
กลับมาอีกครั้งค่ะพ่อแม่พี่น้องชาว thaicabincrew.com วันนี้กุมภาพันธ์มีรายงานแห้งมาฝาก
.......เร่เข้ามา เร่เข้ามา มาดูซิว่า บรรยากาศการสมัคร Emirates ในต่างแดนเหมือนกับสยามเมืองยิ้มบ้านเราหรือหาไม่?
ถ้าพร้อมแล้วมาฟัง (อ่าน) กันเลยยยยยยย!!
หกนาฬิกาตามเวลา Eastern Standard กุมภาพันธ์ตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย
หวิดกดนาฬิกาปลุกทิ้งแล้วนอนต่อ... บิดขี้เกียจอยู่ราวห้านาที แล้วทะลึ่งพรวดไปอาบน้ำ
..... ปกติไม่ใช้เวลานานเท่าไหร่หรอกค่ะ แต่เพิ่งมานึกได้ว่า วันนี้ต้องแต่งหน้าทำผมด้วยนี่หว่า
วุ๊ยยย!! จะทันไม๊เนี่ย สุดท้ายก็ทันแบบเฉียดฉิวค่ะ เพราะตั้งใจจะไปให้ถึงโรงแรมประมาณแปดโมง
เพราะเค้ารับสมัครเก้าโมง แล้วก็ยังไม่ได้ print out จดหมายที่เค้าส่งมาให้ทางอีเมลเลย
เลยต้องเผื่อเวลาให้ตัวเองมากๆ หน่อย
เช้านี้ฟ้าเป็นใจ หลั่งน้ำตาลงมาไม่ขาดสาย อากาศเย็นยะเยือก
แถมยังมีลมเย็นๆ พัดมาเป็นระยะๆ อีกด้วย ... แล้วกุมภาพันธ์ก็ไปรถเมล์
...อนาถแท้ แต่ก็ดีกว่าไปแท็กซี่ ขืนนั่งไปสิ มิเตอร์ขึ้นอานเลย เข้าเมืองตอนเช้าๆ
แบบนี้รถมันติดอ่ะ
ถึงโรงแรมก็ไปฝากเสื้อโค๊ทที่ Concierge แล้ววิ่งหา Business
Center พนักงานที่นั่นก็ใจดี "พิมพ์แผ่นเดียว ไม่เป็นไรค่ะ มาสมัครเอมิเรตส์ใช่ไม๊
ขอให้โชคดีนะคะ" โอ้!! กำลังใจเริ่มพอกพูนเลยค่ะ หลังจากที่หายไปหนึ่งหย่อม
บริเวณประตูทางเข้าห้องฟังค์ชั่นเต็มไปด้วยหนุ่มๆ สาวๆ
แต่ไม่มากมายเท่าที่คะเนไว้ค่ะ เข้าไปพูดคุยกะเค้ามั่ง แต่ไม่เหมือนเมืองไทยเลยน้า...
กุมภาพันธ์ไปมาสี่สนามที่เมืองไทยตั้งแต่มกราคมที่ผ่านมา ก็ได้เพื่อนน่ารักๆ
มาเยอะเลย แต่ที่นี่มีอยู่สองแบบ คือพวกที่เราชวนคุยแล้วเค้าไม่ค่อยอยากจะคุยด้วย
กับพวกที่เราไม่อยากคุยด้วยแต่ก็ห้ามให้เค้าหยุดคุยไม่ได้..... ไม่รู้เค้าอัดอั้นมาจากไหน
ทั้งเรื่องแฟน เรื่องเจ้านาย เรื่องครอบครัว..... หลายคนเลยค่ะที่แต่งตัวไม่เนี้ยบ
หัวหูรุงรัง ไม่รวบแล้วก็ไม่เป็นทรง ใส่ตุ้มหูมาแบบหลายอัน (มันเท่ห์ในบางกรณี
แม่คุณเอ๋ย..... นี่เล่นข้างละสามเลย จะไปเหลือเหรอ) มาชุดธรรมดาก็มี
..... เสื้อสเวตเตอร์กับกางเกงวอร์มและรองเท้าผ้าใบค่ะ เป็นไงล่ะ ส่วนคุณหนุ่มๆ
ก็มีมากมายที่ผมสั้น ผมยาว...บางคนถักเปียหางเต่าด้วยนะเอ้อ.... โดยมากใส่เสื้อเชิ้ตมา
ใส่กางเกงขายาวมา รองเท้าหุ้มส้นมา... แล้ว เน็คไท...ไปไหน? หลายคนผูก
หลายคนไม่มี
อันนี้โทษกันไม่ได้หรอกค่ะ หนึ่ง คนเดินมา Walk In เพราะโฆษณาจากหนังสือพิมพ์และสอง
.... เค้าไม่เคยผ่านการสมัครงานแล้วตกแล้วตกอีกอย่างพวกเรา และที่สำคัญ
งานแอร์สจ๊วตก็ไม่ใช่งานในฝันของคนต่างแดนซะด้วย ตอนอยู่เมืองไทย กุมภาพันธ์จึงได้ประสบการณ์ใหม่ๆ
มาอัดฉีดให้ตัวเองเยอะเลย
งานนี้จึงเต็มไปด้วยฝรั่ง มีชาติอื่นโผล่มาประปราย มีพวกหน้าตาแขกๆ
และพวกเชื้อสายจีนเยอะมาก
เก้านาฬิกา การสมัครเริ่มต้น
มีกรรมการสาวเข้ามาเรียกให้ผู้สมัครทุกคนมารวมตัวกัน นัยว่าการสมัครครั้งนี้คละกันทั้งผู้ที่ถูกเชิญมา
และผู้ที่ Walk In พวกที่ถูกเชิญจะมีเบอร์ให้อยู่แล้ว เพียงแค่เช็คชื่อในกระดาษ
แล้วเอาแผ่นสติ๊กเกอร์ที่เขียนชื่อและเบอร์ตัวเองมาแปะที่อกเสื้อ .....
ไม่มีแถวค่ะ และขอบอกว่าเท่าที่ดูมาประมาณร้อยกว่าคนหน่อยๆ เนี่ย ต้องค่อยๆ
เบียดตัวกันเข้ามาเพื่อจะ Form 1 Lane ให้ได้ ไม่เยอะนะคะ แค่ร้อยกว่าคนเอง
น้อยที่สุดเท่าที่กุมภาพันธ์เคยลงสนามมาเลย
ระหว่างที่รอทุกคนเช็คชื่อ กุมภาพันธ์ก็หาเพื่อนคุย.....พระเจ้ากลั่นแกล้งหรือไร
เกิดมาไม่เคยหาเพื่อนคุยได้ยากเท่านี้ คือไม่ใช่คุยอ่ะ มันมีการบ่นถึงปัญหาชีวิตครอบครัวอย่างสุดซึ้ง
ครั้นกุมภาพันธ์จะเข้าไปร่วมด้วยก็กระไรอยู่ เค้าปรึกษากันเองอยู่แล้ว
สองคนสามคน .....อย่ากระนั้นเลย ดูวีดีโอเกี่ยวกะดูไบตามประสาเราดีกว่า
ระหว่างนั้นก็หมุนซ้ายหมุนขวา หาคนคุยแบบทักทายไปเรื่อยๆ ถึงได้รู้ว่าผู้สมัครโดยมากไม่เคยสมัครแอร์สจ๊วตกันมาก่อน
แต่คนก็ยังเยอะไปอยู่ดีสำหรับกรรมการ จึงมีการแบ่งผู้สมัครออกเป็นสองกลุ่ม
กลุ่มหลังให้กลับมาใหม่ตอนสิบเอ็ดโมงครึ่ง ส่วนพวกที่อยู่ ..... กรรมการปิดประตูขัง
แล้วแยกเป็นกลุ่มๆ ละสิบคนโดยประมาณ กุมภาพันธ์อยู่กลุ่มแรกสุดเลย เท่ห์ซะไม่มี
ส่วนกลุ่มถัดไปต้องไปรอในห้องจนกว่ากรรมการจะเรียก
กุมภาพันธ์อุตส่าห์เตรียมตัวมาชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูง .....
