ก่อนจะฝ่าด่านสุดท้าย ซึ่งก็คือการสอบว่ายน้ำและการตรวจร่างกาย
เรามีข้อแนะนำบางประการมาฝากดังนี้
1. น้องๆ ที่ผอมแห้งแร้งน้อย ไร้เรี่ยวแรง
ควรเริ่มออกกำลังกายได้แล้ว อาจเป็นการขยับแข้งขยับขา กระโดดตบ วิดพื้น
หรือวิ่งจ๊อกกิ้งในระยะสั้นๆ ข้อสำคัญอย่าหักโหมจนเกินกำลัง ต้องเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าจะไปสอบว่ายน้ำไม่ใช่ไปชกมวยชิงแชมป์โลก
เพราะการออกกำลังกายหนักเกินไปจะทำให้ร่างกายผิดปกติได้ เช่นเหนื่อยจนช็อกหรือกล้ามเนื้อฉีก
ไปสอบว่ายน้ำไม่ได้ นอกจากจะเสียฟอร์มอายเพื่อนๆ แล้ว ยังอาจอดเป็นแอร์ด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องอีกด้วย
2. ต้องสลัดความขี้เกียจออกจากสายเลือดให้ได้ เตือนตัวเองอยู่เสมอว่าอดทนอีกหน่อยเดี๋ยวก็ได้บินสมใจแล้ว
เพราะฉะนั้นต้องลุกขึ้นมาออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ เพราะมีตัวอย่างมามากแล้วที่สอบว่ายน้ำในระยะห้าสิบเมตร
แต่ไปได้ครึ่งทางก็ทำท่าจมไม่จมแหล่อยู่กลางสระเพราะตะคริวจับ นอกจากจะเสียฟอร์มอายเพื่อนๆ
แล้ว ยังอาจอดเป็นแอร์ด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องอีกด้วย
3. เมื่อทราบวันสอบว่ายน้ำที่แน่นอนแล้ว น้องๆ ต้องจัดระเบียบชีวิตให้ดี
กิจกรรมอะไรที่เสี่ยงกับสุขภาพและชีวิตควรงดในช่วงนั้น ควรทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะ
พักผ่อนให้เพียงพอ รักษาสุขภาพร่างกายให้สมบูรณ์ จากที่ออกเที่ยวกลางคืนเป็นประจำก็ต้องงดเสียบ้าง
หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่อากาศไม่บริสุทธิ์ หากท้องเสียหรือเป็นไข้กระทันหันในช่วงนั้น
นอกจากจะเสียฟอร์มอายเพื่อนๆ แล้ว ยังอาจอดเป็นแอร์ด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องอีกด้วย
4. ควรงดการเดินทางไกลในช่วงก่อนสอบ ยังไม่ต้องรีบฉลองล่วงหน้า อดใจไว้หลังสอบจะดีกว่า
อุบัติเหตุและเหตุสุดวิสัยมักเกิดขึ้นเสมอในช่วงคาบลูกคาบดอก เช่นเครื่องบินอาจไปเสียอยู่ที่ฮ่องกง
หรือรถเสียอยู่กลางป่าที่แม่ฮ่องสอน กลับมาสอบไม่ทัน นอกจากจะเสียฟอร์มอายเพื่อนๆ
แล้ว ยังอาจอดเป็นแอร์ด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องอีกด้วย
5. ปรึกษาหมอแต่เนิ่นๆ หากไม่แน่ใจในสุขภาพของตัวเอง เพราะความผิดปกติบางอย่างในร่างกายอาจแก้ไขได้ทันเวลาหากรู้ล่วงหน้า
สำหรับผู้ที่มีปัญหาทางสายตาและยังไม่เคยใส่คอนแทคเลนส์ ควรหัดใส่และถอดให้คล่อง
เพราะการตรวจสายตาที่เวชศาสตร์การบินมีการตรวจทั้งเวลาใส่และไม่ใส่คอนแทคเลนส์ครับ
6. ระลึกไว้เสมอว่าการสอบว่ายน้ำไม่ใช่การแข่งโอลิมปิค ทุกคนต้องลงไปยืนในสระเพื่อออกตัวพร้อมกัน
