เรื่องและภาพโดย Sky Project
เรียบเรียงโดย myoldeditor
................................
พบกันอีกเช่นเคย กับบทสัมภาษณ์อ่านง่าย สบายๆ เพลิดเพลินแต่เต็มไปด้วยสาระ โดยวันนี้ Star of Sky Project ขอแนะนำให้เพื่อนๆ สมาชิกเว็บไซต์ thaicabincrew.com รู้จักกับน้องกบ สจ๊วตสายการบินกาต้าร์ซึ่งจะมาถ่ายทอดประสบการณ์ที่น่าสนใจจากการสมัครและสัมภาษณ์สายการบินยอดฮิตของหนุ่มสาวไทยมาให้เพื่อนๆ ได้รับทราบ รวมถึงประสบการณ์อันมีค่าที่ได้มีโอกาสเพิ่มพูนความรู้และทักษะกับ Sky Project ซึ่งมีส่วนผลักดันให้น้องกบประสบความสำเร็จในวันนี้ครับ
................................
แนะนำตัวเองหน่อยครับ
ชื่อเฉลิมพล ทศพร เรียกว่ากบก็ได้ครับ อายุ 23 ปี จบการศึกษาจากคณะ International College (เกียรตินิยมอันดับ 1) สาขา English for Business Communication มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

ก่อนจะเป็นสจ๊วต ได้ข่าวว่ากบมีประสบการณ์การทำงานด้านอื่นมาก่อน
นิดหน่อยน่ะครับ ระหว่างปี 2552-2553 ก็เป็นติวเตอร์สอนภาษาอังกฤษ (TOEIC) ที่ Thai Cooperate in Academic Program (TCIAP) ตอนปี 2552 เคยร่วมงานกับ Bangkok Flight Service (BFS) Passenger Ground Service, Handling ให้กับ Air France และ KLM และก็เคยฝึกงานที่การบินไทยก่อนจะเรียนจบครับ
แล้วอะไรเป็นแรงบันดาลให้เลือกอาชีพลูกเรือ
ก็มาจากการที่ได้ฟังเพื่อนๆ พูดถึงข้อดีต่างๆ ของอาชีพลูกเรือ และก็ได้เห็นด้วยตาของตัวเองว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพที่มีการแข่งขันสูง เนื่องจากรายได้สูงและเป็นอาชีพที่ต้องเดินทางไปประเทศนู่นนี่ตลอดเวลา เห็นได้ว่าเป็นอาชีพที่คุ้มค่ามากที่สุดอาชีพหนึ่งที่ชีวิตคนธรรมดาคนหนึ่ง...จะหาได้ และทั้งหมดนี้คือแรงบันดาลใจให้ผมลุกขึ้นแข่งขันกับผู้คนที่มีความสามารถนับพัน เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองวาดฝันไว้
การแข่งขันสูง เราก็ต้องเตรียมตัวอย่างดี กบมีวิธีเตรียมตัวอย่างไรบ้างครับ
ข้อสำคัญในการเตรียมตัวก่อนไปสมัครงานคือ ‘ใจ’ ครับ อยากให้ทุกคนลองถามตัวเองว่า ใจเราพร้อมแค่ไหนที่จะไปสมัคร พร้อมแค่ไหนที่จะไปฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ และพร้อมแค่ไหนหากจะต้องพบกับความผิดหวัง
เมื่อใจพร้อมแล้ว สิ่งคำคัญถัดไปคือข้อมูลและเอกสารที่จะต้องใช้ เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีกว้างไกล ลองใช้เวลาสักชั่วโมงสองชั่วโมงหน้าจอคอมพิวเตอร์ ค้นหาข้อมูลบริษัทที่เราจะไปสมัคร และเมื่อได้ข้อมูลแล้ว ก็เตรียมเอกสารได้เลย สำหรับ Qatar Airways สิ่งสำคัญคือ resume รูปถ่ายครึ่งตัวและเต็มตัวอย่างละใบ ตอนนั้นผมไม่รู้จะทำ resume ของตัวเองให้ออกมาสวยและดูดีที่สุดยังไง ก็เลย search หาตัวอย่าง resume แล้วก็ใช้เวลาเกือบทั้งวันดัดแปลงและแก้ไข เอาส่วนที่เราเห็นว่าดีและเหมาะสมที่สุดในแต่ละ resume