มาดูไบเที่ยวนี้ผมมีเวลาเตรียมตัวไม่มากนัก แม้กระนั้นก็ยังทันได้ซื้อข้าวสารอาหารแห้งไว้กินกันตายบ้างเล็กน้อย ท่านที่เคยอ่านงานเขียนที่ผ่านมาเกี่ยวกับสถานีดูไบ คงทราบดีว่าห้องพักสำหรับลูกเรือที่นี่มิได้มีเพียงห้องนอนห้องน้ำอย่างสถานีอื่นๆ หากยังมีห้องนั่งเล่นกว้างขวางและ Pantry เล็กๆ ซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์หุงต้มจำพวกหม้อชามรามไหแถมมาให้ด้วย เราจึงสามารถนำอาหารที่เตรียมจากกรุงเทพมาอุ่นทานได้บ้างตามสมควร

นี่จึงเป็นโอกาสอันดีที่ลูกเรือมักมารวมกันที่ห้องใครห้องหนึ่ง และสถาปนาห้องพักนั้นให้เป็น Crew Lounge ที่เราได้มีโอกาสพูดคุยและทำความรู้จักกันมากขึ้น ต้องขอบคุณน้องเต้ ที่มีจิตใจอันเป็นกุศลเสียสละห้องนอนเพื่อส่วนรวมในครานี้

ด้วยความสนิทสนมส่วนตัว ก่อนมาดูไบผมได้โทรศัพท์นัดหมายน้องฝ้าย แอร์สายการบิน Gulf Traveler เพื่อพูดคุยสัมภาษณ์ ตั้งใจให้เป็น Exclusive Interview from Dubai ประมาณนั้น แต่นัดหมายระหว่างผมกับเธอมีอันต้องยกเลิกด้วยเธอมีธุระกลับกรุงเทพกระทันหัน ผมจึงออกจะเคว้งๆ ในตอนแรก เพราะหมดมุขคิดไม่ออกว่าจะเขียนเรื่องอะไรดี

แต่แล้วผมก็ได้เจอน้องโก้ วิทวัส ทวีวงศ์ ณ อยุธยา สจ๊วตเด็กๆ ที่ทำงานการบินไทยมาไม่ถึงสามปี เมื่อได้คุยด้วยจึงเห็นว่ามีเนื้อหาน่าสนใจมิน้อย ถ้าถือเป็นมวยก็มิใช่มวยแทนหรือมวยคั่นรายการ หากเป็นมวยคู่เอก super flight ระดับไทสันโฮลิฟิลด์เลยทีเดียว ผมจึงมิได้เสียดายอะไรมากนักที่มิได้เจอน้องฝ้ายในครั้งนี้

โชคดีที่ผมเป็นคนตัดใจในเรื่องอะไรๆ ได้ง่ายๆ …

เราพูดคุยท่ามกลางบรรยากาศอึกทึกครึกโครมของห้อง Crew Lounge ที่ทุกอณูของห้องเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงสรวลเสเฮฮา ลูกเรือไทยเราก็เป็นอย่างนี้ เวลาทำงานเราก็ทำกันเต็มที่ ส่วนเวลาพักผ่อนเราก็สนุกกันไม่ยั้ง คนที่ทำงานบนความสูงมากกว่าสามหมื่นฟิตคงไม่มีเวลาไตร่ตรองอะไรมากนักเกี่ยวกับชีวิต …หรือเป็นเพราะเรารู้เท่าทันมันเสียแล้ว…

… เราจะได้สนุกกันอย่างนี้อีกหรือไม่ … ในวันพรุ่ง
ตัวผมเอง … ก็ยังมิกล้าตอบ

โก้เป็นผู้ชายรูปร่างสันทัด หน้าตาคมสันและสดใสเหมือนลูกเรือรุ่นผมเมื่อราวสิบปีก่อนโน้น น้ำเสียงเรียบๆ เรื่อยๆ ของเค้าทำให้ผมง่วงนอน โก้จึงต้องชวนผมชนแก้วอยู่บ่อยๆ ตลอดการสนทนา ในมือของโก้ถือน้ำส้มแต่ของผมนั้นถือน้ำขมๆ ผสมโซดาโค้ก คุยได้ไม่นานผมก็ง่วงถึงขีดสุด หลับฟุบไปกับโต๊ะเมื่อไหร่ไม่รู้

