จดหมายจากอาบูดาบีฉบับที่ 2


As Salaamu Alaikom พี่ Editor สุดที่รัก (ของคนอื่น)

อะซาลามอไลคุม** แปลว่าสวัสดีไงคะ (ภาษาแขก) งงเลยล่ะสิพี่เอดิเตอร์ที่รักของน้องๆ พี่สบายดีไม๊เอ่ย หวังว่าพี่คงจะสบายดีและคงยังไม่แก่และตุ้ยนุ้ยไปมากกว่าเดิมนะ (ทำยังกะเคยเห็นเรา คิกคิก -Editor) ยอมรับความจริงซะนะพี่ ไม่ต้องงอนหนูหรอก น้องฝ้ายสุดสวยและบรรดาเพื่อนๆ ตัวแสบทั้งห้าสบายดีค่ะ วันนี้เป็นวันหยุดฝ้าย เนี่ยตีสามแล้วยังตาค้างอยู่เลยค่ะ สงสัยผลข้างเคียงจาก Karaoke ตอนหัวค่ำ เบื่อจะตาย เลยมานอนเขียนจดหมายหาพี่เอดิเตอร์ดีกว่า คิดถึ้ง คิดถึง พร้อมจะนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลาไปกับฝ้ายหรือยัง เอ้า 1-2-3

ฝ้ายและเพื่อนๆ มาถึงเมืองอาบูดาบีเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม หลังจากเทรนเสร็จปุ๊บก็ย้ายมาที่เมืองนี้เลยค่ะ เดินทางกันมาแบบสะลึมสะลือสุดๆ เพราะพวกเรามี Party กันเกือบเช้า (Wing Day Party ไง คิกคิก) สภาพแอร์จบใหม่อย่างพวกเราจึงเหมือนผีดิบเลยค่ะ 555 พวกเราต้องย้ายเข้ามาอยู่ที่โรงแรม Sands ก่อนกำหนดประมาณ 3-4 เดือน เพราะ Accommodation ของพวกเราที่บริษัทจัดให้ยังไม่เรียบร้อย โรงแรมที่พวกเราอยู่ก็แสนจะดีสะดวกสบาย ที่สำคัญไม่ต้องเหนื่อยทำความสะอาดกันเอง ถึงสภาพห้องพักจะไม่อลังการเท่ากับโรงแรมที่บรรดากัปตันและ First Officer อยู่ แต่พวกเราก็อบอุ่นเพราะอยู่กันเหมือนครอบครัว ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ หนูก็จะลงไปเล่นเน็ต (ก็ที่คุยกับพี่นั่นแหละ) นั่งแชท นั่งเมาท์ หรือไม่ก็นั่งเล่นนอนเล่นพูดคุยเฮฮากับเพื่อนๆ ที่ Crew Room มันก็หายเหงาไปได้บ้างค่ะพี่


เพื่อนสนิทของหนูเองค่ะ

ที่นี่พวกเราไม่ต้องซัก Uniform เองค่ะ บริษัทให้พวกเราส่งซักได้ฟรี แต่ถ้าเป็นเสื้อผ้าส่วนตัวแล้วต้องแย่งเครื่องซักผ้ากันสุดฤทธิ์เลยค่ะพี่ เพราะมีแค่เครื่องเดียวแถมเครื่องอบผ้าก็มีเครื่องเดียวอีก หนูต้องย่องลงไปซักตอนตีสามค่ะถึงจะได้ซัก น่าสงสารไม๊คะพี่ขา แต่หลังๆ มานี่หนูตัดสินใจเป็นนางแจ๋วซักเองดีกว่า สบายใจดี (จากนางฟ้าเป็นนางแจ๋ว เป็นไง 2 In 1) โรงแรม Sands ที่เราพักอยู่ใจกลางเมือง ร้านขายของชำ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร (ส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาหารแขก) ก็อยู่ใกล้ๆ พวกเรากินโรตี กิน Chiken Tikka กันจนหน้าจะเป็นแขกอยู่แล้วค่ะ คิดถึงอาหารไทยกันมากๆ