มารวมกัน รวมทั้งได้เทคนิคการเขียน Resume จากสถาบัน Sky Project ซึ่งสิ่งที่สำคัญใน resume คือ ต้องมีเนื้อหาตรงกับอาชีพที่เราสมัคร สำหรับอาชีพลูกเรือก็ควรใส่เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการบริการ เรื่องกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือผู้อื่น การอยู่ร่วมกับผู้อื่น ข้อมูลที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอาชีพที่เราสมัครก็ไม่ต้องใส่ครับ กรรมการจะได้ focus ในเฉพาะจุดที่เราต้องการ

ส่วนรูป ก็เอาให้หล่อให้สวยสุดๆ เลยครับ หาร้านดีๆ หน่อย แม้ว่าจะแพงแต่แลกกับคุณภาพแล้วก็คุ้มค่านะครับ อีกอย่าง สำหรับ Qatar Airways ฉากหลังสีฟ้าหรือสีน้ำเงินดีที่สุดครับ อ้า!!!! สำหรับผู้ชายเรื่องการเซตผมสำคัญมาก ผู้ชายส่วนใหญ่คิดว่า แต่งผมยังไงก็ได้ ขอให้หล่อเป็นพอ บางคนมาสมัครทำผมแบบทรงเกาหลีเลยยยยย .... อยากเตือนเพื่อนๆ ผู้ชายนะครับ Qatar Airways ต้องการคนเนี๊ยบจริงๆ แม้กระทั่งทรงผม อย่าตั้งชี้โด่เด่เด็ดขาด ให้เรียบไว้ก่อนดีที่สุด แต่อย่าใช้เจลหรือแวกซ์ที่ทำให้ผมเป็นประกายนะ ไม่งั้น... Maa Salama (ภาษาอาราบิคแปลว่าลาก่อน) ฟังดูเหมือนเรื่องมากนะครับ แต่ด้วยความเป็นสายการบิน 5 ดาว เขาก็เลยต้องการในสิ่งที่ดีที่สุด
ส่วนสูท ก็หาให้พอดีตัว ไม่รัด ไม่ใหญ่เกินไป สีเทคไทกับเสื้อข้างในก็เลือกให้มันตัดกันพอสวยงาม ถ้าพยายามด้วยตัวเองแล้วยังไม่สำเร็จก็แนะนำให้ไปเรียนเตรียมแอร์-สจ๊วตกับสถาบัน Sky Project เพื่อนๆ จะได้รู้ทุกเรื่องที่คณะกรรมการมองหาจากผู้สมัครจริงๆ ช่วยได้เยอะมากเลยครับ
มีวิธีการสร้างความมั่นใจให้ตัวเองยังไงบ้าง
วิธีการสร้างมั่นใจของผม ง่ายนิดเดียวครับ จากการที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดในเรื่องการเตรียมตัวเตรียมใจ เตรียมเอกสาร และเสื้อผ้าการแต่งกายต่างๆ ถ้าเรามีความพร้อมในเรื่องเหล่านี้ก่อนวันสมัคร พอถึงวันจริงเราก็จะมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม และพร้อมที่จะไปลุยในรอบ Pre-screen (หรือรอบ 3 วิ ที่เขาเรียกกัน) ในรอบนี้ผมบอกได้เลยว่าเป็นรอบที่ยากที่สุด เพื่อนๆ เคยสงสัยไหมว่า กรรมการเขาคัดเลือกคนจากตรงไหน? บางคนเตรียมตัวมาอย่างดี เอกสารพร้อมเสื้อผ้าหน้าผมพร้อมทุกอย่าง แต่ไม่ผ่านเข้ารอบ แต่บางคนไม่ได้เตรียมตัวอะไร ไปแบบขำขำ แต่กลับได้ และผมก็เชื่อว่าเพื่อนๆ ก็คงเคยเจอกับสถานการณ์แบบนี้มาก่อน.... ไม่ต้องกังวลครับ ผมมีคำตอบ

ผมบอกได้เลยว่า 95% ของคนที่ผ่านเข้ารอบ Pre-screen เนื่องจากกรรมการถูกชะตา ขอขีดเส้นใต้เลยนะครับว่า ถูกชะตา ...