มันน่าตกใจไม่น้อยที่สุขภาพของผมอ่อนแอจนสังเกตได้ กลับจากไฟลท์ยาวๆ ที่บินข้ามวันข้ามคืนผมต้องนอนพักผ่อนเกือบสองวันกว่าร่างกายจะเข้าที่เข้าทาง บางครั้งนอนยาวจนแม่นึกว่าตาย มันทำให้ผมนึกถึงสมัยที่พวกผมยกโขยงไปเกาะพงัน ซึ่งในสมัยนั้นยัง "เถื่อน" แต่บริสุทธิ์ มีกระท่อมหลังคามุงจากสำหรับนักท่องเที่ยวไม่กี่หลัง เราขึ้นเรือนอนจากบ้านดอนตอนกลางดึก กว่าจะถึงเกาะพงันก็เช้าพอดี จากนั้นนั่งเรือหางยาวต่อไปอ่าวขวด (ชื่อภาษาอังกฤษโคตรเท่ - Bottle Beach) ที่นั่นพวกเราถูกหลอกให้กินข้าวกับไข่เจียวใส่เห็ดเมา ผมจำได้ว่าพวกเรากินกันอย่างเอร็ดอร่อยหลายจาน แต่หลังจากนั้นไม่นานก็พร้อมใจกันอ้วกแตกอ้วกแตนแทบหมดไส้หมดพุง และหลับไปสองวันสองคืนจนพี่ที่บังกาโลต้องไปเรียกหมอจากสุขศาลามาดูด้วยกลัวว่าพวกเราจะตาย

นั่นเป็นประสบการณ์เมาเห็ดครั้งแรกของผม …

กลับมาที่ดูไบ ...

คืนต่อมาเรามีปาร์ตี้เล็กๆ ฉลองวันเกิดให้น้องโก้ ซึ่งมีอายุครบ 28 ปีพอดีในวันนี้ ผมไม่รู้มาก่อน แต่ก็มีน้องบางคนอุตส่าห์เตรียมการ์ดวันเกิด เค้กก้อนเล็กและเทียนมาจากบ้าน กัปตันและพี่ลภเพอร์เซอร์ของผมก็มาแจมด้วย ผมเต็มตื้นด้วยความรู้สึกอะไรบางอย่าง มันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุข แม้เราจะห่างบ้านนับหมื่นกิโลเมตร แต่น่าดีใจที่ยังมีพี่ๆ เพื่อนๆ รายล้อมรอบตัวในวันเกิด ไม่แปลกหรือครับ ที่อุตส่าห์มีเทียนวันเกิดมาให้คุณเป่าถึงดูไบ

แฮบปี้เบิรท์เดย์ครับน้องโก้ …

ผมนั้นเป็นมนุษย์เงินเดือนและเปอร์เดี้ยมตัวจริง บินเพื่อจะรับเงินรายวันและรับเงินอีกก้อนเมื่อถึงปลายเดือน หากไม่นับอาชีพการเป็นสจ๊วตแล้ว ก็มีแต่งานเขียนสัพเพเหระเท่านั้นที่ทำอยู่ทุกวันนี้ ความคิดที่จะประกอบธุรกิจอื่นใดไม่เคยอยู่ในหัว เหตุผลหลักก็คือขาดความขยัน (ขี้เกียจ?) อย่างรุนแรงและไร้ซึ่งความกระตือรือร้น (เฉื่อยชา?) ผมจึงอดทึ่งไม่ได้เมื่อเห็นคนที่ขยันทำมาหากินตัวเป็นเกลียว

… โก้ก็เป็นคนหนึ่งในจำนวนนั้น

การอบรมเลี้ยงดู สภาพแวดล้อมในวัยเด็ก และประสบการณ์ทั้งมวลในวันวานหลอมให้เราเป็นเราในทุกวันนี้ โก้ก็ดำเนินตามรอยเก่าๆ อย่างที่เขาเคยเห็นในอดีต พี่ชายของโก้เป็นเจ้าของสถานบันเทิงทอรัส (Taurus) โก้จึงได้คลุกคลีกับกิจการดังกล่าวตั้งแต่เป็นนักเรียนมัธยม และเริ่มมีความหวังเล็กๆ ที่จะมีผับเป็นของตนเองบ้างในอนาคต

หลังจากจบมัธยมจากโรงเรียนจิตรลดา โก้มาจบปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) จากนั้นจึงเข้าไปช่วยงานพี่ชายอย่างเต็มตัวโดยรับผิดชอบเรื่องสื่อและประชาสัมพันธ์ ช่วยงานอยู่ที่นั่นไม่นานก็สอบเข้าเป็นสจ๊วตการบินไทยด้วยเป็นความฝันตั้งแต่ยังเด็ก ทำงานเก็บเงินซักพักก็เริ่มเห็นลู่ทางประกอบธุรกิจเป็นของตัวเองตามที่ใฝ่ฝัน

….


