Special Interview: คุณจูน แอร์โฮสเตสระดับ Yahala ของสายการบิน Royal Jordanian

ภารโรง: myoldeditor

Special Interview: คุณจูน แอร์โฮสเตสระดับ Yahala ของสายการบิน Royal Jordanian

โพสต์โดย myoldeditor » วันจันทร์ มิ.ย. 15, 2015 7:21 pm

รูปภาพ

Special Interview: คุณจูน แอร์โฮสเตสระดับ Yahala ของสายการบิน Royal Jordanian
เรื่องและภาพโดย จูน
เรียบเรียงโดย myoldeditor


.................................


มีลูกเรือคนไทยหลายคนทำงานกับสายการบิน Royal Jordanian แต่เราก็ไม่ค่อยได้รับข่าวคราวจากพวกเธอเท่าไหร่นัก วันนี้โชคดี ได้มีโอกาสเจอตัวเป็นๆ ของน้องจูน แอร์โฮสเตสสาวคนดังจากสายการบิน Royal Jordanian ที่ว่าดังก็เพราะเธอเคยมีบทสัมภาษณ์ยาวเหยียดลงในนิตยสาร Take Off นิตยสารด้านการบินว่าด้วย Life Style ของลูกเรือเล่มแรกของประเทศไทยมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน หวังว่าเพื่อนๆ ที่เพิ่งผ่านการสัมภาษณ์จากสายการบิน Royal Jordanian คงจะได้ประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยจากบทสัมภาษณ์นี้ เพราะเธอลงรายละเอียดในเรื่องการทำงาน และการใช้ชีวิตที่จอร์แดนเอาไว้ด้วย

เรามารู้จักกับเธอกันเลย

รูปภาพ

ได้ข่าวว่าน้องจูนเคยผ่านงานมาเพียบ...

จูนทำกิจกรรมมาตั้งแต่เรียนที่สถาบันราชภัฏพระนครแล้วค่ะ จบแล้วก็เริ่มทำงานที่บริษัท Global Estate มาตั้งแต่เป็นนักศึกษาฝึกงาน จนถึงตำแหน่งสุดท้ายคือ Executive Secretary ที่นี่ให้อะไรจูนมากทั้งประสบการณ์และภาษาอังกฤษ แต่ก็แอบไปสมัครแอร์อยู่บ่อยๆ ค่ะ แหะๆ

สมัครมาหลายสาย

ใช่ค่ะ ที่แรกคือ Japan Airline ที่สองคือ Bangkok Airways แต่สูงไม่ถึง ที่สามคือการบินไทย แต่ตกรอบสุดท้าย จำได้ว่ากรรมการถามว่าทำไมผิวดำ พอดีจูนเพิ่งไปรับปริญญามาค่ะตากแดดทั้งวัน ก็ไม่รู้เป็นเพราะสาเหตุนี้หรือเปล่า ตอนนั้นท้อมากเลย เพราะหวังเอาไว้สูง เข้ามาถึงรอบสุดท้ายแล้วด้วย

อ้าว... แล้วอะไรทำให้จูนมาสมัครที่ Royal Jordanian

จูนไปเรียนกับครูแป๋วที่สถาบัน The Sky Training Center ค่ะ ครูแป๋วก็เตรียมตัวให้ทุกอย่าง และสายการบิน Royal Jordanian ก็เปิดรับสมัครช่วงนั้นพอดี

เตรียมตัวอย่างไรบ้าง

ข้อมูลของสายการบินที่เราจะไปสมัครนี่ต้องแม่นค่ะ ภาษาอังกฤษนี่ต้องมั่นใจว่าเราจะสื่อสารกับกรรมการได้ พยายามทำความคุ้นเคยกับคำศัพท์และคำพูดที่ใช้บนเครื่อง สมมติเหตุการณ์บนเครื่องที่กรรมการอาจจะถาม โดยเฉพาะคำว่า Service Mind นี่โดนถามทุกสายการบิน ดังนั้นควรหาความหมายในแบบของตัวเองไว้เลย แต่ยังไงก็อย่าลืมใส่รอยยิ้มไว้ด้วยนะคะ รอยยิ้มสำคัญกว่าเมคอัพซะอีก