แต่ก็มีคำถามตามมาอีกว่า และคำว่า ‘ถูกชะตา’ เราจะสร้างมันขึ้นมาได้อย่างไง? ไม่ยากเลยครับ ก่อนอื่นต้องเริ่มจากการเปลี่ยนบุคลิกภาพเสียก่อน บางคนไม่รู้ตัวว่า ตัวเองมีบุคลิกภาพอย่างไร เวลาเดินหรือเวลานั่ง (เพราะมนุษย์ล้วนแต่คิดว่าตัวเองดีเสมอ) เพราะฉะนั้นการที่เราได้รู้ว่าตัวเองมีบุคลิกภาพอย่างไร ก็โดยลองฝึกเดินนั่งโดยให้เพื่อนหรือพ่อแม่ครูอาจารย์ของเรา เป็นคนคอมเม้นท์ เมื่อฝึกในเรื่องของบุคลิกภาพแล้ว ก็มาฝึกในเรื่องของการสื่อสารซึ่งสำคัญมาก เพราะในรอบ 3 วิ จะมีบทสนทนาระหว่างคุณกับกรรมการ และการสนทนานี้แหละจะเป็นตัวชี้วัดว่าจะผ่านเข้ารอบหรือไม่ เนื่องจากอาชีพนี้เป็นอาชีพที่ต้องให้บริการผู้อื่น ดังนั้น สิ่งที่กรรมการคาดหวังจากคุณคือรอยยิ้ม ความมีมิตรไมตรีจิต ความอบอุ่น และความเป็นกันเองในระหว่างการสื่อสาร ฟังดูเหมือนง่ายนะครับ แต่พอเอาเข้าจริงทำยากเหลือเกิน โดยเฉพาะต่อหน้ากรรมการ เนื่องจากคนเรามีพื้นฐานนิสัยที่ต่างกัน คนที่ทำได้ก็โชคดีไป แต่สำหรับคนที่คิดว่ายาก ลองวิธีผมสิครับ
การที่จะทำให้คนเราอารมณ์เย็นลง เป็นคนมองโลกในแง่ดี เป็นคนที่เปิดใจรับความคิดเห็นผู้อื่น ทำได้จากการนั่งสมาธิครับ วันละ 10-20 นาทีก็ได้ ทำไปสักหนึ่งเดือนคุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวคุณ พอเรามีบุคลิกภาพที่ดี พูดจาฉะฉาน อ่อนน้อมถ่อมตน และมองโลกในแง่ดีเสมอ เท่านี้กรรมการก็สัมผัสได้ถึงความเป็นกันเองและความอบอุ่นในระหว่างที่คุยกัน ผมพูดได้เลยว่า ...เพียงแค่ไม่กี่วินาที เราก็สามารถรู้สึกได้เลยว่า เราชอบหรือไม่ชอบใคร ผมพูดจริงไหม? แต่วิธีการเปลี่ยนนิสัยอาจจะใช้เวลานานพอสมควร แต่ถ้าคุณเริ่มจากวันนี้ มันก็จะกลายเป็นสมบัติที่ล้ำค่าที่จะติดตัวคุณไปตลอดชีวิต ไม่ว่าคุณจะไปพูดคุยกับใคร โดยเฉพาะผู้ใหญ่ก็มีแต่คนเอ็นดูและชื่นชม แต่บางคนคิดว่าเราก็สามารถ fake ได้ โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนนิสัย จริงครับเราสามารถ fake ได้ แต่ขอเตือนไว้ก่อนเลยว่าถ้าคิดจะ fake ก็ขอให้แนบเนียน เอาประมาณว่าได้รับรางวัลออสการ์ไปเลย ไม่งั้นกรรมการเขาจับได้นะครับ

เทคนิคอีกอย่างหนึ่งในการสัมภาษณ์รอบ Pre-screen คือ ให้คุณคิดไว้เสมอว่ากรรมการไม่ใช่คนอื่นคนไกล เขาก็เป็นเพื่อนของเราที่เราจะสามารถพูดคุยกันได้อย่างสนุกสนาน แต่อยู่ในความพอดี ผมหมายถึง เวลาที่เราสัมภาษณ์กับกรรมการ เราจะรู้สึกตื่นเต้นและเกร็งๆ เกรงๆ ซึ่งแน่นอนคุณไม่รู้ตัวหรอกว่าคุณทำอะไร แต่กรรมการเห็นคุณอย่างชัดเจน เวลาคนเราตื่นเต้นหรือเกร็ง สายตาจะล่อกแหลก พูดผิดๆ ถูกๆ มือสั่น 5555 พูดได้เลยว่า Maa Salama ตกรอบแน่นอน ไม่ว่าคุณจะแต่งตัวดีแค่ไหน แต่งหน้าโดยช่างแต่งหน้ามืออาชีพ หรือ resume กับรูปถ่ายคุณสวยแค่ไหน ก็ไม่เป็นผลหรอกครับ แต่สิ่งที่สำคัญคือคุณต้องคุยกับกรรมการอย่างมีความสุข ยิ้มอย่างมีความสุข หัวเราะอย่างมีความสุขในแบบที่เราเป็น หมายถึงเป็นธรรมชาติของตัวเราเอง ไม่ต้องเกรงอะไรทั้งนั้น คิดเสมอว่ากรรมการคือเพื่อนใหม่ที่เราอยากรู้จักและยิ้มทักทายเขาอย่างเป็นมิตร และนี้ก็เป็นคำตอบทั้งหมดว่าทำไม คนที่ไม่น่าได้ แต่งตัวก็งั้นๆ ดันได้ แต่บางคนแต่งตัวสวยหรู หน้าสวย หล่อมาเลย แต่ดันไม่ได้ !