ลูกเรือไทยใส่ Rolex ทำกับข้าว ให้มันรู้ซะมั่งไผเป็นไผ

ตกเย็นบรรยากาศในห้อง Crew Lounge ก็เริ่มคึกคักขึ้นเป็นลำดับ น้องๆ ร่วมไฟลท์ทยอยมาจนครบ นานมาแล้วที่ผมไม่เห็นลูกเรือทั้งไฟลท์ลงมาร่วมสนุกกันพร้อมเพรียงแบบนี้ บ่อยครั้งที่ใน crew lounge มีเพียงผมและเพื่อนลูกเรืออีกคนสองคนนั่งกินข้าวกันเงียบๆ

… ยังสงสัยอยู่ว่าลูกเรือคนอื่นเค้าแอบไปอยู่ที่ไหนกันหมด

กับข้าวหน้าตาดีถูกลำเลียงขึ้นโต๊ะ มีอะไรบ้างล่ะ สปาเกตตีซอสไก่ของน้อง ไข่ผัดแหนมของมดโคไพล็อต ไก่ย่างของปุย ผัดผักรวมของมิงค์ แกงเขียวหวานไก่ของพี่ลภ เนื้อย่างของเอ แกงจืดผักกาดขาวของนุ่น ฯลฯ ส่วนผมมีแต่ท้องว่างๆ ไม่ได้ลงทุนอะไรกับเค้าเลย พวกเราทานข้าวร่วมกันอย่างเอร็ดอร่อย ผมทานไปสัมภาษณ์โก้ไป อิ่มดีแล้วก็ล้างปากด้วยขนมไทยของน้องปริม คุกกี้ของพี่คึ้ง เต้าฮวยฟรุตสลัดของโก้ แพนเค้กของเอและป๊อกกี้รสลาบของเต้

รายการหลังนี่ผมเหมาคนเดียวสองกล่อง เนื่องจากชอบกลิ่นข้าวคั่วและผงชูรสเป็นพิเศษ


โถที่ตั้งเด่นตระหง่านกลางโต๊ะคือที่ใส่น้ำแข็ง ไม่ใช่กระโถนขนาดใหญ่แต่อย่างใด

หมดเรื่องกินนึกว่าจะแยกย้ายกันกลับห้องใครห้องมัน โดยการนำของพี่ลภเพอร์เซอร์ พวกเราขยับขยายจากโต๊ะกินข้าวลงมาที่โซฟา ทุกคนร่วมเล่นเกมส์ที่มีกติกาง่ายๆ อย่างสนุกสนาน


อะไรมันจะสนุกกันขนาดนั้น ท่า channel V แสดงแบบโดยพี่คึ้ง

โชคดีที่ห้อง Crew Lounge เป็นห้องมุมสุดตัวตึก เสียงเอะอะโวยวายของพวกเราจึงไม่ได้สร้างความรำคาญใจให้กับแขกห้องข้างเคียงแต่อย่างใด

…

"ผมเปิดร้านมาหกเดือนแล้วครับ ตอนแรกก็คิดกับเพื่อนๆ หุ้นส่วนว่าจะใช้ชื่อร้านอะไรดี แต่ก็มาลงตัวที่ชื่อ "นั่งเล่น" เพราะเห็นว่ามันเป็นชื่อที่ติดปากดี เหมือนเวลาเพื่อนชวนกันไปที่ไหน เราก็มักตอบว่าไปหาที่นั่งเล่น พวกเราเลยตกลงใช้ชื่อนี้แหละดีที่สุด"

