เชอร์รี่ขอเล่าเรื่องทั้งหมดที่ประสบมาตั้งแต่ความฝันยังเป็นวุ้นจนถึงตอนนี้วุ้นหอมหวาน พร้อมกินแล้นนนน
เชอร์รี่ส่งใบสมัครไปเมื่อประมาณ 26-27 มกราคม 2546 ก็รอจนถึงเดือนมีนาคมประมาณกลางเดือนก็ได้รับจดหมายเชิญไปสัมภาษณ์รอบแรกทางอีเมล์ แต่เพื่อนๆที่ไม่ได้เช็คเมล์ ก็ไม่ต้องกังวลนะคะเพราะเค้าจะส่งจดหมายมาที่บ้านทุกคน เป็นจดหมายสีทองหรูหราสวยงาม ในนั้นก็จะมีรายละเอียดทั้งหมดว่าเราต้องแต่งตัวยังไง ไปวันไหน เลขที่เท่าไร พอถึงวันนั้นก็เอาจดหมายฉบับนี้ไปแสดงให้เจ้าหน้าที่รับทราบค่ะ
แล้วก็มาถึงวันสัมภาษณ์รอบแรก เชอร์รี่ไปถึงก่อน 9 โมงนะคะ เค้าจะออกมาเรียกให้เข้าห้องก็ 9 โมงกว่านิดหน่อย ก็เข้าห้องไปต่อแถวเพื่อรับบัตรเลขที่ติดหน้าอก (เป็นสติ๊กเกอร์ธรรมดา) เอ
เชอร์รี่จะเล่ารายละเอียดดีไหมหนอ เพราะเพื่อนๆ น่าจะรู้แล้ว แต่ขอเล่าเผื่อนะคะ เผื่อบางคนยังไม่รู้ ก็นั่งที่ตามใจชอบเพื่อดูวีดีโอเกี่ยวกับสายการบินประมาณครึ่งชั่วโมง ขณะดูวีดีโอ กรรมการ 2 ท่าน (ซึ่งจะเป็น 2 ท่านนี้ตลอดทั้งวัน) จะออกจากห้องไป แต่อย่าแอบหาวหรือหลับนะคะ เพราะเราไม่มีสิทธ์รู้เลยว่าเค้าแอบมองเราจากที่ไหนอยู่รึเปล่า
ดูเสร็จก็ถึงเวลาทำข้อสอบ (เพื่อนๆ ควรทานอะไรรองท้องมาหน่อยนะคะ สมองจะได้แล่น เชอร์รี่นั่งท้องร้อง สมาธิหลุดหลายครั้งเลย แล้วตาชั่งของที่นี่ชั่งแล้วเบาลงตั้ง 1-2 กิโลค่ะ) และควรเตรียมอุปกรณ์เครื่องเขียนให้พร้อม บนโต๊ะเชอร์รี่มีทั้ง ดินสอ ยางลบ ปากกา น้ำยาลบคำผิดและก็ไม้บรรทัด เหมือนเวลาเรียนเลยล่ะ แต่กรรมการแอบชมว่าเตรียมพร้อมดีค่ะ (อิ อิ ได้ 1 แต้มแล้ว)
ทำข้อสอบ 1 ชั่วโมง มีทั้ง Passage ให้อ่าน 2 Passage มีจับคู่ศัพท์ที่ความหมายเหมือนกัน มีแปลป้ายต่างๆ เพื่อนๆ ไม่ต้องห่วงเลยเพราะศัพท์ไม่ยากค่ะ แต่ Part สุดท้ายคือ Essay เชอร์รี่ได้หัวข้อ อะไรคือ Good Customer Service ในความคิดเราแล้วก็ให้ยกตัวอย่างค่ะ แต่เท่าที่ทราบมา หัวข้อในแต่ละรอบจะไม่เหมือนกันค่ะ ข้อสอบ Part อื่นจะเหมือนกันบ้างค่ะ แต่ไม่ต้องกังวลนะคะ ถึงไม่เคยเจอมาก่อน ก็น่าจะทำได้ค่ะ
***แต่ที่สำคัญคือการเขียน Essay อย่าใช้คำแปลกประหลาดที่เรามีโอกาสผิดสูงนะคะ เขียนไปให้เข้าใจง่าย Organise ดีๆ ให้เค้าอ่านแล้วสัมผัสได้ถึงความจริงใจของเราค่ะ (แล้ววันสัมภาษณ์รอบสุดท้ายนะคะ เชอร์รี่ยังแอบเห็น Essay ของเชอร์รี่วางอยู่บนโต๊ะกรรมการเลยค่ะ) ระหว่างสอบกรรมการก็จะเรียกไปชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูง ก็อย่าลืม Say Thank You ทุกครั้งนะคะ พอสอบเสร็จก็พักทานข้าว เค้าให้เวลาถึงบ่าย 1 โมงตรงค่ะ (กรรมการจะอยู่ในห้องตลอดค่ะ เพื่อตรวจข้อสอบ)
บ่ายกว่าๆ กรรมการก็ออกมาเรียกให้เข้าห้อง ใจเต้นแรงมาก ๆๆๆๆๆ ประกาศผลสอบภาษาอังกฤษเสร็จทำGroup Discussion ค่ะ แบ่งเป็น 4 กลุ่มๆ ละประมาณ 9-10 คน โดยให้อยู่ในห้องทีละ 2 กลุ่ม นั่งแยกกัน กรรมการจะเดินไปมาสังเกตการณ์ค่ะ กรรมการจะย้ำให้เรา Pretend ว่าเค้าไม่อยู่ อย่าสบตาเค้า อันนี้เชอร์รี่เข้าใจว่าทุกคนเข้าใจ แต่ทำไงได้ เด็กไทยอยากรู้อยากเห็น ก็แอบชำเลืองกันใหญ่ ใครแจ็กพ็อตไปสบตาเค้าเข้า ก็