พอผ่านรอบที่ยากที่สุดมาแล้ว พอถึงรอบสอง เราจำเป็นต้องใช้ความสามารถทางด้านภาษาล้วนๆ ในการสอบข้อเขียนของ Qatar Airways ผมขอไม่ลงลึกถึงรายละเอียดนะครับ คิดว่าเพื่อนๆ น่าจะรู้และได้เคยอ่านเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้มามากแล้ว แต่ขอให้เทคนิคเรื่องการเขียน Essay นิดนึง อยากให้เพื่อนๆ รู้ไว้เลยว่า การเขียน Essay ของที่นี้ไม่จำเป็นต้อง grammar จ๋า เพราะถ้ามัวมานั่งนึกเรื่อง grammar ก็หมดเวลาพอดี ให้เขียนไปเลยครับ ขอแค่ให้กรรมการอ่านแล้วเข้าใจก็พอ และเนื้อหาที่ต้องเขียน ผมแนะนำว่า คำถามและหัวข้อที่กรรมการให้มา มันมีบางสิ่งบางอย่างที่กรรมการอยากรู้เกี่ยวกับความคิดหรือ attitude ของตัวคุณอยู่ในนั้น เพราะฉะนั้นขอให้เขียนในทางบวกมากที่สุด แน่นอนครับ fake ได้เนื่องจากเป็นการเขียน (อิอิ ผมก็ fake เวลาสอบ) และอีกอย่างขอให้เพื่อนๆ เชื่อมโยงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับการบริการที่ดี หรือ การอยู่ร่วมกับผู้อื่นซึ่งมาจากต่างเชื้อชาติและวัฒนธรรม หรือการทำงานเป็นทีม เข้ากันกับเนื้อหาและคำตอบที่จะเขียนลงใน Essay เท่านี้ก็จะได้ Essay ตามที่กรรมการต้องการ และต้องขอขอบคุณ อ.ที่ Sky Project อีกครั้งที่แนะนำเทคนิคดีๆ เหล่านี้ให้ผมครับ

รอบ group discussion ก็เป็นรอบที่ยากและหนักใจที่สุดรอบหนึ่งเหมือนกัน เนื่องจากคุณจะทำยังไงให้กรรมการประทับใจในความคิดและการพูดคุยกันระหว่างผู้สมัครในกลุ่ม พื้นฐานของการทำ group discussion ไม่ใช่เรื่องการอวดในเรื่องของภาษาหรือการอวดในเรื่องของความเร็วในการคิดและพูด แต่ theme ของ group discussion คือ การที่จะทำยังไงก็ได้ ให้ทีมของเรา 10-15 คนที่นั่งล้อมวงกันอยูเนี่ย ‘ไปรอด’ รอดในที่นี้หมายถึง การที่เราจะต้องช่วยกันคิด,ช่วยกันเสนอความคิดเห็น เพื่อให้ได้ข้อสรุปหรือคำตอบที่กรรมการถามมา พูดเท่านี้เพื่อนๆพอจะมี idea นะครับว่าควรทำอย่างไร
พอผ่านมาถึงรอบสุดท้าย ทุกคนก็พอจะโล่งใจและสบายใจได้เนื่องจาก รอบที่ยากที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว ผมพูดได้เต็มปากว่ารอบสุดท้ายง่ายที่สุดเพราะว่า กรรมการคนนึงเคยเดินมาบอกผมในวันสัมภาษณ์รอบสุดท้ายว่า “ไม่ต้องตื่นเต้น ไม่ต้องเครียด ทำตัวสบายๆ เพราะว่ารอบที่ยากที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว” ที่กรรมการบอกอย่างนี้เนื่องจาก รอบสุดท้ายในการสัมภาษณ์เขาแค่อยากนั่งพูดคุยกับคุณเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาต่างๆของคุณ อาชีพที่เคยทำ กิจกรรมที่เคยทำ อะไรทำนองนี้ ง่ายๆเลยว่า ถามจาก resume คุณ อาทิเช่น เคยมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานหรือเปล่า และจัดการปัญหาอย่างไง การตอบแต่ละเรื่องก็ง่ายๆ 1.