เรื่องและภาพโดย Sure Pass
เรียบเรียงโดย myoldeditor
.........................
วันนี้ผมมีโอกาสพูดคุยกับน้องแพร์ น้องพลอย และน้องแพท แหมครอบครัวตัว พ. จริงๆ สามสาวแอร์โฮสเตสใหม่ๆ หมาดๆ ของสายการบินนกแอร์ ในบรรยากาศสบายๆ และอบอุ่นของสถาบัน Sure Pass บนชั้น 3 ของห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ 3 ถนนรามคำแหง ระหว่างที่ผมสัมภาษณ์ ก็มีนักเรียนของสถาบันเดินเข้าออก รวมทั้งสนใจเข้ามาสอบถามข้อมูลสถาบันกันคึกคัก Sure Pass เป็นอีกหนึ่งสถาบันเตรียมความพร้อมในการสมัครงานตำแหน่งแอร์โฮสเตสที่มีชื่อเสียงมายาวนานอีกแห่งหนึ่งทีเดียว
แนะนำตัวกันก่อน

ลูกแพร์ค่ะ จบจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี 2554 หลังจากนั้นก็ไป work & travel ที่อเมริกา 3 เดือน ตอนนี้แพรกำลังเรียนปริญญาตรีอีก 1 ใบที่คณะบริหารฯ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จะจบปี 2555 นี้ล่ะค่ะ

พลอยค่ะ จบจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยทำงานเป็นครูสอนบัลเล่ต์มาก่อนค่ะ

แพ็ทตี้ หรือเรียกแพ็ทก็ได้ค่ะ จบจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาวิชานาฏยศิลป์ตะวันตก ก็จะเรียนเกี่ยวกับพวกเต้นทั้งบัลเล่ต์ แจ๊ส คอนเทมโพรารี่แดนซ์ ฮิปฮอป ฯลฯ ประสบการณ์ในการทำงาน... สมัยเรียนก็เคยสอนบัลเล่ต์ แจ๊สแดนซ์ที่ KPN และที่สยามกลการ แล้วก็ทำงานเป็น MC, Pretty ตามงานต่างๆ
ทำไมถึงมาเป็นแอร์ล่ะครับ
แพร : แพรไป work & travel ที่อเมริกา ก็ทำงานเกี่ยวกับการบริการลูกค้าในร้านอาหาร ก็รู้สึกมีความสุขค่ะ เลยคิดว่าอาชีพพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินก็เป็นการบริการอีกรูปแบบหนึ่ง ที่เราทำแล้วน่าจะมีความสุขเช่นกัน รวมทั้งเหมือนออฟฟิศเคลื่อนที่ ที่เราจะได้ท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ แพรรักการเดินทางค่ะ เพราะเชื่อว่า ไม่ว่าเราจะไปไหน เราก็ต้องได้ เรียนรู้อะไรบางอย่างกลับมาแน่นอน
พลอย: เคยใฝ่ฝันมานานแล้วค่ะว่าอยากทำอาชีพนี้ ได้เดินทางไปโน่นไปนี่ด้วย
แพท: แรงบันดาลใจที่ทำให้แพ็ทมาสมัครงานในตำแหน่งพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินก็มาจากการที่ได้ทำ MC,pretty ตามงานต่างๆ นี่แหละค่ะ...ไม่รู้ว่าจะดูเว่อร์ไปไหม?? แต่การเป็นเอ็มซีพริตตี้ทำให้แพ็ทมีโอกาสทำงานเกี่ยวกับการบริการลูกค้า ต้อนรับลูกค้า บางคนจะมองว่าพริตตี้เป็นอะไรที่เห็นเหมือนอาชีพสวยๆ หาเงินง่าย แต่จริงๆ เหนื่อยนะคะ ต้องยืนบนส้นสูงทั้งวัน พร้อมกับยิ้มๆ ตลอดเวลา ต้องพรีเซนต์สินค้า ต้อนรับลูกค้า ถ่ายรูป และอื่นๆ ตามแต่ได้รับมอบหมายให้ทำ ซึ่งไม่ง่ายเลยค่ะ เคยทำทุกอย่างตั้งแต่ยืนถ่ายรูปสวยๆ แนะนำสินค้า ดูแลเด็กๆ ไปจนเสิร์ฟน้ำ-อาหาร เติมลมยางก็ทำมาแล้วค่ะ แต่แพ็ทก็รู้สึกมีความสุขและสนุกเวลาที่ได้ทำงาน เวลาที่เราได้รับคำชมหรือคำขอบคุณจากคนอื่นมันรู้สึกดีมากจริงๆ ก็เลยรู้สึกว่าแบบนี้แหละเป็นตัวเองที่สุด นี่คือเหตุผลหลักในการอยากเป็นแอร์โฮสเตสค่ะ คือรู้สึกชอบงานบริการ^^ แล้วการเป็นแอร์โฮสเตส ก็เป็นอะไรที่ท้าทายแล้วก็เป็นโอกาสที่เราจะได้ประสบการณ์แปลกๆ ใหม่ๆ กับชีวิตเรามากขึ้นด้วย
เตรียมตัวอย่างไรบ้างครับ