ปรากฏว่าเจอ Group Discussion ก่อนเลย โอ้โห...คุณเอ๊ย...!! กุมภาพันธ์น่ะ
แพ้ทางด่านนี้มาตลอด คิดในใจว่าไม่รอดแหงๆ ตายสนิทมาสองที่แล้ว ทั้งแจลทั้งภูเก็ต
แล้วก็ไม่รู้ตัวด้วยนะว่าทำอะไรผิดกรรมการถึงไม่ให้ผ่าน ... นี่ยังมาเจอเอมิเรตส์อีก
... ใจคิดงั้น แต่หน้าก็ยังยิ้ม แถมมือก็เย็นเฉียบ ... ทรมานจริงๆ โกดักโมเม้นท์นี้
กรรมการให้จัดเก้าอี้เป็นวงกลม จัดๆ กันไป ... เออ ไกลกันคนละฟากฝั่ง
กรรมการต้องบอกว่า เหยิบ..เข้ามาอีกหน่อยสิคะ เอ้า...ได้ค่ะ เสนอแล้ว
สนองทันทีค่ะ ซักพักกรรมการบอกอีกว่า "เหยิบออกหน่อยดีกว่าค่ะ มันใกล้กันจนเนื้อแนบแล้วนั่นน่ะ"
เอ๋า... ก็หนูนึกว่าอยากให้เราใกล้ชิดกันนี่คะ แล้วกรรมการก็บอกว่า "เราต้องการให้พวกคุณคุยกันนะคะ
อย่าสนใจเรา ขอให้คุยกันไป..." ไม่ทันขาดคำ แม่สาวเชื้อจีนก็เริ่มบรรเลงทันที
"ชั้นอยากเป็นแอร์มากเพราะว่า .....#%$@&*" กรรมการรีบแทรกเข้ามา
"เดี๊ยวววววว.... ยังค่ะ ยังไม่ได้ให้หัวข้อเลย" โถ คุณกรรมการคะ
กลุ่มนี้ไม่มีหัวข้อก็คุยกันได้ค่ะ
หัวข้อในการสนทนาก็คือ "หากพวกคุณได้เงินมาสองล้านเหรียญ
คุณจะเอาเงินจำนวนนั้นไปทำอะไร แต่เราขอใบ้ว่า คุณจะต้องเอามันไปทำอะไรซักอย่างภายในสามประเทศ
ขอให้ช่วยกันคิดและออกความเห็นค่ะ" แม่สาวจีนก็ทันทีไม่มีรีรอ ...
ไม่อคตินะคะ แต่เธอพูดอยู่คนเดียวร่วมสามสิบวินาที คนอื่นไม่มีทางได้ผุดได้เกิดเลย
ส่วนอีกสามคน พอได้โอกาสก็เสียบด้วยทันที กลายเป็นนั่งคุยกันสี่คน กุมภาพันธ์นั่งยิ้ม
แล้วพยักหน้าสถานเดียว หาช่องไม่เจอ ... เออ สมควรแล้วล่ะ ถ้าวันนี้จะตกม้าตาย
ไอเดียที่ประทุขึ้นมาก็คือ พวกเราจะกันเงินส่วนหนึ่งไว้สำหรับตัวเอง
แต่เงินกองกลางก้อนใหญ่ จะเอาไปบริจาคให้มูลนิธิในสามประเทศ คืออินเดีย
แอฟริกาใต้ และถ้าจำไม่ผิด อเมริกาใต้ สาวจีนอยากให้ประเทศคูเวต แต่ไม่มีใครเห็นด้วย
แถมพอบอกว่าให้ประเทศใกล้ๆ ประเทศไทยนี่ กุมภาพันธ์ค้านหนักข้อเลย ...
เวรกรรมจริงๆ ..... แล้วกุมภาพันธ์ก็ขอพูดโดยไม่ได้คิดจริงจัง แต่เพราะเกรงจะไม่มีโอกาสได้พูดอีก
"ดิชั้นคิดว่า ขอให้เรากันเงินส่วนย่อยที่เหลือจากการก่อตั้งมูลนิธิ
ไว้เป็นทุนการศึกษาทางวิชาชีพบางแขนง ให้ผู้คนได้มีโอกาสช่วยสร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศนั้นด้วย"
มีเสียงฮือฮา อืออา แล้วผู้หญิงซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลเราก็พูดขึ้นมาว่า เห็นด้วย
และเสริมว่าควรจะเป็นธุรกิจที่คนทั้งโลกรู้จักกันดีอยู่แล้ว แทนที่จะเริ่มใหม่จากศูนย์เพราะยิ่งจะใช้เวลา.....
เราก็ได้ไอเดียเรื่องธุรกิจกาแฟนี่ล่ะค่ะ ซักพัก กรรมการก็หยุดเดินจงกลมรอบพวกเราแล้วบอกว่า
ขอบทสรุปด้วย ในใจเราคิดว่า "ไม่ได้เรื่องแหงๆ กลุ่มนี้ไม่ช่วยกันพาเข้าฝั่งเลย
คนพูดก็พูดเอาแต่ตัวเอง คนอื่นจะทำยังไง๊..." แต่ยังไงก็ตาม ต้องกลับมาฟังผลราวๆ
สิบเอ็ดโมงครึ่งว่าจะผ่านหรือไม่
ปกติกุมภาพันธ์จะวิ่งไปหาหนมกิน หาเพื่อนคุย ..... ครั้งนี้ไม่
..... เหนื่อยเกินไป นอนน้อย จำข้อมูลของเอมิเรตส์ไม่ค่อยได้ แล้วก็หมดอารมณ์ด้วย
เลยนั่งแปะมันในห้องโถงที่มีโซฟาหรูจัดไว้ให้นั้นล่ะ ซักพักก็มีคนเข้ามาสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้นในห้อง
เออ... เพิ่งรู้ว่ามีคนธรรมดาด้วย คุยกันสนุกพอควร แต่จำชื่อไม่ค่อยได้
คนที่มาคุยด้วยแต่ละคนเดินทางมาจากรัฐอื่นด้วยเงินตัวเองทั้งนั้น กุมภาพันธ์ก็เข้าใจเพราะเคยทำมาก่อน
ช่วงนั้นจะมีสาวๆ ที่เคยไปอบรมคอร์สแอร์มาแนะนำคนนั้นคนนี้ว่าควรทำยังไงให้เข้าตากรรมการ
คนก็จดกันมือหงิกเลย ทั้งจดทั้งแย่งกันถามแย่งกันมุงฟัง
กุมภาพันธ์ไม่มีหน้าไปสอนใคร เพราะตัวเองจะรอดหรือเปล่าก็ไม่รู้
แต่มีบางคนคุยถูกคอกับเรา เค้าก็จะถามว่า ควรทำไงดี ไอ้เราก็เจ้าเล่ห์
ไม่บอกใครว่าเคยสมัครที่ไหนมาบ้างแล้ว ก็เลยบอกไปว่าอย่านั่งหลังงอ อย่านั่งไขว่ห้าง
อย่าแย่งใครพูด ถ้าใครพูดไม่หยุด ไม่เป็นไร ยิ้มไว้ แล้วรีบจบในตอนท้ายเมื่อกรรมการเดินเข้ามาใกล้ๆ
ว่า "เนื่องจากเวลามีน้อย และที่ทุกคนพูดไปก็ตรงกับที่ดิชั้นคิดไว้ในใจ
จึงขอบอกว่า เห็นด้วยกับข้อเสนอที่แนะนำมาค่ะ" กุมภาพันธ์ก็พูดไปตามประสบการณ์ที่ได้รับจากเว็บบอร์ด
thaicabincrew.com แห่งนี้ จากหนังสือที่พวกพี่ๆ เขียนเล่าการสมัครแอร์สจ๊วต
และจากประสบการณ์ของเพื่อนๆ ที่มีน้ำใจทุกคน ..... แล้วเค้าก็ค่อยๆ แยกย้ายไปทีละคนสองคน
กุมภาพันธ์ยังคงนั่งเงียบๆ อยู่ที่นั่น ไม่เข้าไปรวมกลุ่มกับใคร
..... กรรมการจะแอบมอง กล้องจะแอบจับ ช่างมันเหอะ
หกนาฬิกา เช้าวันพุธที่ 9 มิถุนายน
อากาศเย็นยะเยือก ท้องฟ้ายังไม่สาง
. กุมภาพันธ์ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกค่อยๆ
ดังขึ้น แล้วก็ดังขึ้นเรื่อยๆ
.. สงสัยว่าทำไมแม่ไม่ปิดซะที???!!!