แล้วก็เรื่องบุคลิกค่ะ ทั้งการเดิน การนั่ง การวางตัวในที่สาธารณะ ไม่ต้องเชิดเป็นนางพญานะคะ ขอแค่ให้ดูอ่อนหวานนอบน้อมก็พอ ส่วนชุดต้อง Business Attire ตามที่สายการบินกำหนด เป็นชุดสูทกับกระโปรงที่ไม่ยาวหรือสั้นเกินไปให้เหมาะกับรูปร่างของเรา จูนเลือกชุดสีอ่อนแนวเอิร์ธโทนเพราะจะทำให้เราดูอ่อนหวานขึ้น และจะทำให้เมคอัพสวยๆ ของเราเด่นขึ้นด้วย การเลือกเมคอัพก็ควรเลือกให้เข้ากับสีผิวของเรา อย่าให้แป้งผิดเบอร์เลยทีเดียว

รูปภาพ

แต่งหน้าทำผมเองรึเปล่า

ทำเองค่ะ จะซ้อมแต่งก่อนว่าทรงไหนเหมาะกับเรา แล้วให้คนที่บ้านช่วยดู ตอนสมัครยังทำทรงกล้วยไม่เป็นเลย แค่เกล้าและติดเน็ทธรรมดา แต่จูนคิดว่าทรง French Twist นี่สวยหรูดูแพงสุดแล้วค่ะ ทุกวันนี้เวลาไปบินจะมีเพื่อนลูกเรือถามบ่อยๆ ว่าทำผมทรงนี้ยังไง แรกๆ ก็ยากหน่อย แต่พอทำทุกวัน ใช้เวลาไม่ถึงสองนาทีก็เรียบร้อย

ขั้นตอนการสมัครเป็นยังไง ยังจำได้ไม๊ (มัน 8 ปีผ่านไปแล้วนะ)

วันแรกเป็น Prescreen ค่ะ ยื่นใบสมัครแล้วก็แนะนำตัวเองคร่าวๆ กรรมการก็ถามแค่ไม่กี่คำถาม

พอเข้ารอบสองนั่นก็คือสัมภาษณ์รอบสุดท้ายแล้วค่ะ ไปถึงก็รอเข้าสัมภาษณ์ทีละคน ระหว่างรออย่าลืมบุคลิกภาพที่เตรียมมาจากบ้านด้วยนะคะ ทั้งท่านั่ง การเดิน การพูด มีจริตให้พองาม อย่าหลุดเลยเชียว แล้วก็ควรมีมนุษยสัมพันธ์กับเพื่อนๆ ที่นั่งรออยู่ด้วยค่ะ

พอถึงคิวตัวเอง เข้าห้องไปก็ไหว้สวัสดีทักทายกรรมการทั้งสามท่านอย่างสุภาพค่ะ เดินให้กรรมการดูหนึ่งรอบ แล้วก็แนะนำตัว ตอนนั้นถูกถามว่าทำไมถึงอยากเป็นแอร์ และคิดว่างานแอร์ต่างจากงานเลขายังไง จูนตอบว่างานเลขาเป็นงานดีที่เราชอบ ทำให้เราได้ฝึกความสามารถในการจัดการแล้วก็ช่วยให้เราได้พัฒนาภาษาอังกฤษ แต่เราคิดว่าการเป็นแอร์โฮสเตสจะทำให้เราได้พบผู้คนมากกว่า ได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ จากผู้คนรอบข้างได้เยอะกว่า ทำให้เข้าใจ Culture ของคนแต่ละประเทศ แล้วก็ได้มีโอกาสท่องเที่ยวด้วย

