กริ้งกร้าง....กริ้งกร้าง.......กริ้งกร้าง
เสียงนาฬิกาปลุกรุ่นคุณปู่ส่งเสียงดังแสบแก้วหูจนผมอยากปามันไปไกลๆ (แต่ก็ทำไม่ได้เพราะเป็นมรดกตกทอดมาหลายชั่วอายุคน)
ผมรีบลุกขึ้นจากเตียง อาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันอย่างกะวีกะวาด เช้าวันนี้ผมไม่มีเวลามานั่งทำเท่จิบกาแฟและอ่านหนังสือพิมพ์
(อ่านนิยายและเช็คข่าวดาราก่อนเลย) ให้เสียเวล่ำเวลาเหมือนเช่นเคย
เพราะนี่คือเช้าวันจันทร์ วันเริ่มต้นของสัปดาห์ที่มนุษย์เงินเดือนอย่างเราต้องรีบเร่งออกจากบ้านไปทำมาหากินเลี้ยงตัวและครอบครัว
แต่จะรีบยังไง ผมก็ไม่วายคว้า Polo Sport มาฉีดที่ปกคอเสื้อสองฟอด กลิ่นตัวผมก็ไม่แรง
แต่ผมน่าจะมีกลิ่นอินเตอร์ๆ ติดตัวไปบ้าง อืมม... ผมคงไม่ต้องพิถีพิถันอะไรมากขนาดนี้
หากวันนี้ไม่มีนัดสัมภาษณ์สาวสวยสองนาง คือน้องออยและน้องแคทที่สถาบันเจนเอ็กซ์
(ตามโครงการเยี่ยมชมผลงานสปอนเซอร์ของ thaicabincrew.com) ซึ่งน้องทั้งคู่เพิ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบิน
EVA Air และสายการบินไทยตามลำดับ
โตโยต้าติดฟีลม์ดำมืดนำผมฝ่าการจราจรอันคับคั่งมาถึงก่อนเวลานัดสิบนาที
สาวน้อยทั้งคู่ในชุดสายเดี่ยวสีดำนั่งรอผมอยู่ก่อนแล้ว ผมขอโทษขอโพยเธอเล็กน้อยที่ทำให้เธอเสียเวลา
จากนั้นก็เริ่มเปิดฉากทักทายพวกเธอไม่รอช้า
น้องออยและน้องแคททักทายผมอย่างสุภาพ
ยิ้มแย้มแจ่มใส ผมหยิบกล้องดิจิตอลตัวจิ๋วออกมาเก็บภาพพวกเธอก่อนจะเริ่มพูดคุยกันอย่างเป็นทางการ

น้องออย...เปรี้ยวซะ
น้องออยจบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะครุศาสตร์
เอกดนตรีศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นไปต่อระดับปริญญาโทด้านดนตรีจากประเทศอังกฤษ
ส่วนน้องแคทจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร
ด้านปรัชญาและศาสนา น้องสองคนนี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้ผมทราบว่า
คนที่จะมาเป็นแอร์หรือสจ๊วตนั้นไม่มีข้อจำกัดทางการศึกษา ไม่ว่าจะเรียนจบสาขาอะไรมาก็มีสิทธิประกอบอาชีพนี้ได้
เพียงแต่ต้องเป็นบุคคลที่มี Attitude ที่ดีในการทำงานบริการ ส่วนคุณสมบัติเรื่องอื่นนั้นพอจะสร้างขึ้นมาทีหลังได้
ผมชวนเธอทั้งสองคุยกันเรื่อยเปื่อย ด้วย
myoldeditor สั่งนักสั่งหนาว่าไหนๆ จะมาสัมภาษณ์น้องๆ นอกสถานที่ ก็มิควรทำให้ของดีต้องมัวหมอง
ด้วยบางทีโอกาสดีๆ อย่างนี้ก็หาไม่ได้อีกแล้ว ดังนั้นจึงมอบกฎเหล็กมาให้ผมสองข้อดังนี้
1. ห้ามถามเรื่องแฟน บางทีการที่เรารู้อะไรทุกอย่างอาจทำให้เราเป็นทุกข์โดยใช่เหตุ