แพร : อันดับแรก แพรจะหาข้อมูลและ background ของสายการบินนั้นๆ ก่อนค่ะ เอกสารที่จะต้องนำไปสมัครก็ต้องเตรียมให้พร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ และคอยอ่านคำแนะนำจากเพื่อนๆ ในเว็บไซต์และจากสถาบันว่าเราควรแต่งกายอย่างไร สายการบินที่เราจะไปสมัครชอบการแต่งกายแนวไหน แต่ก็ใช่ว่าจะต้องทำตามทั้งหมดนะคะ เพราะเราก็ต้องพิจารณาดูว่ามันเหมาะสมกับเราหรือเปล่า เช่น เนตคลุมผม สำหรับแพรแล้วชอบมากค่ะ เพราะเราไม่ต้องออกแบบทรงผมอะไรมากนัก รวบผมแล้วใช้เนตเก็บผมให้เรียบร้อยก็ไป walk-in ได้เลย ผมที่หนาก็ใช้เนตขนาดใหญ่หน่อย เรื่องพวกนี้ แพรเดินเข้าร้านอุปกรณ์ทำผมเลยค่ะ แล้วถามเลย เค้าจะให้คำแนะนำเราดีที่สุดว่าใช้อะไรทำผมได้บ้าง ส่วนรองเท้า แพรจะเลือกที่ใส่สบาย เดินคล่อง เพราะบางสายการบินเราต้องเดินให้กรรมการดูด้วย จึงจำเป็นที่ต้องใส่รองเท้าที่ถนอมเท้าเราและเดินได้คล่องและสบายที่สุดค่ะ

พลอย: พลอยจะเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะกับตัวเอง คือพลอยเป็นคนใส่สีชมพูไม่ขึ้น ก็จะเลือกเสื้อผ้าออกแนวสีครีมๆ น้ำตาลแทน ส่วนรองเท้าก็คัชชูธรรมดาค่ะ ส่วนทรงผมก็ไม่ทำอะไรมาก เพราะตอนสมัครนกแอร์ไม่ได้กำหนดว่าต้องเกล้าผม พลอยก็เลยไปแบบสบายๆ