ตอบตามความจริง 2.ตอบคำถามในแง่บวก แต่ถ้าบังเอิญความจริงมันเลวร้ายมากนัก ก็ fake บ้างอะไรบ้าง แต่ก็ให้อยู่ในกรอบของความจริงก็แล้วกัน และสิ่งที่กรรมการอยากถามคุณก็คือ คุณพร้อมมากแค่ไหนที่จะทำงานนี้, พร้อมมากแค่ไหนที่จะต้องเจอกับกฏระเบียบต่างๆ ที่มีทั้งดีและไม่ดี และคุณพร้อมหรือไม่ที่จะไปเผชิญในโลกกว้าง เท่านี้เองครับรอบสุดท้าย ง่ายๆ แต่อย่าไปเครียดกับมันก็พอ และถ้าคุณอยากได้งานนี้จริงๆคุณก็แค่บอกเขาไปว่าคุณพร้อมที่จะทำงานนี้และพร้อมที่จะไปใช้ชีวิตที่โดฮา อย่าตอบแบบไม่มั่นใจเด็ดขาด เพราะเขาต้องการคนพร้อมเท่านั้น

................................
ประโยชน์และความประทับใจที่ได้รับจากการอบรมในสถาบัน Sky Project
ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมกล่าวมาข้างต้น ส่วนหนึ่งผมได้จากการเก็บเกี่ยวความรู้ จากสถาบัน Sky Project และผมได้รับความรู้ต่างๆ มากมายตั้งแต่เสื้อผ้าหน้าผม จนถึงวีธีการสัมภาษณ์และเกมส์การสมัครต่างๆ การเตรียมพร้อมทุกด้านเลย รวมถึงเทคนิคการทำข้อสอบข้อเขียน และจุดด้อยที่เราควรปรับปรุง นอกจากความรู้ต่างๆ มากมายเหล่านี้ ผมยังได้รับความประทับใจมาก ระหว่างลูกศิษย์กับอาจรย์ และความประทับใจระหว่างเพื่อนและพี่ๆ น้องๆ ในสถาบัน และผมก็รู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่อาจารย์แต่ละท่านคอยให้กำลังใจและให้คำปรึกษาเราเสมอ และรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่มีเพื่อนและพี่ๆ น้องๆ มาขอคำแนะนำต่างๆ และช่วยกัน ร่วมแชร์ประสบการณ์ เพื่อเก็บเกี่ยวเป็นความรู้ และนำไปใช้ในวันข้างหน้า ต้องขอขอบคุณสถาบัน Sky Project อีกครั้งครับ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ความสำเร็จของผมเป็นจริง และทำให้ผมได้มายืนอยู่ ณ จุดนี้
เล่าประสบการณ์การทำงานบนเครื่องบินให้ฟังหน่อยครับ
ประสบการณ์การทำงานบนเครื่องบินของ แอร์และสจ๊วต ไม่เคยจบสิ้นครับ เพราะต้องเผชิญกับเรื่องราวต่างๆ มากมาย ดีบ้างร้ายบ้าง แล้วแต่บุญแต่กรรม แล้วยิ่งเป็นสายการบินระดับ 5 ดาว แล้วล่ะก็ สิ่งที่คุณต้องทำใจคือเรื่องกฏระเบียบและการเปลี่ยนแปลงใน life style ของคุณ บางเที่ยวบินถ้าคุณได้เจอผู้โดยสารที่ดีๆ ไม่เรื่องมาก ก็แล้วไป แต่บางครั้งความโชคร้ายมันเข้ามา ก็ได้เจอกับผู้โดยสารแย่ๆ ก็ต้องทำใจยอมรับ ในเมื่อตัดสิ้นใจมาทำงานในอาชีพนี้แล้ว คุณก็ต้องทำงานอย่างสุดความสามารถ เพราะสิ่งที่ผู้โดยสารคาดหวังจากสายบินระดับ 5 ดาว คือ การบริการที่ดีเยี่ยม ไม่ว่าผู้โดยสารจะบ่นหรือจะว่าอย่างไร เราก็ต้องรับฟังและขอโทษ อืม...