วันนี้ก็ถือเป็นฤกษ์งามยามดี ที่เราจะได้นำประสบการณ์ Etihad มาเล่าให้ชาว thaicabincrew.com ได้รับรู้ หวังว่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจร่วมงานกับสายการบินชื่อเรียกยากนี้นะคะ

วัน Open Day ที่สายการบิน Etihad เปิดให้ Walk In คือวันอังคารที่ 26 ตุลาคม แต่เราได้รับโทรศัพท์ในวันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม (เพราะเราสมัครออนไลน์ไว้) ให้ไปสัมภาษณ์ในวันที่ 26 ตุลาคม เราก็โอเคๆๆๆๆ เพราะยังไงก็ไปอยู่แล้วอ่ะ


สังเกตเจ้าหน้าที่ถึงกะตาค้างเมื่อเห็นจำนวนผู้สมัครมากเกินความคาดหมาย

วันอังคารที่ 26 ตุลาคม เรามาถึงโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ ถนนสีลมตั้งแต่แปดโมงเช้า สงสัยอยู่ครามครันว่าทำไมล็อบบี้คนน้อยจัง แต่โอ้มายก้อด พระเจ้าช่วย เมื่อลงไปถึงห้อง Crystal Ballroom ปรากฏว่ามีประชากรประมาณล้านแปดกำลังชุมนุมกันอยู่ในนั้น แถมมีเจ้าหน้าที่โรงแรมยืนอยู่หน้าห้องคอยบอกให้กลับมาใหม่ตอน 11 โมง โห หยั่งงี้หมายความว่าเราจะต้องรอไปอีกสามชั่วโมงหรือนี่ โอเคไม่เป็นไร เราเลยชวนกันไปรับประทานนมกับขนมปังที่ร้าน Milk Plus (ไม่กล้ากินเยอะค่ะ กลัวจะโอเวอร์โหลดตอนชั่งน้ำหนัก) แล้วก็นั่งเม้าท์ๆๆๆ ตามประสาสาวๆ จากนั้นก็ชวนกันไปหาร้านอัดรูป แล้วก็เดินกลับมาที่โรงแรม โอ้โห ประชากรไม่ลดลงเลยแฮะ ตั้งแถวรอกันยาวออกไปถึงข้างนอกเลยค่ะ


แจกใบสมัคร ผู้สมัครจำนวนมากยังตกค้างอยู่ด้านนอก

ระหว่างนั้น ผู้ที่เข้าไปสัมภาษณ์ตั้งแต่เช้าก็ทยอยเดินออกมาเป็นระยะๆ คนที่รออยู่ก็ซักถามกันเซ็งแซ่ว่าเกิดไรขึ้นในนั้น ซึ่งทุกคนก็เล่าให้ฟังอย่างหมดเปลือก แต่ที่พูดเหมือนกันคือให้รอตั้งนานแต่ถามนิดเดียวเอง พอเข้าไป ไม่รู้ว่าเป็นดวงเป็นบุญที่สร้างมาหรืออย่างไร เราได้นั่งเก้าอี้ตรงที่เค้ากำลังจะแจกใบสมัครพอดี เราก็รับใบสมัครมากรอกชื่อและรายละเอียดนิดหน่อย (นิดเดียวจริงๆ) ที่เน้นคือชื่อและเบอร์ติดต่อกลับ


วัดส่วนสูงแบบนี้รับรองว่าได้ความสูงเพิ่ม .5 ถึง 1 ซม.

แล้วก็ไปชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูง วัดส่วนสูงแล้วเค้าจะจดไว้ที่หัวใบสมัครแล้วต่อท้ายด้วย A หรือ B ซึ่งเราคิดว่าคนที่ได้ A คือคนที่ส่วนสูงผ่านเกณฑ์ คือผู้หญิง 160 ซม. ผู้ชาย 170 ซม.