อีกหนึ่งคำถามเป็นคำถามเฉพาะหน้าค่ะ โดยกรรมการท่านหนึ่งจะสมมติตัวเองเป็นผู้โดยสาร Business class ที่เดินทางครั้งแรกแล้วเกิดอาการตื่นตระหนก กรรมการก็ถามว่ามีวิธีใดที่จะทำให้ผู้โดยสารท่านนั้นรู้สึกสบายใจขึ้น เรานึกขึ้นได้ว่าชั้น Business ของสายการบินนี้มีบริการ Personal Video ก็เลยตอบว่าจะไปคุยกับผู้โดยสารท่านนั้น โดยพยายามชวนคุยให้เค้ารู้สึกผ่อนคลาย และแนะนำ Personal Video ให้ชมภาพยนตร์เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจค่ะ

ระหว่างที่เราเล่นละครก็มีเสียงหัวเราะจากกรรมการอีกสองท่าน บรรยากาศเป็นไปอย่างสบายๆ ไม่กดดันค่ะ

รูปภาพ

ข้ามมาถึงตอนไปจอร์แดนเลย

ไปจอร์แดนครั้งแรกกับเพื่อนๆ กินนอนอยู่ที่โรงแรมเกือบสองอาทิตย์ ทั้งตรวจร่างกายและการเทรน จะมีส่งกลับบ้านแบบที่เรียกว่า Baggage Leave ประมาณ 1 อาทิตย์ เพื่อมาเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าเตรียมย้ายสำมะโนครัวไปจอร์แดนอย่างเป็นทางการ ช่วงเทรนจะเป็นช่วงเวลาหาที่พักค่ะ โดยบริษัทจะจ่ายเงินค่าเช่าให้ ส่วนใหญ่จะมีรุ่นพี่แนะนำ แล้วเราก็หารูมเมทตามความพอใจค่ะ

ทำเลที่สะดวกคืออยู่หว่างวงเวียน 7 และ 8 เพราะใกล้ Transportation office และลูกเรือไทยจะได้ไฟลท์กรุงเทพเดือนละหนึ่งไฟลท์ เป็นการการันตีว่าได้กลับบ้านแน่นอน แต่จะเป็นแค่ night stop เท่านั้นนะคะ เมื่อบินไปสักพัก บริษัทจะให้เราเลือกเพื่อนบินหนึ่งคน ที่จะได้ไฟลท์บินด้วยกัน ส่วนใหญ่จะเป็นพวกไฟลท์ค้างคืนโดยเฉพาะกรุงเทพค่ะ ฉะนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะเหงานะคะ

เรามีวันหยุดเดือนละ 4 วันติดกัน ไม่นับวันว่างหลังจากลงมาจากไฟลท์นะคะ สามารถขอวันหยุดล่วงหน้าได้ เรียงลำดับตาม Seniority ถ้าอยากหยุดยาวก็นำวันหยุดปลายเดือนมาชนต้นเดือนได้ 8 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนคนที่ขอลาในเดือนนั้นๆ ถ้า seniority เราถึง ก็จะได้บินกลับมาอยู่บ้านหนึ่งอาทิตย์สวยๆ ค่ะ ส่วนลาประจำปีแล้วแต่สัญญาของแต่ละแบช สวัสดิการอาจต่างกันนิดหน่อย แต่ไม่น้อยหน้ากันแน่นอนค่ะ

เรื่องตั๋ว เราได้ตั๋วฟรีหนึ่งใบต่อปี ให้ตัวเองและพ่อแม่ค่ะ จำนวนตั๋วฟรีจะเพิ่มขึ้นตามอายุงาน และยังซื้อตั๋วแสตนบายในราคา 10% และ comfirm 50% ได้ไม่จำกัดอีกด้วย แถมยังเลือก travel partner หนึ่งคนต่อปีไว้เดินทางร่วมกัน โดยจะได้รับสิทธิเทียบเท่าเราทุกประการ แต่ไม่สามารถซื้อขายตั๋วหรือเปลี่ยนมือให้บุคคลอื่นได้นะคะ ขอกล่าวไว้คร่าวๆ แค่นี้ก่อน พอเรียกน้ำย่อย

