หนึ่ง ตีระ แสงธงทองเป็นสจ๊วตอีกคนที่ไปบินโซนยุโรปในคราวนี้ โชคดีที่หนึ่งเป็นเพื่อนเก่าของผมสมัยเรียนมัธยม จึงไม่ยุ่งยากนักที่จะสอบถามความในใจเกี่ยวกับประสบการณ์ครั้งแรกบนเครื่องจัมโบ้ของหนุ่มหล่อหุ่นล่ำเพื่อนผมคนนี้ สรรพนามที่เราใช้ในชีวิตจริงไม่ไพเราะเพราะพริ้งดั่งปรากฏในนี้หรอกครับ แต่เพื่อมิให้อุจาดผมขออนุญาตใช้สรรพนามที่สุภาพคือผมและคุณแทนก็แล้วกัน
ผม: ทำงานมากี่ปีเนี่ยกว่าจะได้ขึ้นยุโรป
หนึ่ง: เจ็ดปี
ผม: นานมาก ชอบไม๊
หนึ่ง: ชอบอะไร
ผม: ชอบบินยุโรปไง
หนึ่ง: เพิ่งบินไฟลท์เดียว จะรู้ได้ไงชอบไม่ชอบ
ผม: เออจริง ไฟลท์แรกนี่หว่า
แค่เริ่มต้นสัมภาษณ์ก็เกือบมีการวางมวยกันแล้ว นี่เห็นเป็นเพื่อนเก่าหรอกเลยให้อภัย
ผม: พูดดีๆ ตั้งใจหน่อย จะเอาไปลงเว็บ
หนึ่ง: เออ เร็วๆ หน่อยและกัน รถจะออกแล้ว
ผม: ไม่รู้สึกว่าตัวเองแก่ไปเหรอกับการบินยุโรป
หนึ่ง: แก่ แต่ไม่รู้ทำไง
ผม: แล้วทำไมไม่ขอบินแถวนี้เหมือนเดิม
หนึ่ง: อยากหาความแปลกใหม่ให้ชีวิตว่ะ บินอยู่แถวนี้มันก็เป็นอย่างที่เห็นแหละ ไม่บินในประเทศก็วนเวียนอยู่ไซง่อน ฮานอย สิงคโปร์ ดีหน่อยก็ได้ไปญี่ปุ่น ซึ่งนานๆ จะได้ซักไฟลท์ ที่สำคัญผมไม่ชอบการขึ้นๆ ลงๆ หลายรอบกว่าจะจบไฟลท์ (เราเรียกกันว่าสี่แลนด์ คือบินสี่แลนด์ดิ้งกว่าจะได้กลับบ้าน) แล้วก็ต้องแต่งตัวออกจากบ้านทุกวัน ขับรถไปๆ มาๆ เปลืองน้ำมันด้วย
ผม: ไม่มีคนซักเสื้อให้น่ะสิ (ผมแหย่มันไปงั้นแหละ รู้ทั้งรู้ว่าเพื่อนยังหาแฟนไม่ได้)
หนึ่ง: (ทำเป็นไม่สนใจ) แล้วผมเห็นว่ามันเป็นความก้าวหน้าของอาชีพด้วย ชอบไม่ชอบก็ควรลองไปซักปี ถ้าเห็นว่าปรับตัวไม่ได้ค่อยกลับมาบินเหมือนเดิม
ผม: แล้วมีปัญหากับการเปลี่ยนเวลาบ้างไม๊ (อย่าลืมว่าเวลาที่นครลอสแอนเจลีสแตกต่างจากกรุงเทพสิบสี่ชั่วโมง) ใครกินไม่ได้นอนไม่หลับมีปัญหาแน่
หนึ่ง: ผมมีปัญหาเรื่องการนอนบ้างในคืนแรกที่ไปถึง แต่คืนที่สองก็ปรับตัวได้ จริงๆ ไม่รู้ว่าปรับตัวหรือง่วงจนทนไม่ไหวกันแน่ ส่วนการนอนบนเบอร์ท (Berth-ห้องพักผ่อนของลูกเรืออยู่ด้านหลังของเครื่อง 747) ก็มีปัญหาเหมือนกัน มันเหมือนนอนอยู่ในเรือที่โคลงและแคบ และการนอนทั้งยูนิฟอร์มมันให้ความรู้สึกแปลกๆ ว่ะ