จากนั้นก็ไปชั่งน้ำหนักโดยใช้เกณฑ์ทั่วๆ ไปคือ ส่วนสูง -110 +- 5 สำหรับผู้หญิง และ -100 +-5 สำหรับผู้ชาย คนที่ได้ A คงเป็นพวกที่น้ำหนักสัมพันธ์กับส่วนสูง ส่วนคนที่น้ำหนักมากหรือน้อยเกินไปจะได้ B ไปตามระเบียบ

ชั่งน้ำหนักส่วนสูงเรียบร้อยก็ไปเข้าแถวรอสัมภาษณ์รอบ Prescreening ระหว่างนั้น เจ้าหน้าที่สายการบิน Etihad ประกาศขอบคุณทุกคนที่ให้ความสนใจมาสมัคร และขอให้คนที่รออยู่กลับบ้านไปก่อน เพราะคงรับทั้งหมดไม่ไหวในวันนี้ และสัญญาว่าจะเปิดให้มาพรุ่งนี้อีกวัน แต่ทุกคนก็ไม่ย่อท้อ ไม่ล่าถอย เค้าเลยบอกให้คนที่ยังไม่ได้ใบสมัครกลับบ้าน เราได้แต่นึกถึงความโชคดีของตัวเองที่มีใบสมัครแล้ว แต่เมื่อใกล้ถึงคิวก็เกิดอาการหัวใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ ตุ๊มๆ ต่อมๆ และเมื่อถึงคิวเรา เหมือนเทวดาเป็นใจ กลั่นแกล้งอย่างรุนแรง ให้เราได้คุยกับคุณชารอนจนได้ โฮะ โฮะ โฮะ สติเริ่มแตกอุตส่าห์ภาวนาแล้วเชียวว่าไม่อยากได้กรรมการคนนี้ เนื่องจากเค้าพูดเร็ว กลัวจะฟังเค้าไม่รู้เรื่องแล้วจะตกรอบได้ง่ายๆ อะ


คุณชารอน แม้จะเหนื่อยแต่ยังมีรอยยิ้ม

คุณชารอนทักเราคำแรก Hi! How are you? ไอ้เราก็เตรียมมาว่าจะทัก Good afternoon เลยทัก Good afternoon ตามที่เตรียมมา หุหุ เค้าก็ประมาณว่า เออ นั่ง เราก็ Thank you ไปตามระเบียบ นี่คือคำถามที่เราโดน

- Tell me about yourself? ไอ้เราก็ โห คำถามนี้อีกและ ไม่ถามไรลึกซึ้งหน่อยเหรอ ก็บอกๆ เค้าไป แต่นึกนานเหมือนกันไม่รู้จะบอกอะไร (ห่วยมาก) ก็บอกชื่อ นามสกุล อายุ สถานศึกษา วิชาเอก แล้วก็ (อ้าว โดนเบรกด้วยคำถามที่สอง)
- About your family? เฮ้อ คำถามไม่ค่อยสื่อเลย เราก็บอกไปว่า มีพี่น้องกี่คน พี่ทำไร น้องทำไร นึกๆๆ (ไม่ออก) เค้าก็เบรกด้วยคำถามต่อไป
- Tattoos? No. ตอบแค่นี้จริงๆ แล้วเค้าก็บอกว่า Thank you for coming …

เราก็เฮ้ย เดี๋ยวดิ มารอตั้งนาน นี่มันโอกาสของเรา แต่คุยกับเราแค่เนี้ยนะ ไม่ยอมไม่ยอม เราเลยคุยต่อว่า เอ่อ เหนื่อยมั๊ยคะ คนเยอะแบบนี้ เค้าก็ อือออ เราก็ยิงต่อเลยว่าทานอะไรหรือยังคะเนี่ย เค้าก็ตอบว่ายังไม่ได้กินอะไรเลย เราก็เลยแบบท่าทางจะเหนื่อยมากนะคะ เห็นว่าเพิ่งจะลงเครื่องมา เราก็บอก Enjoy yourself in Bangkok แล้วก็ลาเค้าออกมา (ประมาณว่าหน้าด้าน เค้าบายเราประมาณสามหน แต่เราไม่ยอมไป) แล้วเราก็แอบเหลือบมองกองที่วางใบสมัครเรา โอ้ ไม่นะ ไม่จริง (คนก่อนเราทุกคนจะวางกองโน้น แต่ทำไมเอาใบสมัครของเรามาวางกองนี้ล่ะ) แง แง... แล้วเราก็กลับบ้านกับเพื่อนอย่างเศร้าใจ (แอบตกลงกันว่าพรุ่งนี้จะมาอีกรอบ เค้าคงจำไม่ได้หรอก ภาวนาอย่าให้ได้กรรมการคนเดิมแล้วกัน)