บางอย่างที่เราละไว้และปล่อยให้มันคลุมเครือเหมือนหิมะที่ปกคลุมยอดเขาเอฟเวอร์เรสต์
จะทำให้บางสิ่งบางอย่างดูน่าค้นหามากขึ้น
2. คำถามที่ไม่ควรถาม หรือควรถามให้มันน้อยๆ หน่อย เช่น คำถามประเภท
"ทำไมถึงอยากเป็นแอร์ " myoldeditor บอกผมว่าเป็นคำถามที่เสี่ยว
พอๆ กับคำถามที่พิธีกรถามนางงามผู้เข้ารอบว่าชอบทานอาหารอะไรมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่เชื่อแกทั้งหมด เพราะคำถามแบบที่ว่าคงมีประโยชน์อยู่มิน้อยสำหรับน้องๆ
ผู้มาใหม่
น้องออยเป็นคนเรียบง่ายและใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย
(ครับ เธอขับเบนซ์ตากลมรุ่นใหม่สีดำขลับ) เรื่องการกินก็ไม่เรื่องมาก ถ้าไม่สุกี้
MK ก็ทานข้าวผัดกระเพราปากซอยก็ได้ ว่านอนสอนง่าย ไม่ดื้อ (ผมก็ว่าจริง
ดูท่าทางเธอไม่ดื้อแต่ท่าทางเอาเรื่อง) ชอบการแต่งตัว (ผมว่าไม่ชอบหรอก
เธอรักการแต่งตัวเอามากๆ เชียวละครับ) ชอบใส่เครื่องประดับเก๋ๆ (ดูจากรูปก็รู้)
ดูหนังฟังเพลงเรื่อยเปื่อย ที่สำคัญเธอเป็นคนรักษาสุขภาพเอามากๆ ยามว่างจะออกกำลังกายด้วยการเล่นโยคะเป็นประจำ
ดูจากรูปร่างเธอคงเดาได้ไม่ยาก

ส่วนน้องแคทก็หวานซะ
ส่วนน้องแคท ก็มีอะไรเด่นๆ ไม่แพ้กัน
สมัยเป็นนิสิตเธอมีส่วนร่วมในกิจกรรมหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นงานพิธีกร แถมยังเคยเป็นเชียรลีดเดอร์ของคณะอีกด้วย
น้องแคทเป็นคนชอบแสดงออก ยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่เก็บเรื่องเครียดมาเป็นอารมณ์
ด้วยอุปนิสัยและบุคลิกอย่างนี้นี่เอง ที่เธอเชื่อว่าทำให้คนรู้จักและจำเธอได้มากขึ้น
ยามว่างเธอมักชวนคุณแม่ไปเดินช๊อปปิ้ง และที่น่าสนใจคือเธอชอบกีฬาทางน้ำทุกประเภท
(มันมีกี่ประเภทกันนะ) แต่ที่โปรดปรานที่สุดเห็นจะเป็นการว่ายน้ำ อืมม
ดูแลรักษาสุขภาพกันดีทั้งคู่เลยนะครับ
มาถึงคำถามบังคับ : ทำไมพวกเธอจึงเลือกเดินในเส้นทางสายอาชีพนี้
น้องออยบอกเราว่า เธอไปสมัครพร้อมเพื่อนโดยไม่ได้ตั้งใจ ปรากฏว่าเพื่อนแห้วแต่เธอผ่าน
(โอ้ ใยชีวิตจึงเป็นเช่นนี้เล่า) จากนั้นเธอจึงเริ่มเปลี่ยนทัศนคติของตัวเเอง
"ถ้าอยากทำงานนี้ให้ดีก็ต้องมีทัศนคติที่ดีกับงานก่อน"เธอเปรียบเทียบให้ฟังว่า
เธอเป็นนักดนตรีและเคยเป็นครูสอนดนตรีมาก่อน นักดนตรีเล่นดนตรีเพื่อสื่อสารให้ผู้ฟังเกิดความสุขใจสบายใจ
งานนี้ก็ทำนองเดียวกัน ต้องดูแลผู้โดยสาร ยิ้มแย้มแจ่มใสเพื่อให้ผู้โดยสารเกิดความประทับใจ
จะกลับมาใช้บริการอีก (แหมไฟแรงจริงๆนะน้อง) ผมก็ว่างานนี้มันเหมาะกับเธอแล้วล่ะครับ
น้องแคทเล่าให้เราฟังว่า สมัยที่เธอยังอยู่ในชุดนักศึกษา