..
แล้วก็ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะนึกได้ว่า
.. อ้อ
นาฬิกาปลุกของเราเองนี่หว่า
ทะลึ่งพรวดขึ้นมาจากเตียง กะว่าวันนี้ ต้องไวกว่าเมื่อวานให้ได้ อาบน้ำสระผม
เอ่อ
คือจริงๆ แล้ว ก็แค่วิ่งผ่านน้ำอุ่น แต่อยากเรียกให้หรูว่าอาบน้ำเพราะทุกคนจะได้เข้าใจว่ากุมภาพันธ์เป็นคนรักสะอาด
เป่าผม แต่งตัวให้ดูหวานกว่าเมื่อวาน (เมื่อวานเล่นโทนสีฟ้า เพราะเคยใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าตัวเมื่อวานไป
Gulf Air แล้วสำมะเหร็จ
กุมภาพันธ์เลยเรียกมันว่า Lucky Shirt วันที่ไปภูเก็ตแอร์วันแรกก็ใส่ตัวนั้น
แล้วก็ผ่านเข้ารอบสอง เมื่อวานเลยใส่เอาฤกษ์เอาชัย) วันนี้ใส่เสื้อเชิ้ตขาวแขนสามส่วน
สูทกระโปรงดำ แล้วผูกผ้าพันคอสีชมพูเป็นโบว์ยักษ์พาดมาทางซ้าย ถุงน่องสีเนื้อ
เล็บทาสีชมพูอ่อน ผมเกล้าติดเน็ต สเปรย์ให้อยู่ทรงไม่รุงรัง
.. แต่ดันมาตกม้าตายตอนแต่งหน้า
เพราะอยากจะให้ตามันดูโตขึ้นก็ไม่รู้จะทำไง เพราะปกติกุมภาพันธ์ไม่แต่งหน้า
แล้วเป็นคนที่แต่งตาไม่ค่อยได้เพราะถ้าแต่งมากไปจะดูตาดุทันที คือหน้ากุมภาพันธ์สวยแบบธรรมชาติค่ะ
พอแต่งหน้าธรรมชาติจะลงโทษทุกที ลองเขียนๆ ขอบตาดู โอ้หม่ายยยยก๊อดดดดดด
.
นี่ตาคนหรือหมีแพนด้าเนี่ย! มัวแต่เขียนไปลบไปจนเปื้อนไปหมด ดีว่ายังไม่ได้ลงมาสคาร่า
ไม่งั้นเช้านี้ต้องตายสนิทแน่ๆ เพราะกว่าจะทำทุกอย่างเสร็จ กุมภาพันธ์ก็ออกจากบ้านช้ากว่าเมื่อวานร่วมสิบห้านาที
เลยต้องคว้ารองเท้าผ้าใบมาใส่วิ่งไปป้ายรถเมล์ ส่วนส้นสูงใส่ถุงต่างหากไว้
คุณเอ๊ย
คนมองทั้งป้ายรถเมล์
ท่อนบนน่ะใส่สูทผูกโบว์งามดี
. แต่ท่อนล่างใส่รองเท้าบาสหุ้มข้อเบอร์แปดเข้ากั๊นเข้ากัน สีส้มแจ๋นซะด้วยจะบอกให้
แปดนาฬิกา สามสิบนาที ถึงโรงแรมเชอราตัน!
เดินไปฝากของที่ Concierge แล้วขึ้นลิฟท์ไปห้องสมัคร
ผู้คนโหรงเหรงมาก เดาไม่ออกว่าเมื่อวานเค้าเลือกไว้ทั้งหมดกี่คน คิดว่าคงราวๆ
หกสิบ เพราะกลุ่มแรกติดมาประมาณสามสิบ กลุ่มหลังก็น่าจะประมาณนั้น ปรากฏว่าพอกลับมาจากแต่งหน้าเพิ่มในห้องน้ำ
พบผู้ร่วมชะตากรรมราวสามสิบกว่าคนเท่านั้นเองค่ะ
วันนี้ทุกคนแต่งตัวเข้าท่ากว่าเมื่อวานมาก พวกที่ใส่กางเกงผ้าเข้ามาเป็นชุดสูทมีหลงเหลือเข้ามาบ้างเหมือนกันหนึ่งในนั้นเคยสมัครบริติชแอร์เวยส์มาก่อน
วันนี้หนุ่มๆ ผูกเน็คไทสวยๆ ทั้งนั้น เป็นผ้าไหมเกรดสูงซะส่วนใหญ่ แต่เด็กปั้นกุมภาพันธ์
ใส่แบบราคาไม่แพงค่ะ เสื้อเป็นลายทางสีชมพูสลับส้ม ไทสีชมพูอ่อน
ใจถึงจริงๆ
เค้านิสัยน่ารักมาก คุยด้วยสิบนาที กุมภาพันธ์หัวเราะจนปวดท้อง
ส่วนสาวๆ ก็หิ้วกระเป๋ามียี่ห้อแทบทั้งนั้น ทั้งกุชชี่
ปราด้า หลุยส์ วิตต็อง ชนกันให้วุ่นเลยค่ะ กุมภาพันธ์ว่า ผู้หญิงเราจะคล้ายคลึงกันพอสมควรในเรื่องการถือกระเป๋า
คือไม่มียี่ห้อไม่เป็นไร แต่ขอให้งามถูกใจเหอะ เผลอเป็นได้ซื้อใบใหม่ เหมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนึงของสาวๆ
จริงๆ
. ส่วนผมเผ้าก็ทำกันดูดีกว่าเดิมเยอะ โดยมากรวบตึงเป็นหางม้า เห็นทำเป็นมวยประปราย
ส่วนที่ครอบเน็ตมีกุมภาพันธ์คนเดียว ฝรั่งเข้ามามุงดูกันเยอะเพราะเน็ตเรามีเพชรเทียมเรียงอยู่ตรงโบว์
ดูเหมือนสัญลักษณ์ชาแนล เราก็นึกสนุก อำไปว่า
ใช่ๆ นี่แหละชาแนล
เค้าก็ฮือฮา
กุมภาพันธ์ต่อด้วยคำว่า "ซะเมื่อไหร่
" เค้าก็เข้ามาดูแล้วฮือฮาอีกรอบ
กุมภาพันธ์ถือโอกาสแก้ข่าวที่เคยแนะนำว่า "สาวๆ ที่ไปสมัครเอมิเรตส์หากอยากปล่อยผมก็ปล่อยได้
แต่ขอให้มันเป็นทรง" กุมภาพันธ์ได้ยินกรรมการพูดว่าถ้าผมยาวถึงบ่าให้รวบเป็นหางม้าธรรมดาก็ได้
และใน Guideline ก็บอกชัดเจนว่า ผู้สมัครหญิงที่ผมยาวถึงบ่าให้รวบผม และให้แต่งตัวเป็นทางการ
(Business Attire) กุมภาพันธ์ขอแก้ไขมาให้ถูกต้องมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
เก้านาฬิกา กรรมการเรียกให้พวกเราเข้าห้อง คราวนี้จัดเป็นโต๊ะยาวพร้อมเก้าอี้สามตัว
บนโต๊ะมีเอกสารเกี่ยวกับสายการบินเอมิเรตส์ และมีใบให้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการ
Recruit ครั้งนี้ ด้านล่างมีคำถามเขียนไว้ว่า In your opinion, what makes
an ideal cabin crew and how that is important to customer service? และมีช่องว่างให้แสดงความคิดเห็นประมาณสิบบรรทัด
.. กุมภาพันธ์เขียนไปแค่ครึ่งเท่านั้นค่ะ แต่โดยมากจะบ่นว่าที่ไม่พอ บางคนพลิกกระดาษไปเขียนอีกเกือบเต็มหน้า
. นับถือจริงๆ
ซักพักกรรมการก็แบ่งกลุ่มราวๆ กลุ่มละสิบคน กุมภาพันธ์อยู่กลุ่มแรกอีกแล้วครับท่าน!!