(ครั้งละ4-5 คน) ไม่ใช่กระโดดพุ่งหลาวแข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตาย
การเซฟตัวเองด้วยการว่ายไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน และหายใจให้สม่ำเสมอ
จะทำให้น้องแตะขอบสระด้วยความมั่นใจ ไม่เสียฟอร์ม
7. เตรียมชุดว่ายน้ำและอุปกรณ์เสริมต่างๆ ให้พร้อม เช่น หมวกว่ายน้ำ
แว่นตา น้องๆ ผู้หญิงควรใส่ชุดว่ายน้ำสีเข้ม ขอบขาไม่เว้าสูงจนเกินไป
นอกจากอยากโชว์ประชาชีนับพันที่ไปให้กำลังใจก็ไม่ว่ากัน เพราะนี่เป็นการสอบว่ายน้ำไม่ใช่การเดินแบบหรืออวดชุดว่ายน้ำรุ่นล่าสุด
ควรตรวจสอบสภาพชุดว่ายน้ำให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ เป้าไม่ขาด ก้นกางเกงไม่มีรู
พลาดพลั้งไปนอกจากจะทำความขายหน้าให้กับเจ้าตัวแล้ว อาจโดนเพื่อนเอาไปอำคราวหลังไม่รู้ด้วย
8. แต่งตัวให้สุภาพเรียบร้อยทั้งในวันสอบว่ายน้ำและวันตรวจร่างกายที่สถาบันเวชศาสตร์การบิน
พึงระลึกไว้ว่าตอนนี้น้องเป็นว่าที่สมาชิกคนหนึ่งของบริษัทการบินไทยแล้ว
การกระทำใดๆ ต่อหน้าสาธารณชนสามารถสร้างทั้งภาพบวกและลบให้กับบริษัทที่น้องๆ
กำลังจะเข้าไปร่วมงานด้วย
9. ในวันตรวจร่างกาย ซึ่งแทบจะเรียกว่าเป็นด่านสำคัญด่านสุดท้ายก่อนที่บริษัทจะรับน้องเข้าเป็นลูกเรือนั้น
ควรไปให้ตรงตามเวลานัด ศึกษาเส้นทางไปสถานที่ตรวจร่างกาย (สถาบันเวชศาสตร์การบิน)
วันจริงจะได้ไปถูก ไม่หลงไปไหนๆ เสียก่อน
10. การตรวจร่างกายที่สถาบันเวชศาสตร์การบินไม่ใช่การเจาะลึกถึงยีนหรือโครโมโซม
เพราะฉะนั้นไม่ต้องตื่นเต้นมากจนนอนไม่หลับ เพราะอาจทำให้ความดันโลหิตผิดปกติได้
การตรวจร่างกายที่สถาบันเป็นการตรวจทั่วไป เช่น ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ
เอ๊กซ์เรย์ ตรวจสายตา ตรวจการได้ยิน ตรวจฟัน ตรวจความดัน ชั่งน้ำหนัก
วัดส่วนสูง และพบแพทย์ อย่าลืมงดอาหารตั้งแต่เที่ยงคืนของวันก่อนตรวจด้วยนะครับ
ก่อนจะจากกันไป ขอฝากน้องๆ ไว้นิดนึงว่า
อย่าลืมที่เราเคยสัญญากัน เราหวังว่าน้องๆ ที่ผ่านเว๊บนี้ จะเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขที่ดีของบริษัท
เป็นลูกเรือสายเลือดใหม่ที่จะนำสิ่งดีๆ และสร้างชื่อเสียงให้กับบริษัท
เราหวังว่าน้องๆ จะตั้งใจทำงานสมกับที่บริษัทให้ความไว้วางใจรับน้องเข้ามาร่วมงาน
เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าน้องๆ จะให้บริการผู้โดยสารด้วยจิตใจที่ดี
และที่สำคัญ ได้เป็นลูกเรือเต็มตัวแล้ว อย่าลืมกลับมาให้ข้อมูลและกำลังใจน้องๆ
รุ่นต่อไปในเว๊บแห่งนี้ด้วยนะจ๊ะ อย่าหายเงียบไปเหมือนสายลมที่พัดผ่าน
เพราะยังมีน้องๆ เด็กๆ รุ่นหลังอีกมากที่อยากเป็นลูกเรือและต้องการคำแนะนำจากพี่ๆ