สำหรับวันสัมภาษณ์รอบสุดท้าย เชอร์รี่ได้สัมภาษณ์บ่ายโมงตรงค่ะ ไปถึงก่อนเวลา ประมาณครึ่งชั่วโมง พอไปถึงหน้าห้องก็เจอพี่คนก่อนหน้าเชอร์รี่เดินออกจากห้องสัมภาษณ์พอดี เชอร์รี่ก็ตกใจมาก เตรียมไม่ทัน แต่พอกรรมการเดินออกมาหน้าห้อง (เค้าจะเดินออกมาเรียกหน้าห้องค่ะ เพื่อนๆ ที่ไปแล้วไม่เจอใคร ก็รอนะคะ อย่าเคาะประตูเด็ดขาดค่ะ บางทีเค้าสัมภาษณ์อยู่หรือคุยกันอยู่) พอเชอร์รี่สบตากรรมการปุ๊บ ก็ยิ้มให้เลยค่ะ และแนะนำตัวเองว่า I'm the next one แต่โชคดีที่กรรมการที่น่ารักทั้ง 2 บอกว่าขอทานข้าวเที่ยงก่อนได้ไหม เชอร์รี่ก็ of course ค่ะ see you later.
มีข้อสำคัญที่เชอร์รี่ได้เรียนรู้ก็คือ คิดกับกรรมการว่าท่านก็เป็นเพื่อนเรา อย่าเกร็งมากนัก ถามไถ่ทุกข์สุขเค้าด้วยจะดีค่ะ อย่างตอนสัมภาษณ์เสร็จ เชอร์รี่ก็บอกเค้าว่า Have a nice day เค้าก็ยิ้มแฉ่งแล้วตอบกลับมาว่า take care เชอร์รี่นี่ยิ้มแทบปากถึงหูเลยล่ะ อ้อ
.แล้วพอเชอร์รี่ goodbye เค้า เค้าก็ goodbye กลับพ่วงด้วยยกมือไหว้พร้อมกล่าวคำว่าสวัสดีค่ะ เชอร์รี่ก็ยิ้มแฉ่งแล้วยกมือไหว้กลับงามๆ พร้อมกล่าวคำสวัสดีเช่นกัน
อิอิ นอกเรื่องนิดนึง
พอใกล้ถึงบ่ายโมงเราก็เดินมารอหน้าห้อง พอเค้าเดินมาเราก็ยืนเลยค่ะ เค้าก็ยิ้มให้ แล้วขอเอกสารไปค่ะ แล้วบอกว่าเดี๋ยวเดินออกมาเรียก (ขอสารภาพตามตรงนะคะว่าตื่นเต้นมาก มือแทบสั่น ฟังก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง ต้องใช้เวลาแป๊บนึงกะว่าจะจับใจความได้ อิอิ) พอเดินอออกมาเรียก เชอร์รี่ก็กระตือรือร้นเดินเร็วๆเข้าไป เพราะเค้าเปิดประตูให้อ่ะค่ะ ก็ทักทาย Good afternoon, how are u? ด้วยนะคะ แล้วเราไม่ต้องรอให้เค้าเชิญนั่งเลยค่ะ เค้าเชิญทันทีเลย กรรมการน่ารักมาก
แต่จู่ๆ กรรมการท่านที่สัมภาษณ์เชอร์รี่ก็สีหน้าเปลี่ยน ยิงคำถามมาด้วย Speed เร็วอย่างแรง เอาเข้าแล้ว ประโยคแรกก็ฟังไม่รู้เรื่อง แต่เราอย่าเดาตอบนะคะ เชอร์รี่ก็ pardon ๆๆๆๆ อยู่ 2-3 ครั้ง แหะๆ เค้าจะถามคำถามที่เป็นประสบการณ์ทำงานของเราค่ะ อย่างเชอร์รี่เพิ่งจบ แต่โชคดีเคยทำงานพิเศษมา เค้าก็มีประเด็นให้ถาม เค้าให้ยกตัวอย่างสดๆ เลยค่ะ