เธอมีโอกาสมาฝึกงานที่การบินไทยและเกิดความประทับใจหลายอย่าง ตั้งแต่นั้นมา
เธอจึงมุ่งมั่นที่จะนำตัวเองมาเป็นส่วนหนึ่งของการบินไทยให้ได้ โอ้....พระเจ้าจอร์จเธอยอดมาก
แล้วในที่สุดเธอก็สมหวัง เธอบอกกับเราว่าอาชีพนี้ทำให้เธอได้มีโอกาสเดินทางไปหลายแห่งในโลก
ได้ประสบการณ์ ได้รู้จักผู้คน ได้เห็นสถานที่ต่างๆ ที่ยังไม่เคยรู้จัก
เธอยังสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า จะตั้งใจทำงานให้เต็มที่สมกับที่เธอใฝ่ฝัน
(ถ้าสยามราชเค้าเรียกเทรนนะน้อง)
คำถามบังคับอีกนั่นแหละ : สุดท้ายอยากให้น้องข้อคิดเล็กน้อยให้กับน้องๆ
ที่สนใจอาชีพนี้
น้องออยบอกว่า ต้องเริ่มจากการมีทัศนคติที่ดีก่อน และผลลัพธ์ที่ดีจะตามมา
ตั้งใจจริง อย่าท้อแท้ ถ้าครั้งนี้ไม่ผ่านให้พยายามต่อไป เพราะบางทีคุณสมบัติของเราอาจไม่ตรงกับสายการบินนี้
แต่อาจจะไปเข้าตากรรมการของสายการบินอื่นก็ได้ หรือถ้ามีข้อสงสัยไม่รู้จะถามใคร
ให้ลองหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตหรือไม่ก็โพสต์ข้อความถามเพื่อนๆ ใน thaicabincrew.com
นั่นละดีที่สุด ให้ยิ้มสู้เข้าว่า และต้องมีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพให้มากเข้าว่า(เธอย้ำนักย้ำหนา)
ส่วนน้องแคทบอกว่าก่อนสมัครงานใดๆ ก็ตามต้องมีการวางแผนที่ดี
รู้จักตัวเอง เตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อม ที่สำคัญเรื่องของภาษาต้องคล่อง
รวมทั้งต้องศึกษาหาข้อมูลของสายการบินที่เราสนใจให้มากเข้าว่า (เข้าเว็บไซด์thaicabincrew
บ่อยๆ อีกนั่นแหละช่วยได้) และที่ขาดมิได้คือต้องรู้จักสร้างกำลังใจให้ตัวเองด้วยนะจ๊ะ
ได้เวลาอันสมควร ผมล่ำลาเธอด้วยน้ำตา
(เว่อร์แล้วปุ๊-myoldeditor) เพราะช่วงบ่ายต้องรีบนำต้นฉบับให้ให้ myoldeditor
ตรวจแก้ที่ร้านแจ่วฮ้อนแห่งหนึ่งย่านนนทบุรี
และนี่คือบทสัมภาษณ์เล็กๆ น้อยๆ ที่ทีมงาน
thaicabincrew.com ได้หยิบยกมาฝากให้เป็นข้อคิด ข้อเตือนสติ สิ่งเตือนใจหรืออะไรก็แล้วแต่สำหรับน้องๆ
ที่คิดและใฝ่ฝันจะเดินทางไปบนเส้นทางสายนี้ (ซึ่งขณะที่แก้ไขต้นฉบับอยู่นี้
น้องออยได้เดินทางไปอบรมที่ไต้หวันเรียบร้อยโรงเรียนจีนแล้ว) ส่วนน้องแคทใจเย็นๆ
นะ อีกไม่นานแล้วล่ะเพราะพี่ได้ข่าวมาอย่างนั้น และเมื่อถึงเวลานั้นพี่ๆ
และทีมงานทุกคนคอยเป็นกำลังใจให้ครับ
ทีมงาน thaicabincrew.com ขอปรบมือ (เสียงดังมาก) ให้กับน้องคนเก่งทั้งสองครับ
"แล้วแต่ปุ๊" ขอขอบคุณ
-น้องออยและน้องแคท
-สถาบัน Genex เอื้อเฟื้อสถานที่และประสานงานการสัมภาษณ์
เรื่องโดย
แล้วแต่ปุ๊ for www.thaicabincrew.com
© 2005 All Rights Reserved 03may05