เมื่อทุกคนออกไปหมด เหลือแต่พวกเรา กรรมการก็บอกให้จัดเก้าอี้เป็นวงกลมเหมือนเมื่อวาน
กุมภาพันธ์ใจแป้วอีกรอบ
Group Discussion ยังไม่หมดอีกเหรอเนี่ย เมื่อวานอุตส่าห์รอด
วันนี้น่ากลัวจะร่วงซะล่ะมั้ง
แล้วโพยคำถามก็ถูกยื่นมาให้พวกเราทุกคน
คำสั่งในนั้นมีดังนี้ค่ะ "สมมติว่าคุณเป็นผู้จัดการเรื่องลูกเรือหน้าใหม่ที่กำลังจะมาถึงดูไบในอีกสองอาทิตย์หน้านี้
มีกันทั้งหมด 14 คน มีห้องพักเจ็ดห้อง แต่ละห้องแชร์กันสองคนโดยมีห้องนอนและห้องน้ำส่วนตัว
แต่ต้องใช้ครัวและห้องนั่งเล่นร่วมกัน ชาย-หญิง จะพักรวมกันไม่ได้ โปรดวิเคราะห์ให้ดี
เพราะแต่ละคนมีเชื้อชาติ ศาสนา อายุและวัฒนธรรมที่ต่างกัน" ก็จะมีผู้หญิง
สมมติว่าซักหกคนนะคะ มีเกาหลี เลบานอน ซีเรีย เกาหลี อินเดีย ปากีสถาน
ส่วนผู้ชายมี ไอริช ฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมัน อเมริกัน อิสราเอล และอะไรอีกไม่รู้ค่ะสองชาติ
จำไม่ได้แล้วส่วนอายุก็ตั้งแต่ 21 จนถึง 29 ปี พวกเราก็เอามาเทียบๆ กัน
เค้าให้เวลายี่สิบนาทีในการออกความเห็น พวกเราก็มานั่งวิเคราะห์กัน มีคนนึงว่าเอาพวกอายุเท่าๆ
กันมาอยู่ด้วยกันจะดีกว่า เพราะจะได้เข้ากันได้ง่าย อีกคนว่าไม่ดีหรอก
ต้องให้อายุน้อยกับอายุมากอยู่ด้วยกันจะดูแลกันได้ดีกว่า แต่กุมภาพันธ์เสนอไปว่าของผู้ชายนี่ไม่รู้นะ
แต่ของผู้หญิงเนี่ย ให้พวกที่วัฒนธรรมคล้ายกันอยู่ด้วยกันดีกว่าไม๊ ญี่ปุ่นอยู่กับเกาหลี
อินเดียกับปากีสถาน แล้วก็เลบานอนกับซีเรีย เรื่องอายุก็ไม่ห่างกันมากอยู่แล้ว
มีแค่อินเดียกับปากีสถานเท่านั้นที่คนนึงอายุ 21 แต่อีกคน 28 นอกนั้นห่างกันแค่ซักปีสองปี
พวกเราก็ตกลงกันตามนั้น
ส่วนกลุ่มผู้ชายนี่ถกกันนานหน่อย เพราะว่าเชื้อชาติมันเยอะกว่า
โชคดีที่พวกเราได้คนที่เคยสมัครบริติชแอร์เวย์และอีกคนที่เป็นชาวปรากมาอยู่ด้วย
เลยได้ไถ่ถามกันว่าอังกฤษกับรัสเซียนี่เค้าถูกหรือไม่ถูกกับชาติไหนที่สุด
(มีใครไม่รู้หลุดมาว่าเอาอเมริกามาอยู่กับอิสราเอลดีไม๊ จะได้เพิ่มพูนมิตรภาพระหว่างประเทศ
แต่พวกเราอีกเก้าคนส่ายหัวดิก
. ม่ายอาววววววววว!!) เป็นอันว่าด่านนี้จบสิ้นในเวลาสิบห้านาที
กรรมการยิ้มพอใจมากทั้งสองคน (ตอนเค้าเดินจงกลมไปมาเนี่ย
เสียวหลังชอบกลนะ)
นึกว่าจบสิ้นแล้ว อุตส่าห์ดีใจ
.. อุวะ!! มีอีก!!! คราวนี้อะไรอีกล่ะ
มาดูกัน
"จงเรียงลำดับความสำคัญของประโยคต่อไปนี้จากมากไปหาน้อย"
A. แต่งกายให้งดงามสุภาพเรียบร้อยอยู่เสมอยามทำงานสมกับเป็นพนักงานเอมิเรตส์
B. รู้จักแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อผู้โดยสารสร้างความลำบากใจหรือไม่เชื่อฟัง
และอาจก่ออันตรายให้แก่ผู้โดยสารคนอื่นๆ และลูกเรือได้
C. รู้จักการปฐมพยาบาลขั้นต้น
D. ชำนาญการให้ความปลอดภัยทุกอย่างบนเครื่องแก่ผู้โดยสาร
E. รู้จักราคาสินค้าปลอดภาษีเป็นอย่างดีเพื่อช่วยเพิ่มรายได้แก่สายการบิน
F. และ อื่นๆ อีกมากมาย มันมีไปถึงข้อ K อ่ะค่ะ
อันนี้ยาก เพราะห้ามยกมือแสดงความเห็น ต้องเจรจากันอย่างเดียว
กุมภาพันธ์หัวเราะเลย
ขนาดยกมือตูยังไม่ค่อยจะได้พูด ไม่ก็พูดไม่ทัน
หัวสมองช้า
นี่ห้ามยกมืออีกจะไปเหลืออะไร๊
สรุปว่าเราลงมติให้ "การให้ความปลอดภัยแก่ผู้โดยสาร"
เป็นอันดับแรกสุดค่ะ ส่วนข้อสุดท้าย พวกเราเลือกข้อสินค้าปลอดภาษี
ใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีเช่นเคย
กรรมการก็ยิ้มแย้มบอกว่าดีมาก แต่ขอถามย้อนถามหน่อยว่า คำถามชุดแรกที่จับคู่ลูกเรือให้อยู่บ้านเดียวกัน
คิดว่าเราดูจากอะไรเป็นหลัก? พวกเราตอบไปว่า "น่าจะดูเชื้อชาติเป็นหลัก"
กรรมการบอกว่าถูกต้อง เพราะเราต้องจัดสรรคนหลายชาติให้อยู่ด้วยกันและมีปัญหาน้อยที่สุด
อย่างน้อยเรื่องวัฒนธรรมของเชื้อชาติที่คล้ายกัน ยังทำให้อยู่กันได้บ้าง
นี่ยังไม่รวมถึง คนที่มานั่นน่ะ เป็นคนสูบบุหรี่หรือเปล่า หรือมีอะไรแปลกพิสดารอีกหรือเปล่า
อย่าคิดว่าผู้ชายเค้าง่ายๆ อยู่ด้วยกันแล้วจะยังไงก็ได้ เพราะบางคนก็ไม่ใช่ผู้ชายแท้
ทำไมเราจะดูไม่รู้
โอว์ ไอซี มันเป็นยังงี้นี่เอง
ถามต่อว่า "แล้วถ้าถามแบบไม่ซีเรียส คุณคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเป็นลูกเรือคืออะไร"
กุมภาพันธ์คงอัดอั้นไปหน่อย เค้าเงียบกันหมด เลยยกมือตอบไปว่า "คิดในใจเล่นๆ
ค่ะว่า น่าจะเป็น Grooming ของลูกเรือ" เค้าถามต่อว่า "ทำไมล่ะ?
