การรับสมัครพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของบริษัทแจลเวย์ ระหว่างวันที่ 23-27 พฤษภาคม 2547 ณ โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ในครั้งนี้ คณะผู้จัดทำเว็บไซต์ Thaicabincrew.Com ได้รับอนุญาตจากผู้บริหารสายการบินแจลเวย์ เข้าไปเก็บภาพบรรยากาศการรับสมัครอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก

และนับเป็นเกียรติอย่างสูงที่ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณเกรียงศักดิ์ มุ่งนิรันดร์ ท่านมีตำแหน่งเป็น Deputy Vice President และ Deputy District Manager ซึ่งดูแลพนักงานต้อนรับทั้งหมดของสายการบินแจลเวย์ ซึ่งนอกจากท่านจะสละเวลาอันมีค่าอธิบายขั้นตอนการรับสมัครอย่างละเอียดแล้ว ยังได้ฝากเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่อาจเป็นประโยชน์กับผู้สมัครมาในโอกาสนี้ด้วย

ผม: เรียนถามคุณเกรียงศักดิ์ในเรื่องการรับสมัครพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินครั้งนี้ครับ
คุณเกรียงศักดิ์: ครั้งนี้ดูจะคึกคักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา โดยเฉพาะในวันแรกของการรับสมัคร โดยรวมแล้วคาดว่าจะมีผู้สมัครทั้งหมดประมาณ 2,500-3,000 คน และเนื่องจากขณะนี้มีการขยายเส้นทางการบินทำให้เรามีความต้องการพนักงานต้อนรับเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

ผม: ทราบว่าขณะนี้มีพนักงานต้อนรับประมาณ 800 คน
คุณเกรียงศักดิ์: มีแนวโน้มว่าจะยังไม่พอกับการขยายเส้นทางในอนาคตครับ นี่เป็นเหตุผลที่ต้องเปิดรับสมัครพนักงานปีละ 2 ครั้ง แต่ที่บางปีจำเป็นต้องเปิดรับครั้งเดียวนั้นเพราะมีปัจจัยบางอย่าง เช่น เหตุการณ์วันที่ 11 กันยายน หรือวิกฤตโรคซารส์ แต่อย่างที่เรียนให้ทราบว่าบริษัทมีแผนการขยายเส้นทางใหม่เพิ่มมากขึ้น เช่นทางเอเชียโอเชียเนีย (ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์) หรือในเส้นทางเดิมแต่เพิ่มความถี่ของเที่ยวบิน เนื่องจากบริษัทแม่ (JAL-Japan Airlines) ปล่อยเส้นทางให้แจลเวย์บินมากขึ้น ผมขอยกตัวอย่างความเป็นไปได้ในอนาคต ทุกเที่ยวบินจากกรุงเทพสู่สถานีปลายทางในประเทศญี่ปุ่นจะใช้ลูกเรือแจลเวย์ทำการบินทั้งหมด โดยอาจเป็นในรูปของ Wet Lease (บินโดยเครื่องของ Japan Airlines แต่ใช้พนักงานแจลเวย์) และจากทุกสถานีในประเทศญี่ปุ่นสู่ฮาวายจะเป็นเส้นทางที่ทำการบินโดยสายการบินแจลเวย์ทั้งหมดด้วยเช่นกัน

ผม: ผมค่อนข้างประหลาดใจที่สายการบินแจลเวย์ไม่รับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินจากชาติอื่นเลย
คุณเกรียงศักดิ์: ต้องขอเรียนว่าคนไทยมีศักยภาพสูงในการทำงานบริการ ในตอนแรกมีการพูดถึงการรับสมัครพนักงานต้อนรับจากชาติอื่นด้วยเหมือนกัน เช่น สิงคโปร์ แต่ดู Feed Back แล้วทำให้ผู้บริหารเลือกที่จะรับพนักงานคนไทยมากกว่าครับ

ผม: หมายความว่า Performance บนเครื่องบิน?
คุณเกรียงศักดิ์: เป็นความภูมิใจร่วมกันของผู้บริหารและพนักงานทุกคนครับ ขอเรียนว่าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินแจลเวย์ได้รับคำชมมากจากผู้โดยสาร นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่บริษัทแม่ปล่อยเที่ยวบินใหม่ๆ ให้เรามากขึ้น แต่เรื่องการสื่อสารกับผู้โดยสารชาวญี่ปุ่นทำให้เรามีความจำเป็นต้องรับสมัครพนักงานต้อนรับชาวญี่ปุ่นขึ้นมาร่วมทำงานด้วย ทั้งนี้เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้น

ผม: มีปัญหาการทำงานบ้างหรือไม่ครับระหว่างลูกเรือไทยและลูกเรือต่างชาติ
คุณเกรียงศักดิ์: ค่อนข้างทำงานไปกันได้ดีและราบรื่น อาจเป็นเพราะว่าทั้งลูกเรือไทยและลูกเรือญี่ปุ่นเป็นพนักงานใหม่เหมือนกัน รับเข้ามาด้วยมาตรฐานเดียวกัน ดังนั้นจึงไม่มีความแตกต่างหรือเหลื่อมล้ำ การ Promotion ก็เป็นไปอย่างยุติธรรม ขณะนี้มีลูกเรือไทยทำงานในตำแหน่งเพอร์เซอร์หลายคนแล้วนะครับ