บรรยากาศในห้องเรียนค่ะ

หลังจากมาถึงอาบูดาบีได้ซัก 1-2 วัน พวกเราก็เริ่มได้ตารางบินกันแล้ว ตื่นเต้นกันสุดๆ Panic กันทุกเรื่อง ขึ้นเครื่องไปก็ไม่รู้จะเริ่มหยิบจับอะไรก่อน (นี่ขนาดเพิ่งเรียนจบกันมานะเนี่ย) แต่พวกเรา Learning By Doing ค่ะ บางอย่างที่เราสัมผัสจริงบนเครื่องก็ไม่ตรงกับตำราที่เราเรียน แต่พวกเราก็เก่งค่ะ แป๊บเดียวก็ปรับตัวกันได้ (เออ ชมตัวเองก็เป็น-Editor) แต่ที่ทำให้เราตึ๊กตึ๊กในดวงหทัยที่สุดก็เป็นช่วงก่อนที่เราจะไปทำการบิน พวกเราจะต้องเข้าห้อง Brief ซึ่งบางทีมันก็เหมือนห้องดับจิตสำหรับพวกเราค่ะ เพราะต้องตอบคำถาม Flight Senior เกี่ยวกับเรื่อง First Aid, Emergency Procedure และ Emergency Equipment ต่างๆ ซึ่งบางคำถามก็โหดซะ พวกเราจึงต้องขยันท่องตำรา เตรียมตัวมาให้พร้อมก่อนมาบิน เพราะหากเราตอบคำถามไม่เป็นที่พอใจ เราอาจโดน Offload จากไฟลท์นั้น หรืออาจจะโดนรายงาน (Warning Letter) และอาจถูกส่งกลับไปเรียนใหม่ (แงๆ หนูไม่เอา) พวกรุ่นพี่ที่นี่พูดให้หนูฟังว่า พวกเราจะไม่มีวันลืมคนที่เป็น Flight Senior คนแรกของเราเป็นอันขาด ต่อให้บินเป็นสิบปีก็ตาม ฝ้ายก็ว่างั้นแหละ เพราะ Flight Senior ของฝ้ายคนแรกหน้าตาเหมือนพี่จอห์นนี่ แอนโฟเน่ ยังกะแกะ คิกคิก แถมกัปตันของฝ้ายก็ดันหน้าละม้ายคล้ายทอม ครูซอีกต่างหาก นี่ล่ะมั๊งที่เป็นยาชูกำลังในการทำงานของฝ้ายที่นี่ 555

สถานีที่พวกเราได้บินก็ยังมีไม่เยอะหรอกค่ะ เพราะแรกๆ เราต้องบินเครื่องของ Gulf Traveller (บริษัทลูกของ Gulf Air-Editor) ไปก่อน ส่วนใหญ่จึงต้องบินในประเทศแถบตะวันออกกลางและบางประเทศในทวีปแอฟริกาเหนือ และหนูได้ข่าวมาว่าสายการบินของหนูมีแผนจะเปิดเส้นทางมากรุงเทพและอังกฤษในเร็วๆ นี้ ฝ้ายก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเรื่องจริงหรือข่าวลือ บางสถานีที่เราไปก็ต้องนอนค้าง (Night Stop) บางสถานีไปถึงแล้วก็กลับเลย (Turnaround Flight) ผู้โดยสารในแต่ล่ะเส้นทางก็ต่างกัน บางครั้งหนูก็เจอแบบที่แย่ๆ เหมือนกัน แต่ในเมื่อเราเลือกที่จะมาทำงานอาชีพนี้ก็ต้องอดทน และต้องพยายามเข้าใจว่าธรรมชาติของผู้โดยสารแต่ล่ะคนนั่นต่างกัน หนูคิดแบบนี้แล้วก็ทำงานมีความสุขขึ้นค่ะพี่เอดิเตอร์

เราจะไปบินไหนบ้างในแต่ล่ะเดือน แผนกที่จัดตารางบินจะเป็นผู้จัดให้ค่ะ เราจึงไม่สามารถเลือก Schedule เองได้ แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นก็อาจจะขอแลกตารางบินกับเพื่อนๆ ได้ แต่ก็ยุ่งยากพอสมควร หนูก็เลยเป็นแบบให้อะไรมาหนูก็บิน (นอกจากบาง Destination มีคนที่อยากเจออยู่ หนูก็อาจแลกไปหาก็ได้ คิกคิก) ตอนที่หนูบินช่วงแรกๆ ต้องไปนอนค้างต่างบ้านต่างเมือง ห่างเพื่อนๆ ที่เคยคลุกคลีอยู่ด้วย ฝ้ายเคยไปนอนร้องไห้น้ำตาเปียกหมอนคิดถึงแฟนเพราะเหงาๆ มากๆ เลยค่ะ