ซึ่งตรงนี้ แน่นอนว่าเพื่อนบางคนอึ้งๆๆ คิดไม่ออก เชอร์รี่ก็เป็นเหมือนกัน เชอร์รี่ก็ต้องนิ่งเข้าไว้ ค่อยๆ คิด ใจเย็นๆ มีหลายครั้งนะคะที่เชอร์รี่บอกว่า moment please หรือ I am thinking. แล้วก็ตอบไป บางที หลายครั้งเลยค่ะที่ตอบไม่ค่อยตรงคำถาม เค้าต้องอธิบายซ้ำๆ เชอร์รี่ดูออกนะคะว่าเค้าค่อนข้างเริ่มแปลกๆ แล้ว เราก็ต้องพยายามทำให้เค้าเห็นว่าเราพยายามแล้วและกำลังพยายามอย่างยิ่งเพื่อจะตอบคำถามเค้าให้ได้ หรือเราก็เสนอเค้าไปเลยว่า เราไม่เคยเจอ Case นั้น แล้วเสนอว่าเป็นอันนี้ อันนั้นได้ไหม ซึ่งท่านก็ใจดีภายใต้หน้าแบบนั้นว่าได้ กรรมการก็จะถามยิงๆ น่ะค่ะ ตามประสบการณ์เราเลยค่ะ ส่วน case บนเครื่องก็มีนิดนึงเช่น ถ้าเราอยู่บนเครื่อง แล้วเกิดเบื่อขึ้นมา จะทำยังไงค่ะ อันนี้เชอร์รี่ก็ตอบไปว่า จะอ่านหนังสือ (ฮั่นแน่ อันนี้ตรงกับใน resume ด้วยค่ะ) ก็เจอกลับมาว่า หนังสืออะไร เชอร์รี่ก็..หนังสือเกี่ยวกับวัฒนธรรม
เค้าก็รู้วัฒนธรรมชาติอื่นๆบ้างไม๊ ยกตัวอย่างมาบ้าง
เพื่อนๆ พอเห็นแนวการถามไหมคะว่าจะ linkๆๆๆกันไปเรื่อยๆ
พอเค้าบอกว่าเสร็จแล้ว (เอ้อ เชอร์รี่จำได้ว่าตอนพูดเสียงแหบมากกกก เนื่องจากก่อนเข้าห้องหิวน้ำอยู่แล้ว แต่พี่ๆ ที่เข้าก่อนบอกว่ากรรมการใจดี๊ ใจดี เสิร์ฟน้ำให้ด้วย เชอร์รี่ก็เลยไม่ได้กินเข้าไป แต่ของเชอร์รี่ไม่มีน้ำล่ะ) พอเสร็จ เชอร์รี่ก็ถามกลับไปว่ามีข้อสงสัยอะไรอีกมั๊ย แล้วก็ไม่รู้จะพูดอะไร เลยถามคำถามที่เรารู้อยู่แล้วว่าเค้าจะรับกี่คน ซึ่งอันนี้เค้าบอกตั้งแต่รอบแรกแล้วว่าขึ้นอยู่กับ Qualification ของแต่ละคน หลังจากนั้นก็ say goodbye ค่ะ
จากนั้น 5 อาทิตย์ก็รู้ผลทางโทรศัพท์ค่ะ เพื่อนบางคนรู้ทางเมล์ค่ะ แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ เพราะยังไงทางเค้าจะต้องติดต่อทางโทรศัพท์แน่ค่ะ
ได้บินไม่วันที่ 21 เดือนหนน้าก็ 1 Aug ค่ะ
แต่ตอนนี้ติดปัญหาเรื่องตรวจสุขภาพค่ะ ไม่มีใบประวัติการรับการฉีดวัคซีน สงสัยเลยต้องฉีดใหม่หมด อิอิ
แล้วก็ท้ายนี้เชอร์รี่เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ ความฝันของเพื่อนๆต้องเป็นจริงค่ะ Keep trying นะคะ เหนื่อยได้ แต่อย่าท้อ อย่างเชอร์รี่แป้วมาก็ 2 ที่แล้ว แต่ก็ถือเป็นประสบการณ์ค่ะ ได้เพื่อนได้พี่ได้น้องเยอะแยะอีกต่างหาก คุ้มค่ะ
ขอให้โชคดีค่า Bye bye...boo.boo.boo