สรุปว่าวันแรกเค้าเน้นที่ Grooming นะคะเพราะมีตารางให้กรรมการเช็คในเรื่องต่อไปนี้

1. เสื้อรีดเรียบร้อยมั๊ย
2. แต่งหน้ามาหรือเปล่า ดู อายแชโดว์ อายไลเนอร์ แก้ม ลิปสติก ฯลฯ
3. ทาเล็บมาหรือเปล่า
4. สวมถุงน่อง (Stocking Female Only)
5. มีรอยสัก (Tattoo) หรือไม่
6. Body Piercing ประมาณ เจาะร่างกายหรือเปล่า
7. Ear Piercing
8. Polished Shoe
9. Neat Hair ประมาณว่า ผมยาวเก็บเรียบร้อยมั๊ย ผมสั้นกระเซอะกระเซิงป่าว (น่าจะเป็นแหละ เล่นอยู่ทั้งวันจนโทรม)

วันพุธที่ 27 ตุลาคม เรามาถึงโรงแรมตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า ไม่น่าเชื่อ คนต่อแถวยาวเหยียด จนแปดโมงครึ่งประตูก็ยังไม่เปิด ซักพักก็รู้ว่ามีผู้สมัครจำนวนมากรออยู่ในห้องนั้นแล้ว โห นี่แสดงว่าเรามาสายไปหรือนี่ เก้าโมงกว่าก็มีเจ้าหน้าที่มาจัดแถว แล้วนำใบสมัครมาให้กรอก เราได้เบอร์ 99 (โอ้ ช่างโชคดีอะไรเช่นนี้ เลขสวยเชียว) แล้วเค้าก็นับแถวที่สอง แล้วก็บอกคนสุดท้ายของแถวว่าสุดแค่น้องนะคะ ถ้ามีใครมาต่อบอกให้เค้ากลับไปได้เลย ส่วนเรา มีใบสมัครอยู่ก็รออยู่พักใหญ่มากๆๆๆ

ระหว่างที่รออยู่ในแถว เสียงโทรศัพท์มือถือเราก็ดังขึ้น โทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ Etihad นี่เองค่ะ แจ้งให้เรามาสอบข้อเขียนตอนบ่ายสามโมง (แต่งตัวมาวันนี้ไม่เสียเที่ยวแล้วค่ะ)

ใกล้บ่ายสาม เราก็ไปเตรียมตัวทำหน้าใหม่ให้เด้งหน่อย แล้วก็ไปห้องสอบ โดยให้เวลาทำข้อสอบภาษาอังกฤษเพียงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ข้อสอบมี 2 Part Part แรก เป็น Structure 75 ข้อ Part 2 เป็น Vocabulary อีก 75 ข้อ เวลาผ่านไป 1 ชั่วโมงด้วยการอ่านแบบ Skim & Scan ก็สรุปว่าทำไม่ได้เลยค่ะ เอาน่า Vocabulary คงไม่ยากนักหนา แต่เมื่ออ่านข้อแรก ก็อึ้งครับท่านผู้ชม อะไรหว่า เกิดมา ไม่เคยเห็นศัพท์เหล่านี้เลย เอาน่า มันคงยากง่ายสลับกันไป (ปลอบใจตัวเอง) สรุป อ่านไปทำไป ทำได้จริงๆ แค่สี่ข้อ ส่วนข้ออื่นๆ อ่านแล้วก็กาศัพท์ที่ชอบ (ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตจริงๆ) จากนั้นก็ตรวจทานให้เรียบร้อยว่ากาครบทุกข้อ ออกมาเกือบห้าโมง เพื่อนเราก็สัมภาษณ์เสร็จพอดี แล้วก็กลับบ้านโดยไม่หวังอะไรทั้งนั้น อืมมม ขอบคุณคุณชารอน ที่ให้โอกาสอิชั้นได้ลองทำข้อสอบมหาโหด อย่างน้อยก็ทำให้รู้อิชั้นรู้ว่ายังต้องพัฒนาตัวเองอีกเยอะ ... กลับบ้านนอนดีกว่า หิวมาทั้งวันเลย เหนื่อยแทบขาดใจ …

สองวันถัดมาเราก็ได้รับโทรศัพท์ให้มาสอบ Final ที่โรงแรมตอนบ่ายโมงครึ่ง เหอ อะไรนะ บ่ายครึ่งเหรอ เฮ้ย แล้วอิชั้นจะแปลงกายทันเหรอ ยังอยู่ในชุดนอน หัวฟู หน้ามัน กินอาหารเช้าอยู่เลย เลยไปบอกแม่ให้ช่วยไปส่งหน่อยนะคะ ตอนนี้ขอตัวไปแปลงร่างก่อน