แพท: เรื่องการเตรียมตัวก่อนที่จะไปสมัครงาน เรื่องแรกจะเป็นเรื่องสอบโทอิค ซึ่งอันนี้สำคัญนะคะ บางคนอยากสมัครสอบแต่ไม่หาเวลาไปสอบโทอิคสักที ทำให้เสียโอกาสสมัครไปหลายสายการบินเลย แนะนำให้ไปสอบไว้ก่อนค่ะ คะแนนมากน้อยไม่เป็นไร อยากได้คะแนนเพิ่มค่อยกลับมาอ่านหนังสือหรือเรียนเสริมเพิ่มเติมได้ค่ะ รูปถ่ายก็เช่นเดียวกัน ถ่ายเตรียมไว้เลยค่ะ มีที่ถ่ายสวยๆ หลายที่เลย หลังจากนั้นก็เตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามที่แต่ละสายการบินต้องการ
ในเรื่อง grooming ก็คงมีการดูแลเรื่องน้ำหนักให้ได้ตามมาตรฐานของแต่ละสายการบิน แล้วก็ดูแลเรื่องผิวพรรณ ก็อยากให้ตัวเองดูดีแล้วก็มั่นใจที่สุดในวันสัมภาษณ์ค่ะ ส่วนเสื้อผ้า ก็เลือกให้เหมาะกับตัวเรามากที่สุด อาจต้องไปเดินหลายๆ ร้านหน่อยว่าเราชอบประมาณไหน เพราะแต่ละร้านมีสไตล์การตัดสูทไม่เหมือนกัน อย่างแพทก็ชอบสูทเรียบๆ สีกลางๆ อย่างดำ เทาเข้ม เทาอ่อน แล้วไปเลือกสีเสื้อตัวในให้เหมาะกับสีผิวเรา รองเท้าเลือกสีที่เหมาะกับสูทค่ะ ไม่จำเป็นต้องเป็นดำเสมอไป ขอให้เรียบร้อยแล้วก็สุภาพ ซื้อมาแล้วก็แอบใส่เดินๆ ให้ชินไว้ก่อนก็ดีค่ะ วันจริงจะได้มั่นใจ เพราะหลายสายการบิน เค้าให้เดินให้ดูด้วยค่ะ
หน้าผม ส่วนใหญ่แพทจะแต่งเองนะคะ ก็มีไปศึกษาข้อมูลบ้างว่าสายการบินนี้ชอบสไตล์ไหน อย่างนกแอร์ตอนไปสมัครก็ให้ปล่อยผมได้ ใครจะม้วนผม/มัดหางม้า/มวยผมแบบต่างๆ ได้หมด แต่ขอให้สุภาพเรียบร้อย ให้ดูว่ามีความตั้งใจในการจัดทรงมา ตอนสัมภาษณ์รอบสองก็เป็นคอนเซบต์ be yourself อันนี้ก็แล้วแต่เราเลยค่ะ อย่าหัวฟูมาก็พอ เรื่องแต่งหน้า แต่งแบบที่คิดว่าตัวเองสวยแล้วก็มั่นใจที่สุดค่ะ ถ้ามีคนบอกสายการบินนี้ต้องปากแดง ถ้าเราฟาดแดงไปแล้วรู้สึกตายอนาถ แพ็ทก็ไม่ทำค่ะ ใครมั่นใจว่าติดขนตาแล้วสวยเริ่ดก็ติดเลยค่ะ แค่อย่ายาวไปทิ่มตากรรมการก็พอ
ก่อนไปสัมภาษณ์จริง แพ็ทก็เตรียมตัวหาข้อมูลไว้บ้างว่าแต่ละที่มี process ยังไง มีซ้อมแนะนำตัวหน้ากระจกทั้งภาษาไทย-ภาษาอังกฤษ แล้วก็นั่งทบทวนกับตัวเองว่าถ้าเราเป็นกรรมการ เจอผู้สมัครอย่างเราจะถามอะไรบ้าง แล้วก็จดๆ ไว้เป็นไอเดียว่าจะตอบยังไงบ้าง ก่อนถึงวันจริงก็ทำใจให้ร่มๆ พยายามไม่ตื่นเต้นค่ะ
ได้รับความประทับใจอะไรจากสถาบัน Sure Pass

แพร : อันดับแรกต้องยกให้อาจารย์จุ๋มที่ให้คำแนะนำเรื่องบุคลิกภาพตั้งแต่วันแรกที่เรียน ว่าเราควรแต่งหน้า ทำผม และแต่งตัวอย่างไร เพราะทุกคำที่อาจารย์แนะนำ แพรนำไปปรับตามและใช้ได้ผลมาจนถึงทุกวันนี้ เพื่อนๆ ก็ชมว่า บุคลิกแพรดูดีขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งเกร็ดความรู้ที่ได้รับจากอาจารย์เกี่ยวกับการตอบคำถามอย่างไรให้ถูกใจกรรมการ อีกทั้งความทุ่มเทของอาจารย์ที่มีให้อย่างเต็มที่ ทั้งในและนอกเวลาเรียนแถมมีติวพิเศษเพิ่มเติมให้ด้วย สิ่งนี้ทำให้แพรรักอาจารย์มากๆ ค่ะ
อันดับที่สอง แพรมอบให้พี่ๆ ที่สถาบัน Sure Pass ไม่ว่าจะเป็นพี่นก พี่นิด พี่อั๋น ที่คอยดูแล ห่วงใยแพรตลอด ทั้งเรื่องการเรียน ให้ข้อมูลต่างๆ และให้กำลังใจในการสมัครทุกๆ ครั้ง และประการสุดท้าย ขอบคุณ sure pass มากๆ ที่ทำให้แพรประทับใจตั้งแต่ตัดสินใจเริ่มเรียนกระทั้งเรียนจบ เพราะที่นี่ให้ข้อมูลสายการบินที่เปิดรับสมัครอย่างรวดเร็วทันเหตุการณ์ และนี่เองคือเหตุผลที่แพรเลือกเรียนที่นี่ค่ะ

