มีหลายท่านสงสัยว่า ก่อนที่ลูกเรือไทยจะไปบินนั้นต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง แต่งตัวออกจากบ้านแล้วขับรถไปบินเลยหรือ หรือขับรถไปจอดที่สนามบินแล้วเดินไปขึ้นเครื่องบินเลย แล้วเค้ามีศูนย์ลูกเรือที่หลักสี่ไว้ทำไม วันนี้ผมมีคำตอบมาฝากครับ


ขอเรียนให้ทราบก่อนว่า ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ลูกเรือการบินไทยจะได้รับแจกตารางบิน โดยแผนกที่เกี่ยวข้องจะนำมาใส่ใน personal box ของแต่ละคน พอดีผมไม่มีรูปตารางบินมาอวด จึงขออธิบายว่าหน้าตาของตารางบินนั้นคล้ายกับตารางสอนสมัยเราเป็นนักเรียนแหละครับ โดยในตารางบินจะแสดงรายละเอียดของไฟลท์ทั้งหมดที่เราจะต้องบินในเดือนนั้นๆ เช่น จุดหมายปลายทาง เวลาเครื่องออก เวลาเครื่องถึงปลายทาง และรายละเอียดอื่นๆ ที่จำเป็น ตารางบินเป็นสิ่งที่ลูกเรือต้องรักษายิ่งชีพ เมื่อได้รับแล้วผมแนะนำให้ไปถ่ายเอกสารเก็บไว้กันหาย ตัวผมเองแม้จะระวังอย่างดี แต่เพราะเริ่มเข้าสู่วัยชรา จึงหลงลืมอยู่บ่อยๆ ตารางบินที่หวงนักหวงหนาจึงตกหล่นหายมาหลายครั้ง และทุกครั้งมันทำให้ผมวุ่นวายจนอยากจะเขกกบาลตัวเอง ลูกเรือที่ทำตารางบินหายสามารถไปขอให้แผนก OL reprint ใหม่ได้ครับ แต่จะได้เป็นฉบับปลอมๆ คล้ายเศษกระดาษที่ไร้ค่า และไม่มีรายละเอียดใดๆ นอกจากหมายเลขไฟลท์และวันที่ต้องบินเท่านั้น ต้องเสียเวลามาเปิด time table เพื่อใส่เวลาลงใน schedule อีก วุ่นครับวุ่น

เมื่อต้องไปบิน สิ่งสำคัญประการแรกที่ลูกเรือจะลืมไม่ได้ก็คือ บัตรประจำตัวหรือไอดีการ์ด เพราะเราจะต้องนำบัตรมารูดกับเครื่องเพื่อทำการเช็คอินเสียก่อนที่ศูนย์ลูกเรือ บริษัทกำหนดไว้ว่าเวลาเช็คอินคือสองชั่วโมงก่อนเครื่องออกสำหรับไฟลท์ในประเทศและไฟลท์ต่างประเทศที่ออกหลังเจ็ดโมงครึ่ง เช่น หากเราต้องบินไฟลท์ที่ออกเวลาแปดโมงเช้า เวลาที่เราต้องมารูดการ์ดเช็คอินคือหกโมงเช้า คือสองชั่วโมงก่อนเวลาเครื่องออกนั่นเอง แต่มีหมายเหตุอยู่นิดนึงสำหรับไฟลท์ในประเทศที่ออกก่อนเจ็ดโมงครึ่ง เวลาเช็คอินคือหนึ่งชั่วโมงครึ่งก่อนเครื่องออก เช่น หากเรามีไฟลท์ที่เครื่องออกเวลาหกโมงครึ่ง เราก็ต้องมาเช็คอินเวลาตีห้าตรง ลูกเรือคนไหนบ้านอยู่ไกล เจอไฟลท์แบบนี้บ่อยๆ อาจทำให้เป็นโรคประสาทได้ เพราะอาจต้องตื่นตั้งแต่ตีสามหรือตีสามครึ่ง ตัวผมเองนั้นเป็นคนตื่นเช้า แต่การตื่นตีสามวันเว้นวันนั้นเป็นสิ่งที่น่าเบื่อหน่ายจริงๆ ครับ มิน่า เค้าถึงหนีไปบินยุโรปกันหมด