ไม่ใช่ความปลอดภัยเรอะ?" "อยากจะตอบว่ามันมาคู่กันค่ะ แต่ผู้โดยสารไม่เห็นนี่คะว่า
เราได้เทรนกันมามากแค่ไหนกว่าจะได้เป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ที่เค้าเห็นคือเราใส่ชุดฟอร์มของเอมิเรตส์ยืนต้อนรับอยู่ตรงนั้น
ขณะนั้นเราก็คือส่วนหนึ่งของเอมิเรตส์เป็นหน้าเป็นตาให้บริษัท ซึ่งถ้าเราไม่แต่งหน้า
ผมยุ่ง ถุงน่องขาด มันก็หมดความน่าเชื่อถือไปเยอะแล้ว เพราะฉะนั้นเลยคิดว่า
อยากให้ดูดีพร้อมกับชำนาญเรื่องความปลอดภัยทุกอย่างบนเครื่องไปด้วย"
กรรมการยิ้มนะ
ไม่รู้ว่ายิ้มขย่มขวัญหรือเปล่า กุมภาพันธ์เดาไม่ออก
แต่ได้พูดไปแล้ว พอใจแล้วล่ะ กระซิกๆ
หลังจากนั้น พวกเราก็ออกไปรอข้างนอก กรรมการห้ามไม่ให้เราเอาเรื่องในห้องไปเล่าให้คนอื่นฟังจนกว่าการสัมภาษณ์จะเสร็จสิ้น
ก็เลยต้องแยกย้ายกันไปคนละทาง กลุ่มเราเดินไปไหนไม่รู้ คงไปหาไรกิน
กุมภาพันธ์ลงไปชั้นล่าง
เข้าห้องน้ำ
แล้วก็ หลับ
พับ ในห้องแต่งหน้าสำหรับผู้หญิง เพราะมันมีเก้าอี้ยาวกับโซฟาตั้งอยู่
ตอนนั้นเพิ่งจะสิบโมงกว่าๆ เค้าให้กลับมาฟังผลตอนสิบเอ็ดโมงสิบห้า
คุยก็ไม่ให้คุย
เลยนอนมันซะเลย
สิบเอ็ดนาฬิกา กุมภาพันธ์ตื่นจากการงีบ เดินไปส่องกระจกให้มั่นใจว่าไม่มีน้ำลายไหลยืดระหว่างหลับ
แล้วก็ขึ้นไปข้างบนอีกครั้ง อนิจจา
กลุ่มสุดท้ายยังไม่ได้เข้าสัมภาษณ์เลย
ไอ้หยา
ทำไมคุยกันนานจังว้า
. ไถ่ถามอีกครั้งจึงรู้ว่า ตั้งแต่กลุ่มสองเป็นต้นไป
เค้าเล่นกันประมาณสี่สิบห้านาที
กลุ่มเราราวๆ สามสิบนาทีเท่านั้น เอาวะ
ไหนๆ ก็ไหนๆ นอนมันที่โซฟาตรงห้องโถงนี่แหละ หลับก็มีคนปลุก น้ำลายยืดก็มีคนเตือน
มองไปมองมา โอ้!! เพื่อนๆ ในกลุ่ม มีอยู่สองคนหน้าตาน่าสนใจมาก คนนึงละม้ายคล้ายอูม่า
เธอร์แมน อีกคนคล้ายมีร่า นามสกุลไรอ่ะ
ที่เล่น 5th Element คนที่คล้ายอูม่า
นิสัยน่ารักมาก แล้วก็คล้ายอูม่าจริงๆ ซะด้วย คุยกันถูกคอ เค้าบอกว่าเพิ่ง
Killed Bill มา ก็เลยแวะมาสมัครแอร์
ดูนะฝรั่งคนนี้ ร้ายไม๊?
สิบสองนาฬิกา
ข้าวก็ยังไม่ได้กิน ง่วงก็ง่วง
และแล้ว
กลุ่มสุดท้ายก็ออกมาจากห้อง พวกเราก็เลยมายืนออกันหน้าห้อง ไถ่ถามก็ได้ความว่า
บางกลุ่มได้โพยไม่เหมือนเรา แป๊บนึงกรรมการก็เรียกพวกเราเข้าไปนั่งดูวีดีโอเกี่ยวกับเมืองดูไบและสายการบินเอมิเรตส์
ระหว่างนั้นเค้าก็ตรวจสอบอะไรของเค้าไป
. แต่ละคนนั่งไม่เป็นสุขเลยล่ะ
ไม่มีใครอยากดูวีดีโอ แต่ต้องทำท่าตั้งใจดูเต็มที่ แต่วิดีโอก็น่าสนใจไม่น้อย
เพราะมีภาพบรรยากาศบ้านพักลูกเรือและเมืองดูไบให้ชมเป็นการเรียกน้ำย่อย
สิบสามนาฬิกา
ชี้ชะตาความเป็นความตาย กรรมการมาให้คำแนะนำและตอบคำถามเกี่ยวกับการทำงานร่วมกับสายการบินเอมิเรตส์
แล้วบอกลาพวกเราเป็นการส่งท้าย เพราะจะยื่นคำสั่งประหารให้เราแล้ว
"ใครที่ถูกเรียก ขอให้เดินมาเอาจดหมายด้วยตัวเอง และขอความกรุณาไปเปิดข้างนอก
หรือในห้องน้ำก็ได้ เพราะจะได้
ร้องไห้ในนั้นเลย
(เอ
วูบๆ นะ แบบนี้)
เราจะไม่ตอบคำถามว่า ทำไมพวกคุณถึงพลาดเพราะเป็นความลับของบริษัท อีกหกเดือนพวกคุณจึงจะสมัครใหม่ได้
ขอให้อัพเดทข้อมูลกันเรื่อยๆ และถ้าใครสนใจจะสมัครต่อ พวกเราก็หวังว่าจะได้พบคุณอีก
ส่วนใครที่สอบผ่าน ขอความกรุณากลับมาที่ห้องด้วยนะคะ"
. เรียกทุกเบอร์ล่ะค่ะ
ไร้อารมณ์
ไม่มีความยินดี ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีหน้าตาที่บอกความเสียใจ
ไม่มีอะไรเลย
ทุกคนเท่าเทียมกันหมด กรรมการทั้งสองคนน่ารักนะคะ แขกคนนึง ฝรั่งคนนึง
เค้าฮากันดีมาก แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรบนใบหน้าเลย
.. ถึงเบอร์กุมภาพันธ์แล้ว
เดินเข้าไปรับจดหมาย แล้วมองหน้ากรรมการ เค้าก็ไม่มองตอบ ได้แต่ยื่นจดหมายให้
มันอยู่ในมือแล้วค่ะ ความเป็นความตายของกุมภาพันธ์
.
พลิกด้านหลังมาสู่ด้านหน้า!!!!!!!
Congratulations! You have been successful through to
the next stage of selection process.
ชายยยยย โย๊!!!!!!!!!! ไชเอยไชโยโห่ฮิ๊วววววว ดีใจจังเลย
รอดไปอีกวัน วิ่งเข้าไปกอดเพื่อนฝูงให้วุ่นวาย ทุกคนดีใจกันถ้วนหน้า
อูม่ากับมีร่าก็ได้ด้วย
แต่คนที่เคยเข้าคอร์สแอร์ไม่ผ่าน เค้าสวยด้วยนะคะมีกันอยู่สองสามคน แต่ยังเด็กกันอยู่เลย
เพิ่งจะยี่สิบเอ็ดยี่สิบสอง ยังมีโอกาสอีกเยอะ อ้อ
เอมิเรตส์นอกเมืองไทยเนี่ย
ผู้สมัครต้องอายุไม่ต่ำกว่า 21 ปี เรื่องปริญญายังไม่มีเอี่ยว วุฒิขั้นต่ำยังเป็น
ม.6 อยู่ค่ะ
วันนี้กุมภาพันธ์ไปดื่มฉลองกับพวกสี่คน เด็กปั้นของกุมภาพันธ์สองคน
(ฮี่ๆ เด็กปั้นเราผ่านด้วย ดีใจๆ) คนนึงเป็นเกย์ มีผู้ชายฮ่องกงอีกคน
ส่วนอีกสองสาวเป็นชาวปรากคนนึง อีกคนเป็นคนจีนที่เกิดในออสเตรเลีย
สุดท้าย กุมภาพันธ์ก็ได้เพื่อนติดมือมาจนได้ คนเป็นเกย์เพิ่งผ่านออดิชั่นเป็นแดนเซอร์ในคอนเสิร์ตของจัสติน
ทิมเบอร์เลค ในซิดนีย์ด้วย
. โอว์
ถ้าไม่ติดงานคงได้ไปยืนดูหลังเวทีแน่ๆ
กุมภาพันธ์คงทำท่าเสียดาย เพื่อนเลยบอกว่าไม่เป็นไรๆ ไว้ฉันจะเต้น
Strip Tease ให้เธอดูก็ได้ คราวหน้ามาเที่ยวซิดนีย์นะ รับรองไม่พลาด
..