นอกจากอาชีพสจ๊วตแล้ว โก้ยังได้ลงขันกับเพื่อนสนิทจากหลากหลายอาชีพ เปิดร้านอาหาร (Pub & Restaurant) ละแวกซอยเอกมัย โก้บอกผมว่างานร้านอาหารถือเป็นงานอดิเรก โดยใช้เวลาว่างจากการบินมาดูแลร้าน โดยโก้ยังคงรับผิดชอบในส่วนที่ตนเองถนัดคืองานด้านประชาสัมพันธ์และติดต่อสื่อ เขายังไม่วายประชาสัมพันธ์กับผมว่า หากมีเวลาว่างอยากให้ลองมาที่ร้าน และอย่าลืมสั่งปลากระพงผัดพริกไทยดำหรือกุ้งแม่น้ำผัดผงกระหรี่ อาหารจานเด็ดของร้านที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

… ผมได้ยินแล้วก็กลืนน้ำลายเอื๊อก ไอ้อยากไปนั้นก็อยากอยู่ แต่บ้านผมอยู่เมืองนนท์จะให้ถ่อไปดื่มเหล้าถึงเอกมัยมันก็เกินไป ขาไปน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ขากลับขับรถกลับบ้านมันไม่ค่อยสนุกนัก

นอกจากเมนูที่โก้แนะนำ โก้ยังสาธยายต่อไปว่าที่ร้านยังมีอาหารอร่อยๆ ให้เลือกอีกมากกว่า 100 จานรวมทั้งอาหารยอดฮิตอย่างยำผักบุ้งกรอบ คอหมูย่าง หรือข้อไก่ทอด แถมยังคุยให้ผมฟังอีกว่า ร้านอาหารบรรยากาศดีๆ มีวงดนตรีที่สร้างบรรยากาศคึกคักแบบร้านนั่งเล่นนี่หาได้ไม่ง่ายๆ นะพี่ จะเลือกนั่งในส่วนที่เป็นโซฟาหรือเก้าอี้ไม้ก็แล้วแต่รสนิยมของแต่ล่ะคน และร้านผมก็กว้างขวางไม่อึดอัด ด้านในจุได้ร่วม 300 คน ส่วนโอเพ่นแอร์ด้านนอกก็กว้างขวางไม่แพ้กัน

... สมศักดิ์ศรีฝ่ายประชาสัมพันธ์ของร้านจริงๆ

ผมเป็นคนนิยมทานอาหารตามร้านข้าวต้มหรือไม่ก็ร้านอาหารริมแม่น้ำใกล้บ้าน และมิใคร่ชอบการเที่ยวกลางคืนเท่าไหร่นัก ด้วยรู้สึกว่าตัวเองพ้นวัยนั้นไปแล้ว แต่เมื่อโก้สาธยายให้ฟังก็ออกจะเคลิ้มๆ อยู่ ผมอาจชวนเพื่อนร่วมก๊วนไปอุดหนุนโก้ซักครั้งในเร็วๆ นี้

บอกตรงๆ ว่าผมฟังโก้อธิบายก็ยังนึกไม่ออกว่าร้าน "นั่งเล่น" ของเขาอยู่ตรงไหน ละแวกเอกมัยก็เป็นอีกย่านหนึ่งที่ผมไม่ค่อยเชี่ยวชาญ มีธุระไปแถวนั้นเมื่อไหร่ก็หลงมันทุกครั้ง ดังนั้นท่านผู้อ่านที่สนใจคงต้องไปหาร้านเอาเอง หากไปไม่ถูกหรือต้องการจองโต๊ะ (โดยเฉพาะคืนศุกร์เสาร์ที่แน่นเอี้ยด) โทรไปสอบถามได้ที่เบอร์ 0-2711-6564-5

อย่าลืมจำภาพโก้ไว้ให้แม่นๆ เจอเจ้าตัวกระซิบบอกว่าอ่านเรื่องนี้จากเว็บไซต์ thaicabincrewdotcom มีส่วนลดพิเศษให้ครับ
…

ดั่งที่ทราบกัน เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็ว นี่เป็นการมาดูไบครั้งแรกที่ผมมิได้ออกไปนอกโรงแรมเลย ชีวิตของผมสี่คืนสามวันที่นี่วนเวียนอยู่สามที่ คือห้องตัวเอง ห้อง Crew Lounge และใช้เนตฟรีที่ Business Center

ถึงเวลาที่ผมต้องกลับไปเผชิญกับโลกแห่งความเป็นจริงอีกครั้งแล้วครับ

จนกว่าเราจะพบกันใหม่ ...



โดยกำแหงหาญ ©2003-2004 All Rights Reserved
17oct03