ไปถึงโรงแรมบ่ายโมงยี่สิบ (ดีนะเนี่ยที่บ้านใกล้) ไปถึงก็เข้าไปนั่งรอที่โต๊ะ โต๊ะละ 4-5 คน โดยบนโต๊ะจะมีกระดาษวางไว้ให้ทุกคน คนที่เข้ามาก่อนก็ส่งสติ๊กเกอร์ ให้เขียนชื่อเล่นและมาแปะไว้ที่หน้าอก จากนั้นก็นั่งเม้าท์ ซักพักกรรมการก็เดินมาบอกว่า No Thai, Just English, Japanese, Whatever, But No Thai. พวกเราก็โอเคๆๆๆ แล้วก็เมาท์กันต่อเป็นภาษาอังกฤษ คุยกันได้ที่เค้าก็อธิบายให้ฟังว่าเราต้องทำอะไรกันบ้าง เริ่มจากแจกโจทย์ให้เลือก 6 จาก 12 คนในนั้นเพื่อมาสร้างสังคมใหม่ เสร็จแล้วก็ให้ Discuss กับเพื่อนในกลุ่ม เลือกไปได้แค่ 2 คน กรรมการก็บอกว่าเหลือเวลาอีก 1 นาที เฮ้ย เลย โหวตทันที 555... ในที่สุดก็เสร็จตามเวลา อิอิ

จากนั้นกรรมการจะเลือกตัวแทนแต่ละกลุ่มออกไปพรีเซ้นท์ว่าเลือกใครบ้าง โดยให้เขียนเบอร์คนที่เลือกไว้บนไวท์บอร์ด แล้วอธิบายว่าทำไมถึงเลือกคนนั้นคนนี้ เมื่อตัวแทนทั้งสี่กลุ่มพรีเซ้นต์เสร็จ เค้าจะถามว่า ทำไมไม่มีกลุ่มไหนเลือกเบอร์นี้เลย เราก็ช่วยๆ กันตอบ จากนั้นเค้าก็ลบกระดาน แล้วก็เขียนเต็มกระดานว่า Why me? ให้เวลาคิดเพื่อออกมาพรีเซ้นต์ตัวเองโดยให้เวลาพูดคนละ 1 นาที แถมยังขู่อีกว่า ถ้าครบหนึ่งนาทีแล้วยังพูดไม่จบ I will stop you แต่ถ้าพูดจบแล้วยังไม่ครบนาที I will tell you to continue

เมื่อได้เวลา เพื่อนๆ ก็เริ่มออกไปพรีเซ้นต์ (ของเราช่างโชคร้าย เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ใครที่อยู่ในนั้นคงรู้ - สุดแสนจะเศร้า แต่เราทำตัวเองนะ แหะ.. แหะ ..) เมื่อพรีเซ้นท์กันครบทุกคน ชารอนก็บอกว่าขอบคุณทุกคนที่มา แต่เราคงรับทุกคนไม่ได้ ดังนั้นให้เลือกคนในกลุ่มมา 1 คน ว่าสายการบินเราน่าจะเลือกใคร เพราะอะไร โดยให้เวลาคิด 5 นาที เค้าก็คอยดูเป็นระยะๆ จากนั้นก็ไล่ถามทีละกลุ่มว่าเลือกใคร เพราะอะไร (แน่นอนว่า ไม่ใช่เรา อิอิ) พอเสร็จ เค้าก็ โอเค ขอบคุณ ขอบคุณทุกคนมาก กลับได้แล้ว ยกเว้นสี่คน (ที่พวกเราเลือกขึ้นมาเป็นตัวแทนแต่ละกลุ่ม) เราก็หยิบกระเป๋า เก็บของเตรียมกลับบ้าน (ก็มันไม่ได้ชัวร์ๆ รู้ตัวอยู่แล้ว) ชารอนก็บอกว่า Just Kidding แล้วเค้าก็บอกว่าจะแจ้งผลให้ทราบเร็วๆ นี้นะคะ

อืมมม.... กลับบ้านด้วยอารมณ์เศร้าใจ เฮ้อ เสียดายจัง พรีเซ้นต์ตัวเองได้แย่มากๆๆ (โอกาสเดียวที่เค้าจะได้เห็นเราเต็มๆ) ครึ่งนาทีของการยืนเฉยๆ อีกครึ่งนาทีกับการพูดตะกุกตะกัก 555...

ก็ไม่หวังอะไรอ่ะนะ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะลุ้น หวังว่าเพื่อนๆ คงจะโชคดีนะคะ


เรื่องโดย Junno ภาพโดย Deassapy 2004 ©All Rights Reserved
17-Sep-2005