ประมาณว่า ต้องเป็นคนใจเย็นสุดๆ ครับ เคยมีคนบอกให้ฟังว่า อาชีพนี้พอทำไปนานๆ เข้า เราก็จะกลายเป็นคนอารมณ์ร้อน มีความอดทนน้อยลง หงุดหงิดง่าย เนื่องจากเก็บกดจากการต่อว่าของผู้โดยสาร (อิอิ ผมก็เริ่มรู้สึกว่ามันกำลังจะเป็นความจริงแล้ว) แต่ก็เอาเถอะครับ งานไหนๆ ก็ต้องมีทั้งข้อดีและข้อเสียทั้งนั้น ถ้าแลกกับการได้ท่องเที่ยวไปยังประเทศต่างๆ และกับการที่มีรายได้สูงพอสมควร กับแค่เรื่องผู้โดยสาร ผมก็ว่างานนี้คุ้มค่าที่จะทำนะครับ ไม่งั้น แอร์สจ๊วตคงไม่ใช่อาชีพอันดับต้นๆ ที่คนไทยและชาติอื่นๆ ใฝ่ฝันอยากจะเป็นหรอกครับ

ส่วนเรื่องความประทับใจ ผมคิดว่า แอร์สจ๊วตส่วนใหญ่ คงคิดแบบเดียวกันกับผม คือเรื่องสถานที่สวยๆ จากทั่วทุกมุมโลก ที่เหล่ากองทัพนางฟ้าทั้งหลาย ได้มีโอกาสไปสัมผัสยังประเทศต่างๆ จากการได้ทำ Layover flight ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ล้ำค่าที่สุด ที่ชีวิตหนึ่งจะได้มีอากาสได้ไปเยี่ยมชมประเทศต่างๆ โดยที่ไม่เสียค่าเครื่องสักบาท และแต่ละ destinations ก็มีความประทับใจต่างกับไป เล่าไปก็คงไม่จบอ่ะครับ
และสุดท้าย ในเรื่องของความไม่ประทับใจ ผมคงพูดอะไรมากไม่ได้หรอกครับว่าเบื้องหลังอาชีพนี้เราต้องพบเจออะไรบ้าง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เราต้องมีสติเพียงพอที่จะคิดหาหนทางต่อสู้กับปัญหานั้นๆ อย่างชาญฉลาด เราต้องเจอผู้โดยสารนับพัน ซึ่งต่างคนต่างนิสัย ต่างวัฒนธรรม แต่เราในฐานะลูกเรือ ก็ต้องทำความเข้าใจกับมันให้ได้ว่า อาชีพแอร์สจ๊วตไม่ใช่อาชีพแค่มาเดินลากกระเป๋าเฉิดๆ สวยๆ ตามสนามบิน หรือไม่ใช่แค่การเสิร์ฟอาหารบนเครื่องบินเพียงอย่างเดียว แต่อาชีพนี้ต้องอาศัยความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตใจเพื่อทำให้ผู้โดยสารรู้สึกประทับใจมากที่สุด และไปถึงยังจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย 100%
Career Path โอกาสในการเลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้น
หนึ่งในข้อดีของสายการบิน Qatar Airways คือเรื่อง promotion ที่นี้มีการ promote เลื่อนขั้นเร็วมากถ้าเทียบกับสายการบินอื่นๆ โดยประมาณ 1 ถึง 1 ปี ครึ่ง เราก็จะถูกเลื่อนขั้น ไปทำ Business และ First Class แล้ว แต่เรื่องเวลาการ promote นั้นขึ้นอยู่กับแต่ละคน ถ้าทำตัวดีมาโดยตลอดก็อาจเร็วหน่อย อันนี้ก็ขึ้นอยู่แต่บุญแต่กรรมอีกเหมือนกันครับ และหลังจากได้ทำ Premium Class แล้ว ตำแหน่งต่อไปคือ Cabin Senior หรือที่เขาเรียกกันว่า Purser และใหญ่ขึ้นไปอีกคือ ตำแหน่ง Cabin Service Director แน่นอนว่าเงินเดือนต่างกันครับ ตามประสบการณ์การทำงาน อย่างไรก็ตาม การเลื่อนตำแหน่งของสายการบินนี้ ยุติธรรมครับ
................................