พลอย: ประทับใจพี่ๆ เพื่อนและอาจารย์ทุกๆ ท่านเลย เพราะว่าได้สอนอะไรที่เราไม่รู้เยอะมากสามารถนำความรู้และประสบการณ์ทุกอย่างมาใช้ได้จริงเลยค่ะ

แพท: ได้อะไรหลายอย่างเลยค่ะ อย่างแพ็ทก็เรียนไปด้วย ทำงานพริตตี้เอ็มซีไปด้วย เวลาค่อนข้างไม่แน่นอน ที่ SURE PASS มีตารางเรียนให้เลือกลงได้หลายวันตามที่เราสะดวก เหมาะกับคนที่เรียนไปทำงานไปด้วย เรียนที่นี่ก็ได้เรียนรู้เคล็ดลับที่เรานำไปใช้งานจริงได้ ได้รู้ว่าเราจะเจอกับอะไรบ้าง มีความมั่นใจมากขึ้น อาจารย์จะคอยติวพิเศษให้ด้วยว่าเข้ารอบนี้ไปแล้วจะเจอกับอะไรอีก ทำให้ไม่ตื่นเต้นเวลาไปสัมภาษณ์จริง อย่างคอร์ส speaking ก็ทำให้มีความมั่นใจในการพูดมากขึ้น ปกติเวลาจะพูดจะคิดนานกว่าจะพูดได้ 555+
ที่ประทับใจมากๆ ก็คือ SURE PASS สอนให้เป็นตัวของตัวเองดีค่ะ ไม่ต้องเลียนแบบใคร แล้วก็...อาจารย์จะบอกเสมอว่า เราต้องรู้ว่าเรามีดีอะไร มีจุดขายอะไร แล้วขายเลยค่ะ! คิดว่าเป็นคำนี้ของอาจารย์ด้วยค่ะที่ทำให้แพทรู้ว่าเวลาไปสมัครควรจะแนะนำตัวยังไง ทำยังไงให้กรรมการจำแพทได้ แล้วก็เลยได้มีโอกาสเป็นนกแพทกับเค้าบ้าง พี่ๆ ทุกคนก็ดูแลดี เป็นกันเองค่ะ คอยตามมาเรียนเพิ่ม คอยบอกข่าวสารตลอด แม้ว่าแพทจะแอบโดดเรียนหายไปทำงานหาเงินบ้างก็ตาม 5555
มีประสบการณ์การสมัครที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า
แพร : แพรสมัครมาหลายสายการบินค่ะ แม้จะผิดหวังมาบ้าง แต่ก็ไม่เคยท้อ และไม่เคยล้มเลิกความตั้งใจ พลาดมาแล้วก็กลับมาเพิ่มความมั่นใจ จนสุดท้ายมาได้นกแอร์ ก็ดีใจค่ะที่ในที่สุดเราก็ทำได้ ส่วนในเรื่องการสัมภาษณ์ แพรว่า เราควรตอบคำถามที่เป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด รวมทั้งตอบคำถามเวลาที่สัมภาษณ์ให้แตกต่างจากคนอื่นในรอบแรก เพื่อดึงดูดความสนใจจากกรรมการค่ะ
พลอย: ประสบการณ์จากการไปสมัครทำให้เรารู้ว่าเรามีข้อดีข้อเสียอะไรบ้างที่ควรจะนำไปปรับปรุง ซึ่งสิ่งที่เราแก้ไขแล้วก็สามารถนำมาปรับใช้กับงานที่ทำได้ค่ะ
แพท: ที่แรกการบินไทย ที่ 2 เอเชียน่าค่ะ จากนั้นก็สมัครนกแอร์แล้วได้ที่นี่ค่ะ การสมัครและคัดเลือกของสายการบินนกแอร์เป็นอีกประสบการณ์ที่น่าจดจำค่ะ รอบแรก ก็วัดส่วนสูง-ชั่งน้ำหนัก แล้วก็ทำกรุ๊ป 5 นาที ตามหัวข้อที่จับฉลากได้ค่ะ หัวข้อก็ขำๆ นะคะ กลุ่มแพ็ทได้ "ถ้าจะศัลยกรรมได้ 1 อย่างจะเลือกทำอะไร" คุยกันเอง 5 นาที กลับบ้านได้ รอประกาศผลทางเว็บไซต์ค่ะ