บ้าชะมัด ผ่ามาพูดแบบนี้
10 มิถุนายน สัมภาษณ์รอบสุดท้าย สิบสามนาฬิกา ตื่นนอน...
กุมภาพันธ์เพิ่งขุดรากถอนโคนออกจากเตียงได้ หลังจากเหนื่อยและลุ้นมาสองวันติดต่อกัน
วันนี้เลยถือโอกาสรีแล็กซ์ นอนตรู๊ดโด่งซะเลย
อาบน้ำสระผม แต่งหน้าทำผมเช่นเคย วันนี้ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวผูกผ้าพันคอสีฟ้าลายดอกไม้เป็นโบว์ยักษ์
ใส่สูทกระโปรงดำตัวเดิม
มองตัวเองในกระจกแล้วยิ้มหนึ่งที
นี่เอง ที่เราเรียกมันว่า
"สูท (สูตร)หากิน"
สิบห้านาฬิกาสี่สิบห้านาที ไปถึงก็วิ่งไปสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองในห้องน้ำ
แล้วนึกได้ว่า กรอกใบสมัครไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้ซีร็อกซ์ด้านหน้าพาสปอร์ตให้เค้า
เลยวิ่งไปซีร็อกซ์ที่ Business Center มีจดหมายรับรองงานจากเจ้านายเก่าอีกแผ่น
เจ้าหน้าที่โรงแรมก็ไม่คิดตังค์ แม่คุณเอ๋ย น้ำใจงามแท้ เริ่มรักเชอราตันขึ้นมาแล้วล่ะ
สิบหกนาฬิกาสามสิบนาที เลยเวลานัดสัมภาษณ์มาสิบห้านาทีแล้ว
วันนี้บังเอิญนายกฯ จัดเลี้ยงมื้อกลางวันที่ห้องโถงใหญ่หน้าห้องสัมภาษณ์
เลยทำให้การสัมภาษณ์มีอันต้องล่าช้า เดิมทีควรจะได้สัมภาษณ์ตั้งแต่สี่โมงสิบห้า
แต่สุดท้ายมันก็เลื่อนไปจนถึงห้าโมงสิบห้า การสัมภาษณ์ค่อนข้างสบายๆ
ค่ะ ที่ขำๆ คือพอเค้าเชิญให้นั่ง กุมภาพันธ์ก็นั่งหลังตรงไม่พิงพนัก
กรรมการว่าไงทราบไม๊เอ่ย?
"คุณกุมภาพันธ์ ไม่ต้องเกร็งนะ นั่งหลังพิงพนักไปเลย
เราอยากสัมภาษณ์ตัวคุณที่เป็นตัวคุณจริงๆ ไม่ต้องเป็นพิธีรีตรองหรอกค่ะ"
เออ
เอาสิเอ้า ไอ้ที่เตรียมตัวมา เป็นอันว่าต้องเลิกล้ม นั่งกินลูกอมเม็นทอสกับกรรมการแก้มตุ่ย
แล้วนั่งหัวเราะกันสามคนเพราะว่า
มันติดฟันอ่ะ ระหว่างนั้นเค้าก็ถามไปเรื่อยๆ
ว่า มาออสเตรเลียกี่ขวบ ตอนไปเรียนหนังสือวันแรกเป็นไงมั่ง ก็นั่งคุยกันไปเรื่อยๆ
ประมาณสิบห้านาที เสร็จแล้วก็ถามข้อมูลส่วนตัวเช่น สถานภาพในตอนนี้ เรียนจบระดับไหนมา
แพ้ยาอะไรบ้างหรือเปล่า ส่วนเรื่องรอยสักหรือปาน เค้าบอกกุมภาพันธ์ว่า
ถามเพื่อที่ว่าจะได้รู้ว่าเรามีในตำแหน่งไหน เผื่อมีเหตุเค้าจะได้ Identify
ได้ว่านี่คือตัวเราจริงๆ ไม่ใช่คนอื่นที่อาจจะดูคล้ายเรา
จากนั้นก็เป็นการสัมภาษณ์ ไม่มีเลยค่ะคำถามประเภท รู้อะไรเกี่ยวกับสายการบินเอมิเรตส์บ้าง
คิดว่าดูไบเป็นยังไงจะอยู่ได้หรือเปล่า ทำไมถึงอยากมาเป็นแอร์
กุมภาพันธ์โดนแบบนี้ค่ะ
"เท่าที่อ่านเรซูเม่ของคุณ คิดว่าคุณคงมีประสบการณ์ด้านการโรงแรมมามากแล้ว
อยากจะให้ช่วยยกตัวอย่างสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นระหว่างทำงาน อย่างแรกอยากให้พูดถึงสถานการณ์ที่เราเป็นฝ่ายโดนลูกค้าเล่นงาน
อยากให้เล่าว่า คุณเผชิญหน้ากับเหตุการณ์นั้นยังไงและแก้ไขมันยังไงบ้าง"
ชอบจะตาย!! โม้เรื่องที่ทำงานน่ะ เป็น Topic สุดโปรดของกุมภาพันธ์อยู่แล้ว
ถ้าลองมาถามว่า "ให้สมมติว่าตัวเองเป็นพนักงานต้อนรับ แล้วพบกับผู้โดยสารที่ร้องโวยวายว่า
อาหารไม่อร่อยเลย และจะไม่ยอมกินอาหารที่เราจัดให้ คุณจะทำยังไง"
ถ้าถามแบบนี้
ดิชั้นคงได้นั่งอึ้มกิมกี่อยู่อีกชาตินึงล่ะคะ ไม่รู้จะตอบไปว่ายังไง
เพราะในใจ กุมภาพันธ์ตอบได้โดยไม่ต้องคิดเลยว่า "เอาอาหาร ยีหัวผู้โดยสารเล๊ยยยยยยย!!"
ล้อเล่นนะคะ กุมภาพันธ์ตัวจริง ไม่โหดร้ายเลยซักนิด เป็นคนอัธยาศัยดีค่ะ
แต่ต้องดูจังหวะด้วย เพราะจะดีเป็นพักๆ นอกนั้นจะไม่ค่อยอยู่กะร่องกะรอยเท่าไหร่
.