ทำงานและพักผ่อนไม่เป็นเวลาแบบนี้มีเคล็ดลับการดูแลสุขภาพอย่างไรบ้างครับ
อย่างที่บอกว่าอาชีพแอร์สจ๊วต ความพร้อมอันดับต้นๆ คือ กายและใจ คุณจะต้องพร้อมเสมอในเรื่องสุขภาพ กินอาหารที่มีประโยชน์ครบห้าหมู่ ผักและผลไม้สำคัญมาก เพราะที่โดฮาผักและผลไม้ค่อนข้างแพง บางครั้งในกับข้าวมือหนึ่งที่ผมกินแทบจะไม่มีผักเลย แต่ก็ไปกินบนเครื่องเอาครับพวกผลไม้ต่างๆ ที่สำคัญที่สุดเลยคือน้ำเปล่าบริสุทธิ์ เพราะน้ำก๊อกที่โดฮาดื่มไม่ได้ครับเป็นน้ำทะเลกลั่น และยิ่งเวลาอยู่บนเครื่อง จำเป็นมากๆ ที่จะต้องดื่มน้ำบ่อยๆ เนื่องจากร่างกายขาดน้ำได้ง่าย และที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ ก่อนที่จะทำ flight และหลังจากทำ flight แต่ความลำบากอย่างหนึ่งของ แอร์สจ๊วตก็คือการนอนหลับ เนื่องจากเรานอนไม่เป็นเวลา บางทีบินไปประเทศนู้นเป็นอีกเวลาหนึ่ง พอบินกลับมาก็กลายเป็นอีกเวลาหนึ่ง เพราะฉะนั้น สิ่งที่ทำได้ก็คือ เหนื่อยเมื่อไร ต้องรีบนอนพักผ่อนเมื่อนั้น อย่างน้อยๆ 8 ช.ม ก็ยังดี ให้ร่างกายได้พักผ่อน
ส่วนกิจกรรมยามว่างของแอร์สจ๊วตแต่ละคนก็ต่างกันไปครับ ส่วนตัวผมแล้ว ผมชอบเต้นครับ เคยเป็น Cheerleader ของมหาวิทยาลัยมาก่อน (พวกต่อตัวอ่ะครับ) พอมาอยู่นี้ก็คิดถึงการเต้นมากมาย เลยทำกิจกรรมโดยการเปิดเพลงเต้นในห้อง ก๊อปท่าเต้นตามพวกนักร้องเกาหลีบ้าง ฝรั่งบ้าง สนุกดีครับถือเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง ดีกว่ากินๆ นอนๆ แล้วออกไปบิน อ้วนพอดีครับ 5555 และอีกอย่างกิจกรรมที่โดฮาไม่ค่อยมีให้ทำหรอกครับ นอกจาก shopping เสียเงิน หรือไม่ก็ไปเดินเล่นกินข้าวกับเพื่อนๆ

สุดท้ายก่อนจากกัน ขอฝากข้อความถึงเพื่อนๆ สมาชิกเว็บไซต์ Thaicabincrew.com หน่อยนะครับ สำหรับคนที่กำลังจะสมัครครั้งแรก ขอให้คุณทำให้เต็มที่ เชื่อมั่นในตัวเอง พยายามเก็บเกี่ยวความรู้ให้ได้มากที่สุด และยอมรับฟังคำติชมของผู้อื่น และที่สำคัญอย่าเพิ่งตั้งความหวังไว้มาก เพราะถ้าไม่ได้มันจะเจ็บ ถือซะว่าครั้งแรกแค่ลองเชิง เป็นบันไดขั้นแรกเพื่อขั้นต่อๆไปที่สูงกว่า แต่ถ้าประสบความสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรก ก็ขอแสดงความยินดีด้วยครับ แต่ถ้าได้พยายามลองสมัครด้วยตัวเองแล้วก็ยังไม่ประสบความสำเร็จซักที ก็แนะนำให้หาสถาบันเตรียมแอร์-สจ๊วต ช่วยเตรียมความพร้อมทุกด้านอีกทางเลือกหนึ่งก่อนสมัครจะดีกว่านะครับ เราจะได้รู้ว่าเรามีข้อบกพร่องตรงไหน ควรปรับปรุงอะไรบ้าง ผมเองก็ได้มาเลือกเรียนกับสถาบัน Sky Project หลังจากที่ได้ลองสมัครด้วยตัวเองและไม่ผ่านการคัดเลือกเลยหลายต่อหลายครั้ง ก็ไม่ท้อ คิดเสมอว่าสักวันต้องเป็นวันของเรา