รูปภาพ

ทำงานมา 8 ปีเต็มรู้สึกยังไงบ้าง

วันแรกๆ ก็มีกระท่อนกระแท่นบ้างตามประสาค่ะ แต่ถ้าหากเราหมั่นที่จะเรียนรู้เราก็จะเรียนรู้ไว และทำงานเข้ากับคนอื่นได้เร็วขึ้น เพื่อนร่วมงานก็เหมือนกับทุกๆ สายการบินค่ะ ที่แต่ละคนก็จะแตกต่างกันไป ถ้าเรามั่นใจว่าเราทำเต็มที่และเข้มแข็งแล้ว ทุกอย่างก็จะผ่านไปด้วยดี และคนส่วนใหญ่ที่นี่ชอบคนไทยนะคะ เพราะขยันและรู้หน้าที่ของตัวเอง

งานนี้ไม่ยาก เพียงแค่เราต้องมีทัศนคติที่ดีต่องาน และสิ่งสำคัญที่สุดของการทำงานนี้ในความคิดของจูนคือรอยยิ้มค่ะ มันคือ first impression ของผู้ที่พบเห็น ทั้งเพื่อนร่วมงานและผู้โดยสาร ดังนั้นชีวิตจะง่ายขึ้นด้วยรอยยิ้มค่ะ บินแรกๆ จะสนุกกับการท่องเที่ยวไปนู่นมานี่ ต่อให้เหนื่อยจากการทำงานแค่ไหน เมื่อได้ไปช้อปปิ้งและทานอาหารอร่อยๆ ความเหนื่อยจะหายเป็นปลิดทิ้งเลยค่ะ และเมื่อทำไปเรื่อยๆ เราก็จะเริ่มเข้าใจว่าวัฒนธรรมของคนแต่ละชาติเป็นเช่นไร เราควรปรับตัวและเตรียมตัวยังไง เพื่อให้เราเกิดความสบายใจและเข้าใจรูปแบบการทำงานในแต่ละไฟลท์ ทั้งนี้เพื่อให้เราได้หลีกเลี่ยงปัญหาไว้ล่วงหน้าค่ะ

ทำงานมาได้ 6 ปี จูนก็ได้รับเลื่อนตำแหน่งให้เป็น Yahala คือได้ใส่ชุดประจำชาติของจอร์แดนและดูแลผู้โดยสาร Business Class เป็นหลัก และเป็น representative ให้กับสายการบินด้วย

รูปภาพ

มีอะไรที่ประทับใจบ้าง

ความประทับใจในการทำงานที่นี่คือการได้รับใช้สมาชิกราชวงศ์จอร์แดนหลายพระองค์ ทุกพระองค์ทรงถ่อมตัวมีความเป็นกันเองให้กับลูกเรือค่ะ และหลายๆ ครั้งที่ผู้โดยสารจำเราได้ แต่เราก็จำได้บ้างไม่ได้บ้างเพราะแต่ละเดือนเจอมาเป็นพันๆ คน แต่สำหรับคนที่เราบินด้วยบ่อยๆ เราจะจำได้และทักทายเค้า ยิ่งเวลาที่เราเอ่ยชื่อผู้โดยสาร เค้าจะยิ้มรับเราก่อนที่เราจะทักทายเค้าเสียอีก แล้วไฟลท์วันนั้นก็จะ smooth as silk เลยค่ะ เห็นมั้ยคะว่างานนี้ไม่ยากเลย แค่คิดบวกและยิ้มเข้าไว้อะไรๆ ก็จะง่ายขึ้น แม้เราจะเป็นมนุษย์ที่มีอารมณ์รัก โลภ โกรธ หลง แต่เราจะถูกฝึกให้รับมือกับสิ่งเหล่านี้ได้ดีกว่าคนทั่วๆ ไปค่ะ

ยามว่างล่ะ

วันว่างจูนชอบทำกับข้าวค่ะ ตึกไหนมีคนไทยอยู่ด้วยกันเยอะๆ แล้วละก็เพลินค่ะ ทั้งกินทั้งเมาท์ เอาอาหารมาแชร์กัน อาหารส่วนใหญ่ก็เอามาจากเมืองไทยนี่แหละค่ะ แช่แข็งเอาไว้ เมื่อก่อนไม่เคยทำกับข้าวเลย แต่ความอยากอาหารไทยเลยต้องทำเองค่ะ เพราะร้านอาหารไทยในจอร์แดนมีน้อย