ไม่ดีค่ะ เพราะฉะนั้น อย่ามองเค้าเลย ให้เค้ารู้ว่าเราปฏิบัติตามที่เค้าขอนะ
การทำ Group Discussion ก็อย่าเป็นคนพูดๆๆๆๆๆๆๆ โดยไม่ปล่อยโอกาสให้คนอื่นพูด เชอร์รี่เกือบเป็นคนพูดคนสุดท้ายค่ะ มีคนที่พูดมากๆ เล่นพูดแต่เรื่องที่เค้าถนัด เราก็ใบ้กินเลย แต่จู่ๆ ก็มีพี่สุดน่ารักคนนึงเปลี่ยนประเด็นให้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนน่าจะพูดได้ สรุปว่าพี่คนนี้ก็ผ่านฉลุยค่ะ ส่วนคนที่ไม่ปล่อยให้คนอื่นพูดเลยก็ตกรอบไปตามระเบียบค่ะ เพื่อนๆ ไม่ต้องแย่งกันพูดนะคะ มันจะฟังไม่รู้เรื่องเลย แบบว่าเจี๊ยวจ๊าวมาก มีหลายครั้งค่ะที่เชอร์รี่พูดขึ้นมาพร้อมเพื่อนคนอื่น เชอร์รี่ก็ต้องหยุดแล้วก็ You First ค่ะ สรุปว่าเชอร์รี่พูดไปไม่มากนะคะ แต่พูดแบบยิ้มๆ ดูใจเย็นๆ ขี้เล่นนิดหน่อยก็ผ่านค่ะ
พอเสร็จก็ออกมานั่งรอให้กลุ่มที่ 2 เข้าไปค่ะ พอออกจากห้องสอบมาแล้วทุกคนจะสนิทกันมากขึ้นค่ะ รู้สึกดีมากๆเลย ทุกคนช่วยเหลือกัน หัวเราะ เฮฮา เพราะถ้าจะให้วางฟอร์มทั้งวันคงไม่ไหว
พอเพื่อนกลุ่ม 2 ออกมาก็เมาท์แตก เชอร์รี่คิดว่าไม่ได้ไม่เป็นไร มาวันนี้ถือว่าคุ้มแล้ว ทุกคนน่ารักมาก แป๊บนึง กรรมการก็ออกมาเรียกให้เข้าห้อง พอรู้ผลก็ให้พักอีกที เชอร์รี่กับเพื่อนๆ ก็ออกไปซื้อขนมขบเคี้ยว กินกันเฮฮาเต็มที่ (รู้สึกเค้าให้ 20-30 นาทีค่ะ) เสร็จแล้วทุกคนก็เข้าห้องทำข้อสอบ Personality Test ค่ะ ตาลาย เยอะมาก หลายข้อมาก ถามวกวนไปมา ซ้ำๆ ถ้าโกหกเยอะไป ข้อที่มันเป็นแนวเดียวกัน เราอาจลืมแล้วตอบไม่เหมือนกัน ก็
ไม่งามค่ะ
แต่ถ้าข้อไหนเราตอบเป็นตัวเราแล้วทำให้เราดูไม่ดี ก็ทุจริตไปบ้างก็ได้นะคะ อิอิ
พอเสร็จก็เดินไปหลังห้อง อันนี้เค้าเรียกตามเบอร์เช่นเดิมค่ะ อันนี้หลายคนเรียกสัมภาษณ์เดี่ยว แต่เชอร์รี่ว่าน่าจะเป็นการเช็คข้อมูลเรานะคะ เค้าจะมี Resume ของเรา แล้วก็ใบที่เค้ากรอกเองพร้อมๆ กับถามเราไปด้วย เช่น มีรอยสักไหม เวลาว่างทำอะไร ก็พยายามตอบให้ตรงข้อมูลที่เราลงไปใน Resume นะคะ
มาถึง Discussion อีกที ตอนนี้มีแค่ 2 กลุ่ม ก็ขั้นตอนเหมือนเดิม แต่คราวนี้มีมีสองหัวข้อค่ะ ข้อแรก..เค้าให้รายชื่อลูกเรือมาหลายๆ ชาติ ทั้งหญิงและชาย โดยให้เราปรึกษากันว่า จะเอาใครอยู่กับใครที่หอพัก เพราะอะไร โดยต้องคำนึงถึงอายุและภาษา ฯลฯ ข้อสอง..ให้แก้ไขปัญหาของผู้โดยสารที่เป็น Staff จาก British Airways และแม่ชราของเธอ
ตอนนี้เค้าบอกเราเลยว่าเค้าต้องการดู Teamwork ของเรา เราก็พยายามเสนอไอเดียค่ะ แต่เวลามีคนแย้ง เราก็ต้องรับฟังนะคะ แล้วเวลาจะแย้งใคร ก็ต้องสุภาพแล้วต้องดูเวลาให้ดีด้วย
พอเสร็จก็ออกมารอหน้าห้อง
.แป๊บนึงก็เข้าไปใหม่ (กรรมการจะออกมาเรียกเองค่ะ) กรรมการก็กล่าวขอบคุณ แล้วให้ทุกคนออกมาเอาจดหมายหน้าห้อง คนที่ได้ก็เข้ามาใหม่ ส่วนเพื่อนๆ ที่ไม่ได้ก็ให้มาสมัครอีกค่ะ (แต่บางวัน เค้าจะโทรมานัดทีหลังค่ะ)
วันว่าเพื่อนๆ คงจะโชคดีและเจอกันที่ดูไบนะคะ