แต่สำหรับคนที่กำลังท้อแท้ หมดหวังอยู่ตอนนี้ อยากให้คุณลุกขึ้นสู้ใหม่อีกครั้งครับ ถ้าคุณรู้สึกท้อและคิดว่าต่อสู้กับเวทีนี้ไม่ไหวแล้ว ให้คุณมองผมเป็นตัวอย่างก็ได้ครับ กว่าผมจะได้มาเป็นสจ๊วตของสายการบิน Qatar Airways ผมต้องพบกับความผิดหวังมา 2 ครั้ง 2 คราว และที่สำคัญผมไม่ผ่านแม้กระทั่งรอบแรก และอย่าเพิ่งคิดว่าผมสมัครแค่สายการบินนี้ สายบินเดียวนะครับ แค่สองครั้งมันไม่ปวดใจหรอกครับ เพราะผมสมัครสายการบินน้อยใหญ่มานับไม่ถ้วน ไม่ว่าที่ไหนเปิด ผมไปหมดครับไม่มีพลาด และก็ต้องพบกับความผิดหวังทุกครั้งไป เพราะไม่เคยผ่านรอบแรกเลยแม้แต่สายการบินเดียว และผมก็ไม่เคยทราบเลยว่า ทำไมผมถึงไม่เข้าตากรรมการสักที พอผมตั้งสติได้ ค่อยๆ ทำความเข้าใจกับอาชีพนี้ ค่อยๆ ศึกษาและเรียนรู้จากสถาบัน Sky Project และผมก็นำเอาสิ่งที่ได้เรียนรู้มาทั้งหมด ปรับปรุงตัวผมเอง และเอาความรู้เหล่านั้นไปใช้ในการสัมภาษณ์ ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รักในอาชีพนี้ คำว่า “ท้อถอย” จะไม่มีในพจนานุกรมของคุณหรอกครับ เพราะไม่ว่าอุปสรรคจะหนักหนาแค่ไหน คุณก็ต้องผ่านไปให้ได้ ฟ้ามีตาครับผมเชื่อเสมอ คนเราในเมื่อพยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว สักวันความสำเร็จก็บังเกิดครับ อีกอย่าง การที่เรากตัญญูรู้คุณพ่อแม่และผู้มีพระคุณ ก็จะเป็นตัวหนุนให้สิ่งที่ดีๆ เกิดขึ้นในชีวิตของคุณครับ สู้ๆ นะครับทุกคน ในเมื่อฝันแล้ว ก็ต้องทำให้มันเป็นจริงสิครับ นั่นแหละเขาเรียกว่า “ประสบความสำเร็จในชีวิต” โชคดีนะครับ
................................
สนใจข้อมูลเพิ่มเติมของสถาบัน Sky Project คลิก http://www.thaiskyproject.com/
Star of Sky Project: น้องกบ สจ๊วตสายการบินกาต้าร์ พร้อมเผยเคล็ดลับมากมาย
เรื่องและภาพโดย Sky Project
เรียบเรียงโดย myoldeditor













![bn18 [smilie=bn18.gif]](./images/smilies/bn18.gif)

![bn49 [smilie=bn49.gif]](./images/smilies/bn49.gif)


![bn33 [smilie=bn33.gif]](./images/smilies/bn33.gif)

![16 [smilie=16.gif]](./images/smilies/16.gif)
![bn38 [smilie=bn38.gif]](./images/smilies/bn38.gif)