"แล้วอยากจะให้คุณเล่าถึง การเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่คุณมีข้อโต้แย้งกับผู้ร่วมงาน
อยากให้เล่าว่า มีเรื่องอะไร เกิดอะไรขึ้นและคุณแก้ไขมันยังไง"
อันนี้ก็ตอบได้อีกเหมือนกัน เพราะเจอมาแล้วจริงๆ ไอ้ตอนตอบนี่ เหมือนเล่าเรื่องตัวเองให้เค้าฟังมากกว่า
กรรมการแอบมันส์ไปด้วย คือว่ามันเป็นเรื่องของอดีตเพื่อนร่วมงานที่เคยเป็นแฟนเอื้ออาทรกับกิ๊กเก่าของกุมภาพันธ์
คือผู้หญิงน่ะเค้ามีแฟนแล้ว แต่พอมาเรียนต่อที่นี่ เค้าก็มาเอื้ออาทรกิ๊กเรา
พอเค้าเห็นว่ากิ๊กเราทำท่าจะเลื่อนขั้นมาชอบเราจริงๆ เรื่องปวดกบาลก็เลยเริ่มขึ้นเพราะเราต้องทำงานที่เดียวกันและบางทีก็ต้องทำงานด้วยกัน
แต่กุมภาพันธ์ไม่ได้เล่ารายละเอียดหรอกนะ แค่เล่าให้ฟังเท่านั้นเองว่า
วันที่เรามีปัญหากันมันเป็นยังไง แล้วเราจัดการยังไงกับเหตุการณ์นี้
ซึ่งมันก็ต่อเนื่องมาถึงคำถามนึงว่า "แล้วพอเจอเพื่อนร่วมงานที่เค้าไม่ชอบหน้าคุณแบบนี้
คุณจะทำยังไง เพราะว่าในชีวิตจริงนะ ที่ไหนๆ ก็เป็นแบบนี้ บางทีทำดีกับเค้า
เค้าก็ไม่ชอบเรา แต่ก็ไม่รู้สาเหตุว่าทำไม"
เจอเหตุการณ์ในชีวิตจริงอีกแล้วครับท่าน กุมภาพันธ์ก็ตอบไปว่า
ถ้าต้องทำงานด้วยกัน ก็หวังว่าเราจะทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะรู้สึกกันยังไงเป็นการส่วนตัว
เก็บมันเอาไว้ในใจได้ก็จะเป็นเรื่องดี เรามั่นใจว่าเราทำได้ แต่ไม่รู้ว่าเค้าจะทำได้ไม๊
ถ้าเค้าทำได้ ก็ถือว่าโชคดีมากๆ แต่ถ้าหากว่ายังไงๆ เค้าก็ยังมีอาการต่อต้าน
เราก็ควรเพิ่มความอดทนของเราให้มากขึ้น เพราะการเปลี่ยนคนอื่นมันยาก เปลี่ยนตัวเราเองให้ทำใจยอมรับอะไร
อาจจะง่ายกว่า
กรรมการถามว่า "ไม่คิดหรือว่านั่นเป็นการเอารัดเอาเปรียบ"
"เป็นไปได้ แต่ถ้าทำให้เรื่องไม่บานปลายมันก็เป็นการดีค่ะ เพราะใช่ว่าทุกอย่างจะจบสิ้นด้วยดีตามที่เราต้องการจะพูด
บางอย่างก็ควรจะเก็บไว้ในใจบ้าง แต่เท่าที่เคยทำงานมา พอเจอคนแบบนี้เข้า
ซักพักเจ้านายจะจับกระแสได้เองว่า มันมีอะไรไม่ชอบมาพากล ส่วนตัวคิดว่าถ้าได้ทำงานอะไร
ก็จะตั้งใจทำให้ดีที่สุด เพราะฉะนั้น ถ้าไม่แสดงตัวว่าเรามีปัญหา แต่อีกคนแสดงออกว่ามี
เจ้านายก็หันไปรับมือกับปัญหาฝ่ายนั้น แทนที่จะมาคาดคั้นเอากับเรา"
ยังมีอีกหลายคำถามค่ะ จำไม่ค่อยได้ แต่โดยมากจะเกี่ยวกับประสบการณ์ชีวิตล้วนๆ
เหมือนตอนสอบเอมิเรตส์ที่เมืองไทยน่ะคะ จำได้ว่าคำถามรอบสุดท้าย จะเกี่ยวกับเรื่องชีวิตประจำวันและงานที่ทำอยู่ซะมากกว่า
แต่เพื่อนๆ บางคนของกุมภาพันธ์ไม่เคยผ่านงานด้านการบริการมาก่อน คำถามก็จะแตกต่างออกไป
สิบแปดนาฬิกา การสัมภาษณ์จบสิ้นลง กุมภาพันธ์ไม่ได้ทำแบบทดสอบจิตวิทยา
เสียวๆ เหมือนกันว่า เค้าจะเอาเราหรือจะไม่เอา
คนอื่นเค้าได้ทำกันหมด
ทำไมเราไม่ได้ทำอยู่คนเดียว
. กรรมการคงดูออก ก็เลยบอกว่า "ที่ให้ทำเพราะอยากรู้ลึกลงไปอีก
เนื่องจากเราจับตามองดูพวกคุณนับแต่วันแรกแล้วว่าเป็นคนยังไง แต่สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นก็คือคนบางคนจะพูดเก่งเวลาอยู่ต่อหน้าเพื่อนฝูง
แต่เข้ามาในห้องสัมภาษณ์แล้วแทบไม่พูดอะไรเลย มันเลยดูแล้วไม่มั่นใจว่าแบบไหนคือตัวตนที่แท้จริง
การทดสอบชนิดนี้จะช่วยให้เราทราบว่า คุณเป็นคนยังไงในกรณีที่แสดงออกค่อนข้างต่างกัน"
อ่ะ
แสดงว่า กุมภาพันธ์เสมอต้นเสมอปลายหรือเปล่าก็ไม่รู้แฮะ
แต่กรรมการเครียดมากนะกุมภาพันธ์ดูออก เค้าได้แต่นั่งจดจ่ออยู่กับใบสมัครของแต่ละคนแล้วก็ต้องนั่งฟังนั่งจดสัมภาษณ์เสร็จ
กรรมการคนนึงเดินออกมาเล่นเปียโนในห้องโถงเลย แต่พอเค้าเห็นกุมภาพันธ์กับเพื่อนย่องมาแอบดู
เค้าก็เลยหัวเราะอายๆ แล้วบอกว่ามาคลายเครียดหน่อย จริงๆ แล้วเล่นไม่เป็นหรอก
(ไม่เชื่อหรอก
เรายังเสียใจอยู่เลยที่เค้าดันหันมาเห็นเราเข้า รู้สึกผิดๆ
ไงไม่รู้ คนอยากปลดปล่อยอารมณ์ เราดันไปขัดจังหวะ
โดนปรับให้สอบตกแน่เลยง่ะ)
พอลงมาถึงล๊อบบี้
แม่เจ้า!! ลูกเรือเอมิเรตส์สิบกว่าชีวิตกำลังลงมาจากรถโค๊ช!!
กุมภาพันธ์ยืนอ้าปากค้าง โอ้ม่ายยยยยยยยยยก๊อดดดดดดดด!!!! ไวเท่าความคิด
แผล่บเดียวกุมภาพันธ์เข้าไปทำความรู้จักกับพี่แอร์คนไทยในกรุ๊ปนั้นทันที
ชื่อพี่แอร์น่ารักมากๆ แล้วก็ให้คำปรึกษาที่มีประโยชน์มากๆ พี่เค้าอวยพรให้สอบติด
แล้วให้โทรมาหาจะช่วยแนะนำทุกอย่างให้ พี่แอร์เคยทำ United Airlines มาก่อน
กุมภาพันธ์เลยถามว่ารุ่นเดียวกับพี่จ๋าที่เขียนหนังสืออยากเป็นแอร์ใจจะขาดหรือเปล่า
พี่แอร์บอกว่ารู้จัก แต่พี่จ๋าเป็นรุ่นพี่ปีนึง (รู้ด้วยว่าพี่จ๋าว่ายน้ำไม่เป็น
ฮ่าๆๆ) พี่แอร์ไม่เคยรู้ว่าพี่จ๋าเขียนหนังสือ กุมภาพันธ์เลยบอกว่า หนังสือของพี่จ๋าเป็นหนังสือ
Best seller เลยล่ะ พี่แอร์หัวเราะบอกว่า เออ ดังใหญ่แล้ววุ้ย คุยซักพักก็ขอตัวกลับเพราะพี่เค้าเพิ่งมาถึง
รู้สึกดีจังค่ะ ถ้าสอบติดก็ดีสินะ จะได้ไปเจอพวกคุณ Paul_Ek,
Lucky_Chonny, Clamentine และอื่นๆ อีกมากมายที่นั่น แล้วก็อยากให้เพื่อนๆ