นอกจากการทำกับข้าวแล้ว ก็จะมีเล่นโยคะที่บ้าน หรือตามฟิตเนสของโรงแรม ถ้าช่วงไหนแพลนวันหยุดไว้ยาวๆ ก็จะปเที่ยวประเทศที่ไม่เคยไป แต่พักหลังจะเน้นมาเที่ยวทะเลไทยของเรานี่ล่ะคะ ชอบ Snorkeling อย่างที่เกาะเต่านี่สวยไม่แพ้ที่ไหน และถ้ามีโอกาส ก็อยากเรียน Scuba Diving ให้จริงจัง ส่วนตของสะสมก็จะเป็น Snow Globes จากประเทศต่างๆ ตอนนี้สะสมไว้เกือบ 40 ชิ้นแล้ว ถ้าเดินเข้ามาที่บ้านในจอร์แดนจะเห็นตั้งโชว์หน้าห้องรับแขกเลยค่ะ ภูมิใจมากๆ

รูปภาพ

แผนการในอนาคต

จูนอยากทำงานที่นี่ให้ครบสิบปีก่อนค่ะ เพราะจะได้ตั๋วฟรีและส่วนลดตลอดชีพ ได้ทั้งตัวเรา มารดา คู่สมรสและบุตร อย่างหลังคือคิดเผื่ออนาคตไว้เฉยๆ นะคะ ฮ่าๆ หลังจากนั้นอาจจะกลับมาทำธุรกิจเล็กๆ เมืองไทย ที่อยากทำคืออยากเปิดเนอร์สเซอรีค่ะ เพราะเป็นคนที่อยู่กับเด็กๆ แล้วมีความสุข เพื่อนๆ ที่บินด้วยกันจะรู้ว่าถ้าหาเราไม่เจอ ให้เดินไปหาที่เปลเด็กค่ะ แล้วก็เป็นคนค่อนข้างมีเคมีกับเด็กสูง สามารถตีสนิทได้ทันที เลยคิดว่างานนี้น่าจะเหมาะกับเราที่สุด

สุดท้ายนี้ อยากแนะนำน้องๆ ที่กำลังจะเข้าสมัครที่สายการบินนี้หรือที่ไหนๆ ก็ตามนะคะ หนึ่งค้นหาตัวเองให้เจอก่อนว่าเราชอบและเหมาะกับงานนี้มั้ย สอง เรามีคุณสมบัติพร้อมกับงานนี้แล้วหรือยัง สาม ถ้าคิดแล้วว่าเราทำแล้วมีความสุข ก็เดินหน้าเตรียมตัวมาสมัครเลยค่ะ และที่สำคัญ อย่าลืมพกความมั่นใจและรอยยิ้มมาเยอะๆ นะคะ

.................................


Special Interview: คุณจูน แอร์โฮสเตสระดับ Yahala ของสายการบิน Royal Jordanian
เรื่องและภาพโดย จูน
เรียบเรียงโดย myoldeditor


ทีมงานเว็บไซต์ thaicabincrew.com ขอขอบพระคุณ คุณสุมามาลย์ กลวิทย์ มา ณ โอกาสนี้
http://www.thaicabincrew.com เว็บดีๆ ข้อมูลฟรีๆ ยังมีในโลก
Facebook Fan Page: Thaicabincrew Community and Thai Ground Staff
Twitter: Thaicrew and Thai Ground Staff
Instagram: Thaicabincrew
ภาพประจำตัวสมาชิก
myoldeditor
TCC Staff
TCC Staff
 
จำนวนการตอบ: 2139
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันอาทิตย์ ส.ค. 22, 2004 8:49 pm
Reputation point: 39
myoldeditor โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

ย้อนกลับไปยัง บทสัมภาษณ์ลูกเรือสายการบินต่างๆ และรายงานพิเศษกิจกรรมของลูกเรือ

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และขาจร 1 คน