รอบ 2 "สัมภาษณ์เดี่ยว" จาก 500 คนเหลือประมาณ 88 คนค่ะ รอบนี้นกแอร์ให้แต่งตัวตามสบายเลย concept be yourself รอบนี้ก็จะถามทั่วๆ ไป ส่วนใหญ่เกี่ยวกับตัวเรา จากเรซูเม่ที่เราส่งไปค่ะ เช่น บอกข้อเสียของตัวเรา ให้นิยามคำสั้นๆ ที่บอกถึงความเป็นตัวเรา เรารู้สึกอึดอัดทำงานไม่สะดวกกับสถานการณ์แบบไหน ไปจนถึงถามว่าชื่อจริงแปลว่าอะไร ทำไมพ่อแม่ตั้งชื่อนี้ให้เรา ของแพทก็ด้วยความที่เรียนมาทางด้านเต้น แล้วก็เคยเป็นครูสอนเต้น กรรมการเลยให้เต้นให้ดูนิดหน่อย สนุกดีค่ะ คำถามมีทั้งไทย-อังกฤษผสมกันไป กลับบ้านรอผลทางเว็บอีก
รอบที่ 3 สอบว่ายน้ำ ไปสอบที่โรงเรียนอำนวยศิลป์ค่ะ ต้องว่ายทั้งหมด 50 เมตร 25 เมตรแรกบังคับท่าฟรีสไตล์ อีก 25 เมตร ท่าอะไรก็ได้แต่ต้องมี movement ของขาและแขน ห้ามนอนหงายเตะขาอย่างเดียวค่ะ ไม่จับเวลา น้ำเย็นมาก!!!! หนาวสุดๆ ค่ะ แต่ก็ผ่านมาได้ กรรมการถามแพทด้วยว่าเป็นนักว่ายน้ำรึเปล่า 5555
รอบที่ 4 Nok Hunt กิจกรรมอันมีชื่อเสียงของนกแอร์!! รอบนี้จัดที่สวนรถไฟ พี่ๆ นกแอร์ให้ใส่กางเกงขาสั้นพร้อมรองเท้าผ้าใบไปเตรียมลุยเลยค่ะ หลังจากรายงานตัวแล้ว ก็มีการแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 10 คน ไปทำกิจกรรมตามฐานต่างๆ ก่อนแยกย้ายไปตามฐานก็มีการทดสอบถามตอบเรื่องทั่วๆ ไปของบริษัท ให้ยกมือตอบค่ะ แพทยกไม่ทันสักคำถามเลย เพื่อนๆ เร็วกันมาก --" แล้วกระจายไปตามฐานต่างๆ 4 ฐานค่ะ
ฐานที่ 1 nok air god talent ฐานนี้ก็ทีละคนค่ะ ให้แสดงความสามารถอะไรก็ได้คนละ 2-3 นาที พี่ๆ นกแอร์จะมีอุปกรณ์ พร๊อบต่างๆ วางไว้ให้ หลากหลายมากๆ ทั้งอุปกรณ์ช่วยชีวิต หน้ากาก ดอกไม้ หมวก เครื่องบินจำลอง ฯลฯ ใช้ไม่ใช้ก็ได้ไม่บังคับค่ะ โดยเข้าห้องไปแสดงให้เค้าดูทีละคน ห้ามแอบดูเพื่อน เพราะฉะนั้นไม่ต้องอาย ไม่มีใครเห็น!!! แพ็ทเองก็ทำเป็นพิธีกรรายการ nok air god talent แล้วก็เป็นแขกรับเชิญเองด้วย 5555+ แขกรับเชิญ (ซึ่งก็คือแพทเอง) ก็มาเต้น อีกคน (ซึ่งก็คือแพทอีก) มาร้องเพลงในละครเพลงค่ะ แล้วก็แอบๆ หยิบพร๊อพเค้ามาใช้นิดหน่อยเป็นอันจบไป ของเพื่อนๆ ก็จอร์จ ซาร่าห์ ขายของกันไป เต้นแอโรบิก ไก่ย่าง ร้องเพลง เยอะแยะเลยค่ะ ตลกดี
ฐานที่ 2 service mind ทั้งกลุ่มแอบอึ้งกันไปนิดนึงค่ะ เพราะโจทย์คือให้ขายของที่ระลึกของนกแอร์ภายในเวลา 30 นาที!...แต่ตอนนั้นเป็นตอนเช้าวันจันทร์ที่สวนรถไฟ คนน้อยมาก!! วิ่งกันวุ่นเลยค่ะว่าจะขายใครดี แพ็ทก็จับคู่กับเพื่อนไปโบกรถที่เข้ามาในสวนรถไฟให้ช่วยซื้อ แต่ก็มีคนใจดีซื้อค่ะ แอบขอบคุณมา ณ ที่นี้ค่า แหะๆ
