สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ ชาว thaicabincrew.com วันนี้แล้วสินะที่ฝันเป็นจริงกับสายการบิน EVA Air
เราเคยคิดนะ ว่าถ้าได้แอร์ที่ไหนสักที่หนึ่ง ก็อยากกลับมาเขียนเล่าเรื่องราว ประสบการณ์ของตัวเองให้เพื่อนๆ ฟัง จนวันนี้ก็เป็นทีของเหมียวบ้างแล้ว

คิดไปคิดมาจะเล่าแบบไหนดีน่า เพราะเคยอ่านของแต่ละคนในนี้เนี่ย เป็นนักเขียนปากกาเซียนกันทั้งนั้นเลย เราก็เลยคิดว่าจะมาเล่าประสบการณ์ของตัวเองแบบ Q & A ดีกว่า (ไม่ใช่ไร กลัวเขียนเป็นบทความยาวๆ แล้วเพื่อนๆ จะเบื่อสำนวนเราไปซะก่อนนะ) จะเริ่มแล้วนะ ตามมาอ่านกันได้เลย

Q : รู้ข่าวสมัครแอร์ของ EVA Air มาจากไหนอ่ะ
A : อันนี้รู้จาก TCC และเค้าก็ประกาศลง ใน Bangkok Post ด้วย เค้าให้ไปยื่นใบสมัครด้วยตัวเองที่สำนักงานของ EVA Air ที่ airport หรือไม่ก็ส่งไปรษณีย์ ก็ได้ ส่วนของเรา เราก็เลือกส่งไปรษณีย์ เพราะต้องทำงาน ไม่มีเวลาไปยื่นเองนะ

Q : แล้วนาน ไหมกว่าเค้าจะเรียกสัมภาษณ์อ่ะ
A : รออยู่ 3 เดือนได้อ่ะ เราส่งใบสมัคร เดือนกรกฎาคมโทรมาเรียกไปทำข้อสอบ วันที่ 28 กันยาอ่ะ

Q : ไปสอบอะไรบ้างอ่ะ แล้วสัมภาษณ์ยากไหม
A : ก็สอบภาษาอังกฤษ ข้อสอบเป็นตัวเลือกอ่ะนะ ไม่ยากหรอก เพราะเหมือนเค้าจะวัดความรู้ด้านไวยากรณ์ทั่วไป Vocab แล้วก็ความเข้าใจ มี ทั้งหมด 50 ข้อ สอบเสร็จ วันที่ 29 กับ 30 เป็นวันสัมภาษณ์ เราได้สัมภาษณ์วันที่ 30 แต่เอาเข้าจริง เค้าเลื่อนเป็นวันที่ 29 หมด ตอนนั้นคัดจากใบสมัครประมาณ 1500 เหลือ 215 ทำข้อสอบและสัมภาษณ์ จริงๆ จะเรียกว่าสัมภาษณ์ก็ไม่ถูก เพราะรอบนี้ ก็เข้าไปทีละ 5 คนมีกรรมการนั่งกันอยู่ 5 เหมือนกัน (เราได้เลื่อนมารอบบ่ายของวันที่ 29 นะ เห็นเพื่อนบางคนที่ได้รอบเช้าบอกกรรมการมี 3 คนบ้าง 4 คนบ้างนะ) เข้าไปเดินให้ดูรอบนึง แล้วก็ยืนเรียงหน้ากระดาน ตรงหน้ากรรมการ แล้วกรรมการเค้าจะยื่นบทความให้อ่าน ก็อ่านออกเสียงกันไป ตอนเราอ่านนี่ ขอบอกว่า น้ำเสียงดี ท่าทาง นิ่งมาก แต่ขาสั่น พั่บ พั่บ เลย ดีว่าคุมอยู่

