รู้สึกอย่างไรหลังออกจากห้องสัมภาษณ์ ? บอกได้เลยว่ามั่นใจกว่าเมื่อครั้งสมัครปี
2000 หลายเท่า
การเตรียมตัวของผมตอนสมัครปี 2000 หรือครับ? คงเหมือนกับที่เพื่อนๆ
เตรียมตัวนั่นแหละ อย่างแรกคือหาความรู้จากเว๊บไซต์
thaicabincrewdotcom หาหนังสือที่เกี่ยวกับอาชีพนี้มาอ่าน หรือไม่ก็ถามเพื่อนๆ
ที่ทำงานอยู่ในแวดวงการบิน

วันสัมภาษณ์ผมใส่สูทครับ คำถามส่วนใหญ่ก็ไม่พ้นจากที่เห็นกันในเว็บไซต์แห่งนี้
แต่ทั้งๆ ที่รู้มาก่อนก็ไม่เคยลองนั่งหน้ากระจกและพูดกับตัวเองดูซักครั้ง
จะเป็นการดีหากเราได้มีโอกาสสังเกต movement
ของเราเองในขณะสัมภาษณ์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้มือ แขน ศรีษะ และสายตาว่าดูดี
มีสง่าหรือเกร็งๆ ไม่เป็นธรรมชาติ มี eye contact กับผู้ฟังบ้างหรือไม่
หรือจ้องแต่เพดาน มองพื้น หรือมองผ่านกรรมการไปที่ผนังด้านหลัง ซึ่งผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้นี่เองที่เราน่าจะลองทำก่อนวันสัมภาษณ์จริงๆ
ไม่เฉพาะกับงานสายการบิน แต่เทคนิคเบื้องต้นเหล่านี้สามารถนำไปใช้กับการสัมภาษณ์งานอื่นๆ
ได้ด้วยเช่นกัน เพราะหากคุณมีน้ำเสียง จังหวะการพูด
และลีลาท่าทางที่น่าประทับใจแล้ว ผมเชื่อว่ามันจะช่วยดึงความสนใจจากผู้ฟังได้อีกแรงหนึ่ง
แม้ว่าคำตอบของคุณจะดูธรรมดา แต่หากคุณสามารถนำปัจจัยข้างต้นมาใช้ได้อย่างสมบูรณ์
ผมเชื่อว่าคุณจะมีโอกาสเพิ่มขึ้น
แต่ผมเองก็ไม่ได้ทำ เมื่อประกาศผลจึงแห้วตามคาด
พลาดตรงไหนหรือครับ? กรรมการให้ผมเดินตามแนวเส้นในห้องสัมภาษณ์
มันแย่ที่ผมตั้งใจเดินมากไป จึงตอบคำถามโดยไม่ได้มองกรรมการเลย
แล้วยังมีคำถามง่ายๆ ที่ผมตอบไม่ได้อีกด้วย นั่นยิ่งทำให้บรรยากาศโดยรวมในห้องสัมภาษณ์ดูตึงเครียด
เป็นการเป็นงาน และแทบไม่มีเสียงหัวเราะใดใดเลย
ผิดหวังสิครับ จริงๆ แล้วสมน้ำหน้าตัวเองมากกว่าที่ประมาทและเตรียมตัวไม่ดีพอ
แต่ชีวิตย่อมมีทางเดินของมัน ผมจึงเลือกที่จะทำงานออฟฟิศอยู่หนึ่งปี
และตัดสินใจไปเรียนต่อปริญญาโทด้าน E-Business Management ที่ออสเตรเลีย
ด้วยหวังว่าจะได้งานดีๆ มีรายได้ที่มั่นคงต่อไป
เรียนจบกลับมาก็ได้งานที่รายได้ค่อนข้างดี และชีวิตของผมคงจะดำเนินไปเรื่อยๆ
หากไม่มีการประกาศรับสมัครลูกเรือการบินไทยในปี 2003 ผมนั่งทบทวนสิ่งต่างๆ
ที่ผ่านมา มองไปยังอนาคตของตัวเอง ความชอบ ความรักในงานที่ตัวเองเคยใฝ่ฝัน
และนั่นคือเหตุผลที่ผมตัดสินใจไปสมัครอีกครั้ง
อะไรที่ทำให้ผมกลับมา
ต้องติดตามครับ

text edited by myoleditor ©2004
All Rights Reserved
08mar04