ฐานที่ 3 team work ก็มีอุปกรณ์เป็นเชือกมาให้ 10 เส้นเท่าจำนวนคนค่ะ แล้วก็ให้ใช้เชือกนี้ทำยังไงก็ได้ไปกู้ระเบิดที่เป็นขวดน้ำไซส์ต่างๆ มีคะแนนให้ต่างๆ กันไป ภายในเวลาที่กำหนด และห้ามใช้มือในการบังคับเชือก ก็เป็นการกู้ระเบิดที่เสียงดังมาก!!! วี้ดว้ายๆ ตลอด
ฐานที่ 4 ลืมชื่อค่า!! ให้ลูกโป่งมาแล้วก็ให้ใช้ส่วนต่างๆ ของร่างกายตั้งแต่ช่วงใต้อกถึงเหนือเอวของทั้งกลุ่มพาลูกโป่งไปถึงที่หมายให้ได้มากที่สุดค่ะ แตกหักคะแนน หล่นหักคะแนน
เสร็จจากกิจกรรม 4 ฐาน มีเลี้ยงข้าวกลางวันด้วย หิวมากๆ ค่ะ หลังจากนั้นก็กลับบ้านรอผล
ผ่านนกฮันท์เสร็จแล้วก็มาตรวจร่างกาย แล้วก็ประกาศผลให้มาเซ็นสัญญาวันถัดไปเลยค่ะ ^^ สำหรับรอบที่สอบพร้อมๆ กันนี้มีนกน้อยทั้งหมด 27 คนค่ะ
มีเคล็ดลับการดูแลสุขภาพหรือทำกิจกรรมยามว่างอย่างไรบ้างครับ
แพร : การดูแลสุขภาพของแพรก็ขอพูดถึงผิวพรรณของเราค่ะ แพรคิดว่า รูปลักษณ์ภายนอกก็จำเป็นสำหรับการสมัครงานสายการบินนะคะ แม้เราจะไม่สวย แต่เราก็สามารถทำให้ตัวเองดูดีที่สุดได้ ก็อยากให้เพื่อนๆ ดูแลผิวหน้า ผิวกายของตัวเองให้สวยใสอย่างสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะนอกจากจะทำให้สมองเราแล่นแล้ว ก็จะทำให้หน้าตาเราแจ่มใสอีกด้วย รวมทั้งทานอาหารอย่างเพียงพอ ควบคุมไม่ให้น้ำหนักน้อยหรือมากเกินไป และออกกำลังกายสม่ำเสมอ อาจจะว่ายน้ำก็ได้ เพราะนอกจากจะสุขภาพดีแล้ว จะช่วยฝึกให้เราสอบผ่านในรอบทดสอบว่ายน้ำอีกด้วย
พลอย: กิจกรรมยามว่างก็จะออกกำลังกายเป็นประจำเพราะเป็นครูสอนเต้นอยู่แล้วเลยต้องฟิตอยู่ตลอดค่ะ
แพท: ฝากถึงเพื่อนๆ ที่มีความฝันทุกคนนะคะ อยากให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสมัครไว้เสมอๆ แล้วก็เคยอ่านหนังสือเค้าบอกว่า...ความฝันไม่มีขา ดังนั้นถ้าเราอยากให้ความฝันของเราเป็นจริง...เราต้องเป็นคนเดินไปหาความฝันเองค่ะ สู้ๆ นะคะ^^ พยายามเข้า เชื่อว่าทุกๆ คนที่ตั้งใจจริงจะไปถึงฝันแน่นอนค่ะ
..........................
สนใจข้อมูลของสถาบัน Sure Pass โทร 02-314-2074 ถึง 5 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ http://www.clicksurepass.com/home.php?popup=1 และขณะนี้ สถาบัน Sure Pass กำลังจัดกิจกรรมฟรี! Workshop NOK Air และ Make Up Training by Shiseido คลิกพลัน viewtopic.php?f=2&t=77532












![bn21 [smilie=bn21.gif]](./images/smilies/bn21.gif)

![bn26 [smilie=bn26.gif]](./images/smilies/bn26.gif)