Q ; ถึงขาจะสั่น ก็ผ่านเข้ารอบ 98 คนได้ หลังจากนั้นเค้าทำไรกันต่ออ่ะ เป้ายิ้งฉุบ แพ้คัดออกป่าว
A : บ้า คัดลูกเรือนะ ไม่ได้โดดยางเล่นกัน พอเหลือ 98 ก็สัมภาษณ์ ตานี้ละสัมภาษณ์ของจริง รอบนี้ก็จะมีกรรมการ 4 หรือ 5 เนี่ยแหละนะ นั่งรอสัมภาษณ์อยู่ (ประตูห้องสัมภาษณ์เป็นกระจกใสนะ เห็นหมด) ก็เข้าไปทีละ 5 คนอีกแล้ว (สัมภาษณ์ที่นี่อุ่นใจ ไม่มีสัมภาษณ์เดี่ยวให้เปลี่ยวกาย) เข้าไปก็ยืนแนะนำชื่อ พร้อมหมายเลขประจำตัว จากนั้น กก. ก็เชิญนั่ง (ขอเรียกชื่อย่อละกันนะ) นั่งเสร็จ กก. ก็เริ่มไล่ถามคนแรกก่อนเลย (ดีว่าเรานั่งเป็นคนที่ 3 ก็ตั้งใจฟัง สำเนียงกก. ก่อนเลย เพราะคนจีนพูดภาษาอังกฤษ บ้างครั้ง มันฟังยากอยู่นะ ) ส่วนใหญ่เค้าก็ถาม คำถามไม่ยากไร อย่างของเราก็จะแบบ เตรียมตัวมาสัมภาษณ์ยังไง เมื่อคืนนอนหลับสบายดีไหม พูดจีนกลางได้หรือเปล่า คิดว่าเพราะอะไรเราจึงเลือกคุณ เพื่อนคนอื่นๆ ก็จะประมาณว่า ทำงานอะไร อยู่ที่ไหน บ้างคนโดยที่ว่าแปลกๆ หน่อย ก็ประมาณ ไหนบอกทางไปวัดพระแก้วหน่อยสิ (ตอบมั่วไม่ได้ด้วยนะ เพราะมีกก.ไทยคนหนึ่ง ซึ่งต้องขอคารวะ ในความรู้รอบของท่านมากๆ )

Q : แล้วบรรยากาศในการสัมภาษณ์เป็นไงอ่ะ มาคุป่าว
A : บรรยากาศดีมากๆ กก. ไม่กดดันเลย มีปล่อยมุข สนุกสนาน เราชอบมาเลย เพราะกก.เป็นกันเองมาก แต่ก็มีอยู่ท่านหนึ่ง ที่จะค่อยจ้อง ไม่พูดไม่จา แต่ก็ไม่น่ากลัวอะไร สบายๆๆ

Q : แล้วเค้าคัดเหลืออีกกี่คนละ
A : จาก 98 รอบต่อไปก็เหลือ 64 ตานี่ก็ให้ไปตรวจร่างกาย แล้ว office ที่นี่ เค้าจะส่งผลเราไปที่ไต้หวัน ให้เค้าตรวจสอบอีกที่ สรุปผลตรวจร่างกาย ก็เหลือ 57 ซึ่ง อันนี้เค้า confirm เลยว่ารับแล้ว ดีใจกันหน้าบานเลย ตอนนี้ก็เหลือรอ ปฐมนิเทศและก็บินไปเทรนที่ไต้หวัน

เป็นไงบ้าง ประสบการณ์ของเรา อาจจะไม่ละเอียดเท่าไหร่ เพราะก่อนหน้านี้ ก็โพสให้อ่านกันบ่อยๆ ใน เว็บบอร์ดเฉพาะกิจของ EVA Air เอาเป็นว่าคราวหน้า เราจะกลับมาเล่าเรื่องการเทรนให้ฟังละกันว่าเป็นไงบ้างนะ ขอให้ทุกคนโชคดี และมีพลังเต็มเปี่ยมที่จะไล่ล่าความฝันกันต่อไปนะ