มาถึงศูนย์ลูกเรือแล้วอย่าเพิ่งเถลไถล รูดการ์ดให้เรียบร้อยเสียก่อน รอจนชื่อและไฟลท์ พร้อมข้อความ check in ok! ปรากฎบนจอก่อนผละไปทำธุระอื่น เมื่อรูดการ์ดเสร็จเรียบร้อย อย่าลืมขึ้นไปบนชั้นสองเพื่อเซ็นชื่อที่หน้าโต๊ะ SV on duty เหลือบไปดูบนกระดานด้วยว่าเราจะต้องเข้าบรีฟห้องไหน เวลาเข้าห้องบรีฟคือห้านาทีหลังเวลาเช็คอิน ถ้าเวลาเช็คอินคือแปดโมง เวลาเข้าห้องบรีฟคือแปดโมงห้านาที จากนั้น ลูกเรือที่ดีต้องไปจดเมนูที่เตรียมไว้ให้ในห้องเตรียมงาน การเตรียมตัวให้พร้อมในทุกเรื่องก่อนบินเป็นการแสดงความมืออาชีพของเราครับ ไม่ใช่สักแต่ว่าเส้นเข้ามาเป็นลูกเรือ ซึ่งนั่นก็แย่มากแล้ว แต่ยังทำงานกินเปอร์เดี้ยม ทำตัวเป็นกาฝาก สักแต่ว่าทำงานให้ผ่านไปวันๆ ผมเห็นลูกเรือหลายคนเป็นอย่างนั้นแล้วอดห่วงอนาคตของบริษัทการบินไทยไม่ได้


ออกจากห้องบรีฟอาจมีเวลาเหลืออีกเล็กน้อยที่ลูกเรือจะทำธุระส่วนตัวเช่น ทานข้าว เข้าห้อง box หรือเข้าห้องน้ำ จากนั้นก็ต้องลากกระเป๋าไปที่รถรับส่งที่จอดรออยู่ด้านหน้า เช็คหมายเลขไฟลท์ให้ดีก่อนขึ้นรถนะครับ เรื่องเก็บทิปก็เป็นเรื่องที่น้อง ลูกเรือรุ่นใหม่ควรรับทราบไว้ เป็นธรรมเนียมที่เราปฎิบัติกันมาว่า สจ๊วตจูเนียร์สุดต้องเป็นคนเก็บทิป ไม่ใช่ปล่อยให้พวกลุงสจ๊วตแก่ๆ ต้องเป็นคนเก็บ ดูแล้วไม่ชื่นใจเลยน่ะครับ ตัวผมเองก็เคยเก็บทิปมายาวนานหลายปี บางอย่างนิสัยและสันดานของคนก็ดูได้จากตอนนี้แหละครับ บางคนก็ไม่ยอมจ่ายซะเฉยๆ ลืมไม่ว่าแต่ตั้งใจนี่แย่ครับ บางคนเค้าเก็บทิปกันแค่คนล่ะสิบบาทดันยื่นแบ๊งค์พันมาให้ มันน่าไม๊เนี่ย

เมื่อมาถึงสนามบิน ต้องมองจอแสดงหมายเลขไฟลท์และประตูทางออกที่เครื่องจอดอยู่ เราต้องเดินผ่านจุดตรวจกระเป๋า โทรศัพท์มือถือต้องนำออกมาเอ๊กซเรย์ด้วย จากนั้นก็ไปนั่งรอที่หน้าประตูทางออกได้เลย

เรื่องมันก็มีแค่นี้แหละครับท่านสารวัตร เรื่องการเตรียมตัวก่อนไปบินก็ขอจบลงอย่างดื้อๆ ตรงนี้ครับ

 


โดย กำแหงหาญ ©2002 All Rights Reserved 14 ตุลาคม 2545