดด้วยนะ ดีๆๆ ดูแล้วชอบน่ะ น่ารักดี ยิ้มตลอด พูดจบก็ขอบคุณ 3 ภาษา พร้อมก้มคำนับตามแบบญี่ปุ่น น่ารักๆๆๆ

พอแนะนำตัวครบหมดทั้ง 5 คน คราวนี้กรรมการญี่ปุ่น (หน้าตาดีเชียวแหละ...คิคิ) ก็จะให้หัวข้อในการทำ Group Discussion กลุ่มเราได้เรื่อง Movies พอได้หัวข้อทุกคนก็ช่วยกันเปิดประเด็น แต่ละคนก็พยายามพูด ตรงนี้เห็นชัดเลยว่าคนที่กังวลเรื่อง Grammar จะพูดแบบค่อนข้างซีเรียส แบบลืมยิ้มไปเลยน่ะ ตัวเราก็พยายามพูดให้แบบดูมีส่วนร่วม แต่มีตอนนึงพูดขึ้นมา แล้วดันไปขัดจังหวะเพื่อนที่กำลังจะพูดเหมือนกัน แต่เพื่อนคนนั้นก็ให้เราพูดก่อน เค้าจะให้เวลา discuss ประมาณ 3-5 นาที

หลังจาก discussion ก็เจอคำถามเดี่ยวกัน ของเราให้อธิบายความหมายชื่อแสะนามสกุล หุหุหุ...บอกตรงๆ ว่าเจอคำถามแล้วอึ้งน่ะ เลยย้อนถามไปอีกที เสร็จแล้วก็เริ่มร่ายไปซะ ตะกุกตะกักพอควร แต่ก็ยังดียังไปรอดจนจบ เวลาพูดเราว่าพยายามยิ้ม จะติดขัดไงยิ้มไปก่อน แล้วกรรมการจะยิ้มกลับ อย่างน้อยเราเองแหละจะผ่อนคลาย เพื่อนๆ ในกลุ่มอีก 4 คนโดนคำถามว่า คุณชอบทานอาหารญี่ปุ่นหรือไม่ ชอบทานอะไร , คุณคิดอย่างไรกับคนญี่ปุ่น , งานอดิเรกของคุณคืออะไร และทำไมคุณถึงมีชื่อเล่นว่า.... ทุกคนก็ตอบได้ดี มีเพื่อนบางคนอาจจะติดขัดไปบ้าง แต่เราเห็นทุกคนก็ทำได้อย่างเต็มที่ เรียกว่าพยายามกันสุดความสามารถ ก็ดีนะ เห็นความพยายาม เห็นรูปแบบที่คนอื่นทำแล้วมันดูดี ได้ไม่ได้ อย่างน้อยคราวนี้เราก็ได้ประสบการณ์ไว้พัฒนาตัวเอง ใช่ว่าจะไม่ได้อะไรเลยน๊า คิคิ

ก่อนจบ กรรมการญี่ปุ่นจะถามว่ามีใครพูดญี่ปุ่นได้บ้าง พอดีในกลุ่มเรามีคนพูดได้ เค้าก็จะถามเป็นภาษาญี่ปุ่น เวลาที่เพื่อนคนที่พูดญี่ปุ่นได้ตอบ พวกเราก็พยายามหันไปฟังแล้วก็ยิ้ม เพราะฟังไม่รู้เรื่องหรอก แต่ทุกคนพยายามแสดงความสนใจกับการพูดของเพื่อน แต่เชื่อป่ะ เพื่อนคนนี้น่ารักดีอ่ะ เค้าตอบภาษาญี่ปุ่นได้ดีเชียวแหละ แถมท่าทางยังเป็นญี่ปุ๊น..ญี่ปุ่น มีโค้ง มีก้มหัวตลอดเลย น่ารักดีน่ะค่ะ พอจบส่วนของการถามตอบภาษาญี่ปุ่น กรรมการก็พูดขอบคุณเราที่สละเวลามาสัมภาษณ์ เรียกว่าบอกลาพวกเราน่ะ แล้วเราก็พากันเดินแยกย้ายออกมา ช่วงนี้อย่าเพิ่งเม้าส์ เดินออกมาเม้าส์นอกสถานที่สัมภาษณ์ดีกว่า เย้ๆๆ ในที่สุดก็ผ่านไปได้..แต่ได้ไม่ได้อีกเรื่องนึงนะ เฮ่อ!!!ตื่นเต้นๆๆๆ เล่าไปยังตื่นเต้นเลย แต่สนุกดี ได้เพื่อน ได้เห็นไรหนุกๆ ไว้ปีหน้าไปสมัครเป็นเพื่อนกันนะคะ แล้วสัมภาษณ์ก็ไปด้วยกันเลยนะ...เอาอีกๆ (คาดว่านี่ไม่ได้แหงๆ ฮ่าๆๆ) จบแล้วเรื่องเล่าของวันสัมภาษณ์ก็มีเท่านี้แหละค่ะ สวัสดีค่ะ.



โดย anonymous ©2004 All Rights Reserved
17-Sep-2005