ผม: ขอย้อนกลับมาคุยเรื่องการรับสมัครในครั้งนี้ ไม่ทราบว่าในทัศนคติของท่าน ท่านมี "รูปแบบ" พนักงานต้อนรับในใจบ้างหรือไม่ครับ
คุณเกรียงศักดิ์ : เคยได้ยินมาเหมือนกันครับว่าใครมาสมัครลูกเรือ แจลเวย์ ต้องขาวสวยหมวย ต้องขอเรียนว่า "หน้าตา" ซึ่งในที่นี่รวมไปถึงการแต่งกายที่เหมาะสมถือเป็น First Impression แต่ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ อธิบายยากครับว่าผมต้องการพนักงานต้อนรับแบบไหนเพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ดูเหมือนคนที่มีบุคลิกดี คุยดีมีเหตุผลและค่อนข้าง "เรียบร้อย" จะเป็นที่ถูกใจคณะกรรมการครับ

ผม: ไม่ทราบครั้งนี้รับพนักงานทั้งหมดกี่คนครับ
คุณเกรียงศักดิ์: คาดว่าประมาณ 200 คน แต่อาจเผื่อไว้สักหน่อยในกรณีที่บางคนอาจตกขั้นตอนตรวจร่างกาย ต้องขออธิบายเพิ่มเติมตรงนี้นิดนึงครับ เพราะมีเรื่องสับสนกันมากในเรื่องการตรวจร่างกาย ตามปกติแล้ว พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่ผ่านการสัมภาษณ์รอบสองแล้วจะต้องเข้ารับการตรวจร่างกายทุกคนที่โรงพยาบาลกรุงเทพ หลังจากนั้นผลการตรวจร่ายกายจะถูกส่งไปตรวจสอบอีกครั้งโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (เหมือนเวชศาสตร์การบิน) ที่ประเทศญี่ปุ่น ปัญหาเกิดขึ้นตรงนี้ครับ เพราะผู้สมัครบางคนอาจมีสุขภาพสมบูรณ์จริง แต่จากการตรวจสอบโดยละเอียดแล้วเห็นว่า "สุขภาพแข็งแรง" จริงตามปกติทั่วไป แต่ "ไม่เหมาะ" ที่จะทำงานบนอากาศ แต่อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจร่างกายที่เราได้รับจากญี่ปุ่นถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ทุกฝ่ายต้องยอมรับครับ

ผม: รอยสักครับ
คุณเกรียงศักดิ์: ไม่รับแน่นอนครับ หากผู้สมัครนั้นๆ มีรอยสักในที่ซึ่งสามารถเห็นได้ชัดเจน และเราได้รับรายงานจากแพทย์เพิ่มเติมในขั้นตอนการตรวจร่างกาย ซึ่งคณะกรรมการจะพิจารณากันอีกครั้ง

ผม: การพิจารณาพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินครั้งนี้มีขั้นตอนอย่างไรบ้างครับ
คุณเกรียงศักดิ์: เริ่มจากวัดส่วนสูงและชั่งน้ำหนัก ตรวจเอกสาร กรอกใบสมัคร จากนั้นสัมภาษณ์สองรอบ ขอเรียนว่าการสัมภาษณ์รอบแรกจะสามารถสกรีนผู้สมัครผ่านเข้าไปสู่การสัมภาษณ์รอบสองได้ประมาณ 20% หรือประมาณ 400 ถึง 500 คนแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจต้องเผื่อไว้หน่อยตามเหตุผลเรื่องตรวจร่างกายที่เรียนไว้

ผม: ขอเรียนถามเรื่องสัญญาการทำงาน
คุณเกรียงศักดิ์: เมื่อผู้สมัครทุกคนผ่านการตรวจร่ายกายแล้ว ยังต้องผ่านการเทรนอีกหลายขั้นตอน ในเรื่อง Service Training นั้นเราฝึกที่กรุงเทพ ส่วนเรื่อง Safety และ Emergency ซึ่งสายการบิน แจลเวย์ ให้ความสำคัญที่สุดเป็นอันดับแรกนั้นไปฝึกที่ประเทศญี่ปุ่น และเมื่อผ่านการฝึกเสร็จสิ้นตามกระบวนการแล้ว พนักงานทุกคนจะได้รับสัญญาการจ้างงานกับบริษัทเป็นเวลา 5 ปี หลังจากนั้นสามารถต่อสัญญาได้อีกคราวละ 5 ปีทั้งนี้ทั้งนั้นการจะต่อหรือไม่ต่อสัญญาขึ้นอยู่กับ Performance ของพนักงานคนนั้นด้วย เรามีระบบการ Evaluate ที่เป็นธรรม มีคณะกรรมการตรวจสอบในทุกด้านว่าพนักงานคนนั้นเหมาะสมเพียงใดที่จะได้รับการต่อสัญญา

จากการพูดคุยกับคุณเกรียงศักดิ์ในครั้งนี้ คาดว่ากระแสความนิยมของแจลเวย์จะเพิ่มขึ้นแน่ๆ หากการบินไทยยังยืนยันจะรับสมัครพนักงานโดยใช้ระบบ Outsource น้องๆ ที่กำลังมีความคิดจะสมัครงานในตำแหน่งพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินควรต้องใช้วิจารณญาณให้มากขึ้นในการพิจารณาครับ

ขอขอบพระคุณ คุณเกรียงศักดิ์ มุ่งนิรันดร์ Deputy Vice President และ Deputy District Manager ของบริษัทแจลเวย์ที่เอื้อเฟื้อข้อมูล เราคงได้มีโอกาสพูดคุยกับน้องแอร์แจลเวย์ในโอกาสต่อไปครับ


by myoldeditor ©2004 All Rights Reserved
26may04