ในกลุ่มเราได้ไปเหมือนกัน โดยเฉพาะเด็กปั้นกุมภาพันธ์ เค้าฮาดี กุมภาพันธ์ชอบ
อ้อ
พี่แอร์ฝากมาถึงหนุ่มๆ สาวๆ ที่ยังไม่ได้สมัครนะคะ
ว่าถ้ามีใจรักอยากจะเป็นลูกเรือ ก็ลองสมัครกันเลยอย่ากลัว เช็คดูให้ดีว่าเรามีคุณสมบัติขั้นต้นผ่านทุกประการหรือเปล่า
เช่นมีใบผ่านเกณฑ์ทหาร อายุ 21 ปีแล้ว
ที่ว่า ยังใส่เหล็กดัดฟัน หน้าหมวย
ตัวเตี้ย น้ำหนักเบาหรือหนักไป (ในความคิดของคนนั้น) บางครั้งก็ไม่ใช่ตัววัด
มันขึ้นอยู่กับหลายๆ อย่าง อย่ากลัว แต่ขอให้กล้าเดินหน้าออกมาลุยก่อน
ได้ไม่ได้ค่อยว่ากัน เพื่อนบางคนของพี่เค้าใส่เหล็กดัดฟัน สายการบินถามว่า
จะมีกำหนดเอาออกเมื่อไหร่ หลังจากนั้นก็ให้ไปทำงานเป็นกราวน์ก่อนครบกำหนดถอดเหล็กออกก็ย้ายไปเป็นลูกเรือ
อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ในชีวิต พี่แอร์บอกว่า "ความกล้าเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิต"
ค่ะ
ท้ายสุดนี้ อยากเพิ่มเกร็ดเล็กน้อยว่า ไม่มีปัญหานะคะหากจะผูกผ้าพันคอไป
ในวัน Prescreening, Preliminary & Final Interview เพราะว่ากุมภาพันธ์สิวขึ้นพอดีเลย
มันแดงมาก ยังไม่ยุบ เลยต้องเอาผ้าพันไป สองวันหลังนี่เป็นโบว์ยักษ์อลังการค่ะ
กรรมการไม่ได้ว่าอะไรเลย แต่ว่าในรูปถ่ายเค้าขอให้ไม่ผูกค่ะ สาวๆ ท่านใดคิดจะถ่ายรูปเพื่อสมัครเอมิเรตส์
โปรดถ่ายแบบหน้าตรง ยิ้มเห็นฟัน มือแนบข้างลำตัว ไม่เอาแบบประสานกันนะคะ
ผมเกล้าให้เรียบร้อย ใส่ชุดสูทให้ดูภูมิฐานเป็นทางการ ผู้หญิงขอให้ใส่กระโปรงเหนือเข่าเล็กน้อย
ส่วนพวกคุณผู้ชาย
จะใส่กระโปรงด้วยก็ได้ เป็น Option เสริม (ล้อเล่นนะคะ)
แบ๊คกราวน์เป็นสีเรียบไม่เอาวิวอะไร ขาไม่ไขว้ ขอให้ยืนตรงๆ แยกขานิดหน่อยเพื่อกรรมการจะได้เห็นว่าขาโก่งหรือไม่
อย่าใส่เครื่องประดับที่รกรุงรัง รองเท้าหุ้มส้นไม่โชว์นิ้วเท้าค่ะ
Reference หรือคนค้ำประกันขอให้เป็นเจ้านายเก่าหรืออาจารย์เราก็ได้นะคะ
เพราะว่าเค้าอาจจะโทรไปไถ่ถามความเป็นมากับเจ้านายเราก่อนวันที่เราเข้าไปสัมภาษณ์วันสุดท้ายเลยล่ะ
อันนี้เพื่อนที่ไปสัมภาษณ์วันนี้โดนมาแล้ว และพิสูจน์แล้วว่าไม่ได้อำ เพราะกรรมการรู้เรื่องส่วนตัวบางอย่างของเจ้านายเก่าด้วย
เช่น เลี้ยงหมากี่ตัว มีลูกสาวกี่คน อย่าตกใจไปก่อนนะคะ เราไม่ใช่ฆาตกรที่วิ่งหลบตำรวจหรือผู้ค้ายาแต่อย่างใด
เค้าแค่โทรไปคุยเพื่อตรวจสอบว่าเราเคยทำงานที่นั่นจริงไม๊ ลักษณะเราเป็นคนยังไง
จะได้รู้ว่าเราเป็นตัวเราเองอย่างที่แสดงออกให้เค้าเห็นหรือเปล่า หรือว่า
Fake เพื่อให้ตัวเองดูดี
บรรยากาศสามวันของการสมัครลูกเรือสายการบินเอมิเรตส์ในออสเตรเลียจบสิ้นลงเพียงแค่นี้ค่ะ
หลังจากนี้อีกสี่อาทิตย์ คงทราบผลว่าได้หรือไม่ได้ และกุมภาพันธ์จะบอกให้นะคะว่า
กรรมการสองคนที่สัมภาษณ์กุมภาพันธ์ คือกรรมการชุดเดียวกับที่จะไปสัมภาษณ์หนุ่มๆ
สาวๆ ที่กรุงเทพฯ ในไม่กี่วันข้างหน้านี้แหละ เค้าชื่อแจเน็ตกับมิคกี้
คนชื่อมิคกี้เป็นคนเชื้อแขก เคยเป็นแอร์มาแล้วหลายสายการบิน เค้าอาจจะพูดเร็วไปบ้าง
แต่ไม่มีปัญหาหากจะขอให้เค้าทวนคำถามอีกครั้ง ส่วนแจเน็ตเป็นฝรั่ง เคยทำสายการบิน
Ansett มาก่อน สองคนนี้น่ารักนะคะ เวลาพบเค้า ก็จงเป็นกันเองและรีแล็กซ์มากๆ
เราว่าเค้าดูออกว่า ใครเตี๊ยมมาจากการอบรมแอร์ (ที่แนะนำเป็น Pattern
ว่าต้องตอบคำถามอย่างไร) แต่กุมภาพันธ์ว่า อย่าบอกใครเลยว่าเราผ่านการอบรมมาแล้ว
เก็บมันเอาไว้เป็นแนวทางตัวเองเพื่อให้รู้ว่า วันที่เค้ารับสมัคร มันจะมีอะไรมั่งเราจะได้เตรียมตัวได้ถูกดีกว่า
ขอบคุณที่ทนอ่าน ขอบคุณพ่อแม่พี่น้องญาติสนิทมิตรสหายทั้งชายและหญิง
จะไม่ลืมกำลังใจจากทุกคนเลยอ่ะ โฮฮฮฮฮฮฮ ซึ้งจายยยยยย ซึ้งจายยยยยยย ตอนสมัครขอให้เต็มที่กะมันเลยนะ
ไม่ต้องกังวลว่าเค้าจะรับกี่คนเพราะชอบคนไหน เค้าก็กวาดไปหมดอ่ะค่ะ คนลาออกก็มีเยอะ
... โอกาสยังอยู่ไม่ไกล
Keep The Faith กันไว้นะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะคุณ My_Melody
เราจะพยายามให้หนังสือของเราได้ตีพิมพ์ก่อนคุณกลายเป็นคุณยายนะคะ อดใจรอหน่อยค่ะ
คนอื่นๆ เค้าได้อดทนรอกันมาแล้ว เค้าแฮปปี้ที่จะรอกันดีค่ะ แค่ถามๆ เป็นบางทีว่า
"ได้อ่านชาตินี้แน่นะ?" เท่านั้นเอง
คุณ Paul_Emirates อ่านข้อความคุณทีแรก หน้าเรามาชิดกับจอคอมฯเลย
ด้วยความที่ภาษาไทยไม่แตกฉาน เราเลยใจตุ้มๆต่อมๆชอบกล ตอนเห็นประโยค "คือจริงๆ
แล้วผมก็เพิ่งได้มาเป็นสมาชิกที่นี่ประมาณเดือนนึงนะครับ แต่ก็มีโอกาสได้เห็นอะไรเยอะเหมือนกัน
ทั้งในด้านที่ดีและก็ไม่ดี ซึ่งจริงๆ แล้วเรื่องที่ดีมีอยู่มากมาย หาน้อยมากที่ไม่ดีเช่นแบบนี้"
ยังมีอีกหลายชีวิต ที่กุมภาพันธ์ไม่ได้เอ่ยนาม แต่ได้เห็นชื่ออย่างแนนดี้
Lucky_Chonny Googig Junno Airiko Edland และอื่นๆอีกมากมายก็ดีใจมากค่ะ
เพราะเห็นชื่อมานานแล้วเหมือนกัน ขอบคุณอีกครั้งนะคะสำหรับกำลังใจจากทุกคน
สู้เถิดเรา ชาว thaicabincrew.com!!!

โดย กุมภาพันธ์ © 2004 All Rights
Reserved
September 17, 2005