คิดถึงแฟน คิดถึงเพื่อนสุดๆ ตอนเทรนที่บาห์เรนก็ไม่เท่าไหร่หรอกค่ะเพราะอยู่ด้วยกันตลอด กลับมาจากเทรนก็ทำกับข้าวทานกัน ร้องรำทำเพลงสนุกสนานกันไป แต่เมื่อทุกคนต้องไปบินก็ต่างคนต่างกระจัดกระจาย นานๆ จึงจะได้บินกับเพื่อนคนไทยซักที เวลาหนูไปบินที่ไหนๆ เมื่อเครื่องจะลงที่อาบูดาบีนะ หนูจะนั่งนึกเลยว่าวันนี้กลับมาจะเจอใครบ้าง อยู่บนเครื่องทำงานเหนื่อยหมดแรง ตาแทบลืมไม่ขึ้น แต่ถึงโรงแรมเจอเพื่อนตาสว่างทันทีเลยพี่เอดิเตอร์ คิกคิก ไม่รู้เป็นอะไร กลัวจะไม่ได้คุย กลัวเพื่อนหายมั๊ง

เวลาที่ฝ้ายและเพื่อนๆ มารู้จักกันและอยู่ด้วยกันอาจจะไม่มากมาย แต่หนูว่าระยะเวลาไม่สำคัญหรอกจริงไม๊ เพราะเพื่อนก็คือครอบครัวเดียวที่ฝ้ายมีอยู่ที่นี่ ไม่ให้พวกเรารักและคิดถึงกันแล้วจะให้พวกเราไปคิดถึงใครที่ไหนล่ะจริงไม๊ (ยกเว้นชายในดวงใจนะ) พวกเราอยู่ที่นี่ก็มีความสุขดี นี่ก็มีแผนการจะกลับกรุงเทพกันในเร็วๆ นี้ค่ะ จะไปขนอาหารไทยกลับมากัน คิกคิก และหนูหวังว่าจะได้เจอพี่เอดิเตอร์สุดหล่อที่กรุงเทพนะคะ หรือถ้าพี่มีโอกาสบินมาเมืองแขกก็แวะมาเยี่ยมเยือนเราบ้างนะ หนูจะพาพี่ไปสูบ Shisha เอ่อ มันก็เป็นประมาณยาสูบน่ะค่ะ แต่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เป็นกลิ่นผลไม้ต่างๆ เหมือนๆ อโรมาๆ อะไรแบบนั้นแหละค่ะ ง่วงนอนแล้ว หนูไปนอนก่อนนะคะ พรุ่งนี้มีบินกับกัปตันทอม ครูซ เดี๋ยวหนูจะไม่สวยสดใส ฮิฮิ

ราตรีสวัสดิ์ค่ะพี่

* คุณ Freiesleben แจ้งผ่านทาง webboard ว่า คำว่า "As Salaamu Alaikom" เป็นคำทักทายของชาวอาหรับก็จริง (ส่วนใหญ่ชาวมุสลิมเท่านั้นที่ทักทายด้วยคำนี้) แต่ไม่ได้หมายความว่า "สวัสดีค่ะ หรือ สวัสดีครับ" แต่เป็นภาษาอาหรับแปลว่า "ขอความสันติสุขจงประสบแด่ท่าน" คนที่ได้รับการทักทายก็จะตอบว่า "Wa Alaikum Musalaam" ซึงก็คือ "ขอความสันติสุขจงประสบแด่ท่านเช่นกัน" จริงๆแล้วคำนี้จะยาวกว่านี้ คือ ต่อท้ายด้วย " Walah Matullor Hiva baror-ga-tu" ซึ่งก็คืออวยพรว่านอกจากความสันติสุขแล้ว ก็ขอให้ได้รับความเมตตา กรุณา โชคลาภ จากพระเจ้า .. ส่วนคำว่าสวัสดีจริงๆแล้ว ก็มีแตกต่างตามเวลาเหมือนภาษาอังกฤษ เช่น "ซ่อบาฮุล เคร" คือสวัสดีตอนเช้า ผู้ถูกทักกายก็จะตอบว่า "ซ่อบาฮุล นูร

 




เรื่องโดย ฝ้าย ©2003